ไขมันทรานส์ คืออะไร อันตรายแค่ไหน ? อ้วนแล้วกำจัดไขมันอย่างไรได้บ้าง ?

Reading Time: 3 minutes
ไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ TRANS FAT

หลังจากที่ช่วงก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงฯ เกี่ยวกับกรดไขมันทรานส์ (Trans fat acid) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลายคนตระหนักถึงอันตรายของไขมันทรานส์กันมากขึ้น ในบทความนี้หมอจะสรุปเกี่ยวกับข้อเสียของไขมันทรานส์ ว่าหากได้รับมากไปจะทำให้เกิดผลอะไรบ้าง? อันตรายไหม? และในคนที่มีปัญหาโรคอ้วน ควรระวังหรือมีวิธีลดไขมันอย่างไรบ้างครับ

สารบัญ ไขมันทรานส์


ไขมันทรานส์ คืออะไร ?

กรดไขมันแบ่งออกเป็นหลายชนิด ทั้งกรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งไขมันทรานส์เป็นหนึ่งในประเภทของกรดไขมัน ที่เกิดจากการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) ให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid) ด้วยการเติมไฮโดรเจนหรือปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชัน เพื่อให้สามารถเพิ่มระยะเวลาเก็บรักษาได้นานขึ้น ไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไข ทนความร้อนสูง ซึ่งหากยิ่งผ่านการแปรรูปมากเท่าไหร่ ไขมันทรานส์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เช่น เนยขาว มาการีน ครีมเทียม

ไขมันทรานส์ มาการีน

ประเภทของไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามแหล่งที่มา ได้แก่

  1. ไขมันทรานส์ ที่ได้จากธรรมชาติ ส่วนนี้มักพบได้น้อย เช่น ในเนื้อสัตว์เคี้ยวเอื้อง นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม
  2. ไขมันทรานส์ ที่ได้จากกระบวนการอุตสาหกรรม หรือการปรุงอาหารด้วยความร้อน เช่น ขนมหรืออาหารที่ใช้ เนยขาว มาการีน ครีมเทียม เบเกอรี่ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟรนซ์ฟรายส์ แฮมเบอร์เกอร์และขนมกรุบกรอบ

ไขมันทรานส์ นอกจากช่วยยืดอายุของอาหาร รสชาติใกล้เคียงกับไขมันที่มาจากสัตว์ ยังมีราคาถูกกว่าไขมันทั่วไป จึงได้รับความนิยมในวงการอุตสาหกรรมอาหารต่าง ๆ เพื่อลดต้นทุน


ขมันทรานส์ อันตรายไหม ?

แม้ดูเหมือนไขมันทรานส์มีประโยชน์และอำนวยความสะดวกได้มากในวงการอุตสาหกรรมอาหาร แต่ไขมันทรานส์เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของคนเราครับ การรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ จะเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL – Cholesterol) และลดไขมันดีในเลือด (HDL – Cholesterol ) นอกจากนี้ยังเพิ่มน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไป อ้วนขึ้น

ไขมันทรานส์เพิ่มน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน

หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกเริ่มมีการแบนไขมันทรานส์ออกจากอาหารต่าง ๆ หรือกำหนดให้ต้องติดฉลากบอกปริมาณไขมันทรานส์ที่ใช้ ซึ่งไขมันทรานส์เป็นต้นเหตุ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ดังนี้

ไขมันทรานส์ อันตรายต่อสุขภาพตัวการโรคร้าย

  1. โรคหัวใจ
  2. โรคหลอดเลือดหัวใจ
  3. โรคอ้วน
  4. โรคเบาหวาน
  5. มะเร็งเต้านม 
  6. โรคตับ
Vsquare tips

