ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? ใช้อย่างปลอดภัย ลดจริง ไม่เสี่ยงกลับมาอ้วนซ้ำ

Reading Time: 3 minutes

ตอบข้อสงสัย ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ?

ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม

ในยุคที่การลดน้ำหนักกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน ปากกาลดน้ำหนักหรือที่เรียกว่า GLP-1 agonist ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักได้จริง อย่างไรก็ตาม คำถามที่ผู้ใช้สนใจมากที่สุดคือ ” ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ” หลังจากหยุดใช้

หมอขอแชร์ข้อมูลและแนวทางการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถใช้ได้ถูกต้อง โดยไม่เสี่ยงโยโย่ และวิธีป้องกันน้ำหนักกลับมาหลังหยุดใช้ครับ

สารบัญ ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ?


ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? ใช้อย่างไร ลดได้จริง

การใช้ปากกาลดหนักอย่างผิดวิธีมีโอกาสโยโย่ได้ครับ โดยเฉพาะคนที่หาซื้อมาใช้เอง ปรับขนาดเอง และหยุดใช้เองอย่างกะทันหัน แต่ในทางกลับกัน หากใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีก็จะสามารถได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถลดหนักได้ ภายใต้สุขภาพที่แข็งแรง

ผลลัพธ์เห็นชัด เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การทำงานของปากกาลดหนัก ที่ทำงานโดยการกระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกาย ซึ่งช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และชะลอการย่อยอาหารในกระเพาะ ผลลัพธ์คือคนไข้จะกินน้อยลง อิ่มนาน คุมหิว ช่วยให้น้ำหนักลดลง แต่เมื่อหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก ระดับฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติ ความอยากอาหารก็จะกลับมา หากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายระหว่างที่ใช้ยา น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาได้

จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักโดยไม่มีการเตรียมตัว หรือหาซื้อมาใช้เองโดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ มีโอกาสที่จะมีน้ำหนักกลับคืนประมาณ 50-70% ของน้ำหนักที่ลดไปภายใน 1 ปี

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง ปรับลดขนาดยาตามการประเมินของแพทย์ ก็จะไม่โยโย่ครับ

5 สาเหตุหลัก ใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่ถูกต้อง ตัวการทำโยโย่

  1. พึ่งพายาเพียงอย่างเดียว : หลายคนคิดว่าแค่ปักปากกาก็จะผอม น้ำหนักลด โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด การใช้ปากกาลดน้ำหนักยังต้องอาศัยความร่วมมือจากตัวคนไข้ด้วย โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย
  2. กินอาหารน้อยเกินไป : เนื่องจากคุณสมบัติของตัวยาในปากกาลดน้ำหนักส่งผลให้รู้สึกอิ่มง่าย บางคนอาจกินน้อยจนเกินไป ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารและมวลกล้ามเนื้อลดลง เมื่อหยุดยา การเผาผลาญจะช้าลงและน้ำหนักกลับมาเร็วขึ้น
    ดังนั้นในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอจึงแนะนำให้เลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อไม่ให้ร่างกายเสียมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมน้ำหนักที่หายไปครับ
  3. ไม่ออกกำลังกาย : การไม่ออกกำลังกายระหว่างลดน้ำหนักทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อน้อยลง อัตราการเผาผลาญพื้นฐานก็จะลดลงด้วย ทำให้ง่ายต่อการอ้วนกลับมา
  4. หยุดยาอย่างกะทันหัน : การหยุดใช้ยาทันทีโดยไม่มีการปรับลดขนาดยาแบบค่อย ๆ ลด จะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ความอยากอาหารจะกลับมาอย่างรวดเร็ว และมักนำไปสู่การกินมากเกินไป
  5. ใช้ปากกาเอง ไม่มีการดูแลติดตามผลกับแพทย์ : การใช้ปากกาลดหนัก จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ เพราะเป็นยาควบคุมพิเศษ ห้ามหาซื้อมาใช้เอง ในเคสที่หาซื้อมาใช้เอง ไม่มีการปรับลดขนาดโดสยาอย่างเหมาะสม ไม่มีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไม่ทราบว่าควรปรับขนาดยาหรือวางแผนหลังหยุดยาอย่างไร เมื่อหยุดใช้โอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟคก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย
ข้อระวังการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ใครบ้างเสี่ยงโยโย่จากปากกาลดน้ำหนัก ?

