ฟิลเลอร์เกาหลี มากกว่าความคุ้ม คือเลือกได้ตรงปัญหา
ฟิลเลอร์เกาหลีได้รับความนิยมอย่างมากในวงการเสริมความงาม ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งไม่เพียงแค่ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังคงราคาที่คุ้มค่า สามารถเข้าถึงง่าย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ฟิลเลอร์เกาหลีจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ และได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลกครับ
ในบทความนี้ หมอจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับฟิลเลอร์เกาหลี มียี่ห้อไหนบ้างที่ผ่าน อย. ? เปรียบเทียบฟิลเลอร์เกาหลี แตกต่างจากฟิลเลอร์อเมริกา-ยุโรปอย่างไร ? ฉีด Filler เกาหลี ดีไหม ? พร้อมแนะนำวิธีสังเกตฟิลเลอร์เกาหลีของแท้
สารบัญ ฟิลเลอร์เกาหลี
ฉีดฟิลเลอร์เกาหลี ดีไหม คุ้มหรือไม่ ?
ฟิลเลอร์เกาหลี ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไข้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม หรือปรับรูปหน้าครับ โดยจุดเด่นคือมีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และมีหลายเนื้อเจลให้เลือกใช้ รวมถึงมีราคาที่เข้าถึงง่าย กว่าฟิลเลอร์บางแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกา
ในแง่ความคุ้มค่า จุดแข็งของฟิลเลอร์เกาหลีคือ มีตัวเลือกที่ช่วยบาลานซ์ระหว่างงบประมาณกับผลลัพธ์ได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ราคาสูงในทุกตำแหน่งครับ หากแพทย์เลือก “รุ่นให้ถูกจุด ใช้ปริมาณให้พอดี” ก็ช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงเป้า และใช้งบประมาณได้คุ้มค่ามากขึ้นครับ
จุดเด่นของฟิลเลอร์เกาหลี มีอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์เกาหลีไม่ได้มีดีแค่เรื่องราคาเข้าถึงง่ายครับ จุดที่น่าสนใจกว่าคือมีหลายรุ่นให้เลือก ตั้งแต่งานเติมเต็ม เพิ่มวอลลุ่ม ไปจนถึงปรับรูปหน้า ทำให้แพทย์สามารถวางแผนได้ทั้งเรื่องผลลัพธ์และงบประมาณของคนไข้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกฟิลเลอร์แบบเดียวใช้กับทุกจุด
จุดเด่นที่ทำให้ฟิลเลอร์เกาหลีเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ มีดังนี้
- มีหลายยี่ห้อและหลายรุ่น ทำให้เลือกใช้ได้ตามปัญหาและตำแหน่งที่ต้องการฉีด
- มีเนื้อเจลหลายลักษณะ ตั้งแต่เนื้อนิ่ม กระจายตัวดี ไปจนถึงเนื้อแน่นที่มีแรงพยุงมากขึ้น
- รองรับการฉีดได้หลายบริเวณ เช่น ร่องแก้ม ขมับ แก้มตอบ ปาก และคาง ตามความเหมาะสมของแต่ละรุ่น
- ช่วงราคาค่อนข้างเข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์บางแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกา
- ช่วยวางแผนงบประมาณได้ยืดหยุ่น โดยเฉพาะในเคสที่ต้องใช้หลาย CC หรือเติมหลายจุด
- สามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายของคนไข้แต่ละคน ทั้งงานเติมเต็ม งานเพิ่มวอลลุ่ม และงานปรับรูปหน้า
- ได้รับการรับรองทั้ง KFDA (Korea Food and Drug Administration), US FDA และ CE Mark ซึ่งช่วยยืนยันว่าฟิลเลอร์เกาหลีมีคุณภาพ ปลอดภัยและไม่ตกค้างในร่างกาย
ฟิลเลอร์เกาหลี มียี่ห้ออะไรบ้าง รุ่นไหนผ่าน อย. ?
ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีที่ได้รับความนิยมมีหลายยี่ห้อหลายรุ่นครับ โดยแต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างกัน ส่งผลให้คุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ และระยะเวลาการคงผลลัพธ์ต่างกันด้วย
สำหรับยี่ห้อฟิลเลอร์เกาหลีที่ผ่าน อย.ไทย ล่าสุด 2026 หมอรวบรวมมาให้แล้วดังนี้
ฟิลเลอร์เกาหลี Neuramis
ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลีแบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทยครับ คิดค้นและพัฒนาโดย Medytox Inc. ในไทยมีการนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Medyceles
จุดเด่นคือผลิตด้วยนวัตกรรม The SHAPE มีกระบวนการทำงาน Cross-linked แบบ 2 ระดับ ทำให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ปั้นง่าย คงรูปได้ดี อยู่ได้นาน และมีการกำจัดสาร BDDE ให้หลงเหลืออยู่น้อยมาก ลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ มีความปลอดภัยต่อตัวผู้ฉีดครับ
ฟิลเลอร์ Neuramis มีทั้งหมด 3 รุ่น ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้ง KFDA จากเกาหลี, US.FDA จาก อเมริกา, EDQM จากยุโรป และ อย.ไทย
- Neuramis Deep กล่องสีดำ เนื้อเจลหนืดปานกลาง ขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะกับการเติมขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
- Neuramis Deep Lidocaine เนื้อจะคล้าย ๆ รุ่น Neuramis Deep ครับ มีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู คงตัวดี แต่รุ่นนี้จะมีส่วนผสมของยาชา ช่วยลดความเจ็บตอนฉีดได้ เหมาะเติมบริเวณร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับตอบ อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
- Neuramis Volume Lidocaine กล่องสีทอง เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นสูง คงตัวได้ดี เหมาะกับการเติมริ้วรอยร่องลึก เติมขมับชั้นลึก เติมใต้ตาชั้นลึก แก้มส้ม และยกกระชับกรอบหน้า อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Lorient
ฟิลเลอร์ Lorient เป็นฟิลเลอร์เกาหลีที่พัฒนาโดยบริษัท Joonghun Pharmaceutical เน้นเรื่องความบริสุทธิ์ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เป็นหลัก โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตจาก GMP, Korea FDA, CE Mark และ Thai FDA
Lorient Filler ถูกออกแบบมาให้มีความบริสุทธิ์สูง ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมโมเลกุลแบบพิเศษ ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น นุ่ม เรียบ ละเอียด ผสานเข้ากับผิวได้ดี หลังฉีดจะกลมกลืนไปกับผิว ไม่ทำให้ดูแข็งหรือเป็นก้อนครับ
มีทั้งหมด 3 รุ่น แต่ละรุ่นออกแบบมาให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาผิวที่ต่างกัน
- Lorient 2 เนื้อละเอียด นุ่มที่สุด กระจายตัวดี เหมาะกับบริเวณที่ผิวบางหรือต้องการความละเอียดสูง นิยมใช้ฉีดใต้ตา ริ้วรอยตื้น ๆ รอบดวงตา และริมฝีปาก อยู่ได้นาน 9 เดือน
- Lorient 4 เนื้อนิ่ม เจลปานกลาง ยืดหยุ่นดี เหมาะฉีดริมฝีปาก แก้มส้ม หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และ Mid-face อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Lorient 6 เนื้อแน่น เจลแน่น ยกพยุงดี ออกแบบมาเพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างใบหน้า ช่วยพยุงทรงและเพิ่มมิติให้ใบหน้าได้อย่างชัดเจน นิยมฉีดคาง แก้ม หรือกรอบหน้า อยู่ได้นาน 12 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Yvoire
ฟิลเลอร์ Yvoire ผลิตโดยบริษัท LG Chem (แอลจี เคม) ซึ่งเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ และมีการผลิตและพัฒนา HA มานานกว่า 25 ปี นำเข้าและจัดจำหน่ายในไทยโดยบริษัท LG Aesthetics Thailand
Yvoire Filler ใช้นวัตกรรมการผลิต HICE Cross-linking Technology (High Concentration of Crosslinking Efficiency) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัท LG Chem ทำให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ยึดเกาะแน่น หลังฉีดไม่เป็นก้อน เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ คงรูปอยู่ได้นาน สลายได้ช้าลง
ฟิลเลอร์ Yvoire มีทั้งหมด 6 รุ่นที่ผ่าน อย. ไทย โดยจะมี 3 รุ่นที่นิยมใช้คลินิกความงาม
- Yvoire Classic Plus กล่องสีเขียว เป็นตัวที่มีโมเลกุลเล็กและละเอียดที่สุดในทั้ง 3 รุ่น เหมาะกับการฉีดในผิวชั้นบน เพิ่มความชุ่มชื้น แก้ริ้วรอยเล็ก ๆ อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
- Yvoire Contour กล่องสีขาว-ส้ม เหมาะฉีดเติมเต็มผิวชั้นลึก โหนกแก้ม คาง กรอบหน้า อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
- Yvoire Volume Plus กล่องสีม่วง มีโมเลกุลใหญ่ที่สุดใน 3 รุ่น เหมาะกับการฉีดในผิวชั้นกลาง ริมฝีปาก หน้าผาก ขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี e.p.t.q.
