Ulthera vs Thermage vs Ultraformer
หลายคนที่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือต้องการยกกระชับใบหน้า มักเกิดความสับสนว่า Ulthera vs Thermage vs Ultraformer แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด บทความนี้หมอได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 3 เทคโนโลยียกกระชับผิวเหล่านี้ อย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถตัดสินใจเลือกทำได้อย่างมั่นใจและตรงจุดที่สุด
สารบัญ Ulthera vs Thermage vs Ultraformer
ทำความรู้จัก 3 เทคโนโลยียกกระชับผิว Ulthera vs Thermage vs Ultraformer
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด หนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในวงการความงาม คือ เครื่องยกกระชับผิวแบบไม่มีแผล ได้แก่ Ulthera, Thermage และ Ultraformer ซึ่งทั้ง 3 เทคโนโลยีนี้ต่างมีจุดเด่นและกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน
Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ?
Ulthera หรือ Ultherapy คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization)
จุดเด่นที่ทำให้ Ulthera แตกต่างจากเครื่องอื่นคือ มีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างใต้ผิวหนังขณะทำหัตถการ และส่งพลังงานลงสู่ชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ได้อย่างแม่นยำที่สุด
Ulthera ได้รับการรับรองจาก US-FDA และเป็นเครื่องที่ถูกพัฒนาโดย DR. Rox Anderson แพทย์ผิวหนังชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ถือเป็นเครื่องมาตรฐาน Gold Standard ในกลุ่มเทคโนโลยี HIFU ครับ
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกหน้าให้ดูวีเชฟ ยกคิ้ว หรือแก้หนังตาตก โดยที่ใบหน้าไม่ได้มีไขมันเยอะเกินไป
Ultraformer (อัลตราฟอร์เมอร์) คืออะไร ?
Ultraformer เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในกลุ่มเทคโนโลยี HIFU เช่นเดียวกับ Ulthera แต่ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า MMFU (Micro and Macro Focused Ultrasound) ซึ่งมีทั้งหัวยิงแบบ Micro สำหรับยกกระชับชั้นผิวและชั้น SMAS และหัวยิงแบบ Macro สำหรับสลายไขมันสะสม จึงครอบคลุมการแก้ปัญหาได้หลากหลายกว่า
Ultraformer ที่ได้มาตรฐาน เช่น Ultraformer III ,Ultraformer MPT ผ่านการรับรองจาก US-FDA, EU, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี และไทย ถือเป็นทางเลือกที่ดีรองจาก Ulthera ในด้านประสิทธิภาพ HIFU
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับผิวให้แน่น เฟิร์มขึ้น ในผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงกับ Ulthera
Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร ?
Thermage ทำงานด้วยหลักการที่แตกต่างจาก Ulthera และ Ultraformer โดยสิ้นเชิงครับ เพราะใช้ คลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF) ส่งพลังงานความร้อนแบบกระจายเป็นก้อนใหญ่ลงไปสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) เพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว
Thermage รุ่นล่าสุดคือ Thermage FLX ซึ่งมีระบบเซนเซอร์วัดความร้อน AccuREP และระบบทำความเย็นช่วยบรรเทาความรู้สึกขณะทำ ผ่านการรับรองจาก US-FDA และ อย. ไทย
เหมาะสำหรับ : คนที่มีแก้มเยอะ มีเหนียง ผิวดูย้วยไม่แน่น หรือมีริ้วรอยยับ ๆ บนใบหน้า พลังงานจะช่วยรีดไขมันและทำให้ผิวหดตัวกลับมาตึงกระชับได้ครับ
ตารางเปรียบเทียบ Ulthera vs Thermage vs Ultraformer
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง 3 เทคโนโลยีนี้คือ ประเภทของพลังงานที่ใช้ และ ระดับความลึกที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ulthera | Thermage | Ultraformer |
|---|---|---|---|
| พลังงานที่ใช้ | Focused Ultrasound | Monopolar RF | MMFU (HIFU) |
| ระดับความลึกชั้นผิว | SMAS (เน้นยกหน้า) | ชั้นไขมัน/คอลลาเจน (เน้นแน่น ฟู) | SMAS & ไขมัน |
| ความแม่นยำ | สูงมาก (มีจอภาพ Real-time) | สูง (ขึ้นกับประสบการณ์แพทย์) | ปานกลาง (พลังงานกระจาย) |
| ความรู้สึกขณะทำ | ปวดหน่วง ๆ ลึกถึงกระดูก | ร้อนผ่าว ๆ ใต้ผิว | จี๊ด ๆ อุ่น ๆ |
| ระยะเวลาเห็นผล | ชัดเจนใน 2-3 เดือน | ชัดเจนใน 2-3 เดือน | ชัดเจนใน 2-3 เดือน |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | 1 ปี | 1-2 ปี | 5-6 เดือน |
| เป้าหมายหลัก | ยกหน้า, ปรับกรอบหน้า | ลดแก้ม, ผิวแน่น, รูขุมขน | ยกกระชับ, ราคาคุ้มค่า |
Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร ?
แม้ทั้งคู่จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์และสามารถส่งพลังงานถึงชั้น SMAS เหมือนกัน แต่จุดต่างสำคัญคือ Ulthera มีหน้าจอแสดงภาพ Real-time ที่ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทำ ทำให้ความแม่นยำสูงกว่า มีจุดโฟกัสพลังงานที่ใหญ่กว่า (1 mm) และผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า
ส่วน Ultraformer ไม่มีหน้าจอแสดงภาพ แต่มีหัวยิงที่หลากหลายกว่า ราคาเข้าถึงง่ายกว่า และใช้เวลาทำน้อยกว่า จึงค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะความคุ้มค่า
Ulthera กับ Thermage ต่างกันอย่างไร ?
Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับในแนวดิ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้มีผิวบางถึงปานกลาง ไขมันน้อย ต้องการยกคิ้ว ยกหนังตา หรือเก็บกรอบหน้า
ในขณะที่ Thermage เหมาะกับผู้ที่มี ไขมันสะสมบนใบหน้ามาก ผิวย้วย ไม่กระชับ ต้องการให้ผิวแน่น เรียบเนียน และปรับ Skin Quality โดยรวม
Thermage กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร?
Thermage ส่งพลังงานแบบกระจายเป็นก้อนใหญ่เน้นชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียน เหมาะกับผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตา
ส่วน Ultraformer ส่งพลังงานเป็นจุดเล็กเรียงต่อกันลึกถึงชั้น SMAS เหมาะกับการดึงยกหน้า ลดเหนียง และสลายไขมันเฉพาะจุดพร้อมกัน
เปรียบเทียบผลลัพธ์ Ulthera vs Thermage vs Ultraformer
ระยะเวลาเริ่มเห็นผลทั้ง 3 เทคโนโลยีจะเริ่มเห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 10-30% จากการที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหดตัวเพราะความร้อน โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย
- Ulthera : เห็นผลทันทีประมาณ 20–30% และเห็นชัดเจนเต็มที่ในช่วง 2–3 เดือน
- Ultraformer : เห็นผลทันทีประมาณ 20% และเห็นชัดเจนใน 2-3 เดือน
- Thermage : เห็นผลทันทีประมาณ 20% และเห็นชัดเจนในช่วง 2-3เดือน เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลามากกว่า
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- Ulthera : ผลอยู่ได้ประมาณ 1 ปี แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง
- Ultraformer : ผลอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน แนะนำให้ทำปีละ 2 ครั้ง หรือ 6 เดือนครั้ง
- Thermage : ผลอยู่ได้นานที่สุดที่ 1-2 ปี แนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง
Ulthera vs Thermage vs Ultraformer เหมาะกับใคร ?
เลือก Ulthera เมื่อมีความเหมาะสมเหล่านี้
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการยกกระชับในชั้นลึก
- มีชั้นไขมันบนใบหน้าน้อย หรือผิวบางถึงปานกลาง
- ต้องการยกคิ้ว ยกหนังตาตก หรือเปิดดวงตาให้ดูสดใส
- ต้องการความแม่นยำสูงสุด และยอมรับราคาที่สูงกว่าได้
เลือก Ultraformer เมื่อมีเป้าหมายเหล่านี้
- ต้องการทั้งยกกระชับและลดไขมันสะสมในเครื่องเดียว
- ต้องการยกกระชับใบหน้าและลำตัวในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า
- ทนความเจ็บได้น้อย (เจ็บน้อยกว่า Ulthera)
- ต้องการทำซ้ำได้บ่อยขึ้นเพื่อคงผลลัพธ์ต่อเนื่อง
เลือก Thermage เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
- มีใบหน้ากลม แก้มเยอะ ไขมันสะสมมาก ผิวย้วยไม่กระชับ
- ต้องการปรับ Skin Quality ผิวให้แน่น เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ
- ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานที่สุด (1-2 ปี)
- ต้องการทำบริเวณรอบดวงตาหรือเปลือกตา (Thermage Eye Tip)
- ต้องการทำบริเวณร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง
ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของ Ulthera, Thermage และ Ultraformer
ทั้ง 3 เทคโนโลยีเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงครับ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องเสียเลือด ไม่ต้องผ่าตัด หรือเกิดแผลบนผิวชั้นนอก อาการหลังทำที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
- ผิวแดง หลังทำ 4-6 ชั่วโมงแรก แล้วจางหายเอง
- บวมหรือระบมเล็กน้อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบาง อาการจะหายใน 2–7 วัน
- ปวดหน่วงลึก บริเวณที่ทำ อาจรู้สึกประมาณ 1–2 สัปดาห์
ทั้งสามเครื่องสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ โดยไม่ต้องพักฟื้น
ความเจ็บปวดขณะทำ อันไหนเจ็บมากที่สุด?
