ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักที่พบบ่อยและวิธีรับมือ
ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง ? อันตรายหรือเปล่า ? ใช้แล้วจะมีผลเสียอะไรตามมาไหม ? และควรใช้ยังไงให้ปลอดภัย ?
บทความนี้หมอจะอธิบายทุกเรื่องที่คนไข้ควรรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก ตั้งแต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อย อาการที่ต้องระวัง ไปจนถึงแนวทางการใช้ให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงในระยะยาวครับ
สารบัญ ปากกาลดน้ําหนักผลข้างเคียง
ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร อันตรายไหม ?
เมื่อพูดถึงผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก เราควรรู้ก่อนว่าปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ทำงานอย่างไรกับร่างกายของเราครับ
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมความหิว ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว อิ่มนาน และลดความอยากอาหาร ทำให้กินได้น้อยลงนั่นเองครับ
ถามว่าอันตรายไหม ? ตัวยาปากกาลดน้ำหนักไม่ได้จัดว่าเป็นยาที่อันตรายครับ หากใช้ถูกข้อบ่งชี้ อยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งความเสี่ยงจริง ๆ มักเกิดจาก
- ซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเอง
- ใช้ตัวยาปากกาลดน้ำหนักเกินขนาด
- ใช้ปากกาลดน้ำหนักปลอม หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
ปากกาลดน้ําหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนัก แบ่งให้เข้าใจง่ายเป็น 2 กลุ่ม คือ ผลข้างเคียงทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ และ ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อยแต่ควรระวัง
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้
ในช่วงเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือช่วงปรับขนาดยา 1-2 สัปดาห์แรก อาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อยในบางราย เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัว ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นเคยกับยา
อาการทั่วไปที่พบได้ ได้แก่
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- ท้องอืด แน่นท้อง
- ท้องผูก หรือท้องเสีย
- เบื่ออาหารมากกว่าปกติ
- เวียนหัว อ่อนเพลีย
อาการเหล่านี้ไม่ได้ถือว่าเป็นอันตราย หากอาการไม่รุนแรง คนไข้สามารถดูแลตัวเองร่วมกับแพทย์ที่จะมีการปรับขนาดยา โดยจะเริ่มฉีดยาในขนาดต่ำและค่อย ๆ ปรับเพิ่ม เพื่อลดผลข้างเคียงและช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย
ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียง ส่วนใหญ่จะเป็นอาการเล็กน้อยและดีขึ้นได้เอง แต่ในเคสที่ร่างกายตอบสนองรุนแรง หรือมีโรคประจำตัวแฝงอยู่ อาจเกิดผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักที่อันตรายได้ครับ
อาการที่ต้องระวัง ได้แก่
- ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) : ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ร้าวไปถึงหลัง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
- นิ่วในถุงน้ำดี : ปวดท้องส่วนบนอย่างหนัก มีไข้ขึ้น ผิวเหลือง ตาเหลือง หรืออุจจาระสีซีดผิดปกติ
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) : หน้ามืด เวียนศีรษะ เหงื่อออก ใจสั่น มือสั่น หรือตามัวผิดปกติ (พบบ่อยในคนไข้เบาหวานที่ใช้ยาอินซูลิน)
- ไตวายเฉียบพลันจากการขาดน้ำ : อาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หรืออาเจียนที่รุนแรง จะทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก จนนำไปสู่สภาวะไตทำงานผิดปกติได้
- อาการแพ้ยารุนแรง (Anaphylaxis) : หน้าบวม ปากบวม หายใจติดขัด มีผื่นคันรุนแรง หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
- ปัญหาด้านสายตา : การมองเห็นเปลี่ยนแปลง พร่ามัวกะทันหัน (โดยเฉพาะในคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2)
- อัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติ : รู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นรัวแรงแม้ในขณะนั่งพักติดต่อกันนานหลายนาที
- ภาวะอารมณ์แปรปรวน : บางรายอาจมีอาการซึมเศร้า กระวนกระวาย หรือหงุดหงิดง่ายผิดปกติ
แม้อาการเหล่านี้จะพบได้ยาก แต่ถ้ามีสัญญาณผิดปกติ ให้หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักทันที และเข้ารับการประเมินจากแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรฝืนใช้ต่อ ปรับยาเอง หรือรอดูอาการโดยไม่ปรึกษาหมอเด็ดขาดครับ
ผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก เกิดขึ้นช่วงไหน ? กี่วันถึงหาย
ผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงสัปดาห์แรกของการเริ่มใช้ยา หรือช่วงที่มีการปรับเพิ่มโดสยา เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวกับฮอร์โมน โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อใช้ยาต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการปรับตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากใช้ปากกาลดความอ้วนนานกว่า 1 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมครับ
เมื่อมีผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก ควรหยุดใช้ทันทีไหม ?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักเสมอไปครับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่คนไข้เจอเป็นหลัก
- กรณีที่มีอาการเล็กน้อย : เช่น คลื่นไส้ พะอืดพะอม แน่นท้อง หรือท้องอืด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักที่พบบ่อยในช่วงเริ่มใช้ยา หมอมักจะไม่รีบให้หยุดยา แต่จะปรับตารางแผนการรักษาแทน เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวได้ดีขึ้น เช่น
- ลดขนาดยาให้เหมาะสมกับร่างกาย
- ชะลอการเพิ่มโดส ไม่เร่งปรับยาเร็วเกินไป
- ปรับพฤติกรรมการกิน เช่น แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลง เคี้ยวให้ละเอียดขึ้น
- กรณีที่ควรพิจารณาหยุดยา : เช่น อาเจียนต่อเนื่อง รับประทานอาหารไม่ได้ ปวดท้องบิดอย่างรุนแรง หรือมีอาการแพ้ยา กรณีแบบนี้หมอจะพิจารณาให้หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักทันที และประเมินอาการอย่างละเอียดครับ
ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือต้องระวังเป็นพิเศษ ?
ไม่ใช่ทุกคนที่จะฉีดปากกาลดน้ำหนักได้ครับ การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะกลุ่มคนไข้ต่อไปนี้ต้องระวังเรื่องผลข้างเคียงเป็นพิเศษ หรือบางรายหมอห้ามใช้เด็ดขาดครับ
- ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวใกล้ชิดเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Cancer (MTC)
- ผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 (MEN 2)
- ผู้ที่แพ้ยา Semaglutide หรือส่วนประกอบของยา (Hypersensitivity)
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือมีภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA)
- หญิงตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่เป็นหรือเคยมีประวัติตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)
- ผู้ป่วยโรคไต หรือมีภาวะไตเสื่อม
- ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy)
- ผู้ที่มีแผนผ่าตัดหรือดมยาสลบ
- ผู้ที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียต่อเนื่อง
- ผู้ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี
วิธีดูแลและบรรเทาอาการข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนัก ควรทำอย่างไร ?
หากมีอาการข้างเคียงทั่วไปจากปากกาลดน้ำหนัก เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง หรือท้องเสีย ส่วนใหญ่สามารถบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้ครับ
- กินมื้อเล็ก แต่บ่อยขึ้น ลดปริมาณอาหารต่อมื้อ แบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อ เพื่อลดภาระกระเพาะ และหยุดกินทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกอิ่ม
- เลือกอาหารย่อยง่าย เน้นอาหารรสอ่อน ไขมันต่ำ เช่น ข้าวต้ม กล้วย แครกเกอร์ หรือข้าวสวย โดยเฉพาะช่วงที่มีอาการคลื่นไส้หรือท้องเสีย
- กินช้า เคี้ยวให้ละเอียด ช่วยให้กระเพาะที่ทำงานช้าลง ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น ลดอาการแน่นท้องและอิ่มเกินไป
- ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในคนที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสีย และยังช่วยลดอาการท้องผูกได้
- หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน อาหารรสจัด หรือมีไขมันสูง รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม
- ควรนั่งหรือยืนตัวตรงหลังรับประทานอาหาร อย่างน้อย 30 นาที เพื่อลดอาการคลื่นไส้และแสบร้อนกลางอก
- พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับยาได้ดีขึ้น ลดความอ่อนเพลีย และช่วยให้อาการข้างเคียงโดยรวมดีขึ้นเร็ว
ร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อตัวยาไม่เหมือนกัน หากมีผลข้างเคียงที่รบกวนชีวิตประจำวัน หรือยังไม่ดีขึ้น ควรรีบแจ้งแพทย์ที่ดูแลอยู่ เพื่อประเมินและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมและดีที่สุดครับ
ข้อควรระวัง! อันตรายจากการซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเอง
การซื้อปากกาลดน้ำหนักจากช่องทางออนไลน์ หรือแหล่งที่ไม่ใช่สถานพยาบาลแล้วมาฉีดเอง เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก เพราะไม่มีการประเมินร่างกายก่อนใช้ ไม่มีการปรับขนาดยาอย่างเหมาะสม และไม่มีแพทย์คอยติดตามอาการ
เมื่อเกิดผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก คนไข้มักไม่รู้ว่าควรหยุดยา ปรับยา หรือควรรีบพบแพทย์เมื่อใด ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นครับ
อันตรายที่เกิดจากการซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเอง ได้แก่
- เสี่ยงได้รับยาปลอมหรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง
- ใช้ขนาดยาไม่เหมาะสม อาจเร่งโดสเร็วเกินไป จนร่างกายรับไม่ไหว
- ไม่รู้ข้อห้ามใช้ยาในคนที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
- ไม่มีการติดตามอาการ หากเกิดผลข้างเคียงจะได้รับการช่วยเหลือช้า
หมอจึงไม่แนะนำให้ซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเองโดยเด็ดขาด การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยมากที่สุด
ปากกาลดน้ำหนัก ที่ไหนดี ? ฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง
การใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องมีการประเมินสุขภาพก่อนเริ่มใช้ เพื่อกำหนดขนาดยาและวิธีฉีดให้เหมาะกับแต่ละคนครับ
หากกำลังมองหาว่า ปากกาลดน้ำหนักที่ไหนดี ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- คลินิกหรือสถานพยาบาลมี ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก
- มีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเหมาะสมก่อนรักษา
- ใช้ปากกาลดน้ำหนักของแท้ ได้รับการรับรองจาก อย. และเก็บรักษาถูกต้อง
- ราคาสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงเกินจริง
- มีคำแนะนำด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และนัดติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงช่วยให้ลดน้ำหนักได้ผลดี แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และเพิ่มความปลอดภัยในระยะยาวครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก (FAQ)
ถ้าฉีดแล้วไม่มีอาการข้างเคียงเลย แปลว่ายาไม่ได้ผลหรือเปล่า ?
