Therafill Collagen
ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ในการดูแลผิวหน้า ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ ล่าสุดคือคอลลาเจนสดที่ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นผิวจากภายใน โดยแบรนด์ TheraFill คอลลาเจนสดแบบฉีด เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับสนใจเพราะด้วยคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างออกไป และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติยาวนาน
ใครที่กำลังมองหาวิธีการฟื้นผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น TheraFill เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยปรับสภาพผิว ลดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี บทความนี้หมอมีข้อมูลของ TheraFill Collagen มาให้ทำความรู้จักกันอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ข้อดี ความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไปจนถึงราคาและการดูแลหลังการทำครับ
สารบัญ Therafill
Therafill คืออะไร ?
Therafill คือ Atelocollagen (คอลลาเจนสด) ชนิดหนึ่งที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูผิวหน้า โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากหลายองค์กร ทำมาจากคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I ที่สกัดมาจากสัตว์ (หมู) ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์อย่างเข้มงวด
Therafill ผลิตโดยบริษัท CELLONTECH (Seoul, Korea) ผู้นำด้านคอลลาเจนทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก KFDA (Korea FDA), CE (ยุโรป) และ U.S. FDA (อเมริกา) และนำเข้าโดยบริษัท เอวา ฟาร์ม่า จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตจาก อย. ไทยอย่างเป็นทางการ
จุดเด่นของ Therafill
สิ่งที่ทำให้ Therafill โดดเด่นคือโครงสร้างของคอลลาเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง ด้วยเทคโนโลยี High Purity Atelocollagen ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์ เข้ากันได้ดี คงความเป็นธรรมชาติและช่วยเติมเต็มริ้วรอย และสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองได้
- Therafill เป็นคอลลาเจนสดสำหรับฉีดที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มผิวหน้าโดยเฉพาะ (Injectable Collagen)และ มีโครงสร้างใกล้เคียงผิวมนุษย์
- ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย พร้อมด้วย KMFDS, GMP, CE และ NET
- ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูง กำจัดส่วนที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ออกไป จึงไม่ต้องทดสอบผิว (Skin Test) เนื่องจากความเข้ากันได้ดีผิวหนัง(Biocompatibility)และเป็นคอลลาเจนชนิดที่ร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย
- มีความปลอดภัยสูง โมเลกุลเล็กมากระดับนาโน (0.45 ไมครอน) ซึ่งเล็กกว่าเส้นเลือดฝอย จึงไม่ต้องเสี่ยงเกิดการอุดตันในหลอดเลือด
- ไม่แสบ เจ็บน้อยเพราะมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) ในตัว 3mg /ml ทำให้สบายผิวระหว่างฉีด
- ให้ผลลัพธ์เร็วเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เติมเต็ม แต่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน จึงอยู่ได้นานกว่า 1 ปี
หลักการทำงานของ Therafill
Therafill ทำงานด้วยกลไกสองขั้นตอนหลัก ได้แก่
- ขั้นที่ 1: การเติมเต็มทันที (Immediate Correction) เมื่อฉีด Therafill เข้าไปในชั้นผิวหนัง คอลลาเจนจะช่วยเติมเต็มบริเวณที่เสื่อมสภาพหรือร่องลึกได้ทันที ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้น
- ขั้นที่ 2: การกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ (Collagen Stimulation) คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ Fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) ในผิวทำงาน ส่งผลให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ และยาวได้นาน
TheraFill ช่วยอะไรได้บ้าง ?
TheraFill สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหลายประการ เช่น
- ลดริ้วรอยแห่งวัย เช่น ริ้วรอยรอบปาก ริ้วรอยหัวเราะ ร่องแก้ม รอยย่นระหว่างคิ้ว
- เพิ่มความอิ่มฟู ให้กับริมฝีปาก และผิวบริเวณใต้ตา ลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
- ปรับปรุงคุณภาพผิว ช่วยให้ดูเรียบเนียน มีความยืดหยุ่นดีขึ้น คืนความฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี
- เติมเต็มแผลเป็น จากสิวหรือแผลเป็นบุ๋มบางประเภท หลุมสิว (Acne Scars)
- แก้ไขผิวบุ๋ม หรือบริเวณที่ขาดปริมาตร
ใครเหมาะกับ Therafill ?
- ผู้ที่ต้องการปรับปรุงเนื้อผิวให้ดีขึ้น
- ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
Therafill ควรฉีดกี่ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
Therafill (เทราฟิล) โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและคงอยู่ยาวนาน โดยฉีด 1 ครั้งอยู่ได้นาน 1 ปี (ห้ามฉีดเกิน 25 ml ใน 1 ปี) การเห็นผล จะเริ่มเห็นตั้งแต่ครั้งแรก และจะชัดเจน มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีการสร้างคอลลาเจนใหม่
ระยะเวลาเห็นผลและอยู่ได้นาน
- หลังฉีดทันที : ผิวจะอิ่มเต็ม และฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์จะเริ่มยุบลงจากการดูดซึม
- 1-3 เดือน : เกิดการกระตุ้นคอลลาเจน และดึงไฟโลบบาสเข้ามทำให้ผิวเด้ง อิ่มเต็มขึ้นมา
- 3-6 เดือน : ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่
- 7-12 เดือน : คอลลาเจนที่ถูกสร้างใหม่ยังคงอยู่ คงความอ่อนเยาว์ให้ผิวไว้ได้
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงในการฉีด Therafill
บุคคลที่ควรระวังต่อการใช้ Therafill
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน, แพ้โปรตีนจากสัตว์, หรือแพ้ยาชา Lidocaine
- โรคประจำตัว ภูมิคุ้มกันบกพร่องโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE – Systemic Lupus Erythematosus)
- ผิวบริเวณที่ฉีดมีการติดเชื้อ/อักเสบ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (ส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว)
- บวมแดงเล็กน้อยหลังฉีด 1-3 วัน
- รอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- อาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนสัตว์ (หายาก)
- การติดเชื้อ (หายากมาก หากทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน)
หลังฉีด Therafill เป็นอย่างไร บวมไหม ?
หลังการฉีดTherafillเห็นผลการเติมเต็มได้ทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด อาจรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ อาจมีอาการบวมเล็กน้อย แต่ไม่มาก สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ
Therafill ต่างจากคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นอย่างไร ?
หากเปรียบเทียบ Therafill คอลลาเจนสด กับคอลลาเจนสดแบรนด์อื่นในท้องตลาด Therafill ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่อง 4 เรื่องดังนี้
- ความบริสุทธิ์และเทคโนโลยี เนื่องจากใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัด ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนType I ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด หลังจากฉีด Therafill สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที สามารถเติมเต็มผิวและลดเลือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่คอลลาเจนสดแบรนด์อื่น ๆ อาจจะเน้นเนื่องการบำรุงผิว
- ความเหมาะสมกับผิวแพ้ง่าย Therafill ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย
- ผ่านการรับรองและมีความน่าเชื่อถือ มีการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญและผ่านการทดสอบความปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA และ CE Mark และมีงานวิจัยสนับสนุน
เปรียบเทียบTherafill ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ?
ตารางเปรียบเทียบ Therafill VS Filler
| หัวข้อเปรียบเทียบ | TheraFill คอลลาเจน | ฟิลเลอร์ HA |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | คอลลาเจน Type I | Hyaluronic Acid |
| กลไกการทำงาน | เติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ | เติมเต็มและดูดซับน้ำ |
| ผลลัพธ์ทันที | เห็นได้ทันทีแต่ค่อย ๆ ดีขึ้น | เห็นผลชัดเจนทันที |
| ความเป็นธรรมชาติ | ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ | เป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับเทคนิคและปริมาณ |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 12 เดือน | 6-24 เดือนขึ้นกับแต่ละยี่ห้อ |
| การกระตุ้นผิว | กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ | ไม่กระตุ้น แต่เติมเต็ม เพิ่มวอลลุ่ม ปรับแต่งทรงได้ |
- Therafill คอลลาเจนสด เหมาะกับการใช้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว ช่วยเติมผิว ลดริ้วรอยตื้น ๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าครับ
- ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ออกแบบมาเพื่อ ปรับโครงสร้างใบหน้า เช่น เติมร่องลึก ยกพยุงผิว ปรับรูปหน้า หรือเพิ่มวอลลุ่มในตำแหน่งที่ยุบตัว สามารถใช้เพิ่มปริมาตรได้มาก เช่นฟิลเลอร์คางคาง สามารถฉีดสลายได้ หากไม่พอใจผลลัพธ์
เปรียบเทียบ Therafill กับสารกระตุ้นคอลลาเจนต่างกันอย่างไร ?
