คางตัด
หน้าสั้น คางตัด คางสั้น ฟิลเลอร์ช่วยได้
ใครที่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม มีรูปหน้าสี่เหลี่ยม หน้ากลม ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ และต้องการปรับรูปคางให้สวยขึ้น หรือเสริมคางปรับโหงวเฮ้งชีวิตให้กับตนเอง
ในบทความนี้หมอมีแนวทางแก้ปัญหามาแนะนำ ว่าวิธีไหนดี วิธีไหนเหมาะกับใคร ทำแล้วคุ้มค่าหรือไม่ มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางก่อนตัดสินใจครับ
ลักษณะรูปทรงคางแบบต่าง ๆ
ลักษณะใบหน้าที่คางสั้น ปลายคางล่นถอยไปด้านหลัง และคางอยู่ใกล้กับริมฝีปาก
สรุปสาเหตุ คางสั้น คางตัด คางบุ๋ม หน้ากลม
- กระดูกคางสั้น ทำให้ใบหน้ากลม
ในหลายเคสที่คางสั้น มักพบว่าโครงหน้าโดยกำเนิดมีลักษณะกระดูกคางที่สั้นอยู่แล้ว แต่จะมากน้อยต่างกันไปครับ สามารถแก้ไขได้โดยการเสริมบริเวณกระดูกคางให้ยาวมากขึ้น ทำได้ทั้งการเสริมแบบถาวร (ผ่าตัด) หรือเสริมแบบชั่วคราว (ฟิลเลอร์คาง) ก็จะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัดได้
- หน้ากลมจากไขมันที่แก้มากลม
ในบางคนนอกจากกระดูกคางสั้นแล้ว สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูกลมเพราะแก้มใหญ่ เกิดได้จากทั้งพันธุกรรมที่มีเนื้อแก้มเยอะอยู่แล้ว หรือเกิดจากการที่ไขมันสะสมบนใบหน้า ทำให้หน้าดูอูม ๆ กลม เมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้แก้มย้อยลงมา หน้าก็จะเสียสัดส่วน ดูกลมหรือเหลี่ยม
- คางบุ๋มจากการเกร็งกล้ามเนื้อ Mentalis
บริเวณคางจะมีกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Mentalis เมื่อเราเม้นริมฝีปาก ห่อปากนาน ๆ (เช่น นักดนตรีเครื่องเป่า) หรือเวลาที่ทำหน้าบึ้ง กล้ามเนื้อนี้จะหดเกร็ง ทำให้แข็งตัวเป็นก้อน 2 ข้าง บริเวณคาง เกิดเป็นคลื่น ๆ ผิวตรงคางไม่เรียบ และคางบุ๋มลงไปได้ ทั้งนี้สามารถเกิดจากกรรมพันธ์ุ หรือการฝ่อของไขมันเมื่ออายุมากขึ้นได้เช่นกัน
- กระดูกส่วนล่างของใบหน้าผิดปกติ
ผู้ที่มีปัญหากระดูกส่วนล่างของใบหน้าผิดปกติ จะมีลักษณะคางถอย คือโครงสร้างส่วนล่างถอยเข้าไปด้านใน นอกจากจะทำให้สัดส่วนของใบหน้าผิดเพี้ยน ยังมีปัญหาฟันยื่น ฟันไม่สบ ปากดูอูม ตามมา วิธีแก้ไขต้องผ่าตัดเพื่อเลื่อนขากรรไกรออกมาครับ
ในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน คางยาวขึ้น เข้ารูปมากขึ้น สามารถทำได้ 2 วิธี คือ ฉีดฟิลเลอร์คาง และ ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน สามารถแก้ปัญหาหน้ากลม หน้าสั้น คางตัด คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางย้อย ให้ดูดีขึ้น เรียวขึ้น โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียด ดังนี้
ฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยารูลอนิกแอซิด (HA) เข้าไปเติมเต็มบริเวณคางที่บุ๋ม คางตัด แก้ปัญหาคางสั้นได้อย่างเห็นผล ทำให้คางยาวขึ้น หน้าเรียวได้ทรงสวย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด หรือกังวลเรื่องแผลจากการผ่าตัด
- ฟิลเลอร์คาง ปลอดภัยแค่ไหน ?