ไม่เสมอไป คนไข้บางรายตอบสนองต่อยาได้ดี ร่างกายปรับตัวเก่ง หรือมีพื้นฐานระบบย่อยอาหารแข็งแรง ก็อาจทำให้ไม่เกิดผลข้างเคียงจากปากกาลดน้ำหนักครับ
ปากกาลดน้ำหนักใช้ต่อเนื่องนานแค่ไหน ? ควรหยุดเมื่อไหร่ ?
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และเป้าหมายน้ำหนักของคนไข้ ส่วนใหญ่ใช้ยาต่อเนื่อง 3-6 เดือนก็เห็นผลชัดเจน หากได้ผลลัพธ์ที่พอใจแล้ว สามารถหยุดยาได้ครับ
หลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก จะเกิดโยโย่ (Yoyo Effect) ไหม ?
การใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่ทำให้เกิดโยโย่ เพราะช่วยปรับขนาดกระเพาะอาหารได้ถาวร แต่ถ้าหยุดยาแล้วยังคงมีพฤติกรรมการกินเหมือนก่อนเริ่มรักษาและไม่ดูแลสุขภาพ น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้อีก
ถ้าลืมฉีดปากกาลดความอ้วนตามกำหนด จะเป็นอะไรไหม ?
การลืมฉีดตามกำหนดไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ควรกลับมาฉีดให้ต่อเนื่องตามแผนการรักษา ทั้งนี้คลินิกที่ได้มาตรฐานจะมีการติดตามและโทรแจ้งเตือนให้เข้ารับการฉีด เพื่อช่วยลดโอกาสการพลาดนัดและให้การรักษาได้ผลดีที่สุด
สรุป ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียงที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจใช้
โดยสรุปแล้ว ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียง ส่วนใหญ่ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง หรือปวดท้อง มักเป็นอาการทั่วไปที่พบได้ในช่วงเริ่มต้นการใช้ยา และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ หากใช้ยาอย่างถูกวิธี
สิ่งสำคัญคือ ควรใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสม ปรับขนาดยาให้พอดีกับร่างกาย และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง และทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืนครับ
อ้างอิง
- Alyssa Billingsley. (November 5, 2025). GLP-1 Side Effects: What to Expect with Ozempic, Zepbound, and More. GoodRx. https://www.goodrx.com/classes/glp-1-agonists/glp-1-side-effects
- Katharine Patel. (February 12, 2024). How to deal with side effects from weight loss medications. SIU School of Medicine. https://www.siumed.edu/blog/how-deal-side-effects-weight-loss-medications
- Nick Triggle and Philippa Roxby. (January 8, 2026). How do weight-loss drugs like Mounjaro and Wegovy work?. BBC. https://www.bbc.com/news/articles/c981044pgvyo
- Pi-Sunyer, X., Astrup, A., Fujioka, K., Greenway, F., Halpern, A., Krempf, M., Lau, D. C. W., le Roux, C. W., Violante Ortiz, R., Jensen, C. B., & Wilding, J. P. H. (2015). A Randomized, Controlled Trial of 3.0 mg of Liraglutide in Weight Management. New England Journal of Medicine, 373(1), 11-22. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1411892
- Wegovy. (n.d.). Most common side effects of Wegovy® may include. https://www.wegovy.com/obesity/is-wegovy-right-for-me/safety-side-effects.html