ความรู้สึกขณะทำเป็นหนึ่งในข้อสงสัยยอดนิยม โดยทั่วไปความเจ็บจะเรียงลำดับดังนี้
Thermage > Ulthera > Ultraformer
- Thermage จะรู้สึกอุ่นร้อนวูบวาบและเจ็บจี๊ดลึกใต้ผิว แต่มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นในเครื่อง FLX ช่วยบรรเทา
- Ulthera จะรู้สึกปวดหน่วงลึก ๆ และจี๊ดร้อนตามแนวการยิงพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณแนวกระดูก
- Ultraformer จะรู้สึกเจ็บจี๊ดเบา ๆ และปวดหน่วงใต้ผิว เจ็บน้อยที่สุดในสามเครื่อง
หมายเหตุ : ก่อนทำหัตถการทุกประเภทจะมีการทายาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บ และแพทย์สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ทั้งนี้หากปรับพลังงานต่ำเกินไปเพื่อลดความเจ็บ อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ลดลงตามไปด้วย
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera, Thermage และ Ultraformer
เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งThermage , Ulthera และ Ultraformer จะมีวิธีการดูแลคล้าย ๆ กันดังนี้
ข้อควรปฏิบัติ
- ทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และครีมกันแดด SPF 30 PA+++ ขึ้นไปทุกวัน
- หลีกเลี่ยงแดดจัดและความร้อน เช่น สตีม ซาวน่า ประมาณ 2 สัปดาห์
- ไม่นวดหรือถูใบหน้าแรงในช่วง 3 วันแรก
- งดทำเลเซอร์ร้อน ในชั้นลึกประมาณ 1 เดือน
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลโภชนาการ
FAQ ตอบขอสงสัยเกี่ยวกับ Ulthera, Thermage และ Ultraformer
Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร ทำอันไหนดีกว่ากัน ?
ทั้งคู่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์และส่งพลังงานถึงชั้น SMAS เหมือนกัน แต่ Ulthera มีหน้าจอแสดงภาพ Real-time ทำให้แม่นยำกว่า ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าประมาณ 1 ปี แต่ราคาสูงกว่า ส่วน Ultraformer ไม่มีหน้าจอ ผลอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน แต่มีหัวยิงหลากหลาย เจ็บน้อยกว่า และราคาเข้าถึงง่ายกว่า
หากต้องการความแม่นยำสูงสุดและมีงบเพียงพอ แนะนำ Ulthera แต่หากต้องการทางเลือกที่ครอบคลุมทั้งยกกระชับและลดไขมัน Ultraformer เป็นตัวเลือกที่ดีมาก
Thermage vs Ulthera เลือกอันไหนดี ?
ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน หากมีผิวหย่อนคล้อย ไขมันน้อย ต้องการยกหน้าชัดเจน ยกคิ้ว หรือยกหนังตาตก แนะนำ Ulthera
แต่หากมีใบหน้ากลม แก้มเยอะ ไขมันสะสมมาก หรือต้องการให้ผิวแน่น เรียบเนียน และ Skin Quality ดีขึ้น แนะนำ Thermage FLX ที่มีผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1-2 ปี
สามารถทำ Ulthera และ Thermage พร้อมกันได้ไหม ?
ทำได้ครับ และเป็นที่นิยมมาก (เรียกว่าการทำ Combo) เช่น ทำ Thermage เพื่อลดไขมันแก้ม แล้วตามด้วย Ulthera เพื่อยกกระชับชั้น SMAS จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ บางกรณีอาจแนะนำให้ทำต่างเวลากันเพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่
ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกมา ทำเครื่องเหล่านี้ได้ไหม ?
ทำได้ครับ แต่แนะนำให้เว้นระยะห่างจากการฉีดประมาณ 1 เดือน พื่อป้องกันความร้อนจากเครื่องไปรบกวนประสิทธิภาพของตัวยาครับ
สรุป Ulthera vs Thermage vs Ultraformer เลือกใช้ถูก ผลลัพธ์ดี
Ulthera vs Thermage vs Ultraformer ทั้ง 3 เทคโนโลยีต่างเป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน
ความแตกต่างหลัก คือ Ulthera โดดเด่นด้านความแม่นยำและการยกกระชับชั้นลึก Ultraformer โดดเด่นด้านความหลากหลาย ราคาเข้าถึงง่าย และครอบคลุมทั้งยกกระชับและลดไขมัน ส่วน Thermage โดดเด่นด้านการปรับ Skin Quality และผลลัพธ์ที่ยาวนานที่สุด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มีเครื่องไหนดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ การเลือกเครื่องที่เหมาะสมที่สุดควรมาจากการประเมินสภาพผิว ปัญหา และความต้องการของของคนไข้ จากการประเมินของแพทย์ และผลลัพธ์ที่ดีจะมาจากการทำโดยเครื่องที่เหมาะกับปัญหาคนไข้แต่ละราย ใช้เครื่องแท้ ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐานประกอบเข้าด้วยกันครับ


