[ข้อห้าม-ข้อปฏิบัติ] ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ ก่อน-หลังร้อยไหม เพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้น



ข้อห้ามข้อปฏิบัติก่อนหลังฉีดเพื่อฟายบวม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา-ร่องแก้มและการร้อยไหมหน้าเรียว กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ต้องพักฟื้นนานเท่ากับการผ่าตัด แต่เห็นผลชัดเจน และราคาไม่แพง ในบทความนี้หมอจะรวบรวมข้อห้ามและข้อปฎิบัติตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์และหลังร้อยไหม มาเรียงตามลำดับช่วงเวลาก่อนทำ-หลังทำให้นะครับ เพื่อให้หน้ายุบบวมไวที่สุด และผลที่ได้อยู่ได้นานที่สุด

ซึ่งในการทำฟิลเลอร์และร้อยไหมหากมีเลือดออกเยอะ หรือบวมนาน จะทำให้อักเสบมากขึ้นและทำให้ผลอยู่ได้สั้นลงครับ การเตรียมตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ การฉีดฟิลเลอร์/การร้อยไหมจะมีข้อปฏิบัติตัวที่ใกล้เคียงกันมาก และคนไข้ส่วนมากมักจะทำ 2 อย่างนี้พร้อมกัน เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตาร่วมกับร้อยไหมล็อคก้างปลา หมอจึงขอรวมไว้ในบทความเดียวกันครับ


ข้อปฎิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์และก่อนร้อยไหม

ข้อปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์และหลังร้อยไหม


ก่อนฉีดฟิลเลอร์และก่อนร้อยไหม


2 อาทิตย์ก่อนทำ ควรศึกษาหาข้อมูลและความรู้ที่จำเป็น

การเลือกคลินิก

ควรศึกษาหาข้อมูล ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ร้อยไหมที่ไหนดี ช่องทางหลักที่สามารถช่วยให้ลูกค้าสามารถพิจารณาผลการรักษาและการปรับรูปหน้าของคลินิกแต่ละแห่งนั่นคือ รีวิวจากคนไข้ที่มาทำจริงที่คลินิกนั้น ๆ ดังนั้นควรเริ่มจาการพิจารณาจากรีวิวในแหล่งที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือและรีวิวควรมีความเป็นปัจจุบัน คือในแหล่งที่ถ้าหากมีเคสหลุดมารีวิวแล้ว สามารถดูความรับผิดชอบของคลินิกนั้นๆ ได้ โดยที่รีวิวนั้นๆ ไม่โดนลบออก ซึ่งในต่างประเทศรีวิวประเภทนี้คนไข้จะเชื่อถือมากที่สุดครับ

ในเมืองไทยยังไม่มี Website ที่เปิดให้รีวิวได้อย่างเป็นกลาง ส่วนมากถ้ามีเคสหลุดโดนพาดพิงก็จะโดนลบออกไป ตอนนี้เท่าที่มีในประเทศไทยก็จะมีแค่ คำวิจารณ์ในเฟสบุ๊ค, และ รีวิวในกูเกิ้ลแมป เท่านั้นครับที่คลินิกไม่สามารถลบออกได้ (ซึ่งในกรณีที่คลินิกโดนรีวิวในแง่ลบก็ควรอ่านคำอธิบาย-การรับผิดชอบที่คลินิกตอบในรีวิวด้วยนะครับเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งจากคลินิกอื่น)

ส่วนรีวิวจากแหล่งอื่นๆ ส่วนมากก็มักจะคัดมาโชว์แต่เคสสวยๆ ไม่โชว์เคสหลุด ซึ่งแบบนี้ไม่ควรเชื่อถือครับ และไม่ควรเชื่อรีวิวที่มีแต่รูป(เพราะรูปสามารถตกแต่งได้ง่ายมาก) ถ้าเป็นคลิปวิดีโอก่อน-หลังทำจะดูน่าเชื่อถือกว่าครับ(ในคลิปหลังทำจะต้องไม่แต่งหน้านะครับ จะได้เปรียบเทียบได้จริงๆ ) คนไข้ก็จะได้ทราบถึง ก่อนทำ หลังทำ ว่าได้ผลแค่ไหน บวมแค่ไหน น่ากลัวไหม อันตรายหรือไม่ ได้อย่างตรงไปตรงมาครับ

การเลือกหมอ และเทคนิคในการทำ

ฟิลเลอร์และร้อยไหม เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญในการทำสูง ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในการทำ เพื่อให้เกิดการบวมช้ำน้อยที่สุด ได้ผลชัดเจนและผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ คนทั่วไปบางส่วนมักมีความเชื่อว่าควรเลือกหมอที่จบเฉพาะทางด้านผิวหนังจึงจะสามารถทำหัตถการต่างๆ เหล่านี้ได้ดีที่สุด แต่ในความจริงแล้วการทำฟิลเลอร์ ร้อยไหม รวมถึงโบท็อกนั้น ในประเทศไทยยังไม่มีสาขาแพทย์เฉพาะทางที่เรียนด้านนี้โดยตรง องค์ความรู้ขั้นสูงต่างๆ ของหัตถการเหล่านี้ก็มักจะมาจากหลักสูตรที่อบรมเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรเฉพาะทางสาขาใดๆ

และปัจจุบัน aesthetic medicine ยังไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทางสาขาใดๆ ทั้งสิ้น ในอนาคตจึงจะมีการจัดตั้งสาขาเฉพาะทางด้านนี้ขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องเลือกหมอที่จบเฉพาะทางด้านผิวหนังในการทำหัตถการเหล่านี้ครับ ควรดูจากเคสรีวิวในแหล่งที่เชื่อถือได้ ประสบการณ์ของแพทย์ และความน่าเชื่อถือของคลินิกเป็นหลักครับ

สำหรับที่ V Square Clinic จะคัดเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการทำ โบท็อก ฟิลเลอร์ ร้อยไหม มามากกว่า 5-10 ปีทุกท่าน และผ่านการฝึกอบรมหัตถการเหล่านี้จากทั้งในประเทศและต่างประเทศมามากมาย ซึ่งในปี 2018 นี้ทาง V Square Clinic ก็ได้รับคัดเลือกโดยบริษัท Allergan ว่าเป็น 1 ใน 6 คลินิกจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลคลินิกปรับรูปหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด 20 คลินิกในเอเชีย จึงสามารถการันตีประสบการณ์ความชำนาญของแพทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

การเลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ชนิดที่ปลอดภัยที่สุดคือ HA(hyaluronic acid) เนื่องจากสามารถใช้เอนไชม์ hyaluronidase สลายออกบางส่วนหรือทั้งหมดเพื่อแก้ไขปรับแต่งได้ 100% สำหรับการเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ ในเบื้องต้นจะมีรายละเอียดใน บทความวิธีดูยาแท้โบท็อก ฟิลเลอร์ ยี่ห้อต่างๆ ครับ และใครที่อยากรู้ว่าฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีสามารถอ่านได้ที่ [เจาะลึก] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ควรเลือกใช้รุ่นไหน?

ประเภทของไหมแต่ละชนิด

การเลือกชนิดเส้นไหม วัสดุไหม จะมีรายละเอียดเจาะลึกให้แล้วใน บทความร้อยไหม และ ถาม-ตอบเกี่ยวกับร้อยไหม กับ ทีมแพทย์ V Square Clinic ครับ


1 อาทิตย์ก่อนทำ

ยาและวิตามินที่ควรงดก่อนฟิลเลอร์และก่อนร้อยไหม

  • ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาอยู่ก่อนที่จะหยุดยานั้นๆ
  • ควรงดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม "Anti-Aging" ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  • หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆที่ต้องทำเป็นประจำ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วันก่อนทำฟิลเลอร์หรือร้อยไหม เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
  • หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ


24 ชม.ก่อนทำ

กิจกรรมที่ควรงดก่อนฟิลเลอร์และก่อนร้อยไหม

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ
  • ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio

มาถึงคลินิก

  • สามารถแต่งหน้ามาได้ ทางคลินิกจะลบเครื่องสำอางค์ในจุดที่จำเป็นออกให้ก่อนทำ
  • สามารถแจ้งเพื่อขอแปะยาชาได้ฟรี ซึ่งก่อนฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมหมอจะฉีดยาชาในจุดนั้นๆให้ด้วย
  • ในบางคนที่แพ้ระคายเคืองจากยาชาแบบทาหรือไม่อยากจะเสียเวลาแปะยาชา ก็สามารถเลือกฉีดยาชาอย่างเดียวได้ครับ

ก่อนทำ 30 นาที

  • แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือด,ฉีดยาลดบวมและกินยาปฎิชีวนะในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ และลดความเสี่ยงในการอักเสบติดเชื้อ
  • ในเคสกลัวความเจ็บมากๆ แพทย์อาจจะพิจารณาให้กินยาแก้ปวดเพิ่มก่อนทำหัตถการ แต่การกินยาแก้ปวดก่อนทำหัตถการอาจจะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น

กำลังฉีดฟิลเลอร์

ระหว่างร้อยไหม/ฉีดฟิลเลอร์

  • ควรทำหัตถการในห้องแอร์ที่อุณหภูมิต่ำๆ
  • ควรร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์ในท่านั่งหรือนอนเอียงที่ระดับหัวอยู่สูงกว่าหัวใจ ไม่ควรนอนราบ เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้น


หลังทำทันที

  • อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำเป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่หากหลังจาก 3 วัน อาการดังกล่าวยังเป็นมากขึ้น ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่ม
  • หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำกควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที และทางคลินิกจะมียาแก้ปวด,ลดบวมให้กินด้วย
  • อยู่แต่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.หลังทำครับ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด การดื่มแอลกอฮอล์
  • ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมและฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  • การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดหรือไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้ ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  • การใช้สายรัดหน้าหลังร้อยไหมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีเลือดออกมากเท่านั้น ซึ่งในเคสส่วนมากหมอจะไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากอาจทำให้ไหมเคลื่อนและไม่เกาะผิว
  • 1 ชม.หลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้

หลังร้อยไหม-หลังฉีดฟิลเลอร์ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด


หลังร้อยไหม/ฉีดฟิลเลอร์ห้ามทานอะไร

ควรงดในระยะ 14 วันหลังทำ(ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชม.)

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • หมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดอาหารที่หวานจัดๆ นมวัว เพราะสามารถกระตุ้นการบวนการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบจากร้านอาหารที่ไม่สะอาดเนื่องจากพยาธิบางชนิดจะทำปฎิกริยากับฟิลเลอร์แล้วเกิดการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง

สารชื่อ bromelain ที่อยู่ใน”แกน”สัปปะรด ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังร้อยไหม

มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าสารชื่อ bromelain ที่อยู่ใน”แกน”สัปปะรดสามารถกินเพื่อช่วยให้อาการปวดบวมช้ำหลังจากร้อยไหมหายได้ไวขึ้นอย่างชัดเจน

หลังฉีดฟิลเลอร์หายบวมในกี่วัน
หลังฉีดฟิลเลอร์จะค่อยๆ หายบวมประมาณ 4-5 วัน และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเข้าที่ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วอาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็ม ซึ่งสามารถหายไปเอง นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวด คนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ


3 ชม.หลังทำ

  • รอยเข็มที่ร้อยไหม/ฟิลเลอร์สามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที
  • สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้

6 ชม.หลังทำ

  • ยาชาจะเริ่มหายบวม ถ้ามีจุดไหนที่ยังบวมมาก ควรประคบเย็นช่วย และควรประคบเบาๆไม่ควรกดแรงๆ


กลางคืนหลังร้อยไหม/ฟิลเลอร์

  • หลังจากยาชาที่ฉีดไว้หมดฤทธิ์ใน 3 ชม.หลังทำ จะเริ่มปวดระบมมากขึ้น หากหลังจากกินยาแก้ปวด paracetamol ที่ทางคลินิกให้ไปทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ก็สามารถกินยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้เช่น ibruprofen, arcoxia, diclofenac แต่ถ้าไม่เคยกินยาเหล่านี้มาก่อนความปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานะครับ

กลางคืนหลังร้อยไหม-ฟิลเลอร์

ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 °C นอนหัวสูงกว่าหน้าอกโดยการหนุนหมอนที่ศรีษะอย่างน้อย 2 ใบ ไม่ควรนอนตะแคง ควรหาหมอนข้างมากันไว้ทั้งซ้ายและขวาใน 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า

หลังทำ 24 ชม.

  • จะเริ่มมีอาการบวมเข็มมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์คนไข้บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้นและชอบแบบที่ฟูๆนี้ แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มยุบลงก็เข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์สลายหายไป การดูผลฟิลเลอร์ควรจะดูหลังฉีดเสร็จทันทีและควรดูผลอีกทีหลังจาก 14 วันนะครับ ระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวมครับ

หลังร้อยไหม-หลังฉีดฟิลเลอร์ ยังสามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้

สามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ และแต่งหน้าทับได้ปกติ แผลรูเข็มสามารถโดนน้ำได้ปกติ

หลังทำ 48 ชม.

  • หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารและความร้อนตามข้อห้ามด้านบนได้ครบ 48 ชม. ก็จะช่วยให้ยุบบวมได้ไวขึ้นมากแล้ว


หลังทำ 3 วัน

  • อาการปวดบวมแดงช้ำจะเริ่มดีขึ้นและลดลง หากอาการมีแนวโน้มแย่ลงให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอรับยากินเพิ่ม
  • สามารถขยับใบหน้าได้เกือบเท่าปกติ ฟิลเลอร์และไหมจะเข้าที่แล้วประมาณ 90% แต่ยังไม่ควรกดนวดแรงๆ

หลังทำ 7-10 วัน

  • รอยเขียวช้ำอาจจะยังมีอยู่จะค่อยๆจางลงเองใน 14 วัน ไม่ควรประคบร้อน
  • ในบางเคสจะยังคลำเจอฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ปกติ เป็นอาการบวมเข็มครับ จะค่อยๆนิ่มลงเองภายใน 2-3 อาทิตย์

หลังทำ 14 วัน

  • อาการบวมจะหายไปเกือบ 100% สำหรับฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่มลงและกลืนไปกับผิว ยกเว้นฟิลเลอร์ในรุ่นที่ฉีดในผิวชั้นลึกเพื่อยกพยุงหน้า เช่น Restylane-Perlane-Lyft หรือ Juvederm-Voluma จะคลำได้เนื้อฟิลเลอร์ในผิวชั้นลึกแต่จะมองไม่เห็นจากภายนอกเป็นปกติครับไม่ต้องกังวล
  • สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ กินอาหารได้ปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงความร้อน


หลังทำ 1 เดือน

  • สำหรับการร้อยไหมดึงหน้า ไม่ควรอ้าปากกว้างๆ เช่น การอ้าปากทำฟัน หรือ การแปรงฟันแรงๆ ในระยะ 1 เดือนหลังทำ

การดื่มน้ำ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน

โมเลกุลขอลฟิลเลอร์

ใน particle ของฟิลเลอร์โมเลกุลของฟิลเลอร์จะค่อยๆสลายไปและถูกแทนที่ด้วยโมเลกุลของน้ำ เป็นการสลายแบบ Isovolumetric degradation(นั่นคือแม้ฟิลเลอร์จะสลายไปบางส่วนแต่ก็จะยังมีปริมาตรเท่าเดิมได้อยู่จากน้ำที่เรากิน) ซึ่งถ้าขาดน้ำขนาด particle ก็จะเล็กลง และเพิ่มอัตราการสลายแบบทวีคูณ ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตามปกติคือวันละ 1.5-2 ลิตร เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานครับ

ฟิลเลอร์ชนิด HA

ลักษณะ particle ของฟิลเลอร์ชนิด HA จะคล้ายๆกับวุ้นใสๆสามารถสลายกลายเป็นน้ำได้ 100% เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี


ข้อห้ามในการร้อยไหมและฟิลเลอร์(Contraindication)

  • มีภาวะอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหม
  • เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์หรือวัสดุเส้นไหมที่วินิจฉัยว่าแพ้โดยแพทย์, อาการข้างเคียง(side effect)อื่นๆไม่ได้ถือว่าเป็นการแพ้(allergy)
  • มีประวัติแพ้ยาชา (ถ้าคนไข้ไม่เคยฉีดยาชาทำฟันมาก่อนควรแจ้งแพทย์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาชา)
  • อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด(bleeding disorder) แพทย์จะพิจารณาตามดุลยนินิจ
  • ห้ามทำในผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ในกรณีให้นมบุตรควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนทำ
  • ในคนไข้ที่เคยมีประวัติเป็นเริมที่ปาก และต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากต้องปรึกษาแพทย์เพื่อกินยาป้องกันก่อนฉีด

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 10 สาขา
หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ


ตัวอย่างรีวิวผลการฉีดฟิลเลอร์และร้อยไหม โดยทีมแพทย์ V Square Clinic

 

รีวิว Hifu ใต้ตา Hifu ร่องแก้ม ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 2 CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาร่องใต้ตา ร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ใต้ตาร่องแก้ม 2 CC และ Hifu

 

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาร่องใต้ตา ด้วยฟิลเลอร์ 2 CC

 

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาร่องใต้ตา ด้วยฟิลเลอร์ 2 CC

 

รีวิวร้อยไหมก้างปลา 10 เส้น

ตัวอย่างรีวิว ผลการร้อยไหมก้างปลา 10 เส้น

 

รีวิวร้อยไหมก้างปลา 10 เส้น+ฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการร้อยไหมก้างปลา 10 เส้นและผลการรักษาร่องแก้ม ร่องใต้ตาด้วยฟิลเลอร์ 2 CC

 

รีวิวฟิลเลอร์ยกหน้า ใต้ตาร่องแก้ม 2 CC

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาถุงใต้ตา ร่องใต้ตา ด้วยฟิลเลอร์ 2 CC

 


เอกสารอ้างอิง
1. Ghensi P, et al. J Craniofac Surg. 2017. Effect of Oral Administration of Bromelain on Postoperative Discomfort After Third Molar Surgery. แหล่งข้อมูล:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/27755433/
2. Yi Tan, Ping Li. 2018. Bromelain has significant clinical benefits after extraction of the third molar during chemotherapy in patients with hematologic tumor. แหล่งข้อมูล:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5778900/
3. Singh T, et al. J Int Soc Prev Community Dent. 2016. Effect of proteolytic enzyme bromelain on pain and swelling after removal of third molars. แหล่งข้อมูล:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/28217537/
4. Philippe Lafaille, Anthony Benedetto. 2010. Fillers: Contraindications, Side Effects and Precautions. แหล่งข้อมูล:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/28217537/
5. Kendra Walker, Mark V. Pellegrini. 2018. Hyaluronic Acid. แหล่งข้อมูล:https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK482440/


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