ฟิลเลอร์ e.p.t.q. ผลิตโดยบริษัท JETEMA Co., Ltd. นำเข้าและจัดจำหน่ายในไทยโดยบริษัท Aestema Thailand
e.p.t.q Filler ใช้กระบวนการผลิตแบบ ZEEP Technology, 2CM Technology และ Downing Process มีโครงสร้างโมเลกุล HA ในรูปแบบรวงผึ้ง หรือ HIVE ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความหนืดและยืดหยุ่น ฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า
ฟิลเลอร์ e.p.t.q. มีทั้งหมด 3 รุ่น ที่ผ่าน อย. ไทย ได้แก่
- e.p.t.q. S100 กล่องสีเขียว เนื้อนิ่มเบา เกลี่ยง่าย ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน เหมาะฉีดปรับสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ริ้วรอยใต้ตา ปาก อยู่ได้นาน 6 เดือน
- e.p.t.q. S300 กล่องสีส้ม เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่นได้ดี ยึดเกาะแน่น ปั้นทรงสวย เหมาะฉีดผิวชั้นกลางและลึก ใต้ตา หน้าผาก ร่องแก้ม ปาก อยู่ได้นาน 8 เดือน
- e.p.t.q. S500 กล่องสีน้ำเงิน เนื้อแข็งที่สุด คงตัวและยืดหยุ่นได้ดี เหมาะฉีดร่องลึกจากการยุบตัวของกระดูก บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม คาง กรอบหน้า จมูก อยู่ได้นาน 12 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Revolax
ฟิลเลอร์ Revolax ผลิตโดยบริษัท Across นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัทเอสเทค ฟาร์มา (Aestec Pharma) จำกัด บริษัทเดียวกันกับที่นำเข้าโบท็อกซ์ Aestox
Revolax filler มีโครงสร้างฟิลเลอร์แบบ Monophasic ใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะแบรนด์ที่ชื่อว่า HEXALink โครงสร้างโมเลกุลเฉพาะ (Unique Cross-linking structure) ลักษณะเชื่อมกันเป็นร่างแห ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการเติมเต็มและยึดเกาะกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน เรียบเนียนไปกับผิว
ฟิลเลอร์ Revolax มีทั้งหมด 3 รุ่นที่ผ่าน อย.ไทย
- Revolax Fine ลักษณะเนื้อเจลนิ่ม บางเบา เหมาะฉีดผิวชั้นตื้นแก้ไขริ้วรอยเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บริเวณหน้าผาก หางตา คอ ใต้ตาชั้นตื้น อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
- Revolax Deep มีความยืดหยุ่นปานกลาง เหมาะฉีดผิวชั้นกลางผิวชั้นลึก ชั้นไขมัน แก้ริ้วรอยร่องลึกบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก คาง ริมฝีปาก อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
- Revolax Sub-Q เนื้อเจลมีความหนืดมากที่สุดในของทุกรุ่น เหมาะฉีดผิวชั้นลึก ปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย บริเวณแก้มตอบ คาง จมูก กรอบหน้า อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Flore
ฟิลเลอร์ Flore ผลิตโดยบริษัท BNC KOREA Co, Ltd นำเข้าโดยบริษัท บอน-ชอง จำกัด เป็นฟิลเลอร์ Biphasic HA ที่มีโมเลกุล 2 แบบ คือ Cross-linked และ Non Cross-linked HA อยู่ในเนื้อเดียวกันครับ ทำให้ฉีดเพียง 1 ครั้ง แต่ได้ถึง 2 ผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้ 2 เทคโนโลยีในการผลิต
Flore Filler ใช้เทคโนโลยี HCCL (Highly Completed Cross-Linking Technology) และ Particle Plastic Process ในการผลิต ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีขนาดอนุภาคเท่า ๆ กัน ฉีดง่าย ปั้นทรงง่าย ไม่เป็นก้อน เรียบเนียนไปกับผิว ได้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์อยู่ได้นาน
ฟิลเลอร์ Flore มีทั้งหมด 5 รุ่นที่ผ่าน อย. ไทย ได้แก่
- Flore Aqua-S เนื้อเจลเหลว มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวดูอวบอิ่ม เหมาะฉีดปรับสภาพผิวทั่วหน้า อยู่ได้นาน 6 เดือน
- Flore S เนื้อแน่นกึ่งเหลว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เหมาะฉีดลดริ้วรอยร่องมุมปาก ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยหางตา ลำคอ อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Flore N เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มที่ดี กระจายตัวสม่ำเสมอ เหมาะฉีดลดริ้วรอยใต้ตา ร่องมุมปาก ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม เติมแก้มส้ม หน้าผาก อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Flore MAX เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มและขึ้นรูปได้ดี มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะฉีดเติมเต็มและลดริ้วรอยร่องชั้นไขมัน คาง ขมับ อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
- Flore Max 1400 เนื้อมีความคงตัวแน่นและยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มร่องลึก เหมาะฉีดเติมแก้มส้ม คาง หน้าผาก จมูก กรอบหน้า อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Volifil
ฟิลเลอร์ Volifil ผลิตโดยบริษัท BNC Korea ในไทยนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท บอน-ชอง จำกัด เป็นฟิลเลอร์ Monophasic มีโครงสร้างเนื้อเจลแบบเนื้อเดียวกัน ผลิตด้วย 2 เทคโนโลยี ได้แก่ HCCL (High Concentration Cross-Linking) และ Particle Plastic Process
ข้อดีคือเนื้อเจลของ Volifil มีความสม่ำเสมอ มีความยืดหยุ่นสูง กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อนหรือไหลเมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิว ได้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบวมหลังฉีดได้ดี
ฟิลเลอร์ Volifil มีทั้งหมด 3 รุ่นที่ผ่าน อย. ด้วยกัน
- Volifil Deep ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ใช้เติมเต็มในชั้นผิวหนังลึก เหมาะฉีดเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า เติมวอลลุ่มปาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
- Volifil Sub-Q ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปได้ดี เหมาะฉีดแก้ไขริ้วรอยลึก จมูก แก้ม กรอบหน้า คาง อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
- Volifil Classic ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ฉีดแล้วกลืนไปกับผิวได้ดี เหมาะฉีดแก้ปัญหาผิวชั้นตื้นบริเวณใต้ตาขั้นตื้น ปาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์เกาหลี Hyafilia
ฟิลเลอร์ Hyafilia ผลิตโดยบริษัท CHA Bio Group และในไทยนำเข้าโดยบริษัท Vitapharm Asia ผลิตด้วย ART Technology โดยผ่านการควบคุมการผลิต 14 ขั้นตอน ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์เป็นแบบ Biphasic HA filler ขึ้นทรงสวย ปั้นง่าย ไม่เป็นก้อน ดูเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Hyafilia มีทั้งหมด 6 รุ่นที่ผ่าน อย. ไทย ได้แก่
- Hyafilia S เนื้อฟิลเลอร์นิ่มละเอียด มีโมเลกุลเล็ก เหมาะสำหรับฉีดผิวชั้นบน ใต้ตา ผิวรอบปาก ริมฝีปาก อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
- Hyafilia M เนื้อฟิลเลอร์แข็งปานกลาง เหมาะสำหรับฉีดผิวชั้นกลาง บริเวณหน้าผาก ขมับ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริมฝีปาก อยู่ได้นาน 9-18 เดือน
- Hyafilia V เนื้อฟิลเลอร์แข็ง เหมาะสำหรับฉีดผิวชั้นลึก ใช้กับบริเวณโหนกแก้ม คาง กรอบหน้า อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
และอีกสามรุ่น คือ Hyafilia S+, Hyafilia M+ และ Hyafilia V+ มีคุณสมบัติเหมือนสามรุ่นก่อนหน้าครับ แต่จุดเด่นของสามรุ่นนี้คือ มีผสมยาชา (Lidocaine) ในตัว
ฟิลเลอร์เกาหลี Neobelle
