คลายข้อกังวล ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?
ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ? หลายคนที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งนี้อาจมีความกังวล เนื่องจากบริเวณนี้ค่อนข้างบอบบางและอยู่ใกล้ดวงตามาก
บทความนี้หมอจะมาตอบทุกข้อสงสัยว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ปลอดภัยไหม ? ตาบอดได้จริงไหม ? พร้อมแนะนำคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้คนไข้มั่นใจก่อนตัดสินใจทำหัตถการครับ
สารบัญ ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม ปลอดภัยหรือไม่ ?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่อันตรายครับ ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง หากฉีดใต้ตาด้วยการใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ของแท้ ได้มาตรฐาน สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
เนื่องจากบริเวณใต้ตา เป็นจุดที่มีความซับซ้อนทางกายวิภาค หากแพทย์มีความเข้าใจในโครงสร้างผิวอย่างดี เลือกใช้ชนิดฟิลเลอร์และปริมาณได้เหมาะสมกับปัญหา จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นอาการทั่วไปที่พบได้ปกติ ไม่อันตราย และสามารถหายได้เองตามธรรมชาติครับ โดยอาการที่สามารถพบได้มีดังนี้
- รู้สึกตึงผิวบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
- รอยแดงหรือรอยช้ำจากเข็ม โดยปกติจะค่อย ๆ จางลงและหายได้เองใน 2-3 วัน
- อาการบวมจากตัวยาฟิลเลอร์ อาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงและเข้าที่ใน 2 สัปดาห์
ทั้งนี้หากคนไข้สังเกตอาการแล้วพบว่ามีอาการบวมแดงรุนแรง ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือสีผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนไป ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและดูแลอย่างใกล้ชิดทันทีครับ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายกรณีไหนบ้าง ?
ความเสี่ยงหรือปัญหาที่รุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มักไม่ได้เกิดจากตัวสารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ของแท้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยภายนอกที่คนไข้ควรเฝ้าระวัง ดังนี้
ฟิลเลอร์ปลอม
การใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองจากอย. เป็นสารจำพวกซิลิโคนเหลว ราคาถูก ที่ไม่สามารถสลายได้ เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครับ
เพราะเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้จะจับตัวกันเป็นก้อนหรือไหลย้อย ทำให้เกิดการอักเสบ หรือฟิลเลอร์เน่า ซึ่งวิธีการรักษาจำเป็นต้องขูดออกหรือผ่าตัดออกเท่านั้น และยิ่งบริเวณใต้ตาที่มีเส้นเลือดอยู่มากก็ยิ่งมีความเสี่ยง ฟิลเลอร์ปลอมจึงเป็นสิ่งที่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงครับ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นบริเวณที่ต้องพิถีพิถันในการฉีดเพราะผิวหนังใต้ตาค่อนข้างบาง หากฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือหมอกระเป๋า ขาดประสบการณ์ในการฉีด ประเมินชั้นผิวผิด หรือใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินความจำเป็น อาจทำให้ใต้ตาเป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติ
และหากใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้องจนตัวยาเข้าไปอุดตันเส้นเลือด (Vascular Occlusion) อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางดวงตา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเสี่ยงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ครับ
ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรให้ความสำคัญกับแพทย์ผู้ฉีดไม่แพ้กัน โดยหมอที่มีประสบการณ์จะสามารถเลือกประเภทฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดได้อย่างเหมาะสม มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง มีความรู้ในด้านกายวิภาคเป็นอย่างดี และใช้ความระมัดระวังในการฉีดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คนไข้พึงพอใจ ฟิลเลอร์ไม่จับตัวเป็นก้อนในภายหลังครับ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วตาบอดได้จริงไหม ?
หากถามว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วตาบอดได้จริงไหม คำตอบคือ สามารถเกิดขึ้นได้ หากเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน (Vascular Occlussion)
โดยภาวะนี้เกิดจากการที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือดโดยตรง หรือฉีดในปริมาณมากเกินไปจนกดทับเส้นลือดที่เชื่อมไปยังจอประสาทตา ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงดวงตาได้ตามปกติ จนทำให้สูญเสียการมองเห็น แต่โอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากครับ ถ้าหากทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดมีจริงไหม ? เกิดจากสาเหตุใด ทำอย่างไรไม่ให้เสี่ยง ?
เติมใต้ตาด้วยฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน อันตรายไหม ?
โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากคลำเจอเป็นก้อนเล็ก ๆ ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้ปกติครับ เพราะเป็นช่วงที่เนื้อฟิลเลอร์ใต้ตากำลังค่อย ๆ ผสานตัวเข้ากับชั้นผิว
แต่ถ้าหากผ่านไปหลายเดือนแล้วยังเห็นเป็นก้อนนูนใต้ตาชัดเจน หรือเห็นเป็นเงาแสงสีฟ้าเมื่อกระทบแสง เรียกว่า Tyndall Effect ในกรณีไม่ได้อันตรายร้ายแรง แต่อาจกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสามารถแก้ไขให้เรียบเนียนได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ทันทีครับ
กรณีเดียวที่ถือว่าอันตราย คือก้อนนูนที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือซิลิโคนเหลวครับ เพราะเป็นสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่สามารถสลายเองได้ จนทำให้เกิดการอักเสบในระยะยาว และไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ต้องทำการรักษาด้วยวิธีขูดหรือผ่าตัดเอาสิ่งแปลกปลอมออกเท่านั้นครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เกิดมาจากอะไร ? อันตรายไหม ? มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?
ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีวิธีเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไร ?
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีทั้งก่อน-หลังทำหัตถการ จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยบวมช้ำ และลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- งดยาและวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ในช่วง 3-7 วันก่อนฉีด ควรหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์รอบดวงตา เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงในการอักเสบและขยายตัวของหลอดเลือด
- คนไข้ต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติการทำศัลยกรรม รวมถึงแจ้งหากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อให้แพทย์ประเมินอย่างถูกต้อง
วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- หลีกเลี่ยง การกด นวด บริเวณที่ทำหัตถการ ทั้งนี้อาจมีอาการบวมจุดที่ฉีด ซึ่งจะหายได้เองใน 7-14 วันครับ
- ควรอยู่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาเซ็ตตัวได้ดีครับ
- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ อาหารดิบ และของหมักดอง เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ครับ
- หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรงดเลเซอร์ร้อน ที่ส่งพลังงานลงชั้นผิว เป็นเวลา 1 เดือนครับ
- แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ ให้เพียงพอกับร่างกาย เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้นครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม: ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่ควรรู้ เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่นานขึ้น แต่ละจุดดูแลอย่างไร ?
วิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ปลอดภัย ลดเสี่ยงอันตราย ?
เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐาน สังเกตอย่างไร ? หมอมีข้อแนะนำในการพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้
- เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐาน และขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง สังเกตได้จากการมีป้ายชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และมีการแสดงใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลเพื่อให้ความมั่นใจกับคนไข้ที่เข้ารับบริการ
- คลินิกต้องสะอาด สว่าง ไม่อับ หรือแคบ มีพื้นที่สำหรับทำหัตถการกว้างขวาง อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก มองเห็นได้ง่าย แนะนำว่าควรมีที่จอดรถ หรืออยู่ในห้างสรรพสินค้า หากมีปัญหาสามารถเข้ามาติดต่อคลินิกได้ทันที มีความน่าเชื่อถือ หากต้องรอคิวทำก็สามารถเดินเล่นหรือหาอะไรทานรอได้
- มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ คลินิกที่ดีควรมีการนัดติดตามผลหลังทำทุกครั้ง และมีการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างละเอียด
- มีช่องทางติดต่อ นัดหมายล่วงหน้า โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรงตลอดเวลา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
สำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ V Square Clinic ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติเป็นอันดับแรก โดยมีมาตรฐานการดูแลรักษาก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ดังนี้
- ทุกขั้นตอนการรักษาดำเนินการโดยแพทย์มากประสบการณ์ ที่มีความเข้าใจโครงสร้างผิวและปัญหาของคนไข้เป็นอย่างดี
- หมอประเมินปัญหาอย่างละเอียด และเลือกรุ่นฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
- เทคนิคการฉีดเฉพาะตัว ที่เน้นความแม่นยำ ปลอดภัย และช่วยให้ตัวยาผสานเข้ากับผิวได้ดีครับ
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ ตรวจสอบได้ แกะกล่องและหลอดยาใหม่ให้คนไข้ดูต่อหน้าทุกเคส พร้อมทั้งมอบกล่องและหลอดให้คนไข้นำกลับบ้าน เพื่อตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้โดยตรง
- หลังทำหัตถการเสร็จแล้ว ทางคลินิกจะมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไข้มั่นใจในผลลัพธ์ที่ได้
คลิกดูโปรโมชันฟิลเลอร์ใต้ตาที่ V Square Clinic
FAQ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม
Q. ฉีดฟิลเลอร์ตรงไหนอันตรายสุด ?
จุดที่ต้องระมัดระวังมากที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ คือบริเวณจมูกและระหว่างคิ้วครับ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างเส้นเลือดสำคัญที่เชื่อมต่อเข้าสู่จอประสาทตาโดยตรง หากขาดความแม่นยำในการฉีดและตัวยาเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดบริเวณนี้ อาจเสี่ยงต่อภาวะเนื้อเยื่อตายหรือส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้ครับ
Q. ฟิลเลอร์ใต้ตาสลายเองไหม ?
หากฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ของแท้ ตัวยาจะสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ระยะเวลาการคงสภาพจะอยู่ได้นาน 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองของคนไข้ เมื่อตัวยาสลายไปจนหมด ผิวบริเวณที่ทำหัตถการก็จะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้
Q. คนท้องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ไหม ?
แม้จะยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่ชี้ชัดถึงผลกระทบต่อทารก แต่สำหรับคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หมอแนะนำให้งดเว้นการทำหัตถการฉีดสารเติมเต็ม รวมถึงหัตถการความงามอื่น ๆ ไปก่อนครับ ควรรอจนกว่าจะคลอดบุตรและพ้นระยะให้นมบุตรเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยนัดหมายเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวใต้ตากันอีกครั้งเพื่อความสบายใจครับ
สรุปเรื่องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?
สรุปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม ? หากเป็นการฉีดด้วยสารไฮยาลูรอนิก แอซิดของแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัย ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นเป็นธรรมชาติครับ
ส่วนความเสี่ยงหรือปัญหาที่คนไข้พบเห็นตามข่าว มักเกิดจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ดังนั้นหากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก็จะช่วยให้ลดความเสี่ยงการเกิดผข้างเคียงที่้ไม่พึงประสงค์ ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย


