Ulthera vs Oligio ต่างกันอย่างไร ? เปรียบเทียบเทคโนโลยียกกระชับผิว เลือกแบบไหนดี ?

Reading Time: 3 minutes
Ulthera vs Oligio

Ulthera vs Oligio

Ulthera vs Oligio เป็นสองนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มย้วย หรือผิวไม่กระชับตามวัย โดยทั้งสองเทคโนโลยีสามารถช่วยยกกระชับและฟื้นฟูผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีหลักการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ

ในบทความนี้หมอจะพาเปรียบเทียบ Ulthera กับ Oligio แบบเข้าใจง่าย ทั้งในด้านของเทคโนโลยีที่ใช้ ความแตกต่าง ผลลัพธ์ ราคา และคำแนะนำในการเลือกโปรแกรม เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรเลือกยกกระชับผิวแบบไหนให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนมากที่สุดครับ

คลิกอ่านหัวข้อ Ulthera vs Oligio


ทำความรู้จัก Ulthera และ Oligio

ก่อนตัดสินใจเลือกทำหัตถการยกกระชับผิว Ulthera หรือ Oligio ควรทำความเข้าใจพื้นฐานของแต่ละเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างตรงจุดครับ

Ulthera คืออะไร ?

รู้ก่อนทำ! Ulthera คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง

Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับ Original ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูง MFU-V (Microfocus Ultrasound with Visualization) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวลึกถึงชั้น SMAS เพื่อให้ผิวเกิดการยกกระชับขึ้น มาพร้อมหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นระดับชั้นผิวระหว่างทำ สามารถยิงพลังงานได้แม่นยำ และออกแบบการรักษาแบบ Customized ให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

จุดเด่นของ Ulthera

ปัจจุบันเทคโนโลยี Ultherapy ที่นิยมใช้ในคลินิกมีอยู่ 2 รุ่น ได้แก่ Ulthera SPT และ เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด Ulthera Prime ที่มีการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม โดยยังคงใช้หลักการส่งพลังงานอัลตราซาวนด์เพื่อยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่มีการปรับดีไซน์ให้ทันสมัย เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำและสบายผิวมากขึ้นครับ

ทำความรู้จักเครื่องยกกระชับ Ultherapy Prime

อ่านบทความ Ulthera ฉบับเต็ม คลิก!

Oligio คืออะไร ?

Oligio

Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวจากประเทศเกาหลีที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าไปจนถึงชั้นไขมัน ช่วยให้ผิวเกิดการหดตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับ เรียบเนียน

จุดเด่นสำคัญของ Oligio คือระบบ Cooling System ที่ทำงานควบคู่กับการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ โดยระหว่างยิงพลังงานเครื่องจะมีระบบสั่น และปล่อยความเย็นออกมาต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผิวชั้นบนจากความร้อน ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบาย และลดความรู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนระหว่างทำหัตถการ

อ่านบทความ Oligio ฉบับเต็ม คลิก!


Ulthera vs Oligio ต่างกันอย่างไร ?

Ulthera กับ Oligio มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งประเภทของพลังงาน ความลึกของการรักษา และผลลัพธ์ที่ได้ หมอแยกเปรียบเทียบแต่ละหัวข้อให้เข้าใจง่าย ดังนี้

ตารางเปรียบเทียบ Ulthera กับ Oligio

ตารางเปรียบเทียบ Ulthera vs Oligio

เปรียบเทียบพลังงานที่ใช้

  • Ulthera ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบ MFU-V ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงลึกเป็นจุด ๆ ไปยังชั้นผิวที่ต้องการ พร้อมมีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์ยิงพลังงานได้แม่นยำมากขึ้น
  • Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบ Monopolar RF 6.78 MHz โดยส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวเพื่อให้ผิวเกิดการหดตัว กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้น

เปรียบเทียบความลึกของพลังงาน

  • Ulthera สามารถส่งพลังงานลงลึกได้หลายระดับ ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นสำคัญในการยกพยุงใบหน้า จึงเหมาะกับการยกกระชับผิวชั้นลึก และแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ชัดเจน
  • Oligio จะเน้นการส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ และชั้นไขมัน ช่วยกระชับผิว ลดความย้วยของแก้มเล็กน้อย และปรับคุณภาพผิวให้ดูแน่น เรียบเนียนขึ้น แต่จะไม่ได้ลงลึกถึงชั้น SMAS เหมือน Ulthera

เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้

  • Ulthera ให้ผลลัพธ์เด่นเรื่องการยกหน้า (Lifting) ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม เหนียง ใต้คาง และช่วยให้ใบหน้าดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Oligio ให้ผลลัพธ์เด่นเรื่องกระชับผิว (Tightening & Skin Quality) ผิวแน่นขึ้น กระชับขึ้น รูขุมขนดูกระชับ ผิวเรียบเนียน และช่วยลดความย้วยของผิวในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

เปรียบเทียบตำแหน่งที่ทำได้

  • Ulthera สามารถทำได้หลายตำแหน่ง เช่น ใบหน้า รอบดวงตา กรอบหน้า ใต้คาง ลำคอ และบางตำแหน่งของร่างกาย เหมาะกับบริเวณที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างแม่นยำ
  • Oligio นิยมทำบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา โดยเฉพาะแก้ม กรอบหน้า เหนียง และบริเวณที่ต้องการให้ผิวแน่น เรียบเนียน กระชับขึ้น

เปรียบเทียบระยะเวลาทำ

  • Ulthera ใช้เวลาทำประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวน Line ที่ใช้ ยิ่งทำหลายตำแหน่งหรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ระยะเวลาในการทำก็อาจนานขึ้น
  • Oligio ใช้เวลาทำประมาณ 20-30 นาที จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย ต้องการหัตถการที่ทำเร็ว พักฟื้นน้อย และสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : ปัญหาผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว หรือผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนั้นจึงควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและปัญหาเฉพาะบุคคลก่อนทำหัตถการ เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการมากที่สุดครับ


Ulthera vs Oligio แบบไหนเหมาะกับใคร ?

Ulthera กับ Oligio เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาและความต้องการดังต่อไปนี้

Ulthera เหมาะกับใคร ?

Ulthera เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย คิ้วตก หนังตาตก
  • ผู้ที่ต้องการลดเหนียง เน้นกรอบหน้าให้ชัดเจน
  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่มีโครงสร้างผิวเริ่มเสื่อมสภาพ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกหน้าแบบยาวนาน โดยทำเพียงปีละครั้ง

Oligio เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณแก้ม และกรอบหน้า
  • ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม มีเหนียงใต้คาง กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง ผิวขรุขระ ดูไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่กลัวความเจ็บและต้องการหัตถการที่พักฟื้นน้อยที่สุด

หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับหัตถการใด สามารถเข้ามาปรึกษาหมอที่ V Square Clinic เพื่อประเมินระดับความหย่อนคล้อย และออกแบบโปรแกรมยกกระชับที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ตรงจุด คุ้มค่า และปลอดภัยมากที่สุด ปรึกษาและประเมินสภาพผิวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


ทำ Ulthera กับ Oligio กี่ครั้งเห็นผล ?

Ulthera ทำเพียง 1 ครั้งก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 20-30% หลังทำ ผิวจะค่อย ๆ ยกกระชับและแน่นขึ้นจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นในช่วง 3-6 เดือน

ส่วนการทำ Oligio สามารถเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกเช่นกัน ผิวจะรู้สึกแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นหลังทำ จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 3-6 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงสภาพผิวให้กระชับและดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่องครับ


ผลลัพธ์ Ulthera กับ Oligio อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์ของ Ulthera อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ระดับความหย่อนคล้อย และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคน

ส่วนผลลัพธ์ของ Oligio อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน เหมาะกับการทำต่อเนื่องเพื่อคงสภาพผิวให้แน่น กระชับ และเรียบเนียนอยู่เสมอ หากดูแลผิวดี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็ว ผลลัพธ์ของทั้ง Ulthera และ Oligio ก็มีโอกาสอยู่ได้นานขึ้นครับ


Ulthera vs Oligio ราคาเท่าไหร่ ?

  • Ulthera ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำ โดยมีราคาสูงกว่า เนื่องจากเป็นเทคโนโลยียกกระชับจากอเมริกา และมีระบบหน้าจอช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์
  • Oligio ราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่า อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ ถือเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่เริ่มทำหัตถการยกกระชับผิว หรือต้องการกระชับผิวให้แน่นขึ้นในงบประมาณที่ย่อมเยากว่าครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera vs Oligio

Ulthera กับ Oligio ทำร่วมกันได้ไหม ?

Ulthera กับ Oligio สามารถทำร่วมกันได้ครับ โดย Ulthera จะช่วยยกกระชับโครงสร้างผิวในชั้นลึก เหมาะกับการยกกรอบหน้า แก้ม เหนียง และแนวกราม ส่วน Oligio จะช่วยกระชับผิวชั้นตื้น ปรับผิวให้แน่น เรียบเนียน และรูขุมขนดูกระชับขึ้น เมื่อทำร่วมกันจะช่วยให้ผลลัพธ์โดยรวมดูสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งในเรื่องการยกกระชับและคุณภาพผิวครับ

ระหว่างทำ Oligio กับ Ulthera อันไหนเจ็บน้อยกว่า ?

Oligio จะเจ็บน้อยกว่า Ulthera ครับ เพราะมีระบบ Cooling System ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ลดความร้อนสะสม และช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นระหว่างทำ ส่วน Ulthera จะให้ความรู้สึกปวดลึกหรือจี๊ดเป็นบางจุด เนื่องจากพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS แต่ก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บได้ครับ

หลังทำ Ulthera กับ Oligio มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

หลังทำ Ulthera และ Oligio อาจมีรอยแดง ผิวอุ่น บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่พบได้ตามปกติและมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน ในบางรายหลังทำ Ulthera อาจมีอาการระบมหรือเจ็บลึกบริเวณแนวกรามและใต้คางได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่โดยทั่วไปทั้งสองหัตถการไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ

ทำ Ulthera กับ Oligio ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

Ulthera และ Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน Skin Booster หรือเลเซอร์บางชนิด แต่ควรอยู่ภายใต้การวางแผนและคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด


สรุป Ulthera vs Oligio เลือกยกกระชับผิวแบบไหนดีกว่ากัน ?

Ulthera vs Oligio มีจุดเด่นต่างกันครับ หากต้องการยกกระชับผิวชั้นลึก แก้กรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน หรือเหนียงชัด ๆ Ulthera จะเหมาะกว่า เพราะลงลึกถึงชั้น SMAS ส่วน Oligio เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวแน่น เรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับ เจ็บน้อย และใช้เวลาทำไม่นาน ทั้งนี้สามารถทำทั้งสองหัตถการร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักฉีดเองได้ไหม ? อันตรายหรือไม่ ? มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ?

Reading Time: 3 minutesนวัตกรรมปรับสัดส่วนรูปร่างที่มาในรูปแบบปากกาลดน้ำหนัก อาจฟังดูเหมือนง่าย แต่พอถึงเวลาต้องเริ่มใช้จริง หลายคนกลับเกิดคำถามในใจด้วยความกังวลว่า ปากกาลดน้ำหนักฉีดเองได้ไหม ? เพราะแม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ซับซ้อน แต่ก็เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและการดูแลสุขภาพโดยตรง

September 17, 2026 อ่านต่อ

กำจัดขนถาวร ทำได้จริงไหม ควรทำกี่ครั้ง เลือกวิธีไหนดี ? เ...

Reading Time: 5 minutesหลายคนคุ้นเคยกับการโกนหรือแวกซ์ที่ทำได้เอง แต่ไม่นานขนก็ขึ้นใหม่ หรือเจอปัญหาขนคุด ผิวระคายเคือง หากกำลังมองหาวิธีกำจัดขนถาวร ที่ช่วยลดการขึ้นใหม่ของเส้นขนในระยะยาว สามารถติดตามได้ในบทความนี้ครับ หมอจะพาไปรู้จักวิธีกำจัดขนถาวรที่ใช้ในปัจจุบัน ทั้งเลเซอร์ขน, การจี้ไฟฟ้า, IPL และ AFT ว่าแต่ละวิธีมีหลักการทำงาน จุดเด่น และข้อจำกัดต่างกันอย่างไร ?

Fillstim ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกฉีดผิวใสอย่างไร ให้มั่นใจ ...

Reading Time: 4 minutesFillstim เป็นตัวยาเมโสหน้าใสพรีเมียมแบบฉีดจากอิตาลี ที่เพิ่งเข้ามาในไทยได้ไม่นาน เลือกคลินิกฉีด Fillstim ที่ไหนดี ? จึงมีความสำคัญมาก เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ตัวยาของแท้ และฟื้นฟูผิวอย่างตรงจุด คนไข้ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน โปร่งใส สามารถตรวจสอบตัวยาได้ และให้บริการโดยแพทย์มากประสบการณ์เท่านั้นครับ

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร ปักปากกาแบ...

Reading Time: 5 minutes - ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ? - GLP-1 และ GIP คืออะไร ? - ลักษณะของปากกาลดน้ำหนัก - วิธีการฉีดปากกาลดน้ำหนักทําอย่างไร ? - เจาะลึกกลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

Fillstim ราคาเท่าไหร่ ? ผลลัพธ์คุ้มค่าไหม ? เจาะลึกค่าใช้...

Reading Time: 2 minutesFillstim ราคา เป็นข้อมูลที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจฉีด พราะนอกจากผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูคุณภาพผิวแล้ว ค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กันด้วยครับ ในบทความนี้หมอจะพาไปดูว่าราคา Fillstim ขึ้นอยู่กับอะไร ? ราคาแบบฉีด กับ แบบทา ต่างกันไหม ? พร้อมแนะนำข้อควรรู้ และแนวทางเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เพื่อเป็นแนวทางช่วยให้คนไข้สามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากขึ้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า