ในเบื้องต้นหลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักจะไม่โยโย่ หากฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 เดือน ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะการฉีดปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้กระเพาะอาหารปรับขนาดได้ถาวร

ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสโยโย่หลังหยุดปากกาลดน้ำหนัก จะมาจาก

  • มีพฤติกรรมการกินแบบ Emotional Eating หรือ ในกลุ่มคนที่กินเพื่อระบายอารมณ์ กินระบายความเครียด ในคนกลุ่มนี้มักกลับไปกินมากเมื่อหยุดยา (พบในเคสที่หยุดยาเอง) เพราะตัวยาช่วยควบคุมความอยากอาหารได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
  • ผู้ที่ไม่มีเป้าหมายระยะยาว การลดน้ำหนักเพื่อเหตุผลชั่วคราว เช่น งานแต่งงาน ทำให้ขาดแรงจูงใจในการรักษาน้ำหนักหลังหยุดยา
  • ผู้ที่มีกิจวัตรประจำวันไม่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพ คนที่ทำงานหนัก นอนน้อย มีความเครียดสูง มักขาดเวลาในการออกกำลังกายและเตรียมอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

แนวทางใช้ปากกาลดน้ำหนักปลอดภัย ไม่เสี่ยงโยโย่

เพื่อให้การใช้ปากกาลดน้ำหนักได้ผลดีและไม่โยโย่ ควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
  1. ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ แพทย์จะประเมินว่าคนไข้เหมาะสมกับยาหรือไม่ มีการซักประวัติ เช็กสุขภาพพื้นฐาน และวางแผนการลดน้ำหนักที่เหมาะกับ ไม่แนะนำซื้อปากกาลดน้ำหนักมาใช้เอง
  2. ตั้งเป้าหมายที่สมจริง ควรลดน้ำหนักประมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัวในช่วง 3-6 เดือนแรก การลดเร็วเกินไปเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและโยโย่
  3. ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ แม้จะอิ่มง่าย แต่ต้องกินให้ครบถ้วน เน้นโปรตีนเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ ผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หลีกเลี่ยงการกินน้อยกว่า 1,200 แคลอรีต่อวัน
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและเพิ่มการเผาผลาญ
  5. สร้างพฤติกรรมใหม่ที่ยั่งยืน ใช้ช่วงที่ใช้ปากกาลดนน้ำหนัก เป็นโอกาสในการสร้างนิสัยใหม่ เช่น กินช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด กินแบบ Mindful Eating และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของทอด ของหวาน ของมัน ครับ
  6. ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ตลอดการใช้เพื่อประเมินผล ปรับขนาดยา และรับคำแนะนำ วัดน้ำหนัก วัดรอบเอว และตรวจองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) เพื่อติดตามผล
  7. วางแผนหลังหยุดยาตั้งแต่เริ่มต้น ควรมีแผนว่าหลังหยุดการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อรักษาน้ำหนักเดิม เช่น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น หรือเพิ่มความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย
ปรึกษาแพทย์ปากกาลดน้ำหนัก

ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง ?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • คลื่นไส้และอาเจียน เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว
  • ท้องเสีย ระบบทางเดินอาหารอาจทำงานผิดปกติชั่วคราว กินอาหารให้น้อยลงในแต่ละมื้อจะช่วยลดอาการได้
  • ท้องผูก บางคนมีอาการท้องผูก แนะนำควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้ให้เพียงพอ
  • ปวดท้อง อาจรู้สึกปวดท้องเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณท้องส่วนบน

ข้อควรระวังพิเศษ

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารีในตนเองหรือครอบครัว
  • ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ที่มีโรคไตหรือตับรุนแรง

หลังหยุดปากกาลดน้ำหนักดูแลตัวเองอย่างไร ไม่อ้วนซ้ำ

หลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก และการรักษาน้ำหนักเดิม เพื่อไม่กลับไปอ้วนซ้ำอีก ควรปฏิบัติดังนี้

  • ออกกำลังกายและกินอาหารดี ๆ
  • ควบคุมปริมาณอาหาร แม้จะหิวมากขึ้น แต่ต้องรู้จักกินพอดี ใช้จานเล็กลง กินช้า ๆ
  • เน้นโปรตีนและไฟเบอร์ อาหารทั้งสองประเภทนี้ช่วยให้อิ่มนานและดีต่อสุขภาพดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยให้รู้สึกอิ่มและเพิ่มการเผาผลาญ
  • จัดการความเครียด หาวิธีผ่อนคลายที่ไม่ใช่การกิน
  • นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนน้อยทำให้ฮอร์โมนควบคุมความหิวผิดปกติ แนะนำควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

FAQ รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ?

จริง ๆแล้ว ปากกาลดความอ้วนอันตรายไหม ?

ปากกาลดความอ้วนไม่อันตราย หากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

ยากลุ่ม GLP-1 agonist ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยมีการศึกษาวิจัยรองรับความปลอดภัยและประสิทธิภาพมากมาย ยาเหล่านี้ถูกใช้มานานกว่า 15 ปีในการรักษาเบาหวาน ก่อนที่จะได้รับอนุมัติให้ใช้ลดน้ำหนัก

อย่างไรก็ตาม ยาทุกชนิดมีทั้งข้อดีและความเสี่ยง ปากกาลดน้ำหนักอาจไม่เหมาะกับ

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดพิเศษ
  • ผู้ที่มีโรคตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ที่มีโรคไตหรือตับขั้นรุนแรง
  • เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี (ยกเว้นบางกรณีที่แพทย์พิจารณา)

ดังนั้น การตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้จึงสำคัญมาก ห้ามซื้อยาหรือปากกาลดน้ำหนักมาใช้เองหรือซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจได้ยาปลอม ไม่มีคุณภาพ ซึ่งอันตรายมากครับ

ปากกาลดน้ำหนัก ลดได้กี่กิโล ?