ฟิลเลอร์ Neobelle นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Suremed KR มีการใช้เทคโนโลยีการผลิต MMCT (Multi-Mix Cross-linking Technology) ทำมาจากพืช 100% ทำให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก เนื้อเจลเนียนละเอียด มีความยืดหยุ่น อุ้มน้ำได้ดี มีความปลอดภัย
ฟิลเลอร์ Neobelle ผ่าน อย. ไทยด้วยกัน 1 รุ่น ได้แก่
- Neobelle Contour เหมาะสำหรับเติมร่องแก้ม ขมับ แก้มส้ม แก้มตอบ กราม คาง ริมฝีปาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์เกาหลี ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาฟิลเลอร์เกาหลีถือเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนสนใจครับ เพราะมีหลายแบรนด์ให้เลือกและช่วงราคาค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ประมาณหลักพันปลาย ๆ ต่อ 1 CC ไปจนถึงหลักหมื่นต้น ๆ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และโปรโมชันในช่วงนั้น โดยราคาตัวอย่างของแต่ละแบรนด์ มีดังนี้ครับ
| ยี่ห้อ | ราคา/1 CC |
|---|---|
| ฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อ Lorient | เริ่ม 7,900.- |
| ฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อ Neuramis | เริ่ม 5,500.- |
| ฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อ Flore | เริ่ม 7,900.- |
| ฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อ Volifill | เริ่ม 8,999.- |
| ฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อ Hyafilia | เริ่ม 7,500.- |
ราคาจริงอาจแตกต่างตามรุ่นที่เลือก ปริมาณที่ใช้ และโปรโมชันในช่วงนั้นครับ ก่อนฉีดหมอแนะนำให้ประเมินใบหน้าและวางแผนจำนวน CC ให้เหมาะกับปัญหาของคนไข้ รวมถึงตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำครับ
วิธีเลือกฟิลเลอร์เกาหลีที่เหมาะสม ควรดูอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์เกาหลีแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกันครับ การเลือกให้เหมาะจึงควรดูมากกว่ายี่ห้อหรือราคา โดยพิจารณาทั้งตำแหน่งฉีด ปัญหาที่ต้องการแก้ และคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์ร่วมกันดังนี้
- เลือกตามตำแหน่งที่ต้องการฉีด
- ใต้ตา : มักเลือกฟิลเลอร์ที่เนื้อละเอียด เรียบเนียน และไม่ฟูมากเกินไป เพื่อลดโอกาสเห็นเป็นก้อนหรือดูบวม
- ร่องแก้มและขมับ : อาจเลือกเนื้อปานกลางถึงแน่นตามระดับความลึก เพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัวและเสริมการพยุง
- ปาก : เหมาะกับฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มและยืดหยุ่น สามารถขยับไปกับริมฝีปากได้เป็นธรรมชาติ
- คางและกรอบหน้า : มักต้องการฟิลเลอร์ที่มีความแน่นและแรงพยุงมากขึ้น เพื่อช่วยขึ้นรูปและปรับสัดส่วนใบหน้า
- เลือกตามปัญหาที่ต้องการแก้
- หากต้องการแก้ริ้วรอยหรือร่องตื้น อาจเหมาะกับเนื้อเจลที่นิ่มและกระจายตัวได้ดี
- หากต้องการเติมร่องลึกหรือบริเวณที่ยุบตัว อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแน่นระดับปานกลางขึ้นไป
- หากต้องการเพิ่มมิติหรือปรับรูปหน้า เช่น คางหรือกรอบหน้า มักพิจารณารุ่นที่มีแรงพยุงและคงรูปได้ดี
- เลือกตามคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์
- ฟิลเลอร์เกาหลีแต่ละรุ่นไม่ได้มีเนื้อเหมือนกัน แม้อยู่ในแบรนด์เดียวกัน
- ควรดูทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น การอุ้มน้ำ และการกระจายตัวของเนื้อเจล เพื่อให้เหมาะกับชั้นผิวและตำแหน่งที่จะฉีด
- เลือกตามระยะเวลาของผลลัพธ์
- ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีระยะเวลาการคงผลต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
- คนไข้ควรพิจารณาระยะเวลาเทียบกับงบประมาณ ไม่ควรเลือกจากราคาต่อ 1 CC เพียงอย่างเดียว
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบที่มาได้
- ควรเลือกรุ่นที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง มีฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ครบถ้วน
- ตรวจสอบเลข Lot. วันหมดอายุ และแหล่งนำเข้าก่อนฉีด
- ควรตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ และให้เปิดกล่องต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- เลือกจากการประเมินของแพทย์มากประสบการณ์
- ตำแหน่งเดียวกันไม่ได้หมายความว่าคนไข้ทุกคนจะใช้ฟิลเลอร์รุ่นเดียวกัน เพราะโครงหน้า ชั้นไขมัน ความลึกของร่อง และสภาพผิวแตกต่างกัน
- แพทย์จะประเมิน Anatomy และวางแผนทั้งยี่ห้อ รุ่น จำนวน CC และตำแหน่งฉีดเป็นรายบุคคล เพื่อให้เหมาะกับปัญหาและผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ
(พญ.ผาณิต หนุนภักดี เลข ว.30365)
ฟิลเลอร์เกาหลี ต่างจาก Filler ประเทศอื่นอย่างไร ?
ฟิลเลอร์เกาหลี ฟิลเลอร์อเมริกา และฟิลเลอร์ยุโรป ไม่ได้ต่างกันแค่ประเทศที่ผลิตครับ แต่จะมีเทคโนโลยีการเชื่อมโมเลกุล HA และการออกแบบเนื้อเจลที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความแน่น ความยืดหยุ่น การกระจายตัว และแรงพยุงของฟิลเลอร์
ดังนั้นแต่ละกลุ่มจึงมีจุดเด่นและเหมาะกับการแก้ปัญหาบนใบหน้าต่างกัน ดังตารางเปรียบเทียบนี้ครับ
| ยี่ห้อ | เทคโนโลยี | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Lorient เกาหลี | STORM™ Technology | เด่นเรื่อง HA โครงสร้าง 3 มิติ ใช้ Cross-linking agent ในปริมาณต่ำ พร้อมควบคุมความบริสุทธิ์และแรงฉีดให้สม่ำเสมอ |
| Neuramis เกาหลี | SHAPE™ Technology | เด่นด้าน 2-Step Cross-linking และกระบวนการ Purification เพื่อลด BDDE ตกค้าง |
| Flore เกาหลี | HCCL™ Technology + PP-Process | มีหลายรุ่น ตั้งแต่งานริ้วรอย งานเติมเต็ม ไปจนถึงงานเพิ่มวอลลุ่ม ทำให้เลือกใช้ได้หลากหลาย |
| Volifill เกาหลี | HCCL™ Technology | เด่นเรื่องสมดุลของความยืดหยุ่น การคงรูป และแรงพยุง พร้อมโครงสร้าง HA แบบ 3D Matrix |
| Hyafilia เกาหลี | CHA-HEART Technology | เด่นเรื่องการ Cross-link ทั้งแบบ Chemical และ Physical พร้อมลดการใช้ BDDE ในกระบวนการผลิต |
| e.p.t.q. เกาหลี | 2CM Technology | เด่นด้านการ Cross-link ทั้งแบบ Physical และ Chemical ช่วยลดการใช้ BDDE มีหลายรุ่นให้เลือก |
| Juvederm อเมริกา | Hylacross, Vycross | เด่นด้านเทคโนโลยี HA หลายรูปแบบ มีทั้งกลุ่มที่เน้นความยืดหยุ่นและกลุ่มที่เน้นแรงพยุง |
| Restylane สวีเดน | OBT, NASHA | เด่นที่แบ่งคุณสมบัติชัดเจน – NASHA เน้นความคงรูป ส่วน OBT เน้นความยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว |
| Definisse อิตาลี | XTR Technology | เด่นด้านโครงข่าย HA แบบ 3 มิติ ให้แรงพยุงพร้อมความยืดหยุ่น เหมาะกับงานปรับรูปหน้า |
| Belotero สวิตเซอร์แลนด์ | CPM Technology | เด่นด้านการกระจายตัวและผสานเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบเนียน |
| Teoxane สวิตเซอร์แลนด์ | Preserved Network Technology | เด่นด้านความยืดหยุ่นสูง ออกแบบให้รองรับการเคลื่อนไหวของใบหน้าในจุด Dynamic |
| Revanesse แคนาดา | Thixofix Technology | เด่นด้าน Rheology ของเจลที่ช่วยให้ฉีดและขึ้นรูปได้ง่าย พร้อมคงความยืดหยุ่นหลังฉีด |
| Jalor อิตาลี | Jalor MCM Technology | เด่นด้าน Multi Chain Matrix ช่วยให้โครงสร้าง HA มีความสม่ำเสมอ คงรูปและยืดหยุ่นได้สมดุล |
สรุป ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อเหมาะกับใคร ?
