ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เติมเต็มจุดที่ขาด ปรับใบหน้าให้ดูมีมิติ
หลายครั้งใบหน้าที่ดูโทรมหรือดูมีอายุ ไม่ได้เกิดจากผิวเสียเสมอไป แต่อาจมาจาก “สัดส่วนใบหน้า” ที่ขาดสมดุล เช่น คางสั้น ขมับตอบ แก้มยุบ ร่องแก้มลึก หรือใต้ตาลึก ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย ไม่สดใส แม้จะแต่งหน้าหรือดูแลผิวดีแล้วก็ตามครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เป็นการเติมเต็มเฉพาะจุดเพื่อช่วยให้ใบหน้าดูละมุน มีมิติ และสมดุลขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ในบทความนี้หมอจะพาคนไข้ดูครบตั้งแต่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ? ฉีดจุดไหน ใช้กี่ CC ? ราคาเท่าไหร่ ? อยู่ได้นานไหม ? ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำครับ
สารบัญ ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เป็นการใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ฉีดลงในชั้นผิวเพื่อเติมเต็มส่วนที่ยุบตัว เสริมมิติ และปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้นโดยไม่ได้ทำให้กระดูกเปลี่ยนรูปเหมือนการผ่าตัด แต่ช่วยทดแทนวอลลุ่มที่หายไป หรือเสริมจุดที่ขาด เช่น คางสั้น ขมับตอบ ใต้ตาลึก แก้มตอบ หรือร่องแก้มลึกครับ
หลักสำคัญของการทำ ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือไม่ใช่เติมให้เยอะที่สุด แต่ต้องเติมให้ “พอดี” กับสัดส่วนใบหน้า เพราะถ้าเติมมากเกินไปอาจทำให้หน้าดูบวม หนัก หรือไม่เป็นธรรมชาติได้
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการปรับใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้นโดยไม่ผ่าตัด โดยปัญหาที่มักใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้ ได้แก่
- คางสั้น คางตัด คางถอย คางบุ๋ม ทำให้หน้าดูสั้นหรือกลม
- ขมับตอบ ขมับยุบ ทำให้หน้าดูแข็งหรือมีอายุ
- แก้มตอบ ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส
- ร่องแก้มลึก ทำให้หน้าดูเหนื่อยหรือดูมีอายุมากขึ้น
- ใต้ตาลึก ใต้ตาเป็นร่อง ทำให้หน้าดูอ่อนล้า
- กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าขาดมิติ
- สัดส่วนใบหน้าไม่สมดุล เช่น ช่วงกลางหน้าหรือช่วงล่างหน้าดูยุบ
สิ่งที่หมอมักประเมินก่อนฉีดคือ โครงสร้างกระดูก ไขมันใบหน้า ความหย่อนของผิว กล้ามเนื้อ และสัดส่วนโดยรวม ไม่ได้ดูเฉพาะจุดที่คนไข้กังวลเท่านั้นครับ
ตัวอย่างเช่น คนไข้บางคนคิดว่าต้องฉีดคางเพื่อให้หน้าเรียว แต่เมื่อประเมินจริง อาจพบว่าขมับตอบและแก้มยุบทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล การเติมขมับหรือแก้มบางจุดอาจช่วยให้หน้าดูละมุนขึ้นมากกว่าการเติมคางเพียงอย่างเดียวครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เหมาะกับใครบ้าง ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาใบหน้าขาดมิติ มีร่องลึก หรือวอลลุ่มบางจุดหายไปครับ เช่น
- คางสั้น คางตัด หรือคางถอยทำให้ใบหน้าดูสั้น หน้าดูกลม หรือช่วงล่างของใบหน้าไม่สมดุล
- ขมับตอบ ขมับยุบทำให้ใบหน้าดูแข็ง ดูโทรม หรือดูมีอายุมากขึ้น
- แก้มตอบ แก้มยุบทำให้ใบหน้าดูซูบ เหนื่อยล้า หรือไม่สดใส
- ร่องแก้มลึก ใต้ตาลึกทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ดูเหนื่อย หรือดูมีอายุกว่าความจริง
- กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าขาดมิติทำให้หน้าดูแบน ไม่คม หรือสัดส่วนใบหน้าไม่ละมุน
- อยากปรับรูปหน้าแต่ยังไม่อยากผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
ก่อนฉีดหมอแนะนำให้ประเมินโครงหน้าเดิมก่อนทุกครั้ง เพราะบางเคสอาจเหมาะกับฟิลเลอร์อย่างเดียว แต่บางเคสอาจต้องทำร่วมกับโบท็อกหรือเครื่องยกกระชับ เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและดูเป็นธรรมชาติครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า สามารถฉีดได้หลายจุดครับ โดยแต่ละจุดมีเป้าหมายต่างกัน หมอจะเลือกตำแหน่งตามปัญหาและสัดส่วนใบหน้าของคนไข้แต่ละราย
- ฟิลเลอร์คาง : เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางตัด ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น มีสัดส่วนช่วงล่างของใบหน้าที่สมดุลมากขึ้น
- ฟิลเลอร์ขมับ : เหมาะกับคนไข้ที่มีขมับตอบ ขมับลึก หรือใบหน้าดูแข็ง ช่วยเติมเต็มช่วงขมับให้ใบหน้าดูละมุน ลดความโทรม และช่วยให้กรอบหน้าดูสมดุลขึ้น
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม : เหมาะกับคนไข้ที่มีร่องแก้มลึก หน้าดูเหนื่อย หรือดูมีอายุมากกว่าความจริง ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น
- ฟิลเลอร์ใต้ตา : เหมาะกับคนไข้ที่มีใต้ตาลึก ใต้ตาเป็นร่อง หรือใต้ตาคล้ำจากโครงสร้างร่องลึก ช่วยให้ใบหน้าดูพักผ่อนเพียงพอ ลดความอิดโรย และทำให้ภาพรวมใบหน้าดูสดชื่นขึ้น
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม : เหมาะกับคนไข้ที่มีแก้มยุบ แก้มตอบ หรือใบหน้าดูโทรมจากวอลลุ่มที่หายไป ช่วยเติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มขึ้น ละมุนขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าดูแข็ง
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า : เหมาะกับคนไข้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด หรือช่วงล่างของใบหน้าขาดมิติ ช่วยเสริมแนวกรอบหน้าให้ดูคมขึ้น และทำให้ใบหน้าดูมีสัดส่วนมากขึ้น
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ช่วยให้หน้าเรียวจริงไหม ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าสามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ในบางเคส โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือช่วงล่างของใบหน้าขาดมิติ เมื่อเติมฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม ใบหน้าจะดูยาว สมดุล และเห็นกรอบหน้าชัดขึ้นครับ
แต่ฟิลเลอร์ไม่ได้เหมาะกับทุกคนครับ โดยเฉพาะคนที่หน้ากลมจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ อาจเหมาะกับโบท็อกลดกรามมากกว่า ถ้าหน้ากลมจากไขมันสะสม อาจต้องพิจารณาฉีดเมโสแฟตลดไขมันเฉพาะจุด หรือถ้าผิวหย่อนมาก อาจต้องใช้เครื่องยกกระชับร่วมด้วย
รีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า รีวิวผลลัพธ์หลัง ที่ V Square Clinic
(นพ.คณาวุฒิ จุฑาวรกุล เลข ว.33547)
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผล ?
ปริมาณฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าที่ใช้ในแต่ละตำแหน่งจะไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาเดิม โครงหน้า ความลึกของริ้วรอย อลลุ่มที่หายไป และผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ โดยตัวเลขต่อไปนี้เป็นปริมาณโดยประมาณที่ใช้บ่อย
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ประมาณ 2-4 CC
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ประมาณ 1-3 CC
- ฟิลเลอร์คาง ประมาณ 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ขมับ ประมาณ 2-4 CC
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม ประมาณ 1-2 CC
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า ประมาณ 1-3 CC
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า อยู่ได้นานไหม ?
