Therafill Collagen คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ? รวมข้อดี จุดเด่นและความเหมาะสมในการใช้

Reading Time: 3 minutes

Therafill Collagen

TheraFill

ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ในการดูแลผิวหน้า ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ ล่าสุดคือคอลลาเจนสดที่ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นผิวจากภายใน โดยแบรนด์ TheraFill คอลลาเจนสดแบบฉีด เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับสนใจเพราะด้วยคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างออกไป และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติยาวนาน

ใครที่กำลังมองหาวิธีการฟื้นผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น TheraFill เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยปรับสภาพผิว ลดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี บทความนี้หมอมีข้อมูลของ TheraFill Collagen มาให้ทำความรู้จักกันอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ข้อดี ความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไปจนถึงราคาและการดูแลหลังการทำครับ

สารบัญ Therafill


Therafill คืออะไร ?

Therafill คือ Atelocollagen (คอลลาเจนสด) ชนิดหนึ่งที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูผิวหน้า โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากหลายองค์กร ทำมาจากคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I ที่สกัดมาจากสัตว์ (หมู) ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์อย่างเข้มงวด

TheraFill คอลลาเจนสด

Therafill ผลิตโดยบริษัท CELLONTECH (Seoul, Korea) ผู้นำด้านคอลลาเจนทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก KFDA (Korea FDA), CE (ยุโรป) และ U.S. FDA (อเมริกา) และนำเข้าโดยบริษัท เอวา ฟาร์ม่า จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตจาก อย. ไทยอย่างเป็นทางการ

จุดเด่นของ Therafill

สิ่งที่ทำให้ Therafill โดดเด่นคือโครงสร้างของคอลลาเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง ด้วยเทคโนโลยี High Purity Atelocollagen ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์ เข้ากันได้ดี คงความเป็นธรรมชาติและช่วยเติมเต็มริ้วรอย และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองได้

จุดเด่น Therafill
  • Therafill เป็นคอลลาเจนสดสำหรับฉีดที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มผิวหน้าโดยเฉพาะ (Injectable Collagen)และ มีโครงสร้างใกล้เคียงผิวมนุษย์
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย พร้อมด้วย KMFDS, GMP, CE และ NET
  • ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูง กำจัดส่วนที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ออกไป จึงไม่ต้องทดสอบผิว (Skin Test) เนื่องจากความเข้ากันได้ดีผิวหนัง(Biocompatibility)และเป็นคอลลาเจนชนิดที่ร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย
  • มีความปลอดภัยสูง โมเลกุลเล็กมากระดับนาโน (0.45 ไมครอน) ซึ่งเล็กกว่าเส้นเลือดฝอย จึงไม่ต้องเสี่ยงเกิดการอุดตันในหลอดเลือด
  • ไม่แสบ เจ็บน้อยเพราะมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) ในตัว 3mg /ml ทำให้สบายผิวระหว่างฉีด
  • ให้ผลลัพธ์เร็วเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เติมเต็ม แต่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน จึงอยู่ได้นานกว่า 1 ปี

หลักการทำงานของ Therafill

Therafill ทำงานด้วยกลไกสองขั้นตอนหลัก ได้แก่

  • ขั้นที่ 1: การเติมเต็มทันที (Immediate Correction) เมื่อฉีด Therafill เข้าไปในชั้นผิวหนัง คอลลาเจนจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่เสื่อมสภาพหรือร่องลึกได้ทันที ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้น
  • ขั้นที่ 2: การกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ (Collagen Stimulation) คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ Fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) ในผิวทำงาน ส่งผลให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ และยาวได้นาน

TheraFill ช่วยอะไรได้บ้าง ?

TheraFill ช่วยอะไรได้บ้าง

TheraFill สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหลายประการ เช่น

  • ลดริ้วรอยแห่งวัย เช่น ริ้วรอยรอบปาก ริ้วรอยหัวเราะ ร่องแก้ม รอยย่นระหว่างคิ้ว
  • เพิ่มความอิ่มฟู ให้กับริมฝีปาก และผิวบริเวณใต้ตา ลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
  • ปรับปรุงคุณภาพผิว ช่วยให้ดูเรียบเนียน มีความยืดหยุ่นดีขึ้น คืนความฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี
  • เติมเต็มแผลเป็น จากสิวหรือแผลเป็นบุ๋มบางประเภท หลุมสิว (Acne Scars)
  • แก้ไขผิวบุ๋ม หรือบริเวณที่ขาดปริมาตร

ใครเหมาะกับ Therafill ?

  • ผู้ที่ต้องการปรับปรุงเนื้อผิวให้ดีขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว

Therafill ควรฉีดกี่ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

Therafill (เทราฟิล) โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและคงอยู่ยาวนาน โดยฉีด 1 ครั้งอยู่ได้นาน 1 ปี (ห้ามฉีดเกิน 25 ml ใน 1 ปี) การเห็นผล จะเริ่มเห็นตั้งแต่ครั้งแรก และจะชัดเจน มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนใหม่

ระยะเวลาเห็นผลและอยู่ได้นาน

  • หลังฉีดทันที : ผิวจะอิ่มเต็ม และฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์จะเริ่มยุบลงจากการดูดซึม
  • 1-3 เดือน : เกิดการกระตุ้นคอลลาเจน และดึงไฟโลบบาสเข้ามทำให้ผิวเด้ง อิ่มเต็มขึ้นมา
  • 3-6 เดือน : ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่
  • 7-12 เดือน : คอลลาเจนที่ถูกสร้างใหม่ยังคงอยู่ คงความอ่อนเยาว์ให้ผิวไว้ได้

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงในการฉีด Therafill

บุคคลที่ควรระวังต่อการใช้ Therafill

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน, แพ้โปรตีนจากสัตว์, หรือแพ้ยาชา Lidocaine
  • โรคประจำตัว ภูมิคุ้มกันบกพร่องโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE – Systemic Lupus Erythematosus)
  • ผิวบริเวณที่ฉีดมีการติดเชื้อ/อักเสบ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว)

  • บวมแดงเล็กน้อยหลังฉีด 1-3 วัน
  • รอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • อาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนสัตว์ (หายาก)
  • การติดเชื้อ (หายากมาก หากทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน)

หลังฉีด Therafill เป็นอย่างไร บวมไหม ?

หลังการฉีดTherafillเห็นผลการเติมเต็มได้ทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด อาจรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ อาจมีอาการบวมเล็กน้อย แต่ไม่มาก สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ


Therafill ต่างจากคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

หากเปรียบเทียบ Therafill คอลลาเจนสด กับคอลลาเจนสดแบรนด์อื่นในท้องตลาด Therafill ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่อง 4 เรื่องดังนี้

  1. ความบริสุทธิ์และเทคโนโลยี เนื่องจากใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัด ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนType I ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
  2. ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด หลังจากฉีด Therafill สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที สามารถเติมเต็มผิวและลดเลือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่คอลลาเจนสดแบรนด์อื่น ๆ อาจจะเน้นเนื่องการบำรุงผิว
  3. ความเหมาะสมกับผิวแพ้ง่าย Therafill ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย
  4. ผ่านการรับรองและมีความน่าเชื่อถือ มีการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผ่านการทดสอบความปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA และ CE Mark และมีงานวิจัยสนับสนุน

เปรียบเทียบTherafill ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ?

ตารางเปรียบเทียบ Therafill VS Filler

หัวข้อเปรียบเทียบTheraFill คอลลาเจนฟิลเลอร์ HA
ส่วนประกอบหลักคอลลาเจน Type IHyaluronic Acid
กลไกการทำงานเติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจนใหม่เติมเต็มและดูดซับน้ำ
ผลลัพธ์ทันทีเห็นได้ทันทีแต่ค่อย ๆ ดีขึ้นเห็นผลชัดเจนทันที
ความเป็นธรรมชาติดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติเป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับเทคนิคและปริมาณ
ระยะเวลาคงอยู่12 เดือน6-24 เดือนขึ้นกับแต่ละยี่ห้อ
การกระตุ้นผิวกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ไม่กระตุ้น แต่เติมเต็ม เพิ่มวอลลุ่ม ปรับแต่งทรงได้
  • Therafill คอลลาเจนสด เหมาะกับการใช้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว ช่วยเติมผิว ลดริ้วรอยตื้น ๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าครับ
  • ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ออกแบบมาเพื่อ ปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น เติมร่องลึก ยกพยุงผิว ปรับรูปหน้า หรือเพิ่มวอลลุ่มในตำแหน่งที่ยุบตัว สามารถใช้เพิ่มปริมาตรได้มาก เช่นฟิลเลอร์คางคาง สามารถฉีดสลายได้ หากไม่พอใจผลลัพธ์

เปรียบเทียบ Therafill กับสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกันอย่างไร ?

นอกจาก Therafill แล้ว ยังมีสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) อื่น ๆ เช่น Sculptra, Radiesse ซึ่งมีความแตกต่างจาก Therafill ดังนี้

Therafill Collagen

  • ส่วนประกอบ : คอลลาเจนบริสุทธิ์ Type I
  • กลไกหลัก : เติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจนใหม่
  • การเปลี่ยนแปลง : เห็นผลทันที
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์ :อยู่ได้นาน 1 ปี
  • เหมาะกับ : ลดริ้วรอยตื้น ๆ ปรับปรุงเนื้อผิว

Sculptra (Poly-L-Lactic Acid)

  • ส่วนประกอบ : Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
  • กลไกหลัก : กระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก ไม่มีการเติมเต็มทันที
  • การเปลี่ยนแปลง : ไม่เห็นผลทันที ต้องรอ 4-8 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์ : 18-24 เดือน หรือมากกว่า
  • เหมาะกับ: เพิ่มปริมาตรใบหน้า ยกกระชับ

คลิกอ่านเพิ่มเติม : Sculptra คืออะไร ราคาเท่าไหร่ กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวได้อย่างไร ?

Radiesse (Calcium Hydroxylapatite)

  • ส่วนประกอบ : Calcium Hydroxylapatite
  • กลไกหลัก : เติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจน
  • การเปลี่ยนแปลง : เห็นผลทันที
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์ : 12-18 เดือน
  • เหมาะกับ : เพิ่มปริมาตร ยกกระชับ แก้ไขมือ

คลิกอ่านเพิ่มเติม : เจาะลึก Radiesse Filler คืออะไร ? เปรียบเทียบกับหัตถการงานผิวอื่น ๆ

ข้อแตกต่างสำคัญ : Therafill เป็นคอลลาเจนจริง ๆ ที่ให้ผลเติมเต็มทันทีและเป็นธรรมชาติมาก เหมาะกับการแก้ไขร่องลึกและปรับปรุงเนื้อผิว ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่น ๆ เป็นสารสังเคราะห์ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง เหมาะกับการเพิ่มปริมาตรและยกกระชับใบหน้าในภาพรวม ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นและยาวนานกว่า


การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Therafill

การเตรียมตัวก่อนทำTherafill

  • ในช่วง1-2 สัปดาห์ก่อนควรหยุดยาหรือวิตามินที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น Aspirin, Vitamin E, Ginkgo, กระเทียม (สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนทำได้ )
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

การดูแลหลังทำ Therafill

  • 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
  • ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัด งดซาวน่า สปา อบไอน้ำ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกไปข้าง
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น พื่อช่วยให้คอลลาเจนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและผิวมีความชุ่มชื้น
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและผลิตคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น พ
  • สามารถประคบเย็นได้หากมีอาการบวมหรือช้ำ แต่ไม่ควรกดแรง แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนประคบเย็นเอง

เช็กราคา Therafill ราคาเท่าไร ?