เนื่องจากเป็นการฉีดสารเติมเต็ม หลายคนอาจกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือความปลอดภัย ต้องบอกก่อนว่าฟิลเลอร์มีหลายชนิดครับ นับตั้งแต่เริ่มมีการฉีดฟิลเลอร์ก็มีทั้งแบบถาวร (ฉีดแล้วไม่สลาย) กึ่งถาวร (อยู่ได้นาน 2-5 ปี แต่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้) และฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (hyaluronic acid สลายหมด ไม่มีสารตกค้าง)
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการเลือกฉีดฟิลเลอร์
HA (Hyaluronic Acid) เป็นฟิลเลอร์ที่นิยมและปลอดภัยที่สุด
สามารถย่อยสลายได้ และสามารถฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ มีใช้แพร่หลายทั่วโลก
ทั้งนี้ฟิลเลอร์แท้ ก็มีหลายยี่ห้อและหลายรุ่นครับ ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดเสริมคาง ควรเป็นรุ่นที่มีความคงตัวสูง ฉีดแล้วอยู่เป็นทรง เคลื่อนที่ยาก ให้ความเป็นธรรมชาติ ซึ่งรุ่นที่มีคุณสมบัตินี้ได้แก่ Restylane Perlane lyft (สวีเดน) , Juvederm Voluma และ Juvederm Volux (อเมริกา)
- การฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใคร ?
การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม หน้ากลม ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้นโดยเสริมคางให้ยาวขึ้น ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดฟิลเลอร์คาง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์
บทความแนะนำ
- ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดี
- ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วคางสวยขึ้น หน้าเรียวขึ้นทันที
- ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด
- ใช้หน้าได้เลย เหมาะกับคนที่ต้องการหน้าเรียวแบบเร่งด่วน
- ไม่มีรอยแผล มีเพียงรอยเข็มแค่บริเวณใต้คาง 3-7 วัน ก็หาย
- หลังฉีดหากไม่พอใจสามารถเติมเพิ่มได้ หากยาวเกินไป สามารถสลายบางส่วนออกได้ทันที
- ฟิลเลอร์แท้ ปลอดภัย สลายหมด ไม่มีสิ่งตกค้าง
- ค่าใช้จ่ายไม่สูง
ข้อเสีย
การฉีดฟิลเลอร์คางไม่สามารถแก้ปัญหา คางตัดหรือคางที่สั้นในบางเคสได้ เพราะฟิลเลอร์เป็นเนื้อเจลจึงไม่สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกิน 1 เซ็นติเมตรครับ
ถ้าฉีดแล้วได้ยาวเกิน 1 เซ็นติเมตร แสดงว่าฉีดฟิลเลอร์คางบางส่วนซ้อนทับในเนื้อคางชั้นตื้น ซึ่งก็จะมีปัญหายิ้มเป็นก้อน ดูไม่ธรรมชาติ หรือจะเห็นคางย้อย แบบผิดรูปได้ จึงแนะนำให้ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามอะไรบ้าง มีวิธีการดูแลอย่างไรหลังฉีด ?
ตัวอย่างเคส ฉีดฟิลเลอร์คาง แก้ปัญหาคางตัด


รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง แก่ไขคางตัด คางสั้น ช่วยให้ใบหน้าเรียวมากขึ้น
โปรแกรม ฟิลเลอร์
Mobile
2. ผ่าตัดเสริมคาง แก้ไขคางสั้น คางตัด
การผ่าตัดเสริมคาง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ช่วยเสริมคางให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมเข้ากับใบหน้า สามารถแก้ปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางสั้น และทำให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้น
ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้ซิลิโคนจะเห็นทรงคางชัดเจน สามารถเสริมความยาวได้มากกว่าฟิลเลอร์ แต่หลังผ่าตัดต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น ดูแลแผลประมาณ 7 วัน และใช้เวลา 1-3 เดือนให้คางเข้าที่ครับ
- การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับใคร ?
การผ่าตัดเสริมคางเหมาะกับคนที่มีปัญหาคางถอย คางตัด คางบุ๋ม คางสั้นมาก ๆ โดยเกิดจากโครงสร้างกระดูก คางสั้นตามพันธุกรรม และต้องการเสริมคางแบบถาวร
การผ่าตัดเสริมซิลิโคนช่วยเสริมคางให้ยาวขึ้น
ข้อดี
วิธีผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน แพทย์สามารถจัดรูปทรง ปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ตามความต้องการและเสริมได้ยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์
ตัวอย่างซิลิโคนเสริมคาง แต่ละขนาด
ข้อเสีย
- หลังการเสริมคางด้วยซิลิโคน เมื่อต้องการแก้ไขทรงคางใหม่ ต้องทำการผ่าตัด เพื่อปรับรูปคางเท่านั้น
- หลังทำผ่าตัดอาจจะเคี้ยวอาหารไม่สะดวกในตอนแรก
- เสี่ยงอักเสบติดเชื้อ หากไม่ดูแลเรื่องความสะอาดภายในช่องปากหลังผ่าตัด
- อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องแผลเป็น กรณีผ่าตัดแบบเปิดแผลด้านนอกปาก
- ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเสริมคางค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการฉีดฟิลเลอร์
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรได้ให้ได้มาตรฐาน ? ที่นี่มีคำตอบ
บทสรุป
สำหรับใครที่รู้สึกว่าคางสั้น หน้ากลม อยากเสริมคางให้ยาวขึ้นและไม่ได้อยากเสริมให้คางยาวมาก ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์คางได้ แต่ถ้าต้องการผลถาวรหรือคางยาวขึ้นมาก ๆ ก็แนะนำเป็นการเสริมซิลิโคน ทั้งนี้ สามารถปรึกษาหมอเพื่อให้ช่วยประเมินใบหน้าก่อนได้ครับ เพราะแต่ละคนจะเหมาะกับวิธีที่ต่างกัน ควรเลือกวิธีที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
[Fancy_Facebook_Comments_Pro]หลังปักปากกาลดน้ำหนัก ดูแลตัวเองอย่างไรให้ได้ผลดี ? ลดเสี่ยงผลข้างเคียง ไม่โยโย่
Reading Time: 4 minutesหลังปักปากกาลดน้ำหนัก หลายคนจะรู้สึกว่าความอยากอาหารลดลง อิ่มเร็วขึ้น หรือกินได้น้อยกว่าเดิม ซึ่งเป็นจุดที่ควรปรับการดูแลตัวเองให้เหมาะสมทันทีครับ เพราะถ้ายังกินแบบเดิม เลือกอาหารย่อยยาก หรือดื่มน้ำน้อย อาจทำให้ร่างกายไม่สบายตัวและส่งผลต่อแผนลดน้ำหนักได้
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาปัจจุบัน อธิบายครบ ก่อนตัดสินใจทำ เห็น...
Reading Time: 2 minutesผู้ที่สนใจฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่ ? หมอมีข้อมูลที่ควรมาอธิบายให้ทราบอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไข้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ
Fillstim-OX ฉีดหน้าใสพรีเมียมจากอิตาลี ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำร...
Reading Time: 3 minutesFillstim-OX คือยี่ห้อเมโสหน้าใสพรีเมียมจากอิตาลีที่เน้นฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ ผิวโทรม ผิวเสียจากแดด มลภาวะ และอนุมูลอิสระ โดยไม่ได้เน้นแค่ทำให้ผิวดูฉ่ำใสชั่วคราว แต่ช่วยดูแลสภาพแวดล้อมในชั้นผิวให้เหมาะกับการฟื้นฟู ผิวจึงค่อย ๆ ดูกระจ่างใส แข็งแรง ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Fillstim B นวัตกรรมฉีดผิวหน้าใสจากอิตาลี ลดสิว ผดผื่น เพื...
Reading Time: 4 minutesปัจจุบันผู้คนหันมาความสนใจดูแลผิวหน้ามากขึ้นครับ ทำให้หัตถการการฉีดผิวหน้าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Fillstim B หนึ่งในนวัตกรรมผิวพรรณจากอิตาลี ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยปัญหาสิว ผดผื่น รอยดำ และผิวหมองคล้ำ ได้รับความสนใจมากขึ้น Fillstim B คือะไร มีจุดเด่นข้อดีอย่างไร
วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?
Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ
HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...
Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ



