เมโสสะกิดหน้าใส อีกรูปแบบของการฉีดเมโส
เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ
แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? และต่างจากการฉีดเมโส 16 จุดอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้
สารบัญ เมโสสะกิดหน้าใส
เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ?
เมโสสะกิดหน้าใส คือ เทคนิคฉีดเมโสหน้าใสรูปแบบหนึ่ง (Mesotherapy) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดลงในชั้นผิวตื้น ๆ ทั่วใบหน้า เน้นการกระจายตัวยาให้ทั่ว ต่างจากการฉีดเมโสแบบ 16 จุดที่ลงลึกถึงผิวชั้นกลางครับ
แต่หมอขออธิบายก่อนว่า การสะกิดเมโสหน้าใสเป็นเทคนิคเก่า ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เพราะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย หากขั้นตอนการฉีดหรือการดูแลหลังทำไม่สะอาดเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ คลินิกส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้การฉีดเมโสแบบ 16 จุดแทนครับ
ในปัจจุบันหากพูดถึงเมโสหน้าใส จึงมักหมายถึงการฉีดเมโสหน้าใส 16 จุด ซึ่งสามารถควบคุมความลึก ความสะอาด และปริมาณตัวยาได้แม่นยำกว่า ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
เมโสสะกิดหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
การทำเมโสหน้าใส เป็นการนำวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง การสะกิดเมโสจึงช่วยฟื้นฟูผิวได้หลายด้าน เช่น
- ฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ
- เติมความชุ่มชื้น ผิวฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำ
- ลดเลือนฝ้า กระ และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ
- ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอจากมลภาวะ ผื่นแพ้ หรือภาวะสิว
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
- ช่วยให้ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าติด เครื่องสำอางเกาะผิวดีขึ้น
เมโสสะกิดหน้าใส เหมาะกับใคร ?
ผู้ที่เหมาะกับการทำเมโสสะกิดหน้าใส คือ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่หน้าโทรมง่าย แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูไม่สดใส
- ผู้ที่มีสิวอุดตัน รอยสิว หรือผิวขาดน้ำ
- ผู้ที่มีผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หรือผิวระคายเคืองง่าย
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ฉ่ำวาวให้ผิวแบบเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเร่งด่วน เห็นผลไว
- ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลผิวตนเอง นอนดึก พักผ่อนน้อย
เมโสสะกิดหน้าใส อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
เมโสสะกิดหน้าใสถือว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาเมโสแท้ และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่อย่างที่หมอได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นว่า การสะกิดหน้าใสมีความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายกว่าเทคนิคอื่น นั่นคือ
- รอยแดงและผื่นแดง : เนื่องจากเป็นการใช้เข็มสะกิดไปทั่วใบหน้า ผิวจะเกิดการระคายเคืองและมีผื่นแดงจากรอยเข็มกระจายอยู่ทั่วหน้าได้
- รอยช้ำและรอยเข็ม : ด้วยความที่เป็นการสะกิดซ้ำ ๆ หากคนไข้เป็นคนผิวบาง ก็จะทิ้งรอยช้ำไว้ค่อนข้างชัดเจน
- ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ : ถ้าระหว่างฉีดรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ หรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งเคสนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้าน หรือไปฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่ได้มาตรฐาน
การมีรอยแผลสะกิดทั่วหน้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายหากดูแลไม่ดี ทำให้เทคนิคเมโสสะกิดหน้าใสไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุดที่ปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนนั่นเองครับ
เมโสสะกิด VS เมโสฉีด 16 จุด ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่ากัน
- เมโสสะกิดหน้าใส : เป็นวิธีการฉีดเมโสแบบเก่า ใช้เข็มฉีดกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ง่าย หากความสะอาดไม่เพียงพอก็อาจเกิดการติดเชื้อ หรือทิ้งผื่นแดงและรอยช้ำไว้ทั่วหน้าได้
- เมโสฉีด 16 จุด : เป็นเทคนิคที่ฉีดตามจุดฝังเข็มสำคัญบนใบหน้า โดยอาศัยทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง ช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี ออกฤทธิ์ลึกและสม่ำเสมอมากกว่า ส่งผลให้ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดีในระยะยาว
ปัจจุบันจึงนิยมใช้เทคนิคการฉีดเมโสแบบ 16 จุดมากกว่า เนื่องจากมีความปลอดภัย แผลน้อย เจ็บน้อย และช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานครับ
เมโสสะกิดหน้าใส เจ็บไหม ?
