ริ้วรอยใต้ตา
วิธีรักษาริ้วรอยใต้ตา แก้รอยเหี่ยวย่นหางตา ตีนกา รอยคล้ำรอบดวงตา ผิวหย่อนคล้อยและถุงใต้ตา มีหลายวิธีครับ ทั้งการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ Hifu การฉีดไขมันหรือแม้แต่การผ่าตัดศัลยกรรม สำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา เวลายิ้มแล้วไม่มั่นใจ อยากหาวิธีลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ หมอมีแนะนำในบทความนี้ครับ

สารบัญ ริ้วรอยใต้ตา
ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากอะไร ?
ปัญหาริ้วรอยใต้ตา เป็นสัญญาณแห่งวัยที่หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงครับ ก่อนจะไปรู้จักกับวิธีลดริ้วรอยใต้ตา หมอจะอธิบายริ้วรอยรอบดวงตาเกิดจากอะไร เพื่อจะได้หาวิธีแก้ปัญหา ช่วยลดเลือนริ้วรอยใต้ตาได้อย่างตรงจุดครับ

- ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากผิวสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวบางลง ขาดความยืดหยุ่น โดยเฉพาะบริเวณหางตา เปลือกตา ที่จะมีรอยตีนกา รอยย่น
- เกิดจากเมื่อคนเราอายุมากขึ้น กระดูกใต้ตามีการยุบตัวลง เนื้อน้อยลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย เกิดเป็นริ้วรอยใต้ดวงตา
- ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตามีไขมันน้อย ทำให้ผิวแห้งและเกิดรอยใต้ตาได้ง่าย
- พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การขยี้ตา ถูตาบ่อย ๆ การพักผ่อนไม่เพียงพอ
ริ้วรอยใต้ตา ยิ้มแล้วมีริ้วรอย

ริ้วรอยใต้ตา เวลายิ้ม รอยย่นใต้ตา ยิ้มแล้วมีริ้วรอย ก็เกิดจากปัจจัยที่หมอได้กล่าวไปในข้อที่แล้ว ทั้งอายุที่มากขึ้นหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ยิ่งในคนที่ชอบแสดงอารมณ์ทางสีหน้า หรือยิ้มตาหยี ก็จะทำให้ยิ้มแล้วมีริ้วรอยชัดเจนขึ้นและทำให้ไม่มั่นใจเวลายิ้มครับ
วิธีลดริ้วรอยใต้ตา ตาคล้ำมาก ทำอย่างไร ?

วิธีลดริ้วรอยใต้ตา มีทั้งวิธีทั่วไปอย่างการทาครีม หรือสำหรับคนที่อยากเห็นผลชัดเจนและรวดเร็วขึ้น ก็มีวิธีทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่หมอจะแนะนำ ต่อไปนี้ครับ
1. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยการฉีดฟิลเลอร์
สำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา รอยย่นใต้ตา ใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก มีรอยพับใต้ตา จากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขด้วยการทาครีมครับ หมอแนะนำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อเติมเต็มชั้นกระดูกที่ยุบตัวลง จะช่วยให้ใต้ตาเต็มขึ้น ลดริ้วรอยและทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นการแก้ปัญหา ริ้วรอยใต้ตา ได้อย่างเห็นผลและตรงจุดที่สุดครับ

ถ้าสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขริ้วรอยใต้ตา ด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เลือกฉีดยี่ห้อไหนดีที่สุด อันตรายไหม?
สำหรับที่ V Square Clinic หมอจะประเมินก่อนทำทุกเคสว่าควรใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหน ปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีและดูเป็นธรรมชาติครับ ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเริ่มต้น 13,000.-/CC
2. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยโบท็อก
ริ้วรอยใต้ตาเวลายิ้ม รอยย่นใต้ตา รอยตีนกาหรือริ้วรอยหางตา เกิดจากผิวหนังมีการขยับบ่อย ๆ จุดนี้จะใช้การฉีดโบท็อกในการแก้ปัญหาได้ครับ เป็นวิธีลบรอยใต้ตาที่ได้รับความนิยม เห็นผลเร็วและราคาไม่แพง โดยการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย หลังฉีดจะเห็นผลใน 5-7 วัน หลังทำ เห็นผลเต็มที่ใน 14 วัน และคงสภาพได้ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่เลือกครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา / เกาหลี / อังกฤษ / เยอรมัน ต่างกันอย่างไร?
3. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยคลื่นวิทยุ
Thermage ทำงานโดยส่งผ่านพลังงานความร้อน Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุ ความถี่สูง ลงในผิวชั้นบนจนถึงชั้นไขมัน ทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ประโยชน์หลักๆ คือช่วยลด Volume ของใบหน้า ลดปัญหาผิวหนังห้อยย้อยหรือผิวที่มีรอยย่นมากๆ จากการขาดคอลลาเจนครับ
การ Thermage รอบดวงตา ต้องใช้หัวเฉพาะซึ่งเป็นคนละแบบกับที่ใช้ทำหน้าครับ สำหรับริ้วรอยรอบดวงตาหมอจึงแนะนำให้ทำ ultraformer หัว 2 mm ที่ใช้คลื่นเสียงแทน ให้ผลใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่ามากครับ
4. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยคลื่นเสียง
การลดริ้วรอยใต้ตาด้วย Hifu Ultrafomer III เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยไม่เยอะมาก มีผิวหย่อนคล้อย การทำงานของ Hifu คือใช้คลื่นเสียงอันตร้าซาวด์ที่พัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์ดูครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปในชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวหดตัว บริเวณนั้นก็จะกระชับขึ้น ไม่ต้องฉีดตัวยา จึงเป็นเครื่องมือที่หมอแนะนำใช้แก้รอยใต้ตาถ้าคนไข้กลัวเข็มมาก ๆ
อ่านบทความเพิ่มเติม : hifu คืออะไร hifuราคาเท่าไร hifu ดีไหม 9 ข้อควรรู้ในการทำ Hifu
5. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยการฉีดไขมัน
การฉีดไขมันใต้ตา จะเป็นการนำไขมันของตัวคนไข้เองมาฉีดในบริเวณที่มีปัญหาครับ มีข้อดีคือช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพ้สารเติมเต็ม ใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ แต่ข้อเสีย คือมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากซับซ้อน ต้องเจ็บตัวหลายครั้ง เสี่ยงผิวไม่เรียบเนียนในภายหลัง และไม่สามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก เนื่องจากไขมันเป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ครับ หากจะให้ได้ผลดีต้องทำหลายครั้ง จึงแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตาได้ครับ
ไม่เหมือนการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกที่สะดวกมากกว่าครับ
6. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยเลเซอร์ใต้ตา
ถ้าคนที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตาลึก ไม่ว่าจากการยิ้ม การขยับ การแสดงสีหน้าหรือกระดูกใต้ตายุบตัว จะไม่เหมาะกับวิธีลดริ้วรอยด้วยเลเซอร์ครับ การทำเลเซอร์จะเหมาะกับปัญหาเล็กๆ ริ้วรอยไม่ลึกมาก ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายสูง เห็นผลช้าและเห็นผลไม่ชัดเจน
7.ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยการทำPRP
การทำ PRP ( Platelet Rich Plasma ) ใต้ตาเป็นการนำเกล็ดเลือดของตัวเองเข้ามาแก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา และปัญหาใต้ตาคล้ำ โดยแพทย์จะเจาะเลือด ประมาณ 20 CC แล้วนำมาปั่นแยกส่วน เพื่อให้ได้พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือด และGrowth factor เข้มข้น ข้อดีคือเป็นเกล็ดเลือดที่สกัดมาจากเลือดของคนไข้ ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตากลับอิ่มฟูขึ้นมาได้
โดยทั่วไปแล้วการทำ PRP นับเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และดูแลอย่างถูกต้อง แต่ไม่ทุกคนที่สามารถทำได้ครับ การทำPRR ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด มีปัญหาโลหิตจาง รวมถึงโรคประจำตัวอื่น ๆ รวมถึงคนไข้ต้องเจ็บตัว 2 ครั้งคล้ายกับการฉีดไขมันครับ
8. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วย Rejuran
ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วย Rejuran จะเป็นการนำสารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอน (Salmon DNA) ที่อาศัยอยู่ในทะเลตามธรรมชาติ เมื่อนำมาฉีดในชั้นหนังแท้โดยตรง จะช่วยให้ผิวแข็งแรง สามารถลดริ้วรอยใต้ตา เพิ่มความยืดหยุ่น ใต้ตาดูตื้นขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหาผิวที่เกิดจากความเสื่อมสภาพตามอายุได้ เช่น ริ้วรอยบนใบหน้าและลำคอ แผลเป็น รูขุมขนกว้าง รอยแดงและรอยคล้ำ เป็นต้น
ผลลัพธ์หลังฉีดรีจูรันใต้ตา จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยควรฉีดรีจูรันจำนวน 4 ครั้ง ห่างกัน 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้หลังจากนั้นเมื่อฉีดครั้งที่ 4 ไปแล้ว สามารถเว้นระยะห่างในครั้งต่อไปได้ 3-6 เดือน เพื่อให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่องครับ
9. ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยการศัลยกรรม
การผ่าตัดเพื่อลบริ้วรอยใต้ตาเป็นการแก้ปัญหาที่อยู่ได้นานกว่าวิธีอื่น ๆ ครับ ที่นิยมมากคือการผ่าเอาถุงใต้ตาหรือจัดการกับผิวที่หย่อนคล้อยมาก ๆ เพื่อแก้ใต้ตาเหี่ยว เปลือกตาย่น โดยการผ่าตัดเอาหนังส่วนเกินออกและเย็บบริเวณนั้นใหม่ ทำให้ผิวใต้ตาตึงกระชับ และช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้อย่างเห็นผล
แต่การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อลดริ้วรอยใต้ตาก็มีความเสี่ยงและการดูแลตัวเองที่ยุ่งยาก มีรอยแผลและใช้เวลาพักฟื้นนาน หากดูแลตัวเองไม่ดี อาจมีการติดเชื้อของแผล แผลอักเสบได้ครับ
10. วิธีลดริ้วรอยใต้ตาด้วยตนเอง
- ลดริ้วรอยใต้ตา ครีมลดริ้วรอยใต้ตา
การลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยครีมลดริ้วรอยใต้ตา หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้ตา จะเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวไม่แห้ง ผิวไม่เกิดรอยพับได้ง่าย เช่น ริ้วรอยใต้ตาเวลายิ้ม เวลาแสดงสีหน้า การทาครีมเป็นประจำ สม่ำเสมอจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ครับ แต่การทาครีมเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถช่วยแก้ปัญหารอยย่นใต้ตาได้อย่างเห็นผลชัดเจน
- ลดริ้วรอยใต้ตา ด้วยวิธีธรรมชาติ
สูตรลดริ้วรอยใต้ตา มีหลายสูตรครับ ที่แชร์ต่อ ๆ กัน โดยการลดริ้วรอยใต้ตาด้วยสูตรสมุนไพรลดริ้วรอยใต้ตา จะช่วยให้ผิวรอบดวงตามีความชุ่มชื้นขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งสูตรที่นิยม เช่น แตงกวา ใบบัวบก แครอท มะเขือเทศ ใบตำลึงหรือว่านหางจระเข้ สามารถนำมาใช้มาส์กหน้าบริเวณรอบดวงตาได้ครับ
11. ลดริ้วรอยใต้ตาด้วยยาทา
ปัจจุบันมีเวชสำอางและยาทาในกลุ่มวิตามินซีและวิตามินเอ ที่ช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้ครับ สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสีผิวใต้ตาให้สว่าง ดูสดใสขึ้นได้ เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหา มีริ้วรอยใต้ตาเล็ก ๆ ข้อดีคือช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยที่ลึกขึ้น อย่างตีนกาใต้ตา ที่สำคัญราคาค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก แต่ข้อเสียคือ อาจต้องใช้ระยะเวลาสักระยะ และในบางคนอาจมีอาการระคายเคืองผิวได้ครับ
12. วิธีการดูแลตนเองไม่ให้เกิดริ้วรอยใต้ตา
วิธีลดริ้วรอยใต้ตาแบบธรรมชาติที่ดีที่สุด คือการดูแลตัวเองและป้องกันให้เกิดรอยใต้ตาน้อยที่สุดครับ เริ่มจากเลิกพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวและก่อให้เกิดรอยย่นใต้ตา เช่น การนอนดึก ตากแดด พักผ่อนไม่เพียงพอ การถูหรือขยี้ตาแรงๆ เป็นประจำ ก็จะช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยใต้ตา รอยเหี่ยวย่นได้มากครับ
ลดริ้วรอยใต้ตาที่ไหนดีที่สุด?
