ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC แต่ละคนใช้เท่ากันไหม? ยี่ห้อไหนให้ผลเป็นธรรมชาติที่สุด?



ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่CC

หนึ่งในข้อสงสัยของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์ เพราะหลายคนอาจหาข้อมูลจากหลายๆ คลินิก และมักได้ข้อมูลในรูปแบบ CC เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 CC ราคา XX,XXX บาท ดังนั้นขอสงสัยต่อมาคือ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ควรใช้ยี่ห้อใด? แต่ละคนใช้เท่ากันหรือไม่ เพื่อจะประเมินการค่าใช้จ่ายของตนเองถูก หมอมีคำตอบให้ในบทความนี้ครับ

เลือกอ่าน

  1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ทำไมแต่ละคนใช้ไม่เท่ากัน?
  2. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหน? รุ่นใดเหมาะที่สุด
  3. ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ทำไมแต่ละคนใช้ไม่เท่ากัน

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ CC จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลครับ แต่ละคนจะใช้ปริมาณ CC ไม่เท่ากัน ในคนที่มีปัญหาใต้ตาลึก กระดูกใต้ตามีการยุบตัวมากๆ เช่น คนไข้อายุเยอะ หมออาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์มากขึ้นโดยดูเป็นเคสๆ ไปครับ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ 1-2 CC ในการรักษา

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ แต่ยังไม่ใช่ผลที่ชัดเจนเพราะหลังฉีดเสร็จจะมีอาการบวมเข็มให้เห็น ต้องรอสักระยะให้ยุบบวมเต็มที่ประมาณ 14 วัน ถึงจะเห็นผลที่ชัดเจนได้ครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา-1CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc

อ่านเพิ่มเติม : [แนะนำ] ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ? ราคาเท่าไหร่? ที่ไหนดี? และข้อห้ามหลังฉีดใต้ตา


ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหน? รุ่นใดเหมาะที่สุด

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นบริเวณที่ต้องพิถีพิถันในการฉีด เพราะผิวหนังใต้ตาค่อนข้างบาง ดังนั้นหมอที่มีประสบการณ์มักเลือกฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ไม่มีคุณสมบัติทำให้ผิวฟูมากจนเกินไป เพราะฉีดแล้วทำให้ตาดูบวม ไม่เป็นธรรมชาติ หากใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่ฟูเยอะ หลังฉีดจะออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

แบรนด์ฟิลเลอร์ที่แนะนำสำหรับฉีดใต้ตา คือ Restylane กับ Juvederm ซึ่งจุดเด่นของยี่ห้อ Restylane คือฉีดแล้วคงรูปไม่ฟูเยอะ ก่อนหน้านี้ทาง V Square Clinic จะเลือกใช้ของ Restylane ฉีดใต้ตามาตลอด แต่ต่อมายี่ห้อ Juvederm ได้พัฒนาเป็นรุ่นที่ฉีดแล้วไม่ค่อยฟูเยอะออกมาเช่นกัน ลักษณะโมเลกุลจะใกล้เคียงกัน คือฉีดแล้วจะไม่ค่อยฟู แตกต่างกันที่อายุการใช้งาน หากจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็แนะนำ 2 รุ่นนี้ครับ

  • Restylane รุ่น Perlane 1 CC ราคา 11,000.-
  • Juvederm รุ่น Voluma 1 CC ราคา 13,000.-


ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

ปัญหาเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เห็นได้ชัดขึ้นขณะยิ้มหรือเห็นเป็นรอยสีเข้มๆ ใต้ตา ดูไม่เป็นธรรมชาติ เกิดจากเทคนิคการฉีดที่ใช้หรือฉีดในชั้นที่ไม่ถูกต้อง หากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ลงในชั้นที่ตื้นเกินไปก็จะทำให้เห็นเป็นก้อนขึ้นมาครับ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อให้ผลดีต้องฉีดในชั้นที่อยู่นิ่ง ไม่ใช่ฉีดที่กล้ามเนื้อครับ ซึ่งจุดนี้หมอที่มีความชำนาญด้านการปรับรูปหน้าและทราบถึงโครงสร้างบนใบหน้าจะเข้าใจข้อควรระวังนี้เป็นอย่างดี ใช้ความระมัดระวังและใช้เวลาในการฉีดค่อนข้างนานกว่าจุดอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลดี ฟิลเลอร์ไม่จับเป็นก้อนในภายหลัง

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ : ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนบวม เกิดจากอะไรและวิธีแก้ไขอย่างไรบทความนี้มีคำตอบ

ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

แต่ถ้าในเคสที่ฉีดมาแล้วเป็นก้อน ก็ยังพอสามารถแก้ไขได้ครับ โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยสารเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ( Hyarulonidase) ซึ่งเอนไซม์นี้จะช่วยย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เมื่อฉีดสลายแล้วก็สามารถฉีดใหม่ได้โดยเลือกแพทย์ที่มีความสามารถและชำนาญมากพอในการปรับแก้ไข

ในกรณีฉีดสลายหมอขอย้ำว่าสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid เท่านั้นนะครับ ส่วนในเคสที่เป็นก้อนจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม กลุ่มซิลิโคนหรือพาราฟิน กรณีนั้นต้องทำการขูดหรือผ่าตัดออกตามอาการครับ

(ตอบข้อสงสัย การฉีดฟิลเลอร์สามารถสลายได้หรือไม่?)

โดยสรุป การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนครับ ก่อนฉีดควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดว่าแพทย์ที่ฉีดให้ ใช้ฟิลเลอร์แบบใด เหมาะกับบริเวณใต้ตาหรือไม่ ที่สำคัญคือต้องมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ครับ และแพทย์ต้องมีความชำนาญมากพอ ย้ำว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช่ว่าหมอทุกคนจะทำได้ดีนะครับ หมอต้องมีความรู้เรื่องชั้นผิวบนใบหน้า เพื่อให้ฉีดออกมาแล้วสวยเป็นธรรมชาติและปลอดภัยมากที่สุดครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 12 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