ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? รู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ ซื้อเป็นครั้งหรือคอร์สแบบไหนคุ้ม

Reading Time: 3 minutes

ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ?

ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล

ปัจจุบันเทรนด์ผิวสวย สุขภาพดีได้รับความนิยมมากขึ้น ใคร ๆ ก็อยากมีผิวสวย ผิวใส ส่งผลให้การดริปวิตามินผิวได้รับความนิยมอยู่ตลอด แต่ก็มีอีกหลายคนสงสัยว่า ต้องดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? หากต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน

การดริปวิตามินผิว ควรทำสูตรไหน ? ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงและการคงผลลัพธ์คือเท่าไร ? รวมถึงข้อควรรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผิวสวยใส สุขภาพดีอย่างที่ใจต้องการ หมอมีคำตอบให้ครับ

สารบัญ ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ?


ตอบข้อสงสัย ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ?

การฉีดวิตามินผิว หรือที่เรียกกันว่า ดริปวิตามิน (Vitamin Drip) ในบางกรณีอาจเรียกว่า IV drip ย่อมาจาก Intravenous Drip เป็นวิธีการนำส่งวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางเส้นเลือด

วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่มากกว่าการรับประทานอาหารหรือการทานวิตามินเสริม ถือเป็นวิธีทำให้ผิวขาว สุขภาพดีได้อย่างตรงจุด และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินผิว

ส่วนคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย คือ ” ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งถึงจะเห็นผล ? “ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ แต่โดยทั่วไปแล้ว สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่การดริปครั้งแรกครับ

ระยะเวลาที่เห็นผลหลังดริปวิตามินผิว  

  • ผลเบื้องต้น (1-3 ครั้ง)
    • ผิวดูกระจ่างขึ้น สดใสขึ้น
    • ผิวดูชุ่มชื่นขึ้น
    • บางคนอาจเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก
  • ผลชัดเจน (4 ครั้งขึ้นไป )
    • ผิวขาวขึ้นเห็นได้ชัด
    • ผิวเรียบเนียนขึ้น
    • สีผิวสม่ำเสมอกว่าเดิม
    •  ดูมีออร่ามากขึ้น
ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล

หลังดริปวิตามินผิวคนไข้จะรู้สึกได้ว่าผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น ผิวชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้และความถี่ในการฉีดด้วย ในเคสที่มีปัญหาผิวมาก ผิวแพ้ง่าย ผิวคล้ำเสีย ไม่สดใส ผิวแห้งกร้าน อาจต้องใช้เวลาและจำนวนครั้งที่มากขึ้นครับ

สภาพผิวที่ควรดริปวิตามินผิว

ดริปวิตามิน เห็นผลทันทีเลยไหม ?

อีกหนึ่งข้อสงสัย สำหรับผู้ที่สนใจดริปวิตามินผิว คือหลังดริปวิตามินผิว สามารถเห็นผลทันทีไหม ? ต้องบอกว่า แม้จะไม่ได้เห็นผลทันทีแบบวันต่อวัน แต่ก็สามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วครับ

โดยสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีหลังการดริป ในส่วนของผิวพรรณในเคสที่มีปัญหาผิวไม่มาก อาจสังเกตเห็นผิวดูมีน้ำมีนวล รู้สึกชุ่มชื้นประมาณ 1-3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน

6-ข้อดี-ของการฉีดผิวตามินผิวใส

ระยะเวลาที่เห็นผล หลังดริปวิตามินผิว

ระยะเวลาที่เห็นผล หลังดริปวิตามินผิว หากต้องการมีผิวออร่า ผิว glass skin ขาวกระจ่างใส อาจต้องใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ และฉีดจำนวนครั้งมากกว่า 1 ครั้งครับ

โดยทั่วไปในช่วงแรกหมอแนะนำให้คนไข้ฉีดถี่หน่อย โดยควรฉีดทุกสัปดาห์ติดต่อกัน 4-6 ครั้งหรือจนกว่าจะได้สีผิสที่ต้องกาคร หลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 สัปดาห์ หรือ อย่างน้อย 1 เดือนครั้ง เพื่อคงสภาพ ผิวดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดีในระยะยาว

ดังนั้นในช่วงแรกที่ฉีดวิตามินผิวแนะนำซื้อเป็นแพ็กเกจการฉีดแบบเป็นคอร์ส เพื่อความคุ้มค่าหากต้องการบำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง

ฉีดวิตามินผิว ขาวใส ผิวนุ่ม ราคา โปรโมชั่น ที่ V Square Clinic

ราคาดริปวิตามินผิว

สูตรดริปวิตามินผิว V Square Clinic (V Bright Booster) มี 4 สูตรหลักที่เน้นผิวพรรณโดยเฉพาะ