ราคา Therafill จะแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ปริมาณที่ใช้ จำนวนครั้ง คลินิกที่เข้ารับบริการ ซึ่งโดยทั่วไป ราคาการทำ Therafill จะอยู่ 18000.- ขึ้นไป


สรุป Therafill คอลลาเจนสด นวัตกรรมฟื้นฟูผิว

Therafill คอลลาเจนเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกลไกการทำงานที่ทั้งเติมเต็มทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ Therafill l โดดเด่น

ผลลัพธ์ที่ได้จาก Therafill ไม่เพียงแค่การแก้ไขริ้วรอยหรือร่องลึกชั่วคราว แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ทำให้ผิวดีขึ้นและดูสุขภาพดีในระยะยาว การเลือกใช้ Therafill จึงเปรียบเสมือนการลงทุนในสุขภาพผิว

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำ Therafill l ควรเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการทำที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ การเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

รีวิวฉีดเมโสหน้าใส ผลลัพธ์ก่อน-หลัง ยี่ห้อไหนดี ? กี่วันเห็นผล ? ช่วยอะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutesเมโสหน้าใสรีวิว เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใส ว่าช่วยให้ผิวดีขึ้นจริงแค่ไหน เห็นผลเร็วหรือไม่ และผลลัพธ์หลังทำเป็นอย่างไร บทความนี้หมอสรุปภาพรวมเมโสหน้าใสรีวิว จากประสบการณ์ตรง ตั้งแต่ผลลัพธ์ก่อน-หลัง ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล ยี่ห้อเมโสที่นิยมใช้ ไปจนถึงคำแนะนำในการเลือกคลินิกและการดูแลหลังทำอย่างเหมาะสมและปลอดภัยครับ

January 8, 2026 อ่านต่อ

ปากมาสด้า คืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? เหมาะกับใคร ?

Reading Time: 4 minutesปากมาสด้า เทรนด์ปากที่เคยเป็นกระแสในไทยและได้รับความสนใจในวงการความงามอยู่ช่วงหนึ่ง โดยทรงปากมาสด้าทำได้ด้วย 2 วิธีครับ คือการศัลยกรรมปาก และการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการศัลยกรรมผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น หรืออยากลองเปลี่ยนทรงปากตามเทรนด์ สำหรับใครที่สงสัยว่า ปากมาสด้า มีลักษณะอย่างไร ?

ฉีดมาเด้ ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้เห็นผลหน้าใส ผิวสว...

Reading Time: 3 minutesการเลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมาเด้คอลลาเจนเป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิว ลดสิว และปรับสมดุลผิวจากภายใน ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับคลินิกและประสบการณ์แพทย์เป็นหลัก การฉีดมาเด้ที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง กระจ่างใส และฟื้นตัวได้ดี หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Oligio ราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหม ? รวมข้อควรรู้ก่อนตัดสิน...

Reading Time: 3 minutesOligio ราคาเท่าไหร่ ? เป็นคำถามที่หลายคนค้นหาก่อนตัดสินใจทำ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจนวัตกรรมการยกกระชับผิวหน้าและลดไขมันส่วนเกินด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF ซึ่งช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัด พร้อมฟื้นฟูผิวให้แน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า Oligio ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ ?

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 5 minutesวิธีรักษาฝ้า ที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบันคือ การรักษาแบบผสมผสาน ที่ปรับให้เข้ากับประเภทฝ้าและความรุนแรงของฝ้าแต่ละคน ซึ่งในการรักษาจะครอบคลุมทั้งการใช้ยาเฉพาะที่ การทำเลเซอร์/หัตถการทางการแพทย์ และการดูแลผิวอย่างเคร่งครัด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า