Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น คืออะไร? VS
การดูดไขมัน VS การสลายไขมันส่วนเกินด้วยวิธีต่าง ๆ

Reading Time: 5 minutes

Coolsculpting

Coolsculpting

CoolSculpting VS การดูดไขมันและการสลายไขมันส่วนเกินด้วยวิธีต่าง ๆ

ไขมันส่วนเกินมักจะเป็นปัญหาที่อยู่ในใจของคนส่วนใหญ่เสมอ ไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้ว่าจะพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ก็มักจะมีไขมันส่วนเกินบางจุดที่ลดไม่ลง ในบทความนี้หมอจะอธิบาย ข้อดี-ข้อเสีย ของการสลายไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้ครับ

สารบัญ Coolsculpting


การเข้าฟิตเนส

การเข้าฟิตเนส

เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดสัดส่วน และช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย หลักการคือเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อช่วยให้เราสามารถเผาผลาญ Metabolism ในแต่ละวันได้มากขึ้น ร่วมกับการควบคุมอาหาร ร่างกายก็จะไปดึงไขมันที่เก็บสะสมตามส่วนต่าง ๆ มาใช้ ทำให้ไขมันส่วนเกินลดลง แต่บางคนก็อาจพบปัญหาว่าหลังจากลดสัดส่วนด้วยการฟิตเนสแล้ว ผิวยังไม่กระชับ หรืออาจจะมีไขมันส่วนเกินในบางจุดที่สลายออกยากมาก ๆ ก็สามารถใช้ตัวช่วยวิธีต่าง ๆ ได้ ตามที่จะอธิบายในข้อต่อ ๆ ไปครับ


เครื่องนวดยกกระชับของสถาบันลดสัดส่วน,ลดน้ำหนัก

เครื่องมือในการลดสัดส่วนที่ได้ผลนั้น จะต้องผ่านงานวิจัยทางการแพทย์และจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีการควบคุมพิเศษ แต่สถาบันลดสัดส่วนเหล่านี้ส่วนมากมักจะไม่มีแพทย์ประจำ และไม่ได้จดทะเบียนเป็นคลินิกเวชกรรม จึงไม่สามารถใช้เครื่องมือแพทย์ได้ 

เครื่องมือต่าง ๆ ที่สถาบันเหล่านี้ใช้จึงมักเป็นแค่การนวดร้อน-เย็น, RF(Radio-Frequency) อ่อน ๆ ซึ่งไม่ได้เกิดผลในระยะยาว มีเพียงความกระชับที่เกิดจากการบวมของเนื้อเยื่อหรือการรีดน้ำออกเพียงชั่วคราวในระยะ 3-7 วันเท่านั้น สังเกตว่าการทำเครื่องมือกระชับสัดส่วนของสถาบันเหล่านี้พนักงานมักจะต้องนัดให้ไปทำบ่อย ๆ ทุกสัปดาห์จึงจะเห็นผล และพอหยุดทำก็จะคืนสภาพเดิม แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงหากน้ำหนักไม่ลดลง

เครื่องนวดยกกระชับ

ตัวอย่างเครื่องนวดยกกระชับที่ใช้คลื่น Ultrasonic และ RF(Radio-Frequency) อ่อน ๆ ที่มักจะพบตามสถานบันลดสัดส่วนที่ไม่ใช่คลินิก

ซึ่งสถาบันเหล่านี้ส่วนมากมักจะเน้นไปที่จิตวิทยาการแนะนำการควบคุมอาหารควบคู่กันมากกว่า ซึ่งหากคนไข้มีวินัยและปฏิบัติตามคำแนะนำควบคุมอาหารได้ดี จึงจะเห็นผลดีในการลดสัดส่วน เหมาะสำหรับคนที่อยากได้คำแนะนำในการควบคุมอาหารลดน้ำหนัก


การดูดไขมันแต่ละวิธีมีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร ?

เครื่องมือที่นิยมใช้ในการดูดไขมันมีหลายยี่ห้อดังนี้

เครื่องดูดไขมัน คลื่นเสียง Ultrasonic

Vaser : Ultrasound Assisted Liposuction คลื่นเสียง Ultrasonic

เครื่องดูดไขมัน คลื่นวิทยุความร้อน

Body tite : Radio Frequency Assisted Liposuction คลื่นวิทยุความร้อน

Body jet evo

Body jet evo : Water-Jet Assisted Liposuction แรงดันน้ำ

Microaire

Microaire : Power Assisted Liposuction แรงสั่น

เครื่องดูดไขมันทั้ง 4 เครื่องนี้ มีหลักการคือใช้พลังงานที่แตกต่างกันในการทำให้ก้อนไขมันแตกตัว และดูดออกมาจากร่างกาย ซึ่งแต่ละวิธีมี ข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกัน ดังนี้

การใช้คลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุในการดูดไขมัน จะช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ดูดไขมันหดตัวกระชับขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ลดโอกาสเกิดความหย่อนคล้อยหลังจากที่ดูดไขมันออกไป 

แต่ข้อเสียคือจะบวมช้ำมากขึ้นและต้องพักฟื้นนานขึ้นอาจนานจะเกิน 1 เดือน และเซลล์ไขมันที่ได้จากการดูดด้วยวิธีนี้ถ้านำไปฉีดเพื่อเติมเต็มตามส่วนอื่นๆ มักจะได้เซลล์ที่ไม่แข็งแรงและปลูกไม่ติด

อ่านบทความเพิ่มเติม : ข้อดี-ข้อเสียของการเติมไขมัน vs ฟิลเลอร์ สามารถอ่านได้จากบทความนี้ครับ CoolSculpting