ข้อมูลที่ควรรู้! ก่อนเติมไขมันที่หน้า วิธีปลูกไขมันให้เซลล์รอด และข้อดี-ข้อเสีย



การเติมไขมันหน้าเด็กกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ซึ่งจากที่ได้เจอเคสมาพบเคสจำนวนมากที่ผิดหวังจากการเติมไขมัน เพราะไม่ได้เห็นผลอยู่ได้นานเหมือนตามที่โฆษณา บทความนี้จะขอเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ไขมันที่เติมปลูกไม่ติด ข้อมูลต่างๆที่ควรรู้ก่อนการเติมไขมันและอันตรายที่ซ่อนอยู่ของการเติมไขมันที่คนไข้หลายๆคนยังไม่ทราบ และเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของการเติมไขมันครับ

เลือกอ่าน

1. ถ้าหน้ายุบเยอะมาก ๆ ควรเติมไขมันเท่านั้นจริงหรือ ?

2. การเติมไขมันที่ใบหน้าควรเติมแบบไม่จำกัด cc ควรทำทีเดียวให้คุ้ม จริงหรือไม่ ?

3. การเติมไขมันหน้า จะได้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นไขมันของเราเอง จริงหรือไม่ ?

4. การเติมไขมันหน้าปลอดภัยกว่าการเติมฟิลเลอร์ จริงหรือไม่ ?

5. การเติมไขมันหน้า อยู่ได้ถาวรจริงหรือไม่ ?

6. หากไขมันใต้ตาแล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขอย่างไร ?

7. สรุปข้อดีข้อเสียของการ เติมไขมันหน้า vs ฉีดฟิลเลอร์ HA


Q : ถ้าหน้ายุบเยอะมาก ๆ ควรเติมไขมันเท่านั้นจริงหรือ ?

ปกติเมื่ออายุเยอะขึ้นการยุบตัวของโครงหน้าพบได้ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  1. เนื้อยุบตัว
  2. กระดูกยุบตัว

ซึ่งจะทำให้เกิดผิวหนังส่วนเกิน และความหย่อนคล้อย

ในส่วนที่เนื้อยุบตัวลง เราสามารถเลือกได้ทั้งการเติมไขมันหน้าและฉีดฟิลเลอร์ได้ครับ โดยจะมีข้อดีข้อเสียเปรียบเทียบให้ดูอย่างละเอียดในข้อท้ายสุดครับ

ในส่วนที่กระดูกยุบตัวลง ไม่สามารถใช้ไขมันเติมได้ครับ เนื่องจากในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกมีเส้นเลือดมาเลี้ยงน้อย เซลล์ไขมันไม่สามารถอยู่รอดได้ และไขมันจะเป็นเนื้อนิ่ม ๆ ไม่สามารถทำหน้าที่ยกพยุงผิวหน้าได้ดีเท่ากระดูก

ในกรณีนี้สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเติมด้วยฟิลเลอร์ครับ จะมีรุ่นที่ใช้สำหรับยกหน้าโดยเฉพาะครับ

หากเติมที่เนื้ออย่างเดียวโดยไม่เสริมกระดูกขึ้นมา หน้าก็จะเต็มอย่างเดียว ไม่เข้ารูป ไม่มีมิติครับ ขาดความคมของใบหน้า และเราไม่สามารถฉีดไขมันด้วยเทคนิคยกพยุงหน้าแบบที่ใช้ฟิลเลอร์ฉีดได้ครับ


Q : การเติมไขมันที่ใบหน้าควรเติมแบบไม่จำกัด cc ควรทำทีเดียวให้คุ้ม จริงหรือไม่ ?

การเติมไขมัน เป็นการปลูกเซลล์ไขมัน คล้าย ๆ กับต้นไม้ถ้าเราปลูกต้นไม้จำนวนมาก ๆ ลงในพื้นที่แคบ ๆ โดยไม่เว้นระยะห่าง ต้นไม้ที่อยู่ตรงกลางก็จะตายครับ เพราะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงไม่พอ

ไขมันที่เติมเป็นเซลล์ที่ต้องการเส้นเลือดมาเลี้ยงครับ ถ้าปลูกแน่นเกินไป เส้นเลือดเจริญเติบโตเข้ามาเลี้ยงไม่ทัน เซลล์ก็จะตายไปครับ ปลูกไม่ติด

แต่คนเข้าใจผิดกันเยอะ เพราะรีวิวเติมไขมันที่หน้า ส่วนมากจะเน้นเติมไขมันให้เห็นความเปลี่ยนแปลง before-after ชัดเจน แต่เคสรีวิวที่เห็นเติมเยอะๆ เหล่านั้น 70% เมื่อเวลาผ่านไป 6-12 เดือน เซลล์ไขมันที่เติมจะยุบหายเกือบหมดเลยครับเพราะการเติมเยอะๆโอกาสที่ไขมันจะติดน้อยมากครับ

หมอก็จำใจต้องฉีดปริมาณเยอะๆที่คนไข้ต้องการเพราะคนไข้ส่วนมากติดภาพกับเคสรีวิวที่โฆษณา

การเติมไขมันหน้าด้วยเทคนิคที่ทำให้เซลล์ไขมันมีโอกาสรอดมากที่สุดคือ เทคนิค micro fat graft เป็นการฉีดเซลล์ไขมันปริมาณน้อยมากๆ (ขนาดไม่เกินจุดละ 0.01cc) กระจายทั่วๆในทุกชั้นของผิว ซึ่งผลที่ได้ ก็จะไม่ได้เต็มสวยทันทีเหมือนตามรีวิวครับ จะต้องรอให้เซลล์ไขมันที่ปลูกไว้ค่อยๆโตขึ้นมาในระยะ 6 เดือน - 1 ปี จึงจะมีโอกาสอยู่ได้ถาวรครับ และอาจจะต้องปลูกถ่ายเพิ่มอีกถ้าต้องการให้เต็มสวย

และชั้นผิวที่ถูกยืดออกจากการเติมเนื้อที่มากเกินพอดี จะขาดความกระชับครับ จะนิ่มๆ ยวบยาบ สัมผัสไม่เป็นธรรมชาติ และหย่อนลงในที่สุด


Q : การเติมไขมันหน้า จะได้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติ เพราะเป็นไขมันของเราเอง จริงหรือไม่ ?

ในเคสที่มีการยุบตัวของกระดูกร่วมด้วย หากเติมเนื้อด้วยไขมันเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ยกพยุงโครงกระดูกขึ้นด้วย เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน 3-5 ปี เนื้อทั้งหมดจะเริ่มหย่อนลงแบบทวีคูณครับ เพราะขาดโครงสร้างกระดูกที่ช่วยพยุง คล้าย ๆ ลูกโป่งที่ใส่น้ำเข้าไปแล้วทิ้งไว้นาน ๆ จะหย่อนลง เพราะขาดโครงที่พยุงข้างใน

ซึ่งการยุบตัวของกระดูกนั้น จะเริ่มเกิดในทุกคนตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปครับ

การฉีดฟิลเลอร์ในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก นอกจากจะช่วยดึงหน้า ที่หย่อนจากการยุบตัวของกระดูกแล้ว ยังช่วยป้องกันความหย่อนในอนาคตได้อีกด้วยครับ ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเติมไขมันครับ แต่ราคาจะสูงกว่าเมื่อเทียบต่อ cc

*ผลการรักษาแตกต่างกันแต่ละบุคคล

ตัวอย่างรีวิวเคสที่ฉีดยกพยุงหน้าด้วยฟิลเลอร์ครับ จะเห็นว่าหลังทำหน้าจะดูยกขึ้นแบบไม่บานออก ดูกระชับขึ้นกว่าก่อนทำแบบธรรมชาติ และถึงแม้จะเป็นการเติม แต่ก็ทำให้หน้าดูเล็กลง

ถ้าใช้ไขมันเติมมากเกินไปหรือฉีดฟิลเลอร์แบบผิดวิธี หน้าจะดูบวมๆไม่ธรรมชาติครับ


Q : การเติมไขมันหน้าปลอดภัยกว่าการเติมฟิลเลอร์ชนิดHA จริงหรือไม่ ?

อันตรายร้ายแรงที่สุดของการเติมไขมัน/ฟิลเลอร์ คือ การฉีดเข้าหลอดเลือดครับ ในต่างประเทศทั่วโลกที่มีการฉีดไขมันมากกว่าในไทยมากๆ พบว่า มีเคสที่เนื้อตาย/ตาบอดจากการฉีดไขมันสูงกว่าฟิลเลอร์มากๆ ครับ เนื่องจาก ไขมันไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายได้ในทันทีหากฉีดเข้าหลอดเลือดครับ ไม่มีทางแก้

แต่หากเป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyarulonic acid จะมีเอนไซม์ที่ชื่อ Hyaluronidase ที่สามารถละลายหมดได้ 100% ทันที หากแพทย์พบว่าฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดก็จะสามารถแก้ไขได้ทันทีครับ

ในตารางเปรียบเคสที่เกิดเนื้อตายตาบอดจากการฉีดสารเติมเต็มชนิดต่างๆ จะเห็นว่าเคสที่เป็นสาเหตุจากการเติมไขมันมีเยอะกว่าการเติมฟิลเลอร์ชนิดHA

ในบทความของต่างประเทศจะมีการพูดถึงอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ต่างๆมากมาย ซึ่งสาเหตุนั้นเป็นเพราะคำว่า”ฟิลเลอร์”ของต่างประเทศนั้นรวมสารเติมเต็มอื่นๆไว้ด้วยทั้งหมดโดยแยกเป็น 5 ประเภทคือ

  1. “การเติมไขมัน” ก็ถูกจัดรวมไว้ในคำว่า”ฟิลเลอร์”ด้วย
  2. Collagen เป็นฟิลเลอร์รุ่นโบราณ บวมแดงง่าย ไม่เป็นที่นิยมในปัจุบัน
  3. ฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เช่น ซิลิโคนเหลว Paraffin PMMA CaHA PAH
  4. ฟิลเลอร์ Hyarulonic Acid ที่สามารถย่อยสลายได้ปลอดภัย (ที่กล่าวถึงในบทความนี้)
  5. ฟิลเลอร์ Hyarulonic Acid ปลอมที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่มาตรฐาน อาจจะสลายไม่หมดหรือสลายหมดไวมาก

นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมจึงมีข้อมูลต่างๆจากงานวิจัยต่างประเทศมากมายว่า ”ฟิลเลอร์” มีผลข้างเคียงเยอะ นั่นคือเป็นเพราะคำว่าฟิลเลอร์นั้นรวมถึง การฉีดไขมัน การฉีดฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่สลาย และ รวมถึงฟิลเลอร์ปลอม เข้าไปในคำว่า“ฟิลเลอร์”ด้วย แต่ในเมืองไทยคำว่าฟิลเลอร์ที่หมอพูดถึงว่าไม่อันตรายนั้นหมายถึงฟิลเลอร์ชนิดHAของแท้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


Q : การเติมไขมันหน้า อยู่ได้ถาวรจริงหรือไม่ ?

เคสเติมไขมันหน้าส่วนมาก 70% จะพบความผิดหวังครับ เพราะไม่ได้อยู่ได้ถาวรตามที่โฆษณาไว้ บางเคส 3-4 เดือน ยุบหายหมดก็มีครับ ส่วนมากยุบหายเพราะเติมในปริมาณที่มากเกินไป

เซลล์ไขมันที่เติมแล้วมีชีวิตรอด ก็ยังสามารถหายไปได้ตามเวลาครับ จะมีบางเคสเท่านั้นที่อยู่ได้ถาวร ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีเทคนิคการเติมไขมันที่หวังผลได้ 100% ครับ ไขมันจะติดหรือไม่ติด หมอก็รับประกันไม่ได้ครับ


Q : หากเติมไขมันใต้ตาแล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขอย่างไร ?

ส่วนมากแก้ยากครับ เพราะไขมันไม่มียาฉีดสลายที่หวังผลได้แน่นอน และใต้ตาเป็นบริเวณที่ละเอียด แค่ก้อนเพียงเล็กน้อยก็มองเห็นได้ชัดแล้วครับ และก็ยังมีโอกาสที่ไขมันที่เติมจะยุบหาย 2 ข้างไม่เท่ากันด้วย

จึงไม่แนะนำให้เติมไขมันที่ใต้ตาครับ แต่หากเติมมาแล้วเป็นก้อน อาจจะใช้ฟิลเลอร์และโบท็อกช่วยตกแต่งให้ดีขึ้นได้ในบางกรณีครับ


สรุปข้อดี-ข้อเสียของการ เติมไขมันหน้า vs ฉีดฟิลเลอร์

การเติมไขมันหน้า ควรฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ล้นเกินไป เพราะจะทำให้เซลล์ไขมันไม่รอดและยุบหายไว อีกทั้งการเติมเยอะเกินไปจะทำให้ชั้นผิวยืดออกขาดความกระชับ เมื่อเวลาผ่านไปจะคล้ายคนอ้วนที่ลดน้ำหนักครับ ผิวหย่อนลงมากกว่าเดิม

ข้อดี-ข้อเสียการเติมไขมันหน้าการเติมฟิลเลอร์
ราคาเมื่อเทียบราคาต่อ cc การเติมไขมันหน้า
ราคาถูกกว่ามากราคา 50,000-70,000
ต่อ 50-100cc
ฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัยราคาต่อ cc ค่อนข้างสูง
ราคา 10,000+ ต่อ 1cc
ขนาดแผลสามารถทำพร้อมกับการดูดไขมันส่วนเกินออก มีแผลบริเวณที่ดูดไขมัน 3-5 mmถ้าร่องไม่ลึกมาก ต้องการเติมเพียงเล็กน้อย
การเติมฟิลเลอร์ก็จะสะดวกสบายกว่า ไม่ต้องมีแผลดูดไขมัน
การเห็นผลหวังผลได้ประมาณ 30% หน้า 2 ข้างอาจได้ผลไม่เท่ากัน
อาจจะต้องฉีดซ้ำเพื่อตกแต่งเพิ่มหลายครั้ง
เติมเพิ่มได้อย่างเดียวไม่สามารถฉีดสลายได้
เห็นผล 80% ทันทีหลังทำ สามารปรับแก้เพิ่ม-ลดเพื่อให้ได้ผลตามต้องการได้
การเห็นผลและการพักฟื้นในการเติมเพื่อให้ได้ผลอยู่ได้ถาวร ต้องใช้เทคนิค
micro fat graft เป็นการฉีดไขมันจุดละไม่เกิน 0.01cc
กระจายทั่วทุกชั้นในเนื้อผิว ซึ่งก็จะไม่ได้เต็มสวยภายใน 1 เดือนเหมือนเคสรีวิว
จะต้องรอให้เซลล์ที่ปลูกค่อยๆโตขึ้นมาในระยะ 6 เดือน - 1 ปี
เหมาะกับเคสที่ต้องการเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น
เหมาะสมกับเคสที่ต้องการเติมครั้งละเยอะๆ ให้เปลี่ยนแปลงชัดเจนเคสที่ต้องการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยๆ ไม่ต้องการให้เพื่อนสังเกตุเห็นชัดว่าไปฉีดหน้ามา
การคงสภาพเป็นการปลูกเซลล์ไขมันมีโอกาสปลูกสำเร็จ 30%
และค่อย ๆ หายไปตามเวลา
อยู่ได้ถาวรในบางเคส ไม่สามารถรับประกันผลได้
เป็น hyaluron (ที่เลียนแบบคอลลาเจนในผิว)
มีหลายรุ่น หลายรูปแบบให้เลือกใช้
อยู่ได้ 1-2 ปี
ข้อควรระวังต้องระวังการโฆษณาเกินจริง
และไม่ควรเชื่อรีวิวที่เติมหน้าจนล้น
ควรระวังรูป before after ที่แต่งหน้า
และให้ลองถามเคสที่เติมไขมันมาแล้วเกิน 1 ปี เพื่อความมั่นใจ ว่าผลเป็นยังไง
ต้องระวังฟิลเลอร์ปลอม ควรตรวจสอบฟิลเลอร์ ก่อนฉีดทุกครั้ง
แกะกล่อง แกะหลอด ให้ดูก่อนฉีดเพื่อความมั่นใจ และหลังฉีดควรเก็บกล่องและหลอดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ
เคสเนื้อยุบมากๆเหมาะกับคนที่เนื้อยุบมาก ๆ ในตำแหน่ง ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม
เหมาะกับคนที่ต้องการเติมหลายๆจุดพร้อมกัน
ในคนที่เนื้อยุบเยอะ ๆ ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมได้
โดยจะแบ่งในการเติมชั้นลึก(กระดูก)กับชั้นตื้น(เนื้อ) เพื่อให้ผลออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
แต่จะใช้จำนวน cc เยอะ และราคาสูง
เคสการยุบตัวของกระดูกไม่สามารถแก้การยุบตัวของกระดูกได้
ฉีดได้ในชั้นที่เป็นเนื้อ หากเติมมากเกินไปเนื้อก็จะยวบยาบไม่เป็นธรรมชาติ
เหมาะกับคนที่มีปัญหาจากการยุบตัวของกระดูก
เช่น ในตำแหน่ง ใต้ตา แก้มส้ม คาง หน้าผาก
(สำหรับหน้าผากต้องฉีดในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกถ้าฉีดตื้นเวลายักคิ้วหน้าผากจะขึ้นเป็นก้อน)
เคสต้องการความละเอียดสูงไขมันไม่สามารถเติมในบางจุดได้เช่น ดอลลี่อาย
ริมฝีปาก
สามารถฉีดในบริเวณที่ต้องการความละเอียดสูงได้
การบวมช้ำค่อนข้างบวม ต้องพักฟื้น 2-4 อาทิตย์บางคนบวมถึง 2 เดือนไม่บวม เข้าที่ภายใน 2 อาทิตย์ หลังฉีดสามารถใช้หน้าได้ปกติ
(อาจมีรอยช้ำในบางเคส สามารถแต่งหน้าปกปิดได้)
การแก้ไขหากฉีดเข้าหลอดเลือด***ในกรณีที่ฉีดเข้าหลอดเลือด จะแก้ไขไม่ได้ และเกิดเนื้อตาย/ตาบอด***ในกรณีที่ฉีดเข้าหลอดเลือด ถ้าแก้ไขสลายได้ทันท่วงที ผิวกลับคืนสภาพเดิม 100% ไม่เกิดเนื้อตาย/ตาบอด
การยกหน้าในชั้นกระดูกไม่สามารถฉีดเพื่อยกหน้าในชั้นกระดูกได้สามารถฉีดเพื่อปรับโครงหน้าให้ดูคมขึ้น มีมิติขึ้น ได้สัดส่วน มีความคมของใบหน้า ไม่ใช่แค่หน้าเต็มอย่างเดียว(ฉีดยกหน้าในชั้นเยื่อหุ้มกระดูก)

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 11 สาขา
หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ

ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้าลดริ้วรอยกับคุณหมอได้ฟรี หมอตอบเองครับ


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