เมโสสะกิดหน้าใส อีกรูปแบบของการฉีดเมโส
เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ
แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้
สารบัญ เมโสสะกิดหน้าใส
เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ?
เมโสสะกิดหน้าใส คือ เทคนิคฉีดเมโสหน้าใสรูปแบบหนึ่ง (Mesotherapy) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดลงในชั้นผิวตื้น ๆ ทั่วใบหน้า เน้นการกระจายตัวยาให้ทั่ว ต่างจากการฉีดหน้าใสลึกระดับ ID (Intradermal) ที่จะฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ครับ
แต่หมอขออธิบายก่อนว่า การสะกิดเมโสหน้าใสเป็นเทคนิคเก่า ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย หากขั้นตอนการทำหรือการดูแลหลังทำไม่สะอาดเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ คลินิกส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดอื่น ๆ แทนครับ
เมโสสะกิดหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
เมโสสะกิดหน้าใสเป็นหัตถการที่มีการนำสารต่าง ๆ เข้าสู่ผิวผ่านการใช้เข็มสะกิด สามารถช่วยฟื้นฟูผิวเรื่องความกระจ่างใส ความชุ่มชื้น และความเรียบเนียนของผิวได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ
เมโสสะกิดหน้าใส เหมาะกับใคร ?
เมโสสะกิดหน้าใสเหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หน้าโทรม มีรอยสิว ผิวขาดน้ำ หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย
เมโสสะกิดหน้าใส อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
เมโสสะกิดหน้าใสถือว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาเมโสแท้ และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่อย่างที่หมอได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นว่า การสะกิดหน้าใสมีความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายกว่าเทคนิคอื่น นั่นคือ
- รอยแดงและผื่นแดง : เนื่องจากเป็นการใช้เข็มสะกิดไปทั่วใบหน้า ผิวจะเกิดการระคายเคืองและมีผื่นแดงจากรอยเข็มกระจายอยู่ทั่วหน้าได้
- รอยช้ำและรอยเข็ม : ด้วยความที่เป็นการสะกิดซ้ำ ๆ หากคนไข้เป็นคนผิวบาง ก็จะทิ้งรอยช้ำไว้ค่อนข้างชัดเจน
- ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ : ถ้าระหว่างฉีดรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ หรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งเคสนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้าน หรือไปฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่ได้มาตรฐาน
การมีรอยแผลสะกิดทั่วหน้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายหากดูแลไม่ดี ทำให้เทคนิคเมโสสะกิดหน้าใสไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีการฉีดเมโสหน้าใสแบบใหม่ ฟื้นฟูคุณภาพผิวระดับ ID ที่ปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนนั่นเองครับ
เมโสสะกิด VS เมโสฉีดชั้น ID ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่ากัน
- เมโสสะกิดหน้าใส : เป็นวิธีการฉีดเมโสแบบเก่า ใช้เข็มฉีดกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ง่าย หากความสะอาดไม่เพียงพอก็อาจเกิดการติดเชื้อ หรือทิ้งผื่นแดงและรอยช้ำไว้ทั่วหน้าได้
- เมโสฉีดชั้น ID (Intradermal) : เป็นเทคนิคการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ด้วยความลึกที่แม่นยำ ช่วยให้ผิวดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานกว่า พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และสุขภาพดีจากภายใน
ปัจจุบันจึงนิยมใช้เทคนิคการฉีดผิวใสลึกระดับ ID มากกว่า เนื่องจากสามารถนำส่งตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ ลดการบอบช้ำของผิว และไม่ต้องพักฟื้นนานหลังทำครับ
เมโสสะกิดหน้าใส เจ็บไหม ?
เมโสสะกิดหน้าใสอาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือแสบระหว่างทำได้บ้าง แต่อยู่ในระดับที่ทนได้ และหลังทำมักมีรอยแดง จุดเลือดออก หรือรอยช้ำเล็ก ๆ กระจายทั่วใบหน้า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นผิว
เมโสสะกิดหน้าใส กี่ครั้งเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังทำเมโสหน้าใสด้วยเทคนิคกระจายทั่วหน้า (เมโสสะกิด) จะเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยประมาณ 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ตัวยาที่ใช้ และการดูแลตัวเองด้วยครับ
เมโสสะกิดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?
เมโสหน้าใส นอกจากจะมีเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีหลายยี่ห้อให้เลือก ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยม ดังนี้
- Fillstim-OX : ช่วยเรื่องความขาว กระจ่างใส ลดรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
- Fillstim-B : ช่วยเสริมสร้างผิวแข็งแรง ผิวโกลว์ กระชับรูขุมขน ลดผดผื่น
- Made Collagen : ช่วยขับสารพิษตกค้าง ปรับสมดุลผิว ลดสิวและผื่นระคายเคือง
- Filorga : ช่วยให้ผิวขาวใส ลดฝ้า เน้นบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
- REVS : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านการอักเสบ และเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
- Alpha Arbutin : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เน้นลดเม็ดสีฝ้าโดยตรง
- Tensonez : ช่วยให้ผิวดูขาวใส ลดฝ้า พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- Neo-Glutanex Glow : ช่วยลดกระ รอยสิว ริ้วรอย และฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้ดูสดใสขึ้น
การเลือกเมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ? ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน ก่อนฉีดควรให้หมอประเมินผิวและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ-ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส
การทำสะกิดเมโสหน้าใส มีการเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเองหลังทำเช่นเดียวกันกับการทำเมโสหน้าใส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ครับ
ก่อนทำ Meso สะกิดหน้าใส
- ศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน
- พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ
- งดสครับหน้า หรือผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 2-3 วัน
- แจ้งประวัติแพ้ยา อาหารเสริม ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
- เข้ารับการประเมินสภาพผิวและใบหน้ากับแพทย์ เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับแต่ละคน
หลังทำ Meso สะกิดหน้าใส
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 1-2 คืนแรก
- งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณที่ฉีดในคืนแรก เพื่อลดการระคายเคือง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ ควรทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมัน ของทอด หรืออาหารรสจัด
- หากมีอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ยกระดับมาตรฐานการฉีดเมโสหน้าใสด้วย V-ID Facial Program ที่ V Square Clinic
V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดหน้าใสสำหรับดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะ ด้วยเทคนิคการฉีด V-ID Facial ที่ออกแบบเพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis) ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้การกระจายตัวยามีความสม่ำเสมอมากกว่าการสะกิดเมโสหน้าใสแบบดั้งเดิม โดยมีโปรแกรมให้เลือกตามปัญหาและความต้องการของผิวแต่ละบุคคลครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เมโสสะกิดหน้าใส
เมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้านได้ไหม ?
ไม่แนะนำครับ เพราะเมโสหน้าใสต้องใช้เข็มฉีดและตัวยาที่ต้องปลอดเชื้อ หากทำโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ รอยช้ำ หรือผิวเสียในระยะยาว
เป็นสิวอยู่ ทำสะกิดหน้าใสได้หรือไม่ ?
สามารถทำได้ในบางกรณี โดยต้องพิจารณาจากความรุนแรงของสิวและสภาพผิวขณะนั้น หากมีสิวอักเสบค่อนข้างมาก หรือกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวบางอยู่ ควรให้แพทย์ประเมินใบหน้าก่อนทำครับ
หลังทำเมโสหน้าใสแบบสะกิด แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?
โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังทำผ่านไปประมาณ 1 วัน เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และลดโอกาสที่เครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันครับ
เมโสสะกิดหน้าใส มีโอกาสติดเชื้อหรือไม่ ?
มีโอกาสติดเชื้อได้ครับ เพราะเป็นหัตถการที่ใช้เข็มสะกิดผิวหลายจุด หากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ขาดความสะอาด หรือดูแลผิวหลังทำไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ หรือเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้
เทคนิคเมโสสะกิด กับเทคนิคเมโส ID Facial ต่างกันอย่างไร ?
- เมโสสะกิด เป็นเทคนิคการกระจายตัวยาด้วยการสะกิดผิวหลายจุดทั่วใบหน้า อาจมีรอยแดง รอยช้ำ หรือจุดเลือดออกเล็ก ๆ หลังทำ
- เมโส ID Facial เป็นเทคนิคการฉีดที่ออกแบบให้มีการวางตัวยาในชั้นผิวเป้าหมายอย่างเป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้การกระจายสารบำรุงมีความสม่ำเสมอ และลดการสูญเสียตัวยาในผิวชั้นตื้น
สรุป เมโสสะกิดหน้าใส ดีไหม ?
เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกหนึ่งวิธีการฉีดเมโสหน้าใสที่ใช้กันมานาน โดยฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วหน้าเพื่อส่งวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น กระจ่างใส และสุขภาพดีขึ้น
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสให้มีความแม่นยำมากขึ้น ด้วยการฉีดระดับ ID (Intradermal) เพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวแท้ (Dermis) อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้แนวทางการฉีดเมโสหน้าใสส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการสะกิดผิว มาเป็นการฉีดที่เน้นการวางตัวยาในชั้นผิวเป้าหมายมากขึ้นครับ


