Thermage vs Hifu ต่างกันอย่างไร ? เหมาะกับใคร ? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้

Reading Time: 4 minutes
Thermage vs Hifu

Thermage vs Hifu

Thermage vs Hifu ต่างกันอย่างไร ? ใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีใดจึงจะเหมาะสมกับปัญหาผิวของตนเอง ในหัวข้อนี้หมอจะพาไปเจาะลึกข้อดี-ข้อจำกัดของแต่ละเครื่องอย่างชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

สารบัญ Thermage vs Hifu


ทำความรู้จัก Thermage vs Hifu คืออะไร ?

ก่อนจะเข้าสู่การเปรียบเทียบข้อดีและข้อแตกต่างของแต่ละเทคโนโลยี เราควรทำความเข้าใจก่อนว่า Thermage และ HIFU คืออะไร หมอสรุปข้อมูลเบื้องต้นมาให้ดังนี้ครับ

Thermage คืออะไร ?

Thermage คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF โดยจะส่งพลังงานเป็นก้อนความร้อนขนาดจุดโฟกัส 3-4 cm2 ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดการหดตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ช่วยให้ผิวแน่น กระชับขึ้นในระยะยาว และมีส่วนช่วยในการลดไขมันสะสมบางส่วน

โดยเครื่อง Thermage ที่นิยมใช้ในประเทศไทย คือ Thermage CPT และ Thermage FLX ซึ่งเครื่องที่ถูกพัฒนาล่าสุดคือ Thermage รุ่น FLX ในปี 2018 ครับ

Hifu คืออะไร ?

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ซึ่งจะส่งพลังงานความร้อน จุดโฟกัสขนาด 0.5-1 mm ลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ลงไปลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า ช่วยให้ผิวเกิดการยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวกระชับ เรียบเนียน

Hifu คืออะไร?

ปัจจุบันเครื่อง Hifu มีออกมาหลายรุ่นหลายยี่ห้อครับ โดยเครื่อง Hifu ที่ได้รับความนิยมใช้กันแพร่หลายมากที่สุด คือ Hifu Ultraformer III และ Ultraformer MPT ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในซีรีส์ Ultraformer ครับ


Thermage vs Hifu ช่วยอะไรบ้าง ?

Thermage และ HIFU ไม่ใช่แค่หัตถการที่ช่วย “ยกหน้า” เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ครอบคลุมหลายด้าน ดังนี้

Thermage ช่วยอะไร ?

Thermage ช่วยอะไร
  • ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดแก้ม ลดเหนียง คางสองชั้น
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก เพิ่มความคมชัดของ jawline
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้า รวมถึงหน้าผาก
  • ช่วยลดริ้วรอยรอบริมฝีปาก และริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า
  • ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เรียบเนียน ผิวแน่น อิ่มฟู รูขุมขนกระชับ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องหลังทำ ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ช่วยลดเซลลูไลท์ แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณต้นขาและสะโพก

Hifu ช่วยอะไร ?

Hifu ช่วยอะไร
  • ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ร่องใต้ตา ยกหนังตาตก หางตาตก
  • ช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อย แก้มตก ยกกระชับแก้ม ลดริ้วรอยร่องแก้ม
  • ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยหย่อนคล้อยบนใบหน้า ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวกรอบหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ปรับรูปหน้า V Shape
  • ช่วยลดไขมันใต้คาง ลดเหนียง ลดคาง 2 ชั้น เพิ่มความคมชัดของแนวกราม
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเต่งตึง อ่อนเยาว์
  • ช่วยยกกระชับผิวบริเวณลำตัว เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก

Thermage vs Hifu มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?

ทั้ง Thermage และ HIFU ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างชัดเจน หมอสรุปให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดังนี้ครับ

Thermage มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?