ลดริ้วรอยใต้ตาที่ไหนดีที่สุด? ต้องดูจากปัญหาและที่มาของการเกิดริ้วรอยครับ ถ้าหากการทาครีมหรือการดูแลตัวเองแบบทั่วไปใช้ลดรอยใต้ตาไม่ได้ผล หมอแนะนำหัตถการความงาม เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกหรือ Hifu เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตาได้อย่างตรงจุดครับ
รักษาริ้วรอยใต้ตาใช้เวลากี่วันเห็นผล ? แต่ละวิธีต่างกันอย่างไร
หลายคนลังเลในการรักษาใต้ตา เพราะไม่แน่ใจว่าทำแล้วต้องรอนานแค่ไหน บางคนคาดหวังว่าจะดีขึ้นทันที แต่ความจริงแล้วแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันครับ
- ฟิลเลอร์ใต้ตา เห็นผลค่อนข้างเร็ว หลังฉีดใต้ตาจะดูเต็มขึ้นทันที แต่อาจมีบวมเล็กน้อย 2-7 วัน และเข้าที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- โบท็อกริ้วรอยหางตา/ใต้ตา ไม่เห็นผลทันที กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ คลายตัว เห็นผลชัดใน 7-14 วัน
- Skin booster / PRP / Rejuran เป็นการฟื้นฟูคุณภาพผิว ต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจน ผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ และดีขึ้นต่อเนื่องหลังทำ
- เครื่องยกกระชับ (HIFU / RF) ผิวตึงขึ้นเล็กน้อยทันที แต่ผลหลักเกิดจากการกระตุ้นคอลลาเจน จะชัดในประมาณ 1-3 เดือน
ดังนั้นการรักษาใต้ตาไม่ใช่ทุกวิธีจะเห็นผลทันที การเลือกวิธีควรพิจารณาจากสาเหตุและความคาดหวังของผลลัพธ์ร่วมกัน หากเข้าใจระยะเวลาของแต่ละหัตถการ จะช่วยวางแผนการรักษาได้เหมาะสมและไม่ผิดหวังหลังทำครับ
สรุป
ใครที่ต้องการ แก้ไขรอยย่นใต้ตา ลดริ้วรอยรอบดวงตา ที่เห็นผลเร็ว ชัดเจน ปลอดภัย หากเป็นริ้วรอยร่องลึกหมอแนะนำฉีดฟิลเลอร์ครับ เพราะสามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตาร่องแก้มได้เป็นอย่างดี
ถ้าในเคสที่มีริ้วรอยรอบดวงตา อย่างรอยตีนตา รอยย่นระหว่างคิ้ว การฉีดโบท็อกเป็นทางเลือกที่เหมาะสมครับ ด้านราคาเมื่อเทียบกับผลลัพธ์แล้วค่อนข้างคุ้มค่า
ข้อสำคัญคือควรพิจารณาเลือกคลินิก เพื่อทำการฉีดที่น่าเชื่อถือ แนะนำ ควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาเลือกคลินิกอย่างละเอียด เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้วิธีลดริ้วรอยใต้ตา ที่ผลลัพธ์คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ


