สิวผด รักษาอย่างไร รู้สาเหตุพร้อมวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นสิวผดซ้ำซาก

Reading Time: 3 minutes

สิวผด

สิวผด

สิวผด รักษาอย่างไร ? รู้สาเหตุพร้อมวิธีป้องกัน

สิวผด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยครับ โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย สิวผดจะมีลักษณะเป็นเม็ดผื่นเล็ก ๆ กระจายทั่วผิว บางครั้งมีอาการคันระคายเคืองร่วมด้วย เกิดจากมลภาวะหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ผิวอ่อนแอลง สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อย ๆ ดังนั้นการรักษาสิวผดจึงควรแก้จากต้นเหตุ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น หมอจะอธิบายในบทความนี้ครับ

สารบัญ สิวผด


สิวผด คืออะไร ?

สิวผดเป็นสิวผื่นเม็ดเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากเชื้อราประเภทยีสต์ในกลุ่ม มาลาสซีเซีย (Malassezia species) โดยทั่วไปจะพบเชื้อชนิดนี้ที่ผิวหนังของทุกคนอยู่แล้ว แต่หากเชื้อมีการเจริญเติบโตมากผิดปกติ จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคผิวหนังหลายชนิด เมื่อเจอความร้อน เหงื่อ ฝุ่นละออง ทำให้เกิดอาการแพ้ คัน และเป็นเม็ดผื่นขึ้นบนใบหน้า หรือที่เรียกกันว่าสิวผด ซึ่งจะไม่มีหัวสิวเหมือนสิวประเภทอื่น หากทำความสะอาดและรักษาอย่างถูกวิธีก็จะหายได้โดยใช้เวลาไม่นานครับ

สิวผดจากเชื้อรา Malassezia species

สิวผดจากเชื้อรา Malassezia species


สิวผด เกิดจากอะไร ?

สิวผดมักจะเกิดจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบหรือรบกวนผิว ได้แก่

  • สภาพอากาศที่ร้อนจัด, แพ้เหงื่อตัวเอง

เวลาที่อากาศร้อนมาก ๆ ร่างกายจะขับเหงื่อออกมา ทำให้ผิวชื้นแฉะ เมื่อสัมผัสกับฝุ่นละอองจึงทำให้เกิดการสะสมและเกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดสิวผดได้

  • เชื้อแบคทีเรีย

สิ่งสกปรก แบคทีเรีย ที่ชื่อ P.ovale เมื่อสัมผัสผิวหน้าจะเกิดปฏิกิริยากับบริเวณต่อมไขมัน ทำให้เกิดเป็นสิวผดได้ เช่น หน้าผาก จมูก คาง 

  • ต่อมเหงื่อที่ผิวหนังอุดตัน

ต่อมเหงื่อที่ผิวหนังอุดตัน เกิดจากความผิดปกติของการระบายเหงื่อ ระบายเหงื่อไม่ทัน ทำให้ต่อมเหงื่ออุดตันจนกลายเป็นตุ่มขนาดเล็ก ๆ กระจายบนผิวหนัง

  • ความผิดปกติของร่างกาย 

เมื่อร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันตกลง หรือเกิดอาการแพ้จากมลภาวะ PM 2.5 สภาพอากาศ น้ำ เหงื่อ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวผดได้

  • พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะกับผิว ล้างหน้าไม่สะอาด พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด

  • การใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อย ๆ

การล้างหน้าบ่อย ๆ ด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ต่อมไขมันต้องทำงานหนักมากขึ้น นำไปสู่การปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย


ลักษณะของสิวผด

สิวผด จะมีลักษณะเป็นผื่นเล็ก ๆ (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) กระจายอยู่บนผิวหน้า ไม่มีหัวสิว ไม่สามารถบีบออกได้ สิวผดจะเป็น ๆ หาย ๆ ไม่ได้เป็นเรื้อรัง แต่ถ้าหายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ถูกวิธี สามารถเป็นสิวผดอย่างเดียวหรือเป็นร่วมกับสิวประเภทอื่น ๆ ก็ได้ ส่วนใหญ่สิวผดจะเกิดบริเวณใบหน้า แต่ก็สามารถเกิดขึ้นบริเวณอื่น ๆ บนร่างกายได้ด้วย โดยส่วนที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • สิวผดที่หน้าผาก มักพบในผู้ที่ไว้ผมหน้าม้า หรือมีผมตกลงมาปรกหน้า บริเวณที่มีไรผมจะมีคราบเหงื่อ หรือความมันจากผม ทำให้เกิดสิวได้ง่าย
  • สิวผดที่แก้ม เกิดจากการระคายเคือง หรือแพ้ ส่วนใหญ่มาจากการใส่แมสก์
  • สิวผดที่คาง พบได้ไม่บ่อย แต่ก็เกิดจากการระคายเคือง หรือรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ
  • สิวผดที่หลัง – หน้าอก ส่วนใหญ่เกิดจากเหงื่อ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยระบายอากาศ ทำให้อับชื้นและมีการเสียดสีกับเนื้อผ้า
  • สิวผดที่จมูก เกิดจากความมันหรือการอุดตันของผิว 
ลักษณะของสิวผด

ประเภทของสิวผด

สิวผด สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามสาเหตุของการทำให้เกิดสิวผด คือ

  1. สิวผดที่เกิดจากการที่ผิวไม่แข็งแรง 

เมื่อผิวของเราอ่อนแอ บอบบาง ภูมิคุ้มกันตกลง หากโดนสิ่งกระตุ้นก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดสิวผดได้โดยง่าย เช่น สิวผดที่เกิดจากเหงื่อ สิวผดที่เกิดจากอากาศที่ร้อนหรือเย็นเกินไป สิวผดที่เกิดจากฝุ่นและมลภาวะ

  1. สิวผดที่เกิดจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ 

พฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผด ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ เช่น การใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับใบหน้า การล้างหน้าผิดวิธี ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด ใช้ผ้าเช็ดถูหน้าแรง ๆ 


การดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวผด

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวผด

เมื่อเป็นสิวผด ควรดูแลตัวเองเพื่อลดอาการ ดังนี้

  1. รักษาความสะอาด ดูแลร่างกายให้ถูกสุขลักษณะ
  2. ไม่ใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น
  3. หลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  4. ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี 
  5. ไม่เช็ดหรือถูหน้าแรง ๆ ด้วยผ้าไม่สะอาด
  6. ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความมันบนใบหน้า
  7. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการอุดตันของรูขุมขน
  8. ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

วิธีการป้องกันการเกิดสิวผด

วิธีการป้องกันการเกิดสิวผด
  1. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสผิวหน้า โดยเฉพาะมือที่ไม่สะอาด
  2. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ เช่น ฝุ่น มลภาวะ น้ำ เครื่องสำอาง
  3. หลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดเสมอ
  4. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว อย่าปล่อยให้ผิวแห้งกร้าน
  5. เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดทุกครั้งหลังแต่งหน้า
  6. บำรุงผิวให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น ทาครีม หรือฉีดเมโสหน้าใส

รักษาสิวผดด้วยตัวเอง

เพราะสิวผดจะเกิดจากปัจจัยภายนอกที่รบกวนผิว ดังนั้นส่วนใหญ่จึงสามารถรักษาให้หายได้เองเพียงดูแลสุขอนามัยให้ถูกต้องครับ สำหรับวิธีรักษาสิวผด ได้แก่

ใช้ยาทาเพื่อบรรเทาอาการของสิวผด

เมื่อเป็นสิวผดและต้องการรักษาให้หายเร็ว ๆ สามารถใช้ยาทาเพื่อรักษาสิวได้ครับ โดยควรอยู่ในความดูแลและคำแนะนำของแพทย์ จะเป็นตัวยาที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อยีสต์ที่เป็นสาเหตุของสิวผด 

ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน

สิ่งสำคัญเมื่อเป็นสิวผดคือการรักษาความสะอาด และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับสภาพผิว มีความอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ เช่น Retinoic acid, Benzoyel peroxide AHA, BHA

พอกหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ

เพราะสิวผดจะเกิดจากการระคายเคืองของผิว เมื่อพอกหน้าด้วยมะเขือเทศหรือแตงกวา ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี วิตามินเอ และมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ จะช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ลดความมัน และช่วยลดสิวผดได้

ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือคลินิกเสริมความงามเพื่อจัดการสิวผด

หากเป็นปัญหาสิวผดไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์สำหรับปัญหาของสิวผดที่เกิดจากเชื้อรา ยาที่เหมาะสมจะเป็นยาฆ่าเชื้อรา มีทั้งแบบยาทาและรับประทานครับ แต่มักจะเริ่มด้วยการให้ยารับประทานก่อนเพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่า สามารถแพร่กระจายไปยังรูขุมขนซึ่งอยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ได้ดี

  • นอกจากนี้เพื่อป้องกันปัญหาสิวผด ควรรักษาและบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงอยู่เสมอ สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทาครีมเห็นผลช้า หรือทาแล้วไม่ค่อยเห็นผล ปัจจุบันจะมีการฉีดเมโสหน้าใส หรือมาเด้คอลลาเจน ซึ่งเป็นการฉีดวิตามินและสารบำรุงเข้าไปยังผิวชั้นกลางได้ทันที ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่างๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิวหนัง

อ่านบทความเพิ่มเติม 


สิวผด แบบไหนที่ต้องให้แพทย์รักษา

โดยปกติถ้าเป็นสิวผดที่เกิดจากพฤติกรรมที่กระตุ้นให้เกิดสิว สภาพอากาศ หรือมลภาวะ เมื่อดูแลตัวเอง รักษาความสะอาด และเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวระคายเคือง หรือเกิดการแพ้ สิวผดก็จะค่อย ๆ หายไปได้เองครับ แต่ถ้าเป็นสิวที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้รูขุมขนอักเสบ ก็จะสังเกตได้ว่าเป็นแล้วไม่หายและอาจมีอาการคันร่วมด้วย ถ้ารักษาด้วยการทายาทั่วไปก็จะหายช้าหรือไม่ได้ผล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อซักประวัติ วินิจฉัย และจ่ายยาให้อย่างถูกต้อง

สิวผด แบบไหนที่ต้องให้แพทย์รักษา

ฉีดเมโสหน้าใส รักษาสิวผดได้ไหม ?

พื้นฐานของการรักษาและป้องกันปัญหาสิวไม่ว่าจะสิวผด สิวอักเสบ หรือสิวประเภทอื่น คือการมีผิวที่แข็งแรง ชุ่มชื้น จะช่วยให้ผิวเหมือนมีเกราะป้องกันต่อสิ่งสกปรกและมลภาวะต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งการบำรุงผิวสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุง หรือการฉีดวิตามินบำรุงผิว

สำหรับการฉีดเมโสหน้าใส รักษาสิวผดได้ไหม จริง ๆ ประโยชน์หลักคือช่วยบำรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและมีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถช่วยฟื้นฟูผิวจากสารพิษ เช่น ภาวะผื่นแพ้ สิว ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน ให้ผิวมีความชุ่มชื้น แข็งแรง สุขภาพดี ลดฝ้า กระ และแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง

การฉีดเมโสหน้าใส ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว

การฉีดเมโสหน้าใส มาเด้คอลลาเจน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ให้กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น

ในการฉีดเมโสหน้าใส แพทย์จะมีการประเมินปัญหาผิวของคนไข้แต่ละคนและแนะนำสูตรที่เหมาะสม โดยคนที่มีปัญหาสิวผดสามารถฉีดเมโสหน้าใสสูตรที่เน้นลดสิว แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก โดยเมโสหน้าใสที่มีจุดเด่นในเรื่องนี้คือยี่ห้อมาเด้คอลลาเจนครับ

Vsquare tips

ข้อควรรู้ : ผลลัพธ์ของการฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นาน 1-2 เดือน หากฉีดอย่างสม่ำเสมอ และจะอยู่ได้นานขึ้น หากดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว


รักษาสิวผดกี่วันหาย ?

การรักษาสิวผด กี่วันหาย ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคนครับ หากเกิดจากการแพ้ทั่วไปก็ใช้เวลาไม่นานครับ แต่ถ้าเป็นปัญหาจากเชื้อราที่ต้องใช้การรักษาด้วยตัวยาก็จะใช้เวลารักษาประมาณ 1-2 เดือน แต่บางกรณีอาจใช้เวลารักษานานกว่านั้น อย่างกรณีที่เป็นซ้ำบ่อย ๆ 


สรุป

ปัญหาสิวผดจริง ๆ แล้วแก้ไม่ยากครับ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยอากาศร้อน ทำให้คนมีเหงื่อเยอะ บวกกับฝุ่นและมลภาวะ ก็จะพบคนที่มีปัญหาสิวผดได้ทั่วไป ดังนั้นการรักษาและป้องกันสิวผดที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรง สะอาด ไม่มีสารพิษตกค้างบนผิว ก็จะช่วยลดปัญหาสิวผลได้มากครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

เมโสหน้าใส รีวิวก่อน-หลังทำ เช็คข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย คุ้มค่า

Reading Time: 3 minutes - เมโสหน้าใสรีวิว ผลลัพธ์หลังทำ - เมโสหน้าใส รีวิวแต่ละยี่ห้อ ต่างกันอย่างไร ? - รีวิวขั้นตอนการฉีดเมโสหน้าใส - หลังฉีดเมโสหน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร ? - รีวิว เมโสหน้าใส V Square Clinic ?

November 2, 2022 อ่านต่อ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutes - เมโส Depigment คืออะไร ? - เมโส Depigment ต่างจากเมโสสูตรอื่นอย่างไร ? - เมโส Depigment ดีอย่างไร ? - เมโสหน้าใส ต่างจากวิตามินผิวใสไหม ? - เมโสหน้าใส ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

รีวิวฉีดผิว ขาวจริงไหม ? มีวิธีใดบ้างที่ทำแล้วผิวขาว ปลอด...

Reading Time: 4 minutes -การฉีดผิวขาว คืออะไร ? -วิธีเช็กเฉดสีผิวของตัวเอง -ฉีดวิตามินผิวขาว -ฉีดผิว ขาวจริงไหม ? -ฉีดผิวขาว ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

filorga ใต้ตาคืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่...

Reading Time: 2 minutes - filorga ใต้ตา คืออะไร? - filorga ใต้ตา vs ฟิลเลอร์ใต้ตา - filorga ใต้ตา อันตรายไหม? - filorga ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ? - สรุป filorga ใต้ตา ดีไหม ?

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 4 minutes -ฝ้า เกิดจากอะไร ? -ฝ้า มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร ? -วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโสฝ้า -รีวิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ -เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี ? -รวมวิธีรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง ? -วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุด ด่างดำ

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สาเหตุ วิธีการป้องกันและการรักษา

Reading Time: 3 minutes - สาเหตุการเกิดฝ้า กระ - วิธีรักษาฝ้า กระ - วิธีป้องกันฝ้า กระ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า