ข้อดี Thermage

  • เห็นผลหลังทำ 20 % และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ 2-3 เดือน
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 40-90 นาที
  • ครอบคลุมทุกชั้นผิวและชั้นไขมัน
  • ทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว
  • เห็นผลยาวนาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการบำรุงผิวแต่ละบุคคล
  • เป็นเครื่องยกกระชับที่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศสหรัฐอเมริกา และ อย. ไทย ว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก อ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตา ได้รับความนิยมทั่วโลก
ข้อดีของ Thermage

ข้อเสีย Thermage

  • อาจเกิดมีรอยแดงหลังทำ แต่สามารถหายได้เองใน 1-2 ชั่วโมง (ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายอาจมีรอยแดงได้นานกว่าปกติ)
  • อาจเกิดผิวไหม้ (Burn) หากแพทย์ไม่มีความรู้ความชำนาญในการใช้เครื่อง อาจกำหนดคลื่นพลังงานความร้อนที่ไม่เหมาะสมกับผิวหนัง หรือใช้เครื่อง Thermage ปลอมที่ไม่ได้คุณภาพ
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์, มีโรคประจำตัว อย่างโรคหัวใจที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะภายในร่างกาย

Hifu มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?

ข้อดี Hifu

  • ช่วยยกกระชับ ปรับรูปหน้า และกระตุ้นคอลลาเจน
  • ลงลึกถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ SMAS
  • มีหัวยิงตามระดับความลึก แม่นยำ ตรงจุด
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น หลังทำใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำทันที ประมาณ 20% เห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน
  • ยิ่งทำซ้ำ ยิ่งได้ผลสะสมต่อเนื่อง ช่วยป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคต
  • มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา จึงสามารถช่วยเน้นกระชับผิวบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง
ข้อดีของ Hifu

ข้อเสีย Hifu

  • หลังทำ Hifu อาจมีอาการบวม รอยแดง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงไปได้เองประมาณ 2-3 วัน (ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายอาจมีรอยแดงได้นานกว่าปกติ)
  • หากไม่ระวังในการเลือกคลินิก อาจเจอเครื่อง Hifu ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน มีพลังงานไม่คงที่ ทำแล้วก็จะไม่เห็นผล หรือผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน และในบางเคสอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น หน้าไหม้ ปากเบี้ยวได้เลยครับ
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์, มีโรคประจำตัว อย่างโรคหัวใจที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะภายในร่างกาย

เปรียบเทียบ Thermage vs Hifu ต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจสงสัยว่า Thermage vs Hifu ซึ่งเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดนั้น แตกต่างกันอย่างไร ทั้งที่มีเป้าหมายคล้ายกัน ในหัวข้อนี้หมอจะสรุปความแตกต่างระหว่าง Thermage และ HIFU ให้เห็นภาพชัดเจนครับ

ตารางสรุปการเปรียบเทียบ Thermage vs Hifu

เทคโนโลยี Thermage HIFU
พลังงานที่ใช้ คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound)
ระดับความลึกของพลังงาน ครอบคลุมทุกชั้นผิว และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ลึกถึงชั้น SMAS
ความรู้สึกขณะทำ เจ็บเยอะกว่า เพราะก้อนพลังงานมีขนาดใหญ่กว่า เหมาะกับคนที่ทนความเจ็บได้ในระดับสูงจึงจะคุ้มค่าการทำ เจ็บน้อยกว่า จะรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ และปวดหน่วง ๆ ที่ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว
ผลลัพธ์หลัก ผิวกระชับ เรียบเนียน ลดไขมันสะสม ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดความหย่อนคล้อย
เหมาะกับ ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย มีไขมันสะสม เช่น แก้ม เหนียงใต้คาง ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า ปรับกรอบหน้าให้คมชัด
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลหลังทำ 20 % และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ 2-3 เดือน เห็นผลหลังทำทันที 20% และจะเห็นผลชัดใน 2-3 เดือน
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ อยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการบำรุงผิวแต่ละบุคคล อยู่ได้นาน 5-6 เดือน
จำนวนครั้งที่แนะนำ ปีละ 1 ครั้ง ทำได้ทุก 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
การพักฟื้น ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องพักฟื้น

สรุป Thermage กับ HIFU แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ในทางปฏิบัติ ทั้งสองมีจุดเด่น หลักการทำงาน และลักษณะของผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีใด จึงควรพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ

VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : Hifu สามารถยกกระชับได้ดีกว่า เนื่องจากพลังงานที่ยิงเป็นเส้นตรงเรียงกัน จึงยกกระชับผิวในทิศทางที่ต้องการได้อย่างเฉพาะเจาะจง ขณะที่ Thermage พลังงานเป็นวงกว้าง ครอบคลุมทั้งชั้นผิว แต่ทิศทางไม่ชัดเจน จึงเด่นเรื่องลดไขมัน และช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม แต่การยกกระชับทำได้ไม่ดีเท่า Hifu


Thermage vs Hifu เหมาะกับใคร ?

ทั้ง Thermage กับ HIFU เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้

Thermage เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสม บริเวณแก้ม ใต้คาง เหนียง หรือจุดอื่น ๆ บนร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก กรอบหน้าคมชัดขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้า คอ หน้าท้อง ต้นแขน หลังมือ
  • ผู้ที่ต้องการลดเซลลูไลท์บริเวณต้นขาและก้น
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง หน้าโทรม ผิวแห้ง ไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่ต้องการรักษาความแน่นกระชับ และความอ่อนวัยให้ผิว

รีวิวโปรแกรม Thermage ที่ V Square Clinic

Thermage รีวิว_พี่ต๊อก
ผลลัพธ์หลังทำ Thermage ลดแก้ม ลดเหนียงเก็บกรอบหน้า
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
Thermage รีวิว_แม่อ๋อย
ผลลัพธ์หลังทำ Thermage ทั่วหน้า
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

Hifu เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอยเล็กน้อย-ปานกลาง
  • ผู้ที่ต้องการปรับหน้าเรียววีเชฟ เพิ่มกรอบหน้าชัดขึ้น
  • ผู้ที่มีร่องแก้ม ร่องมุมปาก ร่องน้ำหมาก แก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย
  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา ยกคิ้ว หางตา
  • ผู้ที่ต้องการกระชับเหนียง คางสองชั้น และลำคอ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับ รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียน

รีวิวโปรแกรม Hifu ที่ V Square Clinic

รีวิว Hifu Ultraformer III_ไวท์
ผลลัพธ์หลังทำ Hifu หน้า
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
รีวิว Hifu Ultraformer MPT_คุณเฟรนด์ Influencer
ผลลัพธ์หลังทำ Hifu Ultraformer MPT ร่วมกับ Ulthera
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

Thermage vs Hifu ทำร่วมกันได้ไหม ?

Thermage และ HIFU สามารถทำร่วมกันได้ครับ โดยเฉพาะคนที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าเยอะ มีเหนียง สามารถทำ Thermage เพื่อลดไขมันหน้าก่อน แล้วทำ Hifu เพื่อยกกระชับหน้า ยกแก้ม ลดความหย่อนคล้อยของผิว ช่วยเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น

หากคนไข้ไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวของตนเองควรเริ่มจากจุดใด สามารถเข้ามาปรึกษาหมอเพื่อประเมินและแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ครับ


Thermage vs Hifu ราคาเท่าไหร่ ?

ราคา Thermage กับ Hifu จะขึ้นอยู่กับจำนวน line หรือ shot ที่ใช้ยิงครับ ก่อนทำแพทย์จะประเมินจำนวน line ให้อย่างเหมาะสม

สำหรับ Thermage กับ Hifu ที่ V Square Clinic จะมีราคาโปรโมชัน ดังนี้ครับ

Thermage FLX โปรโมชัน ที่ V Square Clinic

Thermage_2025_TH-EN-จีน_UPdate_TH

โปรโมชั่น Thermage FLX สำหรับผู้ติดตาม LINE@ และมีสติกเกอร์ “น้องดักกี้ V Square”

หัว EYE Tip 0.25 cm²
รอบดวงตา

  • 450 shot ราคา 33,599.-

หัว FACE Tip 4.0 cm²
แก้ม+เหนียง

  • 450 shot ราคา 30,000.-

ทั่วหน้า

  • 900 shot ราคา 60,000.-

รับฟรี Hifu Ultraformer III 200 Line**

  • 1,800 shot ราคา 110,000.-

รับฟรี Hifu Ultraformer III 400 Line**

หัว BODY Tip 16.0 cm²
หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา

  • 2,000 shot ราคา 90,000.-

Hifu Ultraformer III โปรโมชัน ที่ V Square Clinic

โปรโมชัน Hifu Ultraformer III ราคาพิเศษ

โปรโมชั่น Hifu Ultraformer III

  • ราคา Hifu 400 line 9,999.-

โปรโมชัน Hifu Ultraformer MPT ที่ V Square Clinic

โปรโมชัน Hifu Ultraformer MPT ราคาพิเศษ

โปรโมชั่น Hifu Ultraformer MPT

  • ราคา Hifu 400 line 15,000.-
  • ราคา Hifu 500 line 17,500.-
  • ราคา Hifu 600 line 20,999.-
  • ราคา Hifu 700 line 24,499.-

สรุป Thermage vs Hifu เลือกอะไรดี ?

Thermage vs Hifu มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวต่างกัน Thermage เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสม ส่วน HIFU เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับเฉพาะจุด การจะเลือกทำหัตถการไหนดี ควรพิจารณาจากสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำและการประเมินอย่างเหมาะสมจากแพทย์ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Juvelook Volume ราคาเท่าไหร่ ? 1 ขวดกี่ CC ? ราคาถูกมาก ควรระวังอะไร ?

Reading Time: 3 minutes- Juvelook Volume ราคาเท่าไหร่ ? 1 ขวดกี่ CC ? - Juvelook Volume ราคาฉีดแต่ละตำแหน่ง ใต้ตา / แก้มตอบ / หลุมสิว - Juvelook Volume ที่ V Square ราคา 17,500.-/ขวด ใช้ยาแท้ ตรวจสอบได้ - Juvelook Volume คืออะไร ? ทำไมราคาแต่ละคลินิกไม่เท่ากัน ? - Juvelook Volume อยู่ได้นานไหม คุ้มค่ากับราคาหรือไม่ ?

Volnewmer ดีไหม ? ช่วยอะไรได้บ้าง ? เหมาะกับใคร ? รีวิวผล...

Reading Time: 4 minutesVolnewmer ดีไหม ? หากคนไข้กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวที่เห็นผลชัดเจนแต่กังวลเรื่องความเจ็บ เทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่อย่าง Volnewmer คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแน่นอิ่มฟูอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้น

Volnewmer ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไร ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า...

Reading Time: 2 minutesVolnewmer ที่ไหนดี ? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับและปรับผิวให้ดูแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเลือกคลินิกอย่างไร ? ให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ตรงตามความคาดหวัง บทความนี้หมอได้รวบรวมเช็กลิสต์ที่ควรพิจารณาก่อนทำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจครับ

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ?

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? คลินิกไหนหมอเก่ง ฉีดสวย เต...

Reading Time: 3 minutesฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? หลายคนเริ่มมองหาคลินิกฉีดร่องแก้ม หลังจากสังเกตได้ว่าบริเวณร่องแก้มมีเส้นริ้วรอยลึกเกิดขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) สามารถเติมร่องแก้มลึก ปรับให้ผิวเรียบเนียนขึ้นได้ แก้ปัญหาใบหน้าที่ดูโทรมและดูมีอายุ ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นได้ทันที เลือกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? ในกรุงเทพฯ มีหลายคลินิกครับ จุดเด่นแตกต่างกันออกไป

ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ต้องรอกี่วัน ? พร้อมข้อควร...

Reading Time: 3 minutesฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนไข้สายฟิตเนสหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะกลัวว่าถ้ากลับไปออกกำลังกายเร็วเกินไป จะทำให้โบท็อกไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงได้ บทความนี้หมอจะอธิบายให้ครบทั้งเรื่อง ฉีดโบท็อกออกกําลังกายได้ไหม ? ควรรอกี่วัน ? มีความเสี่ยงอะไร ? และต้องดูแลตัวเองอย่างไร ? เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า