  • Super Health Skin ช่วยผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากรังสียูวี หมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย
  • Perfect White ช่วยให้ผิวไบรท์ ใสเร็ว ลดเม็ดสี ลดผิวคล้ำเสียสะสม อยากเน้นเรื่องผิวไบรท์
  • Radiance Plus+ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สุขภาพดี ไร้จุดด่างดำ ป้องกันฝ้า กระ
  • Extra Perfect White ช่วยผิวขาวใสไบรท์จัดเต็ม ลดการสร้างเม็ดสี
โปรโมชันดริปวิตามินผิว

รีวิวดริปวิตามินผิวต่อเนื่อง 4-6 ครั้ง(1ครั้ง/สัปดาห์)

ผลลัพธ์หลังดริปวิตามินคนไข้จะรู้สึกว่าผิวเนียนนุ่มขึ้น และดูสดใสขึ้น หากดริปวิตามินผิวขาวต่อเนื่อง 4 -6 ครั้ง (สัปดาห์ละครั้ง) ผิวจะกระจ่างใสขึ้น และสุขภาพผิวแข็งแรงขึ้นครับ

รีวิวดริปวิตามินผิว 6 สัปดาห์
รีวิวดริปวิตามิน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่เห็นผลหลังดริปวิตามินผิว

  • สภาพผิวเดิม : ผู้ที่มีปัญหาผิวมาก อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลชัดเจน
  • อายุ : ผู้ที่มีอายุมากขึ้น อาจต้องใช้เวลานานกว่าในการฟื้นฟูผิว เนื่องจากผิวเริ่มเสื่อมสภาพลง
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต : การพักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้เห็นผลช้าลง
  • ความสม่ำเสมอ : การฉีดอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้เห็นผลเร็วและชัดเจนขึ้น
  • สูตรวิตามินที่ใช้ : สูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละบุคคลจะช่วยให้เห็นผลได้ดีขึ้น

ฉีดวิตามินผิวแล้วจะกลับมาคล้ำอีกหรือไม่ ?

หลังจากฉีดวิตามินผิวแล้ว ผิวจะกลับมาคล้ำอีกหรือไม่ ? การฉีดวิตามินผิวแล้วหยุดฉีด ไม่มีเอฟเฟกต์ที่ทำให้ผิวคล้ำลง หรือแย่ลงครับ แต่อาจเป็นไปได้ที่ผิวจะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมตามระยะเวลา เพราะร่างกายและผิวพรรณของเราจะเสื่อมลงทุกวันตามกลไกธรรมชาติ

แต่ไม่ได้หมายความว่าผิวจะกลับไปคล้ำเหมือนเดิมนะครับ เพราะแม้ว่าจะหยุดฉีดวิตามินผิว แต่วิตามินผิวหรือสารอาหารผิวที่เคยฉีดเข้าไป ได้เข้าไปช่วยปรับปรุงสภาพผิวจากภายในแล้ว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวไว้ระดับหนึ่ง แนะนำว่าควรฉีดวิตามินผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวไว้นาน ๆ ครับ

ปัจจัยที่อาจทำให้ผิวกลับมาคล้ำหลังฉีดวิตามิน

หลังหยุดฉีดวิตามินผิว แล้วไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้ผิวหมองคล้ำลงได้ ตัวอย่างเช่น

  • การสัมผัสแสงแดดมากเกินไป : แสง UV สามารถทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  • ความเครียด : ความเครียดสูงอาจส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมการผลิตเม็ดสีผิว
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ : การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนดึก อาจส่งผลต่อสุขภาพผิว
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : เช่น ในช่วงตั้งครรภ์หรือวัยทอง อาจส่งผลต่อสีผิวได้เช่นกัน
สาเหตุผิวหมองคล้ำ

วิธีป้องกันไม่ให้ผิวกลับมาคล้ำหลังฉีดวิตามิน

  1. ดริปวิตามินอย่างต่อเนื่อง : ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงผลลัพธ์ระยะยาว อย่างน้อย 1 เดือนครั้ง
  2. ใช้ครีมกันแดดทุกวัน : ป้องกันผิวจากแสง UV ด้วยครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป
  3. บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ : ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : ทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อผิว
  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ : ช่วยขับสารพิษและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟู
  7. จัดการความเครียด : ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ โยคะ
  8. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง : ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ฉีดวิตามินผิวไม่เห็นผลเกิดจากอะไร?

แม้ว่าการฉีดวิตามินผิวจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิว แต่ในบางเคสอาจรู้สึกว่าไม่เห็นผลตามที่คาดหวัง ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

  • ฉีดไม่ต่อเนื่อง : การฉีดไม่สม่ำเสมอในช่วงแรกหรือทิ้งช่วงนานเกินไปอาจทำให้เห็นผลไม่ชัดเจน
  • สูตรวิตามินไม่เหมาะสม : สูตรที่ใช้อาจไม่ตรงกับปัญหาผิวหรือความต้องการของคนไข้
  • ปัญหาสุขภาพพื้นฐาน : โรคบางอย่าง เช่น ไทรอยด์ หรือฮอร์โมนไม่สมดุล อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เอื้อ : การนอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ จะลดประสิทธิภาพของการฉีดวิตามิน
  • การขาดการดูแลผิวที่ดี : หากไม่มีการบำรุงผิวที่เหมาะสมร่วมด้วย ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจน
  • การสัมผัสแสงแดดมากเกินไป : แสง UV อาจทำลายผลลัพธ์ของการฉีดวิตามิน
  • อายุและสภาพผิว : ผู้ที่มีอายุมากหรือมีปัญหาผิวรุนแรงอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
  • การขาดการออกกำลังกาย : การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิว

นอกจากนี้ยังมีเรื่องความคาดหวังในผลลัพธ์ของคนไข้ ตามที่หมอได้อธิบายไปข้างต้น ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? ขึ้นอยู่กับความถี่ในการฉีด และการเห็นผลเร็ว-ช้า ยังขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้ร่วมด้วย

วิธีแก้ไขเมื่อฉีดวิตามินผิวไม่เห็นผล

หากต้องการดริปวิตามินผิวแล้วเห็นผลลัพธ์ที่ดี เบื้องต้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล จากนั้นเข้ารับการดริปวิตามินผิว อย่างสม่ำเสมอ ทำตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด ไม่ทิ้งช่วงนานเกินไป ที่สำคัญคนไข้ต้องให้ความร่วมมือด้วยครับ โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุทำให้ผิวเสีย ผิวคล้ำไว

สุดท้ายต้องมั่นใจว่าคลินิกที่เข้ารับบริการมีความน่าเชื่อถือ มีแพทย์ดูแล ใช้ตัวยาวิตามินที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

รีวิวดริปวิตามินผิว
รีวิวฉีดวิตามินผิว

ข้อปฏิบัติหลังฉีดวิตามินผิวให้เห็นผลลัพธ์

การฉีดวิตามินผิวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวให้สวยใส การปฏิบัติตัวหลังฉีดอย่างถูกต้องจะช่วยเสริมประสิทธิภาพและทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

หลังจากฉีดวิตามินผิว มีข้อปฏิบัติที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดมากเกินไป เนื่องจากรังสียูวีจากแสงแดดจะทำลายวิตามินและคอลลาเจนในผิว ควรใช้ครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป เมื่อต้องออกแดด
  • เลี่ยงการนวดผิวบริเวณที่ทำทันที ไม่ควรเช็ดถูหรือเกาบริเวณที่ฉีด
  • หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก ๆ เพราะจะช่วยบำรุงผิวใสจากภายใน ดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย
  • หากอาการบวมแดงเกิดขึ้นมากกว่า 1-2 วัน ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามอาการ

FAQ รวมข้อสงสัยการดริปวิตามินผิว จำนวนครั้ง/ผลลัพธ์/ความปลอดภัย

ดริปวิตามินผิวบ่อย ๆ ติดต่อกันนาน ๆ จะปลอดภัยไหม ?  

การดริปวิตามินสามารถทำต่อเนื่องได้ครับ  เนื่องจากร่างกายเรามีการนำวิตามินไปใช้อยู่ตลอด และการดริปวิตามินนั้นอยู่ภายใต้ความเหมาะสม ดูแลโดยแพทย์ ใช้ตัวยาวิตามินที่ได้มาตรฐาน ก็จะมีความปลอดภัยสูง สามารถช่วยให้ผิวมีสุขภาพที่ดี สดใส แข็งแรงและยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายได้อีกทางหนึ่ง  

หลังดริปวิตามินผิว ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลังดริปวิตามินผิว สามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือนครับ หากคนไข้ต้องการให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงเดือนแรกหมอแนะนำว่าควรฉีดทุกสัปดาห์ (สัปดาห์ละครัั้ง) หลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 สัปดาห์เพื่อคงสภาพ


