Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? ก่อนยกกระชับหน้า ต้องรู้ให้ครบ
หลายคนที่เริ่มรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่ชัด แก้มเริ่มตก เหนียงเริ่มมา มักลังเลว่าทำ Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? เครื่องไหนเหมาะกับหน้าตัวเองมากกว่า เพราะทั้ง Ulthera Prime และ Hifu เป็นเทคโนโลยียกกระชับด้วยอัลตราซาวนด์เหมือนกัน แต่มีความต่างกันที่ระดับพลังงาน ซึ่งถ้าเลือกไม่ตรงปัญหา ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเท่าที่คาดหวัง หรืออาจต้องทำซ้ำบ่อยกว่าที่จำเป็นครับ
ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกทำเครื่องไหนดี ในบทความนี้หมอจะมาเปรียบเทียบความต่างของทั้งสองเครื่องแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ Ulthera Prime คืออะไร ? Hifu คืออะไร ? จุดต่างสำคัญ ใครเหมาะกับแบบไหน ? ไปจนถึงวิธีเลือกให้เข้ากับปัญหาผิวของตัวเองก่อนตัดสินใจทำครับ
สารบัญ Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม
หมอสรุปให้! Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? เข้าใจแบบกระชับ ก่อนเจาะลึกเนื้อหา
ถ้าถามว่า Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? หมอจะประเมินจาก 4 เรื่องหลัก ได้แก่ ระดับความหย่อนคล้อย งบประมาณ ความคาดหวังของผลลัพธ์ และความต้องการด้านความแม่นยำในการรักษาครับ
- โดยทั่วไป Ulthera Prime จะได้เปรียบในเรื่องมีหน้าจอเห็นชั้นผิวแบบ Real-Time สามารถยิงพลังงานลงชั้นเป้าหมายได้แม่นยำ ตรงจุด เหมาะกับการยกกระชับใบหน้า เหนียง คาง คอ และผิวหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง เห็นผลลัพธ์ได้ทันที 30% จากนั้นผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2-3 เดือน
- ส่วน Hifu จะเหมาะกับคนไข้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนเล็กน้อย อยากกระชับผิวให้เฟิร์มขึ้น หรืออยากเริ่มดูแลรูปหน้าในงบที่เบากว่า แต่หมออยากให้มองว่า Ulthera Prime และ Hifu ไม่ได้เป็นคู่แข่งที่ต้องเลือกแบบ “อันหนึ่งดี อีกอันไม่ดี” แต่เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับคนไข้คนละกลุ่มครับ
สำหรับใครที่อยากศึกษาความต่างระหว่าง Ulthera Prime กับ Hifu เพิ่มเติม หมอจะอธิบายแบบเจาะลึกในหัวข้อด้านล่างนี้ครับ
Ulthera Prime คืออะไร ?
Ulthera Prime คือเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะจุด หรือ Microfocused Ultrasound with Visualization – MFU-V ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวลึก รวมถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
จุดเด่นของ Ulthera Prime คือมีระบบ Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบ Real-time ระหว่างทำ จึงสามารถประเมินความลึกของผิว ความหนาของชั้นไขมัน และวางตำแหน่งการยิงพลังงานได้แม่นยำขึ้น
Hifu คืออะไร ?
Hifu หรือ High Intensity Focused Ultrasound คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแบบโฟกัส พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลางครับ
Hifu มีหลายแบรนด์ หลายเทคโนโลยี แต่ที่ได้รับความนิยม ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล US FDA, ยุโรป และอย. ไทย คือ Ultraformer III และ Ultraformer MPT ครับ
Ulthera Prime เหมาะกับใคร ?
กลุ่มที่เหมาะกับ Ulthera Prime ได้แก่
- คนไข้ที่มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือใบหน้าดูหย่อนลง
- คนไข้ที่มีเหนียง ใต้คาง หรือผิวคอเริ่มหย่อน
- คนไข้ที่ต้องการยกกระชับหน้าให้ดูเข้ารูปขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ
- คนไข้ที่ต้องการเทคโนโลยีที่มีระบบเห็นชั้นผิวแบบ Real-time
- คนไข้ที่เคยทำ Hifu แล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอ
- คนไข้ที่ต้องการวางแผนยกกระชับเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ประเมินตามชั้นผิวจริง
- คนไข้ที่รับได้กับงบประมาณที่สูงกว่า Hifu และต้องการดูแลผิวในระยะยาว
Hifu เหมาะกับใคร ?
กลุ่มที่เหมาะกับ Hifu ได้แก่
- คนไข้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม
- คนไข้ที่กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แต่ยังไม่มีความหย่อนมาก
- คนไข้ที่มีแก้มตกเล็กน้อย หรือมีเหนียงเล็กน้อย
- คนไข้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป
- คนไข้ที่ต้องการหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
- คนไข้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวในงบประมาณที่เข้าถึงง่ายกว่า
- คนไข้ที่สามารถดูแลต่อเนื่องตามแผนที่แพทย์แนะนำได้
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? ถ้าดูจากเทคโนโลยี และกลไกการทำงาน
ทั้ง Ulthera Prime และ Hifu ใช้พลังงานอัลตราซาวด์เพื่อยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ Ulthera Prime ได้เปรียบกว่าในเรื่องความแม่นยำ เพราะมีหน้าจอให้แพทย์เห็นชั้นผิวแบบ Real-Time ก่อนยิงพลังงาน ทำให้วางแผนการรักษาได้ละเอียดขึ้น
ขณะที่ Hifu จะไม่มีหน้าจอเห็นชั้นผิว จึงอาศัยประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก แต่ข้อดีคือ Hifu Ultraformer MPT จะมีหัวยิง Ultraboost สำหรับงานผิวโดยเฉพาะ ช่วยกระชับรูขุมขน ให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น ส่วน Hifu Ultraformer III จะมีหัวยิงพิเศษอย่าง Cherry Pink (2.0 mm) ที่สามารถเก็บรายละเอียดในตำแหน่งเล็ก ๆ ได้ดีครับ
สรุปคือ Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ในเรื่องความแม่นยำ ยกกระชับได้ตรงจุดกว่า เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน ส่วน Hifu เหมาะกับผู้ที่ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย ต้องการกระชับผิวและดูแลผิวในงบที่เข้าถึงง่ายกว่าครับ
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? ตารางเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย
| Ulthera Prime | หัวข้อเปรียบเทียบ | Hifu |
|---|---|---|
| คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง | พลังงาน | คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง |
| MFU-V (Micro-focused Ultrasound with Visualization) | เทคโนโลยี | MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) |
| ส่งพลังงานเปลี่ยนเป็นความร้อน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว | หลักการทำงาน | ส่งพลังงานเปลี่ยนเป็นความร้อน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว |
| ชั้น SMAS | ระดับชั้นผิวที่ลงถึง | ชั้น SMAS |
| 1 mm | ขนาดจุดโฟกัส | 0.5-1 mm |
| มีหน้าจอแสดงชั้นผิว | หน้าจอแสดงชั้นผิว | ไม่มีหน้าจอแสดงชั้นผิว |
| ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง คอหย่อน | เหมาะกับปัญหา | ผิวหย่อนเล็กน้อย กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง ต้องการปรับหน้าเรียว |
| อาจรู้สึกจี๊ด ลึก หรืออุ่นใต้ผิว | ความรู้สึกระหว่างทำ | อาจรู้สึกจี๊ดหรือร้อนใต้ผิว |
| เห็นผลทันที 30% ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2-3 เดือน | ระยะเวลาเห็นผล | เห็นผลทันที 20% ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2-3 เดือน |
| 1 ปี | ระยะเวลาผลลัพธ์ | 5-6 เดือน |
| 1 ปี/ครั้ง | ความถี่ในการทำ | 2 ครั้ง/ปี |
| คนที่ต้องการผลลัพธ์ชัด อยู่ได้นาน มีปัญหาผิวปานกลาง | เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการเริ่มดูแลผิวในระยะเริ่มมีปัญหาผิวเล็กน้อย |
| เริ่ม 26,000.-/300 Line | ราคา | เริ่ม 10,900.-/300 Line |
ถ้าต้องการยกกรอบหน้า เหนียง และคอ Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ?