นอกจาก Therafill แล้ว ยังมีสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) อื่น ๆ เช่น Sculptra, Radiesse ซึ่งมีความแตกต่างจาก Therafill ดังนี้
Therafill Collagen
- ส่วนประกอบ : คอลลาเจนบริสุทธิ์ Type I
- กลไกหลัก : เติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจนใหม่
- การเปลี่ยนแปลง : เห็นผลทันที
- ระยะเวลาคงผลลัพธ์ :อยู่ได้นาน 1 ปี
- เหมาะกับ : ลดริ้วรอยตื้น ๆ ปรับปรุงเนื้อผิว
Sculptra (Poly-L-Lactic Acid)
- ส่วนประกอบ : Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
- กลไกหลัก : กระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก ไม่มีการเติมเต็มทันที
- การเปลี่ยนแปลง : ไม่เห็นผลทันที ต้องรอ 4-8 สัปดาห์
- ระยะเวลาคงผลลัพธ์ : 18-24 เดือน หรือมากกว่า
- เหมาะกับ: เพิ่มปริมาตรใบหน้า ยกกระชับ
คลิกอ่านเพิ่มเติม : Sculptra คืออะไร ราคาเท่าไหร่ กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวได้อย่างไร ?
Radiesse (Calcium Hydroxylapatite)
- ส่วนประกอบ : Calcium Hydroxylapatite
- กลไกหลัก : เติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจน
- การเปลี่ยนแปลง : เห็นผลทันที
- ระยะเวลาคงผลลัพธ์ : 12-18 เดือน
- เหมาะกับ : เพิ่มปริมาตร ยกกระชับ แก้ไขมือ
คลิกอ่านเพิ่มเติม : เจาะลึก Radiesse Filler คืออะไร ? เปรียบเทียบกับหัตถการงานผิวอื่น ๆ
ข้อแตกต่างสำคัญ : Therafill เป็นคอลลาเจนจริง ๆ ที่ให้ผลเติมเต็มทันทีและเป็นธรรมชาติมาก เหมาะกับการแก้ไขร่องลึกและปรับปรุงเนื้อผิว ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนอื่น ๆ เป็นสารสังเคราะห์ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง เหมาะกับการเพิ่มปริมาตรและยกกระชับใบหน้าในภาพรวม ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นและยาวนานกว่า
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Therafill
การเตรียมตัวก่อนทำTherafill
- ในช่วง1-2 สัปดาห์ก่อนควรหยุดยาหรือวิตามินที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น Aspirin, Vitamin E, Ginkgo, กระเทียม (สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนทำได้ )
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยา
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
การดูแลหลังทำ Therafill
- 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
- ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัด งดซาวน่า สปา อบไอน้ำ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกไปข้าง
- ดื่มน้ำให้มากขึ้น พื่อช่วยให้คอลลาเจนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและผิวมีความชุ่มชื้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและผลิตคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น พ
- สามารถประคบเย็นได้หากมีอาการบวมหรือช้ำ แต่ไม่ควรกดแรง แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนประคบเย็นเอง
เช็กราคา Therafill ราคาเท่าไร ?
ราคา Therafill จะแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ปริมาณที่ใช้ จำนวนครั้ง คลินิกที่เข้ารับบริการ ซึ่งโดยทั่วไป ราคาการทำ Therafill จะอยู่ 18000.- ขึ้นไป
สรุป Therafill คอลลาเจนสด นวัตกรรมฟื้นฟูผิว
Therafill คอลลาเจนเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกลไกการทำงานที่ทั้งเติมเต็มทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ Therafill l โดดเด่น
ผลลัพธ์ที่ได้จาก Therafill ไม่เพียงแค่การแก้ไขริ้วรอยหรือร่องลึกชั่วคราว แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ทำให้ผิวดีขึ้นและดูสุขภาพดีในระยะยาว การเลือกใช้ Therafill จึงเปรียบเสมือนการลงทุนในสุขภาพผิว
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำ Therafill l ควรเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการทำที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ การเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ


