ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเริ่ม 999 บาท
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเท่าไหร่ ? แต่ละยี่ห้อเท่ากันไหม ? ยี่ห้อไหนดี ?
ใครที่สนใจปักปากกา ในบทความนี้หมอจะมาเปรียบเทียบราคาปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ พร้อมแนะวิธีการเลือกใช้ให้เหมาะสม ปลอดภัย และเห็นผลยั่งยืน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบก่อนเริ่มฉีดครับ
สารบัญ ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคา
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเท่าไหร่ ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเริ่มต้นที่หลักพันครับ จะต่างกันไปตามชนิดยา ขนาดยา และรูปแบบการดูแลของคลินิกหรือโรงพยาบาล
โปรแกรมควบคุมน้ำหนักที่ V Square Clinic ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 999.- โดยจำนวนครั้งและปริมาณที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม ประเมินเป็นรายเคสครับ
ตัวอย่างปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อยอดนิยม
- Wegovy (Semaglutide) ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
- Mounjaro (Tirzepatide) ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
- Saxenda (Liraglutide) ฉีดทุกวัน
- Ozempic (Semaglutide) ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
- โปรแกรม Mounja V : 1 Dose ราคา 2,900.- (2.5 mg)
- โปรแกรม Wego V : 1 Dose ราคา 999.- (0.25 mg)
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาแพง–ถูก ต่างกันเพราะอะไร ?
การที่ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง “ราคาไม่เท่ากัน” มักมาจาก 3 กลุ่มปัจจัยหลัก ได้แก่
- ปัจจัยจากตัวยาและขนาดยา
- ยี่ห้อ/ตัวยา (เช่น semaglutide vs tirzepatide)
- ระดับโดสที่ใช้ (โดสเริ่มต้น vs โดสที่สูงขึ้น)
- ปัจจัยจากบริการที่รวมในโปรแกรม
- ประเมินสุขภาพและข้อห้ามใช้ยา
- วางแผนการไต่ระดับยา
- ติดตามผลเป็นระยะ และปรับแผนตามการตอบสนอง
- ปัจจัยด้านความปลอดภัยและมาตรฐานยา
- แหล่งที่มาของยา/การเก็บรักษาที่ถูกต้อง
- วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก/การติดตามอาการไม่พึงประสงค์
- ระบบดูแลหลังการรักษา
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง คืออะไร ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง เป็นวิธีควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ ที่ใช้ยาฉีดเพื่อช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมปริมาณการกิน โดยออกแบบให้ฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้งภายใต้การดูแลของแพทย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไปแล้วยังไม่เห็นผล
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ช่วยลดน้ำหนักโดยเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนที่มีบทบาทในการควบคุมความหิวและความอิ่ม เมื่อฉีดแล้วตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อหลายระบบของร่างกาย ด้วยกลไกดังนี้ครับ
- ระดับสมอง : ส่งสัญญาณให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดความอยากอาหาร
- ระดับการเผาผลาญไขมัน : ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน โดยเฉพาะสูตรที่มี GIP Agonist
- ระดับกระเพาะอาหาร : ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหาร ทำให้อิ่มนาน ลดการกินจุกจิกระหว่างมื้อ
- ระดับพฤติกรรมการกิน : ลดการกินจุกจิกและการกินจากความอยาก
เมื่อใช้ร่วมกับการปรับอาหารและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม น้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเป็นขั้นตอนและปลอดภัย โดยแพทย์จะเป็นผู้ติดตามผลและปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนครับ
ใครเหมาะกับปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ?
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน (BMI ≥ 30 kg/m²)
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (BMI ≥ 27 kg/m²) ร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ไม่เห็นผลชัด
- ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือดูดไขมัน
- ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพในการออกกำลังกาย
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างเป็นระบบ ภายใต้การดูแลของแพทย์
ใครควรหลีกเลี่ยง หรือควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ ?
- มะเร็งไทรอยด์ หรือคนที่มีประวัติครอบครัวใกล้ชิดเป็นมะเร็งไทรอยด์ Medullary Thyroid Cancer
- Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 (MEN 2)
- แพ้ยา Semaglutide หรือส่วนประกอบของยา (Hypersensitivity)
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) หรือภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA)
- ตั้งครรภ์/วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร (ตัวยาผ่านทางน้ำนม)
- โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) หรือมีประวัติ เคยเป็นมาก่อน
- โรคไต หรือมีภาวะไตเสื่อม
- ภาวะ Diabetic Retinopathy (โรคจอประสาทตาจากเบาหวาน)
- มีแผนจะเข้ารับการดมยาสลบหรือผ่าตัด เพราะปากกาลดน้ำหนัก จะช่วยชะลอการย่อยอาหาร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก (Aspiration)
- ผู้ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาคุ้ม ยี่ห้อไหนดี ?
การเลือกยี่ห้อปากกาลดน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย, สภาพร่างกาย, ประวัติสุขภาพ และการประเมินโดยแพทย์ ปัจจุบันยี่ห้อที่ผ่านการรับรองมีทั้งสูตร GLP-1 และ GLP-1 + GIP (Dual agonist) ซึ่งแต่ละตัวมีจุดเด่นแตกต่างกันดังนี้
ตารางเปรียบเทียบปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ
| ยี่ห้อ | ตัวยาสำคัญ | ความถี่ในการฉีด | จุดเด่น | ผลลดน้ำหนัก |
|---|---|---|---|---|
| Saxenda® | Liraglutide | ฉีดทุกวัน | ควบคุมความหิวและน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้น | ประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตัว |
| Wegovy® | Semaglutide | 1 ครั้ง/สัปดาห์ | พัฒนามาเพื่อใช้ควบคุมน้ำหนัก อิ่มนาน งานวิจัยด้านลดน้ำหนักรองรับมาก | ประมาณ 15% ของน้ำหนักตัว |
| Mounjaro® | Tirzepatide | 1 ครั้ง/สัปดาห์ | ทำงานหลายกลไก คุมหิวได้ดี เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเบาหวานชนิดที่ 2 | ประมาณ 15–22% ของน้ำหนักตัว |
| Ozempic® | Semaglutide | 1 ครั้ง/สัปดาห์ | ควบคุมความหิวและระดับน้ำตาล | ประมาณ 8–12% ของน้ำหนักตัว |
*ผลการลดน้ำหนัก เป็นค่าเฉลี่ยจากการศึกษาทางคลินิก ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการกิน และการติดตามรักษาโดยแพทย์
การเลือกปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาแต่ละยี่ห้อ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้สูตรที่เหมาะกับสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละคนมากที่สุดครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?
ต้องฉีดปากกาลดน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง กี่เดือนถึงเห็นผล ?
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลภายในประมาณ 1 เดือน โดยน้ำหนักลดเฉลี่ยประมาณ 2-4 กิโลกรัม และเมื่อใช้ต่อเนื่องตามแผนแพทย์ สามารถลดน้ำหนักรวมได้ประมาณ 15-22% ของน้ำหนักตัว ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และต้องดูแลอาหารและการใช้ชีวิตร่วมด้วยครับ
ตารางสรุประยะเวลาและผลลัพธ์จากปากกาลดน้ำหนัก
| ระยะเวลา | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|
| 2 สัปดาห์แรก | ร่างกายเริ่มปรับตัว รู้สึกอิ่มง่ายขึ้น ความอยากอาหารลดลง |
| 1 เดือน | ลดได้เฉลี่ย 3–5 กก. (โดยเฉพาะสูตร Mounjaro ฉีด 1 ครั้ง/สัปดาห์) |
| 3 เดือน | ลดได้ประมาณ 5–10% เมื่อใช้ต่อเนื่องและควบคุมพฤติกรรมร่วมด้วย |
| 6 เดือน | ลดได้ประมาณ 10–15% สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ระดับน้ำตาลและความดันดีขึ้น |
| 1 ปี | Wegovy ลดได้ ~15% และ Mounjaro ลดได้ 20–22% จากการศึกษา |
หมายเหตุ : ผลลัพธ์จากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก เป็นค่าเฉลี่ยจากงานวิจัยและการใช้จริง ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการตอบสนองของร่างกายร่วมด้วย
อ่านบทความเพิ่มเติม : ตารางฉีดปากกาลดน้ำหนักแต่ละสัปดาห์ ควรฉีดเมื่อไหร่ ? ใช้อย่างไรให้เห็นผล
ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง มีอะไรบ้าง ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้งอาจมีผลข้างเคียงได้บ้างครับ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาการไม่รุนแรงและพบในช่วงเริ่มต้นของการใช้ยา หมอจะแยกลักษณะอาการออกเป็น 2 แบบ ดังนี้ครับ
อาการที่พบบ่อย (มักดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว)
- คลื่นไส้
- อิ่มเร็ว เบื่ออาหาร
- ท้องผูก หรือท้องเสีย
อาการที่ควรพบแพทย์
- อาเจียนรุนแรงหรือไม่หยุด
- ปวดท้องมากผิดปกติ
- เวียนศีรษะหรืออ่อนเพลียมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน
*หากมีอาการผิดปกติชัดเจนหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ปลอดภัยไหม ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ถือว่ามีความปลอดภัยเมื่อใช้ในผู้ที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมการปรับขนาดยาและติดตามผลอย่างต่อเนื่องครับ แต่เพื่อความปลอดภัย คนไข้ควรคำนึงถึงสิ่งนี้ร่วมด้วย
- มีการประเมินสุขภาพและข้อห้ามใช้ก่อนเริ่มยา
- ใช้ขนาดยาและไต่ระดับตามคำแนะนำแพทย์
- มีการติดตามผลและอาการข้างเคียงอย่างสม่ำเสมอ
หยุดฉีดปากกาลดน้ำหนักแล้ว น้ำหนักจะกลับมาเหมือนเดิมไหม ?
หยุดฉีดปากกาลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักอาจกลับมาได้ หากไม่ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตครับ เพื่อป้องกันน้ำหนักกลับมาเท่าเดิมเหมือนตอนก่อนฉีด หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัวดังนี้
- ใช้ช่วงที่คุมหิวได้ดี ปรับพฤติกรรมการกินให้ยั่งยืน
- ควบคุมปริมาณอาหารและเลือกกินอย่างเหมาะสม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเวทเทรนนิ่งเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
ฉีดปากกาลดน้ำหนักเองได้ไหม หรือควรฉีดที่คลินิก ?
ในทางปฏิบัติ ปากกาลดน้ำหนักสามารถฉีดเองที่บ้านได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการฉีดเองทันที เพราะช่วงแรกจะต้องประเมินการตอบสนองของร่างกายและปรับขนาดยาให้เหมาะสม ซึ่งการปักปากกาที่อยู่ภายใต้การดูแลแพทย์มีข้อดี คือ
- แพทย์ช่วยประเมินความเหมาะสมของตัวยาและขนาดยา
- แนะนำเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
- เฝ้าระวังและจัดการผลข้างเคียงในระยะเริ่มต้น
เมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีและไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์จึงอาจแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องด้วยตนเองที่บ้าน พร้อมนัดติดตามผลเป็นระยะครับ
เลือกคลินิกฉีดปากกาลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัย ?
คลินิกที่ปลอดภัยสำหรับการฉีดปากกาลดน้ำหนัก ควรมีแพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนเริ่มรักษา และมีระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่จำหน่ายยาอย่างเดียว
ก่อนตัดสินใจ เลือกคลินิกที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้
- มีการซักประวัติ ตรวจสุขภาพ และประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มยา
- มีการให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
- อธิบายแผนการไต่ระดับยา วิธีใช้ และผลข้างเคียงอย่างชัดเจน
- มีการติดตามผลและให้คำแนะนำระหว่างการรักษา
- แจ้งข้อมูลยาและค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใส
ฉีดปากกาลดน้ำหนักที่ V Square Clinic ปลอดภัย แพทย์ดูแลทุกขั้นตอน
สำหรับที่ V Square Clinic มีให้บริการให้คำปรึกษาดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงดูแลสุขภาพด้านรูปร่าง ด้วยโปรแกรม V SafeSlim ดูแลอย่างใกล้ชิด ปรับโดส อย่างเหมาะสม ปลอดภัย ภายใต้การดูแลและติดตามผลของแพทย์
ให้ปรึกษาแพทย์และวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
(พญ.วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ ว.35549)
ที่ V Square Clinic เน้นความปลอดภัยและการดูแลต่อเนื่อง แพทย์ดูแลทุกขั้นตอน เพื่อให้การลดน้ำหนักปลอดภัย เหมาะสมกับร่างกาย และได้ผลในระยะยาว
การดูแลของ V Square Clinic ครอบคลุม
- ประเมินสุขภาพและความเหมาะสมก่อนเริ่มใช้ยาโดยแพทย์
- วางแผนการใช้ยาและการไต่ระดับแบบรายบุคคล
- แนะนำวิธีฉีดและดูแลตนเองอย่างถูกต้อง
- ติดตามผลลัพธ์ น้ำหนัก และอาการข้างเคียงเป็นระยะ
- ปรับแผนการรักษาตามการตอบสนองของร่างกาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคา (FAQ)
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเท่าไหร่ ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเริ่มต้นที่หลักพันครับ ต่างกันไปตามยี่ห้อ ขนาดยา และรูปแบบการดูแลของคลินิกหรือโรงพยาบาล
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ต้องฉีดวันไหนดีที่สุด ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดวันไหนก็ได้ตามความสะดวกครับ แต่แนะนำให้เลือกฉีดวันเดียวกันทุกสัปดาห์ เพื่อให้ระดับยาในร่างกายสม่ำเสมอ
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาส่ง คุ้มไหม ?
ปากกาลดน้ำหนักไม่ควรซื้อแบบราคาส่งด้วยตนเอง เพราะเป็นยาที่ควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม
ปากกาลดน้ำหนักราคาถูกมาก ๆ ปลอดภัยไหม ?
ปากกาลดน้ำหนักราคาถูกผิดปกติ หมอไม่แนะนำให้ใช้ครับ ควรตรวจสอบให้ชัดว่าเป็นยาของแท้ มีแพทย์ดูแล และมีการเก็บรักษาถูกต้องหรือไม่ เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่าราคา
สรุป ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาคุ้มไหม ?
ปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 999.- ถือว่าคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วแต่ยังไม่เห็นผล และต้องการทางเลือกที่มีแพทย์ดูแลอย่างเป็นระบบครับ
อย่างไรก็ตาม การใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ได้ผลดีและยั่งยืน ควรทำควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงโยโย่เอฟเฟกต์ ที่สำคัญควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและการปรับแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ