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นฟิลเลอร์ การดูแลหลังทำ และตำแหน่งที่ฉีดครับ โดยเฉพาะตำแหน่งปากที่จะสลายเร็วกว่าตำแหน่งอื่น ๆ เพราะมีการขยับตลอดเวลา ทั้งการพูด กิน ดื่ม และแสดงสีหน้า ส่วนตำแหน่งที่ขยับน้อยหรือใช้เสริมโครงหน้า เช่น คาง ขมับ หน้าแก้ม (Mid Face) มักอยู่ได้นานกว่า
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า VS ฉีดโบท็อกปรับรูปหน้า แบบไหนเห็นผลดีกว่า ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า และ โบท็อกปรับรูปหน้า เห็นผลดีคนละแบบครับ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคนไข้เกิดจากอะไร
| ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า | ข้อเปรียบเทียบ | โบท็อกปรับรูปหน้า |
|---|---|---|
| หน้าตอบ คางสั้น ขมับตอบ ใบหน้าขาดมิติ | เหมาะกับปัญหา | กรามใหญ่ มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า |
| เติมเต็มวอลลุ่ม เสริมมิติ ปรับสัดส่วนใบหน้า | หลักการทำงาน | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กรามเล็กลงหรือริ้วรอยดูจางลง |
| คาง ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม กรอบหน้า | จุดที่นิยมทำ | กราม หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ลิฟต์กรอบหน้า |
| เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที และเข้าที่ใน 1-2 สัปดาห์ | เห็นผลเมื่อไร | เริ่มเห็นผลใน 3-7 วัน และชัดขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ |
| ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่ง | อยู่ได้นาน | ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและยี่ห้อที่เลือกใช้ |
| คนที่ต้องการเติมเต็ม เสริมมิติให้ใบหน้าดูสมดุล | เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียว |
| ไม่เหมาะกับหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่โดยตรง | ข้อจำกัด | ไม่ช่วยเติมเต็มร่องลึก คางสั้น หรือขมับตอบ |
สรุปง่าย ๆ ถ้าคนไข้มีปัญหาใบหน้ายุบ โทรม คางสั้น หรือขาดมิติ มักเหมาะกับฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าครับ แต่ถ้าหน้ากว้างจากกรามใหญ่จะเหมาะกับโบท็อกมากกว่า หรือบางเคสสามารถทำร่วมกันได้ เช่น โบท็อกลดกราม + ฟิลเลอร์คาง เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูเรียว สมดุล และมีมิติมากขึ้น
ทั้งนี้ก่อนเลือกฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าที่ไหนดี อย่างแรกที่หมอแนะนำคือควรให้แพทย์ประเมินโครงหน้า กล้ามเนื้อ ไขมัน และความหย่อนคล้อยก่อนวางแผนทำหัตถการครับ
หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ดูแลตัวเองอย่างไร ?
- ดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวยและอยู่ได้นานขึ้น
- หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด บีบ บริเวณที่ฉีดประมาณ 7-14 วัน เพื่อลดการอักเสบและลดโอกาสที่ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่ง
- งดแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ และบุหรี่อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้บวมช้ำมากขึ้น และทำให้ผลลัพธ์เข้าที่ช้าลง
- งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพราะความร้อนและการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้บวมมากขึ้นได้
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหลังฉีด 24 ชั่วโมง เพื่อลดการระคายเคืองและลดโอกาสการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
- หลีกเลี่ยงความร้อน เลเซอร์ RF ประมาณ 1 เดือน เพราะความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าไม่ได้น่ากลัว หากใช้ฟิลเลอร์แท้ ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐานครับ แต่อาจมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ จึงควรรู้วิธีสังเกตอาการและเลือกทำอย่างระมัดระวัง
ผลข้างเคียงที่พบได้หลังฉีด เช่น
- บวม แดง ช้ำ หรือมีรอยเข็ม มักพบได้ในช่วงแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
- กดเจ็บหรือตึงบริเวณที่ฉีด อาจเกิดจากการเติมฟิลเลอร์และการบวมหลังฉีด โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่
- เป็นก้อนหรือไม่เรียบเนียน อาจเกิดจากการบวมในช่วงแรก หรือการฉีดผิดชั้น ใช้ฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่ง หรือเติมมากเกินไป
- บวมแดงร้อน อักเสบ หรือติดเชื้อ พบได้น้อย แต่ควรรีบให้แพทย์ประเมิน โดยเฉพาะถ้าอาการแย่ลงเรื่อย ๆ
- ฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่ต้องระวัง หากมีอาการปวดมาก ผิวซีด ม่วง คล้ำ หรือเห็นภาพผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกทันที
ก่อนฉีดทุกครั้ง คนไข้ควร ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ เช่น กล่อง เลข Lot สติกเกอร์ และให้แพทย์แกะกล่องใหม่ต่อหน้า รวมถึงแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติแพ้ยาก่อนทำครับ
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ราคาเท่าไหร่ ?