ถ้าต้องการยกกรอบหน้า ลดเหนียง หรือกระชับผิวคอ ในเคสที่ผิวหย่อนคล้อยชัด มีเหนียง แก้มห้อย Ulthera Prime จะตอบโจทย์กว่า Hifu ครับ แต่หมอไม่ได้หมายความว่า Hifu ไม่ดีนะครับ Hifu ก็สามารถช่วยกระชับผิวได้เช่นกัน เพียงแต่จะเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวเล็กน้อย จุดสำคัญคือควรเลือกจากปัญหาผิว ระดับความหย่อน อายุ งบประมาณ และให้แพทย์ประเมินชั้นผิวก่อนทำครับ
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ถ้าดูเรื่องผลลัพธ์ ?
Ulthera Prime กับ Hifu มีจุดร่วมคือ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป คนไข้บางรายอาจรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับอายุ สภาพผิว ความหย่อน ชั้นไขมัน การดูแลตัวเอง และการตอบสนองของร่างกาย
ถ้าคนไข้มีผิวหย่อนชัด กรอบหน้าไม่คม เหนียงเริ่มมาก และต้องการวางแผนยกกระชับที่ละเอียดขึ้น Ulthera Prime อาจเหมาะกว่า เพราะมีระบบ Visualization ช่วยให้แพทย์ประเมินชั้นผิวขณะทำได้ครับ แต่ถ้าคนไข้เริ่มมีผิวหย่อนเล็กน้อย ต้องการกระชับกรอบหน้าแบบดูแลต่อเนื่อง ราคาเข้าถึงง่าย Hifu ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้เช่นกัน
หมอจึงไม่อยากให้คนไข้เลือกจากคำว่า “ดีกว่า” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากปัญหาผิวจริงครับ
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ถ้าดูเรื่องความเจ็บ ?
ทั้ง Ulthera Prime และ Hifu อาจมีความรู้สึกตึง ๆ จี๊ด ๆ ผิวระหว่างทำได้ เพราะเป็นพลังงานที่ส่งลงใต้ผิว ไม่ใช่การดูแลผิวตื้น ๆ ครับ
Ulthera Prime อาจรู้สึกจี๊ดลึก สะดุ้ง หรือร้อนเป็นจุด ๆ โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง หรือใกล้แนวกระดูก ส่วน Hifu อาจรู้สึกอุ่น จี๊ดในบางตำแหน่ง ขึ้นกับรุ่นเครื่อง พลังงาน จำนวนช็อต และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน
สิ่งที่ช่วยให้ทำได้สบายขึ้น ได้แก่
- แปะยาชาก่อนทำตามความเหมาะสม
- แพทย์ประเมินจุดที่ไวต่อความรู้สึกก่อนยิง
- ปรับพลังงานตามสภาพผิวและความทนของคนไข้
- สื่อสารกับแพทย์ระหว่างทำ หากรู้สึกเจ็บมากผิดปกติ
- ใช้เครื่องแท้ หัวทิปแท้ และตั้งค่าพลังงานเหมาะสม
ความเจ็บมากกว่าไม่ได้แปลว่าได้ผลดีกว่าเสมอไป และความเจ็บน้อยกว่าก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผลครับ จุดสำคัญคือพลังงานต้องลงในตำแหน่งที่เหมาะสมและปลอดภัยภายใต้การประเมินของแพทย์มากประสบการณ์
ถ้าดูเรื่องความคุ้มค่า Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ?