ข้อควรรู้ : องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ (FAO) แนะนำให้บริโภคไขมัน ทรานส์ไม่เกิน 1% ของค่าพลังงานต่อวัน และอาหารที่เขียนฉลากว่า Trans Fat 0% ก็ใช่ว่าจะไม่มีไขมันทรานส์เลยครับ เนื่องจากกฎหมายบางประเทศ อนุญาตให้เขียน Trans Fat 0% หรือ 0 gram trans fat ได้ หากมีปริมาณไขมันทรานส์ไม่ถึง 0.5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

Trans Fat 0%

อาหารที่มีไขมันทรานส์

อาหารที่มีไขมันทรานส์

อาหารที่มีไขมันทรานส์และควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนยขาว มาการีน ครีมเทียม นมข้นหวาน นมข้นจืด โดนัท ขนมเค้ก พาย คุกกี้
เฟรนซ์ฟรายส์ ไก่ทอด ป๊อปคอร์น แฮมเบอร์เกอร์ ขนมกรุบกรอบ ฯลฯ สำหรับวิธีเลี่ยงไขมันทรานส์ที่อาจเจอได้ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคควรปฏิบัติ ดังนี้

  1. อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ เช็คว่ามีไขมันทรานส์หรือไม่
  2. เลือกใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของ Partially Hydrogenated, Hydrogenated Oil
  4. ลดการทานเนื้อสัตว์ติดมัน หันมาทานผัก ผลไม้มากขึ้น
  5. เลือกเนยแท้แทนเนยเทียม หรือใช้เนยเทียมชนิดเหลว ไม่แข็งมาก (ยิ่งแข็งยิ่งมีไขมันทรานส์มาก)

วิธีสังเกตไขมันทรานส์จากฉลากอาหาร (อ่านก่อนซื้อ ลดเสี่ยงได้จริง)

หลายคนคิดว่าแค่ไม่กินของทอดก็พอ แต่ความจริงแล้วไขมันทรานส์จำนวนมากไม่ได้อยู่ในของทอดอย่างเดียว แต่อยู่ในอาหารแปรรูปและเบเกอรีจำนวนมาก ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ หากรู้วิธีอ่านฉลากโภชนาการครับ

ให้สังเกตจุดสำคัญดังนี้

  • มองหาคำว่า “Partially Hydrogenated Oil” หรือ “น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจนบางส่วน” หากพบคำนี้ในส่วนประกอบ แปลว่ามีไขมันทรานส์ แม้ฉลากจะระบุ 0 กรัมก็ตาม
  • คำว่า 0 กรัม ไม่ได้แปลว่าไม่มี เพราะกฎหมายอนุญาตให้ระบุ 0 กรัมได้ หากต่อหนึ่งหน่วยบริโภคมีไขมันทรานส์น้อยกว่า 0.5 กรัม แต่หากกินหลายชิ้น ปริมาณจะสะสมได้
  • อาหารที่พบบ่อยโดยไม่รู้ตัว เช่น ครีมเทียม นมข้นหวาน เบเกอรี ขนมปังกรอบ โดนัท พาย แครกเกอร์ เนยเทียม มาการีน และขนมอบที่เก็บได้นาน
  • อาหารทอดซ้ำ ร้านที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง จะทำให้น้ำมันเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างและเพิ่มไขมันทรานส์ แม้เดิมจะไม่ใช่น้ำมันที่มีทรานส์ก็ตาม

ดังนั้นการหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ไม่ได้ขึ้นกับการงดอาหารบางชนิดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเลือกอาหารและอ่านฉลากก่อนซื้อ หากลดการรับไขมันทรานส์ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในระยะยาวครับ


วิธีกำจัดไขมันทรานส์จากร่างกาย

ด้วยการใช้ชีวิตในปัจจุบันอาจทำให้เราหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ได้ยาก แต่ยังสามารถลดปริมาณหรือกำจัดส่วนที่เป็นไขมันเลวออกจากร่างกายได้ครับ โดย

  1. กินไขมันดีให้มากขึ้น ได้แก่ ไขมันจากปลา ธัญพืช น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกทานตะวัน
  2. ทานอาหารที่ช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด เช่น ถั่ว ธัญพืช โฮลเกรน เมล็ดฟักทอง กล้วย แก้วมังกร ลุกพรุน แอปเปิ้ล
  3. เลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักใบเขียว ผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง ม่วง แดง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ระดับไขมันเลวในร่างกายกายลดน้อยลงได้
บริโภคไขมันดีให้มากขึ้น

และหากใครกำลังมีปัญหาความอ้วน ไขมันส่วนเกินจากการบริโภคไขมันทรานส์มากเกินไป อาจใช้หัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดเมโสแฟต การดูดไขมัน การทำ Coolsculpting ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร และการใช้ชีวิต จะช่วยให้ได้รูปร่างที่สวยงาม ควบคู่ไปกับการมีสุขภาพดีได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : CoolSculpting VS การดูดไขมัน VS การสลายไขมันส่วนเกินด้วยวิธีต่าง ๆ


สรุปไขมันทรานส์ ตัวการทำลายสุขภาพ

สำหรับไขมันทรานส์ หากเลี่ยงได้แนะนำให้เลี่ยงครับ หรือพยายามบริโภคในปริมาณที่น้อยที่สุด เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพ ไม่มีไขมันส่วนเกิน ไม่เกิดการสะสมของไขมันจนอ้วนขึ้น มีห่วงยาง หรือใครที่รู้สึกมีปัญหาสุขภาพ มีความเสี่ยงจะเป็นโรคต่าง ๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อที่จะได้ช่วยแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Fillstim B นวัตกรรมฉีดผิวหน้าใสจากอิตาลี ลดสิว ผดผื่น เพื่อผิวสุขภาพดีในระยะยาว

Reading Time: 4 minutesปัจจุบันผู้คนหันมาความสนใจดูแลผิวหน้ามากขึ้นครับ ทำให้หัตถการการฉีดผิวหน้าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Fillstim B หนึ่งในนวัตกรรมผิวพรรณจากอิตาลี ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยปัญหาสิว ผดผื่น รอยดำ และผิวหมองคล้ำ ได้รับความสนใจมากขึ้น Fillstim B คือะไร มีจุดเด่นข้อดีอย่างไร

September 14, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ฉีดกี่เข็ม ? ต้องเว้นกี่เดือน ? ฉี...

Reading Time: 3 minutesการฉีดวัคซีน HPV ให้ครบจำนวนเข็มตามโปรแกรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้เต็มประสิทธิภาพ หลายคนสงสัยว่า วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ต้องฉีดกี่เข็ม ? เว้นระยะห่างนานแค่ไหน ? และอายุเท่าไหร่ควรเริ่มฉีด ? บทความนี้หมอจะสรุปข้อมูลสำคัญแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้วางแผนฉีดวัคซีนได้ถูกต้อง และลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ในระยะยาวครับ

ฉีดวัคซีน HPV ที่ไหนดี ? แนวทางเลือกสถานที่ฉีดให้ปลอดภัย ...

Reading Time: 3 minutesปัจจุบันมีทั้งโรงพยาบาลและคลินิกความงามที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เลือกฉีดวัคซีน HPV ที่ไหนดี ? ควรพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล มาตรฐานการดูแล บุคลากรทางการแพทย์ และความสะดวกในการนัดหมาย เพราะวัคซีน HPV จำเป็นต้องฉีดต่อเนื่อง 2-3 เข็ม เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอย่างครอบคลุม

ฉีดมะเร็งปากมดลูก ราคาเท่าไหร่ ? ต้องฉีดกี่เข็ม คุ้มไหม ป...

Reading Time: 3 minutesฉีดมะเร็งปากมดลูก ราคาเท่าไหร่ หลายคนอยากรู้ราคาก่อนตัดสินใจฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV อีกหลายชนิด สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ โดยราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน จำนวนเข็ม และสถานพยาบาลที่เลือกเข้ารับบริการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า