ระหว่างฉีดจะมีความรู้สึกเจ็บบ้าง แต่เป็นระดับที่ทนได้ เพราะเมโสหน้าใสแบบสะกิดจะใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดบนผิวชั้นตื้นเท่านั้น ใช้ตัวยาไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากครับ
เมโสสะกิดหน้าใส กี่ครั้งเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังทำเมโสสะกิดหรือเมโสหน้าใส จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยประมาณ 3 วัน ผิวจะดูชุ่มชื้นขึ้น และเห็นผลชัดเจนในช่วง 7-14 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เต็มที่ หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน (4 ครั้ง)
เมื่อผิวเริ่มดีและคงที่แล้ว หากไม่ได้ฉีดต่อเนื่อง ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนครับ
เมโสสะกิดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?
เมโสหน้าใส นอกจากจะมีเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีหลายยี่ห้อให้เลือก ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยม ดังนี้
- Made Collagen : ช่วยขับสารพิษตกค้าง ปรับสมดุลผิว ลดสิวและผื่นระคายเคือง
- Filorga : ช่วยให้ผิวขาวใส ลดฝ้า เน้นบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
- REVS : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านการอักเสบ และเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
- Alpha Arbutin : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เน้นลดเม็ดสีฝ้าโดยตรง
- Neo Derm : ช่วยลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดง รอยดำ เหมาะกับผิวที่เป็นสิว
- Neo Clear : ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี สลายฝ้า กระ และจุดด่างดำ
- Tensonez : ช่วยให้ผิวดูขาวใส ลดฝ้า พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- Neo-Glutanex Glow : ช่วยลดกระ รอยสิว ริ้วรอย และฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้ดูสดใสขึ้น
การเลือกเมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ? ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน ก่อนฉีดควรให้หมอประเมินผิวและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ-ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส
การทำสะกิดเมโสหน้าใส มีการเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเองหลังทำเช่นเดียวกันกับการทำเมโสหน้าใส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ครับ
ก่อนทำ Meso สะกิดหน้าใส
- ศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน
- พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ
- งดสครับหน้า หรือผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 2-3 วัน
- แจ้งประวัติแพ้ยา อาหารเสริม ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
- เข้ารับการประเมินสภาพผิวและใบหน้ากับแพทย์ เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับแต่ละคน
หลังทำ Meso สะกิดหน้าใส
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 1-2 คืนแรก
- งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณที่ฉีดในคืนแรก เพื่อลดการระคายเคือง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ ควรทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมัน ของทอด หรืออาหารรสจัด
- หากมีอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์
สะกิดเมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาเมโสสะกิดหน้าใส ส่วนใหญ่จะอ้างอิงจากการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด เนื่องจากเป็นเทคนิคที่นิยมใช้มากกว่า ซึ่งราคาแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ จำนวนครั้งที่ทำ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก
สำหรับที่ V Square Clinic มีโปรแกรมเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด ราคาเริ่มต้นที่ 2,500.- โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและแนะนำสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าครับ
โปรโมชันเมโสหน้าใสที่ V Square Clinic
หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละช่วง แนะนำให้อัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เมโสสะกิดหน้าใส
เมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้านได้ไหม ?
ไม่แนะนำครับ เพราะเมโสหน้าใสต้องใช้เข็มฉีดและตัวยาที่ต้องปลอดเชื้อ หากทำโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ รอยช้ำ หรือผิวเสียในระยะยาว
เป็นสิวอยู่ ทำสะกิดหน้าใสได้หรือไม่ ?
สามารถทำได้ในบางกรณี โดยต้องพิจารณาจากความรุนแรงของสิวและสภาพผิวขณะนั้น หากมีสิวอักเสบค่อนข้างมาก หรือกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวบางอยู่ ควรให้แพทย์ประเมินใบหน้าก่อนทำครับ
หลังทำเมโสหน้าใสแบบสะกิด แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?
โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังทำผ่านไปประมาณ 1 วัน เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และลดโอกาสที่เครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันครับ
สรุป เมโสสะกิดหน้าใส ดีไหม ?
เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกหนึ่งวิธีการฉีดเมโสหน้าใสที่ใช้กันมานาน โดยฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วหน้าเพื่อส่งวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น กระจ่างใส และสุขภาพดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีเทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด เข้ามาแทนที่ เนื่องจากเป็นวิธีที่แผลน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า และทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า จึงทำให้แนวทางการฉีดเมโสหน้าใสส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบ 16 จุดแทนการสะกิดครับ