ถ้าวัดเฉพาะราคาต่อครั้ง Hifu มักมีงบประมาณที่เข้าถึงง่ายกว่า Ulthera Prime แต่ถ้าวัดความคุ้มค่า ควรดูจากเป้าหมายผลลัพธ์ ระดับความหย่อน และความถี่ในการดูแลต่อเนื่องครับ
กรณีที่ Ulthera Prime อาจคุ้มกว่า
Ulthera Prime เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนยกกระชับแบบละเอียด ต้องการให้แพทย์เห็นชั้นผิวระหว่างทำ และมีปัญหาผิวหย่อนชัดปานกลาง เช่น แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง หรือผิวคอเริ่มหย่อน
กรณีที่ Hifu อาจคุ้มกว่า
Hifu เหมาะกับคนที่เริ่มมีผิวหย่อนเล็กน้อย ต้องการเริ่มดูแลผิว กระชับกรอบหน้า กระชับแก้ม หรือทำเป็นโปรแกรมดูแลต่อเนื่องในงบที่เข้าถึงง่ายกว่า
ดังนั้นแล้วความคุ้มค่าจึงไม่ได้อยู่ที่เครื่องแพงกว่าเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าเครื่องนั้นตอบปัญหาของคนไข้ได้ตรงจุดหรือไม่ครับ
Ulthera Prime กับ Hifu มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ?
แม้ Ulthera Prime และ Hifu จะเป็นหัตถการไม่ผ่าตัด แต่ยังต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นพลังงานที่ส่งลงใต้ผิวครับ ซึ่งผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น แดง บวม และรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำ แต่ยังควรอยู่ภายใต้การประเมินที่เหมาะสม
ข้อควรระวังที่คนไข้ควรรู้ ได้แก่
- อาจมีอาการบวม แดง ระบม หรือกดเจ็บหลังทำ
- บางรายอาจรู้สึกชาหรือเสียวบริเวณที่ทำชั่วคราว
- คนที่มีแผลอักเสบ ติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังบริเวณที่จะทำ ควรเลื่อนการทำ
- คนที่ตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือมีอุปกรณ์ฝังในบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- ไม่ควรเลือกทำจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว โดยไม่รู้ชื่อเครื่อง รุ่นเครื่อง หรือจำนวนช็อต
ไม่ว่าจะเลือก Ulthera Prime หรือ Hifu หมอแนะนำให้ตรวจสอบเครื่องแท้ทุกครั้งก่อนทำ และควรทำกับคลินิกที่มีแพทย์ประเมินใบหน้าก่อนเริ่มทุกครั้งครับ
Ulthera Prime กับ Hifu ราคาเท่าไหร่ ?
Ulthera Prime กับ Hifu ราคาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ จำนวนไลน์ เครื่องที่ใช้ และราคาโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกครับ
Ulthera Prime ราคาโปรโมชัน
Hifu ราคาโปรโมชัน
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? คำตอบคือไม่ได้ดีกว่ากันในทุกกรณีครับ เพราะทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นต่างกัน และเหมาะกับปัญหาผิวคนละแบบ ซึ่งหมอแนะนำให้เลือกจาก 5 ปัจจัยหลักดังนี้ครับ
- ระดับความหย่อนของผิว : ถ้าผิวหย่อนเล็กน้อย กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีเหนียงเล็กน้อย Hifu อาจเพียงพอ แต่ถ้าผิวหย่อนชัดขึ้น แก้มตก กรอบหน้าไม่คม หรือผิวคอเริ่มหย่อน Ulthera Prime อาจเหมาะกว่าในบางราย
- ตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ : บริเวณกรอบหน้า แก้ม เหนียง ใต้คาง คอ หรือหางคิ้ว มีความลึกของชั้นผิวและความไวต่อพลังงานไม่เท่ากัน แพทย์จึงต้องเลือกหัวทิป ความลึก และพลังงานให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง
- ความหนาของชั้นไขมันและโครงหน้า : คนไข้ที่มีไขมันเยอะ แก้มเยอะ หรือเหนียงชัด อาจต้องวางแผนต่างจากคนไข้ที่หน้าตอบหรือมีผิวน้อย เพราะถ้าใช้พลังงานไม่เหมาะสม อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัด หรือดูตอบเกินไปในบางรายได้
- งบประมาณและความถี่ในการดูแล : Hifu ราคาเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มดูแลผิวและทำต่อเนื่องเป็นระยะ ส่วน Ulthera Prime เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนยกกระชับแบบละเอียดขึ้น และรับได้กับงบประมาณที่สูงกว่า
- ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ : ทั้ง Ulthera Prime และ Hifu ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปจากการกระตุ้นคอลลาเจน ถ้าคนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น และเข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล ทั้งสองเทคโนโลยีสามารถเป็นตัวเลือกที่ดีได้เมื่อเลือกให้เหมาะกับปัญหา
โดยสรุป หมออยากให้คนไข้มองว่า Ulthera Prime และ Hifu ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกจากคำว่าเครื่องไหนเหนือกว่าเสมอไป แต่เป็นเครื่องมือคนละแบบที่แพทย์เลือกใช้ตามปัญหาผิวของคนไข้ครับ
FAQ: Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม คำถามที่คนไข้มักสงสัย
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ถ้าอยากให้กรอบหน้าชัด ?
ถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อน แก้มตก และกรอบหน้าไม่ชัด Ulthera Prime อาจเหมาะกว่าในบางราย เพราะมีระบบช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวระหว่างทำครับ แต่ถ้าปัญหายังเล็กน้อย Hifu ก็อาจเพียงพอได้ ขึ้นกับการประเมินของแพทย์
Hifu ทำแล้วค่อยเปลี่ยนเป็น Ulthera Prime ได้ไหม ?
ทำได้ในหลายกรณีครับ คนไข้บางรายเริ่มจาก Hifu เพื่อดูแลผิวระยะต้น แล้วเมื่อผิวหย่อนมากขึ้นหรืออยากวางแผนยกกระชับที่ละเอียดขึ้น จึงเปลี่ยนเป็น Ulthera Prime แต่ควรเว้นระยะและให้แพทย์ประเมินก่อนทำซ้ำ
Ulthera Prime กับ Hifu ทำพร้อมกันได้ไหม ?
บางเคสอาจวางแผนร่วมกันได้ แต่ไม่ควรทำซ้อนกันโดยไม่มีเหตุผล เพราะทั้งสองใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงชั้นผิวเหมือนกัน แพทย์ควรประเมินก่อนว่าควรเลือกตัวใดตัวหนึ่ง หรือวางแผนร่วมกันอย่างไรให้เหมาะสม
Ulthera Prime อยู่ได้นานกว่า Hifu ไหม ?
โดยทั่วไป Ulthera Prime มักถูกเลือกในเคสที่ต้องการยกกระชับแบบละเอียดและระยะยาวกว่า แต่ระยะเวลาผลลัพธ์จริงขึ้นกับอายุ สภาพผิว ความหย่อน การดูแลตัวเอง และการตอบสนองต่อคอลลาเจนของแต่ละบุคคลครับ
ทำ Ulthera Prime หรือ Hifu ต้องพักฟื้นไหม ?
โดยมากไม่ต้องพักฟื้นนานครับ หลังทำอาจมีรอยแดง บวม ระบม หรือกดเจ็บได้ชั่วคราว คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในหลายกรณี แต่ควรทำตามคำแนะนำหลังทำของแพทย์ครับ
สรุป Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? แบบไหนเหมาะกับใคร
Ulthera Prime ดีกว่า Hifu ไหม ? สรุปคือไม่ได้ดีกว่ากันในทุกกรณีครับ แต่ทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นต่างกัน และเหมาะกับคนไข้คนละกลุ่ม การเลือกจึงควรดูจากระดับความหย่อนของผิว ตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ งบประมาณ ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ และการประเมินของแพทย์เป็นหลัก
หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก Ulthera Prime หรือ Hifu หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพผิวและโครงหน้าก่อนครับ เพราะการเลือกหัตถการที่เหมาะกับปัญหาจริง จะช่วยให้วางแผนยกกระชับได้พอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ


