CoolSculpting เจ็บไหม ? เจาะลึกความรู้สึกจริงทุกขั้นตอนก่อนตัดสินใจ

Reading Time: 3 minutes
CoolSculpting เจ็บไหม

CoolSculpting เจ็บไหม

CoolSculpting เจ็บไหม ? เป็นคำถามแรก ๆ ของหลายคนที่กำลังสนใจสลายไขมันด้วยความเย็นครับ เพราะถึงแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ระหว่างทำยังมีทั้งแรงดูดและความเย็น จึงอาจทำให้กังวลเรื่องความรู้สึกขณะทำได้

ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจแบบละเอียดว่า CoolSculpting เจ็บไหม ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร ? ตำแหน่งไหนรู้สึกตึงหรือหน่วงมากกว่ากัน รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังทำครับ

สารบัญ CoolSculpting เจ็บไหม


CoolSculpting เจ็บไหม ? ขณะทำรู้สึกอย่างไร ?

จากประสบการณ์ของหมอ พบว่าขณะทำ CoolSculpting ไม่ได้เจ็บแบบรุนแรง แต่จะมีความรู้สึกตึง และเย็นจัดในช่วงแรกของการทำ จากนั้นจะค่อย ๆ ชาจนรู้สึกสบายขึ้นในระหว่างกระบวนการครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด หมอขอรีวิวความรู้สึกตามลำดับขั้นตอนการทำ CoolSculpting ดังนี้ครับ

ขั้นตอนการทำ CoolSculpting
ขั้นตอนการทำ CoolSculpting

ความรู้สึกในขั้นตอนวางหัวดูด (นาทีที่ 2-5)

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนรู้สึกไม่สบายตัวมากที่สุด เมื่อหัว Applicator เริ่มทำงาน จะเกิดแรงดูดดึงผิวหนังและชั้นไขมันเข้าไปในหัวเครื่อง ความรู้สึกจะคล้ายกับถูกดูดแน่น ๆ ตึง ๆ และถูกหนีบอยู่บริเวณผิว บางคนอาจรู้สึกจุกเล็กน้อยในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนี้มักจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที และจะค่อย ๆ ปรับตัวได้ครับ

ความรู้สึกในขั้นตอนปล่อยความเย็น (นาทีที่ 5-10)

เมื่อหัวดูดเข้าที่แล้ว เครื่องจะเริ่มปล่อยความเย็นอุณหภูมิต่ำลงสู่ชั้นไขมัน ในช่วงนี้จะรู้สึกเย็นจัด คล้ายการประคบน้ำแข็งเป็นเวลานาน อาจมีอาการแสบ คัน หรือปวดหน่วงเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความเย็นกำลังทำงานกับเซลล์ไขมัน

ความรู้สึกในช่วงกลางระหว่างทำ (นาทีที่ 10 เป็นต้นไป)

หลังจากผ่านช่วงแรกไป บริเวณที่ทำ CoolSculpting จะค่อย ๆ เกิดอาการชา ความรู้สึกตึง เย็น หรือแรงดูดจะลดลงจนแทบไม่รู้สึกอะไร ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่สบายที่สุด หลายคนสามารถนอนพัก เล่นมือถือ หรือดูหนังระหว่างทำได้ตามปกติ

ความรู้สึกในขั้นตอนนวดสลายไขมัน (ประมาณ 2 นาทีหลังจบ)

เมื่อครบเวลาที่กำหนด หัวเครื่องจะถูกถอดออก และบริเวณผิวอาจมีลักษณะแข็ง ตึง หรือแดงคล้ำชั่วคราว ซึ่งเป็นผลจากความเย็นจัด จากนั้นทำการนวดคลึงบริเวณดังกล่าวประมาณ 1-2 นาที ในช่วงนี้อาจรู้สึกจี๊ด ๆ หรือปวดหน่วงเล็กน้อย คล้ายเข็มเล็ก ๆ ทิ่ม แต่ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายแตกตัวและถูกกำจัดออกจากร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : [เจาะลึก] CoolSculpting คืออะไร? ได้ผลไหม?

VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : หลังทำ CoolSculpting จำเป็นต้องนวดสลายไขมันทันทีเพื่อทำลายเซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งจนตายแล้วให้แตกตัวดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์สูงสุดได้ถึง 60% เมื่อเทียบกับการไม่นวด โดยการทำ CoolSculpting 1 ครั้ง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันได้ประมาณ 25-30% ซึ่งจะเริ่มเห็นผลใน 3-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 3 เดือน


ปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนรู้สึกเจ็บไม่เท่ากัน ระหว่างทำ CoolSculpting

ความรู้สึกระหว่างทำ CoolSculpting อาจแตกต่างกันได้ในแต่ละคน เพราะร่างกายและตำแหน่งสะสมไขมันส่วนเกินไม่เท่ากันครับ โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย ได้แก่

  • ตำแหน่งที่ทำ : บริเวณที่ผิวบาง พื้นที่เล็ก หรือใกล้กระดูก เช่น เหนียง ต้นแขน ต้นขาด้านใน อาจรู้สึกตึงหรือเสียวมากกว่าบริเวณที่มีไขมันหนา
  • ปริมาณไขมัน : หากมีชั้นไขมันสะสมค่อนข้างมาก หัวเครื่องจะสามารถจับและดูดผิวได้ชัดเจนกว่า
  • ความไวต่อความเย็นของแต่ละคน : บางคนไวต่อความเย็นมาก อาจรู้สึกเสียวหรือชาเร็วกว่า แต่โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อผิวเริ่มชา
  • ระดับการทนเจ็บส่วนบุคคล : คนที่กลัวเจ็บหรือไวต่อความรู้สึกมาก อาจรู้สึกไม่สบายกว่าคนที่ทนเจ็บได้ดี
  • หัว Applicator : การเลือกหัวดูดให้เหมาะกับตำแหน่งและเทคนิคการวางหัวให้พอดีกับชั้นไขมัน ช่วยให้ทำได้สบายขึ้นและลดความรู้สึกดึงรั้งมากเกินไป
  • ความกังวลก่อนทำ : ถ้ากังวลมาก ร่างกายอาจรับความรู้สึกไวขึ้น การประเมินและอธิบายขั้นตอนก่อนทำจึงช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นครับ

ดังนั้นการทำ CoolSculpting จึงไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกันทุกตำแหน่ง ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกหัวดูด จำนวนรอบ และตำแหน่งให้เหมาะกับสัดส่วนของแต่ละเคสครับ


ตำแหน่งไหนทำ CoolSculpting แล้วรู้สึกเจ็บหรือตึงมากกว่ากัน ?

ความรู้สึกระหว่างทำ CoolSculpting ในแต่ละบริเวณอาจแตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากแต่ละจุดมีความหนาของชั้นไขมัน พื้นที่ผิว และความไวของเส้นประสาทไม่เท่ากัน ส่งผลให้บางบริเวณอาจรู้สึกตึงหรือถูกหนีบได้มากกว่าจุดอื่นครับ

ตำแหน่งทำ CoolSculpting
ตำแหน่งทำ CoolSculpting

CoolSculpting หน้าท้อง เจ็บไหม ?

CoolSculpting สลายไขมันหน้าท้อง เป็นจุดที่หลายคนรู้สึกค่อนข้างสบาย เนื่องจากมีพื้นที่กว้างและมีชั้นไขมันปริมาณมาก ทำให้หัว Applicator สามารถดูดจับไขมันได้ง่าย ในช่วงแรกอาจรู้สึกตึง ๆ และถูกดูดอย่างชัดเจน แต่โดยทั่วไปจะไม่ค่อยมีความรู้สึกเสียวหรือเจ็บแปลบเท่าบริเวณที่ผิวบาง

CoolSculpting ต้นแขน เจ็บไหม ?

CoolSculpting สลายไขมันต้นแขน อาจรู้สึกถูกหนีบหรือเสียวมากกว่าบางจุด เพราะเป็นพื้นที่เล็ก ผิวค่อนข้างไวต่อความรู้สึก ระหว่างทำอาจรู้สึกตึง หรือชาเฉพาะจุด โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นที่หัวเครื่องเริ่มดูดผิวเข้าไป หลังจากนั้นความเย็นจะทำให้บริเวณที่ทำเริ่มชาและรู้สึกสบายขึ้น

CoolSculpting ต้นขา เจ็บไหม ?

Coolsculpting สลายไขมันต้นขา อาจรู้สึกตึง หน่วง หรือชาได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณต้นขาด้านในที่มีความไวของผิวสูง ทำให้รับรู้แรงดึงและความเย็นได้มากกว่าบางจุด หลังทำต้นขา บางคนอาจรู้สึกระบมเวลาเดินหรือขยับขาในช่วงแรก แต่โดยทั่วไปยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นครับ

CoolSculpting เหนียง เจ็บไหม ?

CoolSculpting เหนียง จะรู้สึกตึงและอึดอัดช่วงแรก เพราะเป็นบริเวณเล็ก ใกล้คางและลำคอ ระหว่างทำต้องนั่งก้มหน้านิ่ง ๆ เป็นเวลานาน (ประมาณ 35-45 นาที) หากขยับตัวหรือกลืนน้ำลายมากเกินไป อาจทำให้หัวเครื่องมือดูดสูญญากาศหลุดได้ จึงไม่เป็นที่นิยมเท่าบริเวณอื่นครับ


ผลข้างเคียงหลังทำ CoolSculpting

Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำน้อยมากครับ ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นได้ตามปกติจากความเย็นและแรงดูดของหัวเครื่อง สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ เช่น

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้หลังทำ

  • บริเวณที่ทำอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อย และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
  • อาจมีอาการปวดระบมประมาณ 7-10 วัน คล้ายอาการเมื่อยกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
  • อาจเกิดรอยช้ำจากแรงดูดของเครื่องระหว่างทำ ซึ่งจะค่อย ๆ จางลงไปเอง
  • ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจมีอาการบวม และบางรายอาจรู้สึกชา หรือคันเล็กน้อยต่อเนื่องได้ประมาณ 1 เดือน

ผลข้างเคียงที่อาจต้องระวัง

  • อาการชาที่ไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
  • อาการปวดรุนแรงผิดปกติ
  • ผิวหนังมีการเปลี่ยนสีชัดเจนหรือผิดปกติ
  • บวมมากกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ลดลงตามเวลา

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบติดต่อแพทย์ผู้ดูแลเพื่อประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมครับ


CoolSculpting ที่ V Square Clinic สลายไขมันด้วยความเย็น เจ็บน้อย เห็นผลนาน

ทำ CoolSculpting ที่ V Square Clinic

CoolSculpting ที่ V Square Clinic เป็นโปรแกรมสลายไขมันด้วยความเย็นที่เน้นทั้งผลลัพธ์ ความสบาย และความปลอดภัยครับ คนไข้ทุกเคสจะได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์ร่วมกับ Specialist ที่มีประสบการณ์ด้าน CoolSculpting เพื่อวางแผนตำแหน่งที่ทำ และออกแบบให้เหมาะกับสัดส่วนของแต่ละบุคคล

จุดเด่นของการทำ CoolSculpting ที่ V Square Clinic มีดังนี้

  • ใช้เครื่อง CoolSculpting ของแท้ ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีการบำรุงรักษาตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับหัว Applicator แบบกระจายความเย็น 360° ที่ช่วยให้ความเย็นกระจายได้ทั่วถึง ลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
  • คนไข้จะได้รับบริการในห้องทำหัตถการขนาดกว้าง ให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมเก้าอี้ Lazboy รุ่นพรีเมียมที่รองรับสรีระได้ดี ช่วยให้ผ่อนคลายแม้ต้องใช้เวลาทำต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • มีเทคนิคพิเศษในการนวดเพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัวได้ดีขึ้น ลดอาการบวม และช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสมส่วนเป็นธรรมชาติ
  • ราคาสมเหตุสมผล หนึ่งในโปรโมชันที่ดีที่สุดในท้องตลาด คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้
  • ที่ V Square Clinic มีรีวิวจากดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังที่มาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

CoolSculpting ราคาโปรโมชัน 2026

Coolsculpting ราคาโปร

ปัจจุบัน ที่ V Square Clinic มีบริการ CoolSculpting อยู่ที่สาขา เกตเวย์เอกมัย โทรนัดคิว 099 005 9000 สามารถเข้ามาให้หมอประเมินก่อนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


สรุป CoolSculpting เจ็บไหม ?

CoolSculpting เจ็บไหม หมอขอตอบว่าไม่ใช่หัตถการที่เจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกไม่สบายตัว ในช่วง 5-10 นาทีแรกจากแรงดูดและความเย็นจัดเท่านั้น หลังจากนั้นบริเวณที่ทำจะชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์การลดลงของไขมันอย่างถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเป็นตัวเลือกที่หลายคนสามารถทนได้สบายครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไร ? เลือกแบบไหนเห็นผลและปลอดภัย

Reading Time: 3 minutes- ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์เลือกยี่ห้อไหนดี ? - อยากผอม น้ำหนักลด ใช้ปากกาลดหนักแบบไหน เห็นผล ปลอดภัย - ปากกาลดน้ำหนักราคา ที่ V Square Clinic - ขั้นตอนการใช้ปากลดน้ำหนักที่เหมาะสม - FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาปากกาลดน้ำหนัก

August 11, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

สูตรดริปผิวขาว มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ? เลื...

Reading Time: 4 minutesสูตรดริปผิวขาว มีให้เลือกหลายสูตร หลายคนอาจสงสัยว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ? สูตรไหนช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มฟู หรือฟื้นฟูผิวโทรมได้ดีที่สุด ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า สูตรดริปผิวขาว แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเลือกดริปวิตามินอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยครับ

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ...

Reading Time: 4 minutesในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์" ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า