เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ? ดีไหม ? รู้จักเทคนิคของการฉีดหน้าใสแบบเก่า

Reading Time: 3 minutes
เมโสสะกิดหน้าใส

เมโสสะกิดหน้าใส อีกรูปแบบของการฉีดเมโส

เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ

แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้

เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร มียี่ห้อไหนบ้าง ?
V Square Clinic

สารบัญ เมโสสะกิดหน้าใส


เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ?

เมโสสะกิดหน้าใส คือ เทคนิคฉีดเมโสหน้าใสรูปแบบหนึ่ง (Mesotherapy) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดลงในชั้นผิวตื้น ๆ ทั่วใบหน้า เน้นการกระจายตัวยาให้ทั่ว ต่างจากการฉีดหน้าใสลึกระดับ ID (Intradermal) ที่จะฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ครับ

ฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

แต่หมอขออธิบายก่อนว่า การสะกิดเมโสหน้าใสเป็นเทคนิคเก่า ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย หากขั้นตอนการทำหรือการดูแลหลังทำไม่สะอาดเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ คลินิกส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดอื่น ๆ แทนครับ


เมโสสะกิดหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

เมโสสะกิดหน้าใสเป็นหัตถการที่มีการนำสารต่าง ๆ เข้าสู่ผิวผ่านการใช้เข็มสะกิด สามารถช่วยฟื้นฟูผิวเรื่องความกระจ่างใส ความชุ่มชื้น และความเรียบเนียนของผิวได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ


เมโสสะกิดหน้าใส เหมาะกับใคร ?

เมโสสะกิดหน้าใสเหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หน้าโทรม มีรอยสิว ผิวขาดน้ำ หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย


เมโสสะกิดหน้าใส อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

เมโสสะกิดหน้าใสถือว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาเมโสแท้ และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่อย่างที่หมอได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นว่า การสะกิดหน้าใสมีความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายกว่าเทคนิคอื่น นั่นคือ

เมโสสะกิด ผลข้างเคียง
รอยแดงและผื่น เป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำเมโสสะกิดหน้าใส
  • รอยแดงและผื่นแดง : เนื่องจากเป็นการใช้เข็มสะกิดไปทั่วใบหน้า ผิวจะเกิดการระคายเคืองและมีผื่นแดงจากรอยเข็มกระจายอยู่ทั่วหน้าได้
  • รอยช้ำและรอยเข็ม : ด้วยความที่เป็นการสะกิดซ้ำ ๆ หากคนไข้เป็นคนผิวบาง ก็จะทิ้งรอยช้ำไว้ค่อนข้างชัดเจน
  • ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ : ถ้าระหว่างฉีดรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ หรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งเคสนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้าน หรือไปฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่ได้มาตรฐาน

การมีรอยแผลสะกิดทั่วหน้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายหากดูแลไม่ดี ทำให้เทคนิคเมโสสะกิดหน้าใสไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีการฉีดเมโสหน้าใสแบบใหม่ ฟื้นฟูคุณภาพผิวระดับ ID ที่ปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนนั่นเองครับ


เมโสสะกิด VS เมโสฉีดชั้น ID ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่ากัน

  • เมโสสะกิดหน้าใส : เป็นวิธีการฉีดเมโสแบบเก่า ใช้เข็มฉีดกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ง่าย หากความสะอาดไม่เพียงพอก็อาจเกิดการติดเชื้อ หรือทิ้งผื่นแดงและรอยช้ำไว้ทั่วหน้าได้
  • เมโสฉีดชั้น ID (Intradermal) : เป็นเทคนิคการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ด้วยความลึกที่แม่นยำ ช่วยให้ผิวดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานกว่า พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และสุขภาพดีจากภายใน

ปัจจุบันจึงนิยมใช้เทคนิคการฉีดผิวใสลึกระดับ ID มากกว่า เนื่องจากสามารถนำส่งตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ ลดการบอบช้ำของผิว และไม่ต้องพักฟื้นนานหลังทำครับ


เมโสสะกิดหน้าใส เจ็บไหม ?

เมโสสะกิดหน้าใสอาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือแสบระหว่างทำได้บ้าง แต่อยู่ในระดับที่ทนได้ และหลังทำมักมีรอยแดง จุดเลือดออก หรือรอยช้ำเล็ก ๆ กระจายทั่วใบหน้า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นผิว


เมโสสะกิดหน้าใส กี่ครั้งเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?

เมโสหน้าใส ดีไหม ทำแล้วกี่วันเห็นผล ต้องทำกี่ครั้ง อยู่ได้นานไหม ?

หลังทำเมโสหน้าใสด้วยเทคนิคกระจายทั่วหน้า (เมโสสะกิด) จะเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยประมาณ 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ตัวยาที่ใช้ และการดูแลตัวเองด้วยครับ


เมโสสะกิดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?

เมโสหน้าใส นอกจากจะมีเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีหลายยี่ห้อให้เลือก ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยม ดังนี้

  • Fillstim-OX : ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ลดรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • Fillstim-B : ช่วยเสริมสร้างผิวแข็งแรง ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น
  • Made Collagen : ช่วยขับสารพิษตกค้าง ปรับสมดุลผิว ลดสิวและผื่นระคายเคือง
  • Filorga : ช่วยให้ผิวขาวใส ลดฝ้า เน้นบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
  • REVS : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านการอักเสบ และเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
  • Alpha Arbutin : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เน้นลดเม็ดสีฝ้าโดยตรง
  • Tensonez : ช่วยให้ผิวดูขาวใส ลดฝ้า พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • Neo-Glutanex Glow : ช่วยลดกระ รอยสิว ริ้วรอย และฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้ดูสดใสขึ้น

การเลือกเมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ? ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน ก่อนฉีดควรให้หมอประเมินผิวและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ


การเตรียมตัวก่อนทำ-ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส

การทำสะกิดเมโสหน้าใส มีการเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเองหลังทำเช่นเดียวกันกับการทำเมโสหน้าใส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ครับ

ก่อนทำ Meso สะกิดหน้าใส

  • ศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ
  • งดสครับหน้า หรือผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 2-3 วัน
  • แจ้งประวัติแพ้ยา อาหารเสริม ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
  • เข้ารับการประเมินสภาพผิวและใบหน้ากับแพทย์ เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับแต่ละคน

หลังทำ Meso สะกิดหน้าใส

ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 1-2 คืนแรก
  • งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณที่ฉีดในคืนแรก เพื่อลดการระคายเคือง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ ควรทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมัน ของทอด หรืออาหารรสจัด
  • หากมีอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ยกระดับมาตรฐานการฉีดเมโสหน้าใสด้วย V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic

V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดหน้าใสสำหรับดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะ ด้วยเทคนิคการฉีด V-ID Facial ที่ออกแบบเพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis) ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้การกระจายตัวยามีความสม่ำเสมอมากกว่าการสะกิดเมโสหน้าใสแบบดั้งเดิม โดยมีโปรแกรมให้เลือกตามปัญหาและความต้องการของผิวแต่ละบุคคลครับ

โปรแกรมฉีดหน้าใส V-ID Facial Program

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เมโสสะกิดหน้าใส

เมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้านได้ไหม ?

ไม่แนะนำครับ เพราะเมโสหน้าใสต้องใช้เข็มฉีดและตัวยาที่ต้องปลอดเชื้อ หากทำโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ รอยช้ำ หรือผิวเสียในระยะยาว

เป็นสิวอยู่ ทำสะกิดหน้าใสได้หรือไม่ ?

สามารถทำได้ในบางกรณี โดยต้องพิจารณาจากความรุนแรงของสิวและสภาพผิวขณะนั้น หากมีสิวอักเสบค่อนข้างมาก หรือกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวบางอยู่ ควรให้แพทย์ประเมินใบหน้าก่อนทำครับ

หลังทำเมโสหน้าใสแบบสะกิด แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?

โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังทำผ่านไปประมาณ 1 วัน เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และลดโอกาสที่เครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันครับ

เมโสสะกิดหน้าใส มีโอกาสติดเชื้อหรือไม่ ?

มีโอกาสติดเชื้อได้ครับ เพราะเป็นหัตถการที่ใช้เข็มสะกิดผิวหลายจุด หากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความสะอาด หรือดูแลผิวหลังทำไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ หรือเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้

เทคนิคเมโสสะกิด กับเทคนิคเมโส ID Facial ต่างกันอย่างไร ?

  • เมโสสะกิด เป็นเทคนิคการกระจายตัวยาด้วยการสะกิดผิวหลายจุดทั่วใบหน้า อาจมีรอยแดง รอยช้ำ หรือจุดเลือดออกเล็ก ๆ หลังทำ
  • เมโส ID Facial เป็นเทคนิคการฉีดที่ออกแบบให้มีการวางตัวยาในชั้นผิวเป้าหมายอย่างเป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้การกระจายสารบำรุงมีความสม่ำเสมอ และลดการสูญเสียตัวยาในผิวชั้นตื้น

สรุป เมโสสะกิดหน้าใส ดีไหม ?

เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกหนึ่งวิธีการฉีดเมโสหน้าใสที่ใช้กันมานาน โดยฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วหน้าเพื่อส่งวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น กระจ่างใส และสุขภาพดีขึ้น

ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสให้มีความแม่นยำมากขึ้น ด้วยการฉีดระดับ ID (Intradermal) เพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis) อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้แนวทางการฉีดเมโสหน้าใสส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการสะกิดผิว มาเป็นการฉีดที่เน้นการวางตัวยาในชั้นผิวเป้าหมายมากขึ้นครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไร ? เลือกแบบไหนเห็นผลและปลอดภัย

Reading Time: 3 minutes- ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์เลือกยี่ห้อไหนดี ? - อยากผอม น้ำหนักลด ใช้ปากกาลดหนักแบบไหน เห็นผล ปลอดภัย - ปากกาลดน้ำหนักราคา ที่ V Square Clinic - ขั้นตอนการใช้ปากลดน้ำหนักที่เหมาะสม - FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาปากกาลดน้ำหนัก

August 11, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

สูตรดริปผิวขาว มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ? เลื...

Reading Time: 4 minutesสูตรดริปผิวขาว มีให้เลือกหลายสูตร หลายคนอาจสงสัยว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ? สูตรไหนช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มฟู หรือฟื้นฟูผิวโทรมได้ดีที่สุด ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า สูตรดริปผิวขาว แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเลือกดริปวิตามินอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยครับ

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ...

Reading Time: 4 minutesในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์" ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า