Thermatight vs Thermage ต่างกันอย่างไร เลือกตัวไหน คุ้มค่ากว่ากัน ?

Reading Time: 3 minutes
Thermatight VS Thermage

รู้จักเครื่องมือยกกระชับ Thermatight กับ Thermage

Thermatight กับ Thermage ต่างกันอย่างไร ? และควรเลือกทำอันไหนดี ? เพราะทั้งสองเทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ฟื้นฟูผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด

Thermatight กับ Thermage แม้ชื่อจะฟังดูคล้ายกัน แต่ก็ความแตกต่างในเชิงเทคนิค กลไกการทำงานและผลลัพธ์ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำครับ

สารบัญ Thermatight VS Thermage


Thermatight vs Thermage เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

ในภาพรวมทั้ง Thermatight และ Thermage ต่างใช้พลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่รายละเอียดของเทคโนโลยี ความลึกของการทำงาน และกลุ่มที่เหมาะสมนั้นแตกต่างกันชัดเจนครับ


รู้จัก Thermatight ให้มากยิ่งขึ้น

Thermatight เป็นเทคโนโลยีกระชับผิวด้วย Monopolar Radiofrequency (RF) ที่พัฒนาโดยบริษัท Invasix (ปัจจุบันรู้จักในชื่อ InMode) การทำงานจะส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นลึกของผิวหนัง ทำให้เนื้อเยื่อได้รับความร้อนอย่างควบคุมได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ระบบทำความเย็นช่วยปกป้องผิวชั้นบน

Thermatight

Thermatight ช่วยเรื่องอะไร ?

  • ช่วยกระชับผิวโดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • ลดความหย่อนคล้อยของผิวหลายบริเวณ โดยเฉพาะผิวหน้าและลำตัว
  • ลดการสะสมของไขมันชั้นตื้น ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับและมีมิติมากขึ้น
  • ปรับปรุงเนื้อสัมผัสของผิว ให้ดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น
  • ยิงลงลึกถึงขชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่รองรับผิวหน้า คล้ายกับผลลัพธ์ของการผ่าตัด Facelift แบบ non-invasive

Thermatight เหมาะกับใคร ?

Thermatight เหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • อายุ 30-60 ปี ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
  • ผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้า ลดไขมันสะสมบริเวณหน้าและคอ ร่วมกับความหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เร็วและไม่ต้องการผ่าตัด
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดหน้าแล้วและต้องการบำรุงรักษาผล

ข้อควรระวัง : ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ มีโลหะฝังในร่างกายบริเวณที่รักษา หรือมีโรคผิวหนังเรื้อรังบางประเภท


Thermage คืออะไร ?

เป็นเทคโนโลยีกระชับผิวด้วย Monopolar Radiofrequency เช่นเดียวกัน พัฒนาโดยบริษัท Solta Medical และได้รับการอนุมัติจาก FDA มายาวนานกว่า 20 ปี ถือเป็น “ต้นแบบ” ของเทคโนโลยีกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาถึงปัจจุบัน

Thermage

ปัจจุบัน Thermage รุ่นล่าสุดที่นิยมใช้ในคลินิกงาม รวมถึงที่ V Square Clinic คือ Thermage FLX ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและลดความเจ็บปวดในการรักษาได้ดีกว่ารุ่นก่อน

Thermage ช่วยอะไร ?

  • ช่วยยกกระชับผิวหน้า คอ เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ รวมถึงบริเวณรอบดวงตา ซึ่งบางเทคโนโลยีทำไม่ได้
  • ช่วยกระชับผิวบริเวณลำตัว ได้หลายบริเวณ เช่น แขน หน้าท้อง ต้นขา พร้อมกับลดเซลลูไลท์ได้
  • ช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ด้วยการกระตุ้น Neocollagenesis (การสร้างคอลลาเจนใหม่)
  • ช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า รอยเหี่ยวย่น บริเวณใบหน้า หน้าผาก
รีวิว Thermage FLX แก้แก้มหย่อน หน้าย้อย ให้หน้าตึง ยกกระชับ

Thermage เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยตั้งแต่ระดับน้อยถึงปานกลาาง
  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงเนื้อผิวโดยรวม ฟื้นฟูผิวหน้า กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการยกระชับหุ่นให้เข้าที่เร็วขึ้น (คุณแม่หลังคลอด)
  • ผู้ที่ไม่ต้องการนัดหมายถี่ (ส่วนมากทำครั้งเดียวต่อปี)
  • ผู้ที่ยอมรับผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาสร้างคอลลาเจน

ข้อควรระวัง : เช่นเดียวกับ Thermatight ไม่เหมาะกับผู้ตั้งครรภ์ ผู้มีโลหะฝังในร่างกาย หรือผู้มีภาวะบางอย่างที่แพทย์จะต้องคัดกรองก่อน

เปรียบเทียบระหว่าง Thermatight และ Thermage

เครื่องมือยกกระชับThermatightThermage
เทคโนโลยีMonopolar RF (คลื่นวิทยุขั้วเดียว)Monopolar RF (คลื่นวิทยุขั้วเดียว)
ระบบทำความเย็นระบบ Cryogen Coolingระบบ ThermaTip Cooling
ความลึกถึงชั้น SMAS และไขมันชั้นหนังแท้ถึงเนื้อเยื่อลึก
ความเจ็บปวดปานกลางค่อนข้างเจ็บ (บางรุ่นปรับปรุงแล้ว)
Downtimeแทบไม่มีแทบไม่มี
จำนวนครั้งส่วนใหญ่ 1–2 ครั้ง/ปีทั่วไป 1 ครั้ง/ปี
ผลลัพธ์ที่เด่นกระชับ ลดไขมัน ปรับรูปหน้ากระชับ ลดริ้วรอย ปรับปรุงผิวดีขึ้น
ระยะเวลาเห็นผล1-3 เดือน3-6 เดือน
ความทนทานของผล1 ปี1-2 ปี

หมายเหตุ : ทั้ง 2 หัตถการ ก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บลงได้


Thermatight vs Thermage เลือกทำอันไหนดี คุ้มค่า ?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพผิวของแต่ละคน ในเบื้องต้นหมอแนะนำการพิจารณาส่งเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจครับ

เลือก Thermatigh ด้วยเหตุผลนี้

  • ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นผลเร็ว
  • มีปัญหา ไขมันสะสมร่วมกับความหย่อนคล้อย
  • มีงบประมาณจำกัดแต่ยังต้องการประสิทธิภาพสูง

เลือก Thermage ด้วยเหตุผลนี้

  • ต้องการเทคโนโลยีที่มี ข้อมูลงานวิจัยระยะยาว รองรับมากกว่า
  • ต้องการปรับปรุง เนื้อสัมผัสของผิวโดยรวม รวมถึงรอบดวงตา
  • ยอมรับการรอผล 3-6 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดีขึ้น
  • ต้องการรักษา หลายบริเวณในครั้งเดียว เช่น หน้า คอ และลำตัว

ทำทั้งคู่ได้ไหม ?

ได้ในบางกรณี แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยทั่วไปแพทย์อาจแนะนำให้ทำต่างช่วงเวลากัน เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจนได้เต็มที่


ก่อนทำ Thermatight vs Thermage ควรรู้อะไร ?

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนทำ

  • แจ้งประวัติการรักษาและยาที่รับประทานอยู่ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด วิตามินอีในปริมาณสูง หรือยาต้านการอักเสบ
  • งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ก่อนทำ
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ไม่มีเครื่องสำอางหรือครีมบำรุง
  • แจ้งแพทย์ถ้ามีฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ในช่วง 2-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้น

สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและหายได้เองภายในไม่กี่วัน:

  • ผิวแดงเล็กน้อยหลังทำ (2-24 ชั่วโมง)
  • รู้สึกอุ่นหรือตึงผิว
  • บวมเล็กน้อยในบางราย

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ต้องติดตาม

  • ไหม้หรือพุพองบนผิว (มักเกิดจากการตั้งค่าพลังงานไม่เหมาะสม)
  • ก้อนไขมันชั้นตื้นเปลี่ยนแปลง (พบน้อยมากในรุ่นใหม่)

แนวทางการตัดสินใจทำ Thermatight vs Thermage อย่างปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดใจทำ หรือซื้อคอร์สเสมอ

ไม่ว่าจะเลือกเทคโนโลยีไหน การปรึกษาแพทย์เป็นขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ แพทย์จะประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า ก่อนแนะนำตัวเลือกที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิก

  • ตรวจสอบว่า แพทย์มีใบอนุญาตและผ่านการอบรมการใช้เครื่อง
  • ถามว่าเครื่องที่ใช้เป็น เครื่องจริงหรือเครื่อง Clone (สำคัญมาก เพราะเครื่องปลอมอาจเป็นอันตราย)
  • ขอดู ภาพ Before & After ของคนไข้จริง ที่คลินิกรักษา

ขั้นตอนที่ 3: ทำความเข้าใจราคาและแผนการรักษา

  • ระวัง ราคาถูกผิดปกติ อาจหมายถึงเครื่องไม่ได้มาตรฐาน หรือจำนวน Shot น้อยเกินไป
  • ถาม จำนวน Shot ที่จะได้รับ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานที่ส่งเข้าสู่ผิว
  • วางแผน ค่าใช้จ่ายระยะยาว รวมถึงการบำรุงรักษาผลในปีถัดไป

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จาก Thermatight vs Thermage

ผลในระยะสั้น (1–4 สัปดาห์แรก)

  • ผิวรู้สึกตึงขึ้นเล็กน้อย
  • บางรายเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในโครงหน้า
  • ผิวอาจดูสดใสขึ้นเล็กน้อยจากการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

ผลในระยะกลาง (1–3 เดือน)

  • คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัว ผิวเริ่มกระชับชัดเจน
  • โครงหน้าเริ่มปรากฏ โดยเฉพาะบริเวณคางและขากรรไกร
  • เนื้อผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น

ผลในระยะยาว (3–12 เดือน)

  • ผลลัพธ์เต็มที่ โดยผิวกระชับและมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผลสามารถอยู่ได้ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ การดูแลผิว และพันธุกรรม
  • แนะนำทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาผลอย่างต่อเนื่อง

Thermatight vs Thermage ทำแล้วต้องดูแลผิวอย่างไร?

การดูแลหลังทำ (1–7 วันแรก)

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น อบซาวน่า สระน้ำร้อน และการออกกำลังกายหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
  • ทาครีมบำรุงที่ไ และ กันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรง บริเวณที่ทำในสัปดาห์แรก

การดูแลระยะยาว

  • ดื่มน้ำ 6–8 แก้วต่อวันเพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
  • รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินซี วิตามินอี
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ Retinol หรือผลิตภัณฑ์กระตุ้นคอลลาเจนเสริม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Thermatight vs Thermage

Thermatight กับ Thermage เจ็บไหม ?

ทั้งสองเทคโนโลยีมีระดับความเจ็บปวดแตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปรู้สึกร้อนและเจ็บระดับปานกลาง (4–7 จาก 10) คลินิกส่วนใหญ่จะทาครีมชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย โดย Thermage FLX รุ่นใหม่ได้ปรับปรุงระบบ Vibration เพื่อลดความเจ็บปวดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Thermatight vs Thermage ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม?

ใช่ ทั้งสองเทคโนโลยีออกแบบมาเพื่อให้เห็นผลหลังทำครั้งเดียว แต่ผลเต็มที่จะปรากฏหลัง 3-6 เดือน เมื่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนครบรอบแล้ว แนะนำทำซ้ำปีละ 1 ครั้งเพื่อรักษาผล

Thermatight กับ Thermage ต่างจาก Ultherapy อย่างไร ?

Ultherapy ใช้คลื่น Ultrasound แทน RF โดยเจาะลึกถึงชั้น SMAS เช่นกัน แต่มีกลไกการส่งพลังงานต่างกัน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคน แพทย์อาจแนะนำรวมเทคโนโลยีทั้งสองประเภทเพื่อผลสูงสุด

อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มทำได้ ?

โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อย อย่างไรก็ตามบางรายอายุ 25–28 ปีอาจทำได้ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล

Thermatight vs Thermage ทำแล้วผิวหน้าดูเป็นธรรมชาติไหม?

เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมาก เพราะเป็นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ใช่การเติมสารหรือดึงผิว

ทำ Thermatight หรือ Thermage แล้วฉีดฟิลเลอร์ต่อได้ไหม ?

ได้ แต่แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะ อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ หรือทำก่อน/หลังตามที่แพทย์ประเมิน เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและหลีกเลี่ยงการรบกวนตำแหน่งฟิลเลอร์

Thermatight vs Thermage มีผลต่อฟิลเลอร์หรือโบท็อกที่ทำไว้ไหม ?

ความร้อนสูงอาจทำให้ฟิลเลอร์บางชนิดสลายตัวเร็วขึ้นได้ ควรแจ้งแพทย์ถึงประวัติการฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ทุกครั้งก่อนทำ เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด

ราคา Thermatight vs Thermage ต่างกันมากไหม ?

โดยทั่วไป Thermatight มีราคา ถูกกว่า Thermage ประมาณ 20–50% แต่ขึ้นอยู่กับคลินิก จำนวน Shot ที่ใช้ และบริเวณที่รักษา ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าด้อยคุณภาพเสมอไป แต่ควรตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้วย


สรุป Thermatight vs Thermage เลือกอะไรดีสุด

ทั้ง Thermatight และ Thermage ต่างเป็นเทคโนโลยีกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและได้ผล ไม่มีตัวไหน “ดีกว่า” โดยสมบูรณ์ เพราะการเลือกขึ้นอยู่กับสภาพผิว เป้าหมาย งบประมาณ และคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกเทคโนโลยี คือการเลือกคลินิกและแพทย์ที่น่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพราะเทคโนโลยีเดียวกันในมือแพทย์ที่มีทักษะต่างกันอาจให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

หากยังไม่แน่ใจ ขอแนะนำให้ นัดปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเฉพาะบุคคล ก่อนตัดสินใจเสมอ เพราะสุขภาพผิวของคุณคือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไร ? เลือกแบบไหนเห็นผลและปลอดภัย

Reading Time: 3 minutes- ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์เลือกยี่ห้อไหนดี ? - อยากผอม น้ำหนักลด ใช้ปากกาลดหนักแบบไหน เห็นผล ปลอดภัย - ปากกาลดน้ำหนักราคา ที่ V Square Clinic - ขั้นตอนการใช้ปากลดน้ำหนักที่เหมาะสม - FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาปากกาลดน้ำหนัก

August 11, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

สูตรดริปผิวขาว มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ? เลื...

Reading Time: 4 minutesสูตรดริปผิวขาว มีให้เลือกหลายสูตร หลายคนอาจสงสัยว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ? สูตรไหนช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มฟู หรือฟื้นฟูผิวโทรมได้ดีที่สุด ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า สูตรดริปผิวขาว แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเลือกดริปวิตามินอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยครับ

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ...

Reading Time: 4 minutesในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์" ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า