ผลลัพธ์ของการใช้ปากกาลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยเฉลี่ย ลดได้ประมาณ 15-20% ของน้ำหนักตัว ภายใน 6-12 เดือน

  • Semaglutide (Wegovy) ช่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15%
  • Tirzepatide (Mounjaro) ช่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15-20%

สิ่งสำคัญ ไม่ควรคาดหวังว่าจะลดน้ำหนักได้เร็วมาก ๆ เพราะการลดที่ดีที่สุดคือ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้และลดความเสี่ยงของการโยโย่

การฉีดเปปไทด์ฮอร์โมนช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร ?

ปากกาลดน้ำหนัก คืออุปกรณ์ฉีดสารเปปไทด์ (Peptide Hormone)ที่ใช้ลดน้ำหนัก โดยเฉพาะกลุ่ม GLP-1 agonist ทำงานโดยการเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย เพื่อควบคุมความหิวและการย่อยอาหาร ตัวยาสำคัญ เช่น Liraglutide (Saxenda),Semaglutide (Wegovy/Ozempic) และTirzepatide (Mounjaro) สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์


สรุปปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ?

ปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ? คำตอบคือ หากใช้อย่างถูกต้องไม่โยโย่ครับ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อประเมินความเหมาะสม วางแผนการใช้ที่เหมาะกับตัวคนไข้ และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

การใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จะมีความปลอดภัยสูง ช่วยให้คนไข้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาใช้ปากกาลดน้ำหนัก

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักดีไหม ? รีวิวความจริง ผลลัพธ์ และข้อควรระวังก่อนใช้

Reading Time: 4 minutesต้องยอมรับว่ากระแสในช่วงนี้ ปากกาลดน้ำหนักค่อนข้างมาแรง มีคนไข้เข้ามาสอบถามข้อมูลเยอะมากครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีคำถาม " ปากกาลดน้ำหนักดีไหม ลดจริงไหม ? " และที่สำคัญคือ " ปลอดภัยแค่ไหน ? " เมื่อมีแพทย์และองค์การอาหารและยา (อย.) ออกมาเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง

February 27, 2026 อ่านต่อ

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda หนึ่งทางเลือก ควบคุมน้ำหนัก ปรับรู...

Reading Time: 4 minutesการลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ เพราะดูเหมือนเป็นวิธีที่สะดวกและราคาไม่สูงมาก ซึ่งปัจจุบันมีปากกาลดน้ำหนักหลายยี่ห้อ หนึ่งในนั้นคือ ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีหลักการทำงานอย่างไร ? ข้อดี วิธีใช้ ไปจนถึงข้อควรระวังต่าง ๆ รวมถึงความแตกต่างของปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ หมอมีข้อมูลมาให้ศึกษาในบทความนี้ครับ

Sculptra รีวิวหลังฉีด เห็นผลแค่ไหน ? อายุเท่าไหร่ ควรใช้ก...

Reading Time: 3 minutesSculptra รีวิว บทความนี้ หมอจะพาไล่ตั้งแต่คำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดว่า “ฉีดแล้วเห็นผลจริงไหม ต้องใช้อายุเท่าไหร่ ใช้กี่ขวดถึงจะคุ้ม” ไปจนถึงการเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนฉีด-หลังฉีดแบบเป็นขั้นเป็นตอน พร้อม Timeline จริงหลังทำ เพื่อให้เข้าใจว่า Sculptra เป็นหัตถการสายฟื้นฟูผิวที่ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และเหมาะกับใครบ้างครับ

ฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี 2026 มีรุ่นไหนบ้าง ? เลือกอย่...

Reading Time: 4 minutesฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจฉีดหน้าผาก เนื่องจากปัจจุบันมี Filler หลากหลายยี่ห้อและหลายรุ่น การเลือกให้เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของยี่ห้อ แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะกับสภาพผิว ลักษณะหน้าผาก และผลลัพธ์ที่ต้องการ ในบทความนี้ หมอรวบรวมแนวทางการเลือกยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับบริเวณหน้าผาก พร้อมข้อควรรู้ก่อนฉีด เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ไหนดี ? 10 เกณฑ์การเลือกคลินิกให้ปลอดภั...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ไหนดี ? ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว ต้องดูมาตรฐานคลินิก และประสบการณ์แพทย์เป็นหลัก เนื่องจากการเติมขมับ เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะในการฉีด ถึงจะออกมาละมุนสวย ดูเป็นธรรมชาติ และรับกับโครงหน้าโดยรวม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า