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ราคาเริ่มที่ 7,490.-/1 CC โดยราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ, รุ่นฟิลเลอร์, จำนวน CC ที่ใช้,ตำแหน่งที่ฉีดและราคาโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ราคาโปรโมชั่นที่ V Square Clinic
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Juvederm
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Juvederm Ultra Plus | 7,490.- |
| Juvederm Skinvive | 11,900.- |
| Juvederm Volift | 12,900.- |
| Juvederm Voluma | 12,900.- |
| Juvederm Volux | 17,900.- |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Restylane
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Restylane Classic | 9,900.- |
| Restylane Refyne | 11,900.- |
| Restylane Defyne | 11,900.- |
| Restylane Kysse | 11,900.- |
| Restylane Vital Light | 12,900.- |
| Restylane Perlane Lyft | 12,900.- |
| Restylane Volyme | 13,900.- |
| Restylane Vital | 14,900.- |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Belotero
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Belotero Volume | 9,900.- |
| Belotero Soft | 11,900.- |
| Belotero Intense | 11,900.- |
| Belotero Revive | 12,900.- |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Definisse
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Definisse Touch | 11,900.- |
| Definisse Restore | 11,900.- |
| Definisse Core | 17,900 |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ e.p.t.q.
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| e.p.t.q. LORIENT 4 | 7,900.- |
| e.p.t.q. LORIENT 6 | 7,900.- |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Teoxane
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Teoxane RHA 1 | 13,900.- |
| Teoxane RHA 3 | 13,900.- |
| Teoxane RHA 2 | 14,900.- |
| Teoxane RHA 4 | 15,900.- |
| Teoxane Redensity 2 | 14,900.- |
| Teoxane Ultra Deep | 15,900.- |
ราคาฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ายี่ห้อ Jalor
| ยี่ห้อ / รุ่นฟิลเลอร์ | ราคา / 1 CC |
|---|---|
| Jalor Sweet Touch | 15,900.- |
| Jalor Sweet Deep | 15,900.- |
| Jalor Sweet Kiss | 15,900.- |
FAQ ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เห็นผลทันทีไหม ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีในระดับหนึ่งครับ แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรก ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เจ็บไหม ?
ระหว่างฉีดจะไม่รู้สึกเจ็บครับ แต่อาจรู้สึกหน่วงหรือตึงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดและความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน ฟิลเลอร์หลายรุ่นมียาชาผสม และก่อนทำมักมีการประคบเย็นหรือทายาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ทำแล้วหน้าจะบวมไหม ?
หลังทำอาจมีบวม ช้ำ หรือรอยเข็มได้ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ผิวบางหรือใช้ปริมาณฟิลเลอร์มาก อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้น หากบวมมาก ปวดมาก หรือสีผิวเปลี่ยน ควรรีบติดต่อคลินิกครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ต้องเติมซ้ำบ่อยไหม ?
โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปตามเวลา ระยะเวลาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น ตำแหน่ง และร่างกายของแต่ละคน บางตำแหน่งอาจอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขณะที่บางรุ่นในตำแหน่งเสริมโครงอาจอยู่ได้นานกว่านั้นครับ
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า กับโบท็อก เลือกอะไรดี ?
ถ้าปัญหาเกิดจากวอลลุ่มหาย คางสั้น ขมับตอบ หรือร่องลึก มักเหมาะกับฟิลเลอร์ครับ แต่ถ้าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือริ้วรอยจากการขยับ อาจเหมาะกับโบท็อกมากกว่า หลายเคสสามารถทำร่วมกันได้หลังแพทย์ประเมินครับ
สรุป ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เหมาะกับคนที่อยากปรับสัดส่วนใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด
ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเป็นหัตถการที่ช่วยเติมเต็ม เสริมมิติ และปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาคางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องลึก หรือใบหน้าดูโทรมครับ
หากคนไข้สนใจฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินใบหน้ากับแพทย์ก่อน เพื่อวางแผนว่าควรเติมตำแหน่งไหน ใช้ฟิลเลอร์รุ่นใด และใช้ปริมาณเท่าไรจึงจะเหมาะกับใบหน้าของคนไข้ที่สุดในแบบที่ดูเป็นธรรมชาติครับ