- Lorient เหมาะกับคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและการคงรูป
- Neuramis เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตและความบริสุทธิ์ของ HA
- Flore เหมาะกับคนที่ต้องการหลายรุ่นให้เลือก ตั้งแต่งานละเอียดถึงเพิ่มวอลลุ่ม
- Volifill เหมาะกับงานที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นและแรงพยุง
- Hyafilia เหมาะกับคนที่ต้องการฟิลเลอร์หลายระดับความแน่นสำหรับเลือกตามตำแหน่ง
- Juvederm เหมาะกับคนที่ต้องการตัวเลือกครอบคลุมทั้งงานเติมเต็มและปรับรูปหน้า
- Restylane เหมาะกับคนที่ต้องการเลือกได้ทั้งแบบคงรูปและแบบยืดหยุ่น
- Definisse เหมาะกับงานเติมเต็มและปรับรูปหน้าที่ต้องการแรงพยุง
- Belotero เหมาะกับงานที่เน้นความเรียบเนียนและกลืนกับผิว
- Teoxane เหมาะกับบริเวณที่มีการขยับของใบหน้าบ่อย
- Revanesse เหมาะกับคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างการขึ้นรูปและความยืดหยุ่น
- Jalor เหมาะกับงานเติมเต็มที่ต้องการทั้งความคงรูปและความยืดหยุ่น
ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ที่นี่มีคำแนะนำ
ฉีดฟิลเลอร์เกาหลี อยู่ได้นานกี่เดือน ?
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์เกาหลีอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ครับ แต่ระยะเวลาจะไม่เท่ากันในทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับทั้งตัวฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการใช้ชีวิตของคนไข้ โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อความคงอยู่ของฟิลเลอร์ มีดังนี้
- ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ แต่ละรุ่นมีความหนาแน่นและโครงสร้าง HA ต่างกัน จึงสลายตัวเร็ว-ช้าต่างกัน
- ตำแหน่งที่ฉีด บริเวณที่ขยับบ่อย เช่น ปาก อาจสลายเร็วกว่า ขณะที่คางหรือขมับอาจคงผลลัพธ์ได้นานกว่า
- ปริมาณที่ใช้ การใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณและชั้นที่เหมาะสมมีผลต่อความต่อเนื่องของผลลัพธ์
- การเผาผลาญของแต่ละคน คนที่มี Metabolism สูงหรือออกกำลังกายหนักเป็นประจำ อาจสลายฟิลเลอร์ได้เร็วขึ้น
- เทคนิคและชั้นที่ฉีด การวางฟิลเลอร์ในชั้นที่เหมาะสมช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์ทำงานได้ตรงกับวัตถุประสงค์มากขึ้น
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์เกาหลีแท้ เช็กอย่างไร ?
การฉีดฟิลเลอร์เกาหลี เป็นที่นิยมมากและฟิลเลอร์ปลอมก็เกิดขึ้นในตลาดเพิ่มเช่นกัน ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ต้องหาข้อมูลและควรศึกษาวิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่าง ๆ ไว้ตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยดังนี้ครับ
- มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ภายในกล่อง
- หมายเลข Lot. ตรงกันทุกจุด ได้แก่ เลข Lot. ที่กล่อง, ซอง, สติกเกอร์, หลอด
- สามารถสอบถามเลข Lot. และคลินิกกับบริษัทนำเข้าได้ผ่านช่องทางติดต่อที่ให้ไว้
- ควรให้แพทย์แกะกล่องและหลอดฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า โดยทางคลินิกจะอนุญาตให้คนไข้นำกล่องฟิลเลอร์กลับบ้านได้ นำไปตรวจสอบเพื่อความมั่นใจว่าเป็นของแท้
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์เกาหลี ยี่ห้อ Neuramis ของแท้
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์เกาหลี ยี่ห้อ Flore ของแท้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์เกาหลี
ฟิลเลอร์เกาหลี ดีไหม ?
ฟิลเลอร์เกาหลีเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ เพราะมีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และมีช่วงราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ควรเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งฉีด ปัญหาของคนไข้ และคุณสมบัติของฟิลเลอร์แต่ละรุ่น
ฟิลเลอร์เกาหลี อยู่ได้นานไหม ?
โดยทั่วไปฟิลเลอร์เกาหลีสามารถอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ และการเผาผลาญของแต่ละคนครับ
ฟิลเลอร์เกาหลี เหมาะกับฉีดจุดไหน ?
สามารถใช้ได้หลายบริเวณ เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ ปาก คาง และกรอบหน้า ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและข้อบ่งใช้ของแต่ละรุ่นครับ หมอจะเลือกเนื้อฟิลเลอร์และชั้นฉีดให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
ฟิลเลอร์เกาหลี ต่างจากฟิลเลอร์ยุโรปและอเมริกาอย่างไร ?
ความต่างหลักอยู่ที่เทคโนโลยีการผลิต การ Cross-link โมเลกุล HA รวมถึงความแน่น ความยืดหยุ่น และแรงพยุงของแต่ละแบรนด์ครับ
ฟิลเลอร์เกาหลี ราคาถูกกว่า แปลว่าคุณภาพไม่ดีไหม ?
ไม่จำเป็นครับ ราคาของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สิ่งสำคัญคือควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เลือกให้เหมาะกับตำแหน่ง และตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ
ฟิลเลอร์เกาหลี ปลอดภัยไหม ?
ฟิลเลอร์เกาหลีถือเป็นฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูง เพราะได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี (KFDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมมาตรฐานด้านสุขภาพของประเทศเกาหลี และฟิลเลอร์บางตัวนั้นยังได้การรับรองจาก อย. อเมริกา (US FDA) และมาตรฐานยุโรป (CE Mark) ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยครับ
ฟิลเลอร์เกาหลี มียาชาในตัวไหม ?
ฟิลเลอร์เกาหลีบางรุ่นมียาชาผสมในตัว แต่ไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะมียาชาผสมมา ในปัจจุบันหลายยี่ห้อและหลายรุ่นของฟิลเลอร์เกาหลีมีการผสมยาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บขณะฉีด แต่หากคนไข้เลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่มียาชาผสม ก็ไม่ต้องกังวลครับ เนื่องจากก่อนฉีดแพทย์จะทายาชา ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง
สรุป ฟิลเลอร์เกาหลี น่าใช้ไหม เลือกอย่างไรให้เหมาะ ?
ฟิลเลอร์เกาหลี เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไข้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มวอลลุ่ม หรือปรับรูปหน้าในงบประมาณที่เข้าถึงง่ายครับ ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อและหลายรุ่นให้เลือก จุดสำคัญคือไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูคุณสมบัติของฟิลเลอร์แต่ละรุ่นให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาที่ต้องการแก้ร่วมด้วย
หากยังไม่แน่ใจว่าฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้อไหนหรือรุ่นใดเหมาะ หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินใบหน้าเป็นรายบุคคลก่อนครับ เพื่อวางแผนทั้งตำแหน่ง รุ่น และปริมาณให้เหมาะกับปัญหาและผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการมากที่สุดครับ