สรุป ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผลชัดเจน ผิวสุขภาพดี

การฉีดวิตามินผิวเป็นวิธีการบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพ แต่การจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปกี่ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผลชัดเจน เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ครั้งขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการฉีดวิตามินผิว ได้แก่

  • ความสม่ำเสมอในการฉีดตามแผนการรักษา
  • การดูแลผิวที่เหมาะสมหลังการฉีด
  • การป้องกันผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
  • การรักษาสุขภาพโดยรวม ทั้งการทานอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน

สุดท้ายการดริปวิตามินผิว ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต้องมาพร้อมความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะการเลือกคลินิกฉีดวิตามินผิว ต้องมั่นใจว่าคลินิกนั้นเปิดให้บริการอย่างถูกต้องได้มาตรฐาน และใช้ตัวยาวิตามินของแท้เท่านั้นครับ

นัดคิวปรึกษาแพทย์ดริปวิตามินผิว

อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? รู้ทันความเสี่ยง และวิธีป้องกันผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์

Reading Time: 4 minutesฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำ สถานที่ที่ฉีด และชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ครับ หากเป็นฟิลเลอร์ได้มาตรฐาน ฉีดโดยแพทย์ในคลินิกที่ได้ใบอนุญาต ถือว่าปลอดภัย แต่ปัญหาหลังฉีด เช่น ฟิลเลอร์ไหล อักเสบ บวมแดง มักมีสาเหตุมาจากการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอมครับ

ฟิลเลอร์ปากวัว คืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? เหมาะกับใครบ้า...

Reading Time: 3 minutesฟิลเลอร์ปากวัว กำลังเป็นเทรนด์ความงามที่หลายคนให้ความสนใจ และถูกนำมาเป็นต้นแบบในการปรับรูปทรงปากให้ดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจจากลุคสวยละมุนของสาวเวียดนาม ที่เน้นริมฝีปากฟู ไม่คมชัดเกินไป แต่ยังคงความมีมิติและมีเสน่ห์ ดูเซ็กซี่แบบพอดี ๆ

โหนกแก้มสูง แก้ได้! รวม 9 วิธีลดโหนกแก้ม เหมาะกับใคร ? วิ...

Reading Time: 3 minutesการมีโหนกแก้มสูง ถ้าเป็นคนเอเชียที่อยากหน้าหวาน หน้าเรียว หน้าเด็ก จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับ เพราะเป็นลักษณะโครงหน้าของฝรั่ง ซึ่งจะมีโหนกแก้มชัด โหนกแก้มใหญ่ มีกราม รูปหน้าเหลี่ยม ทำให้หน้าดุ หน้าแข็ง ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูละมุนขึ้น

หน้าไม่เท่ากัน สังเกตอย่างไร เกิดจากสาเหตุใด แก้ไขวิธีไหน...

Reading Time: 4 minutesใครที่กำลังเผชิญกับปัญหา หน้าไม่เท่ากัน หน้าเบี้ยว ใบหน้าไม่สมส่วน อยากปรับรูปหน้า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ? หมอมีแต่ละวิธีมาแนะนำ วิธีไหนเหมาะกับใครบ้าง ? หลังทำเห็นผลเร็วแค่ไหน ? ใช้งบประมาณเท่าไร ? หมอรวบรวมมาให้แล้วครับ

สิวขึ้นจมูก เกิดจากอะไร ? รักษาและป้องกันสิวด้วยวิธีไหนได...

Reading Time: 3 minutesสิวขึ้นจมูก เป็นปัญหาผิวที่กวนใจใครหลายคน ไม่ว่าจะสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวผด บุกจมูกจนหมดความมั่นใจ สาเหตุเกิดจากอะไร ? และมีวิธีรักษาอย่างไร ? หมอจะมาไขข้อข้องใจ พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้เนียนใส ห่างไกลจากสิว สามารถติดตามได้ในบทความนี้ครับ

สิวหัวดำ เกิดจากอะไร มักพบบริเวณไหน ? รวมวิธีกำจัด และป้อ...

Reading Time: 5 minutesแม้ว่าสิวหัวดำ (Blackheads) ไม่ได้เป็นสิวชนิดรุนแรง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สร้างความรำคาญใจต่อเจ้าของใบหน้าไม่น้อยครับ เพราะหัวสิวจะมีสีดำเข้มมองเห็นชัด ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน และถ้าหากแก้ด้วยการกดสิวอุดตันหัวดำผิดวิธี ก็อาจทิ้งรอยดำสิวหรือหลุมสิวไว้ได้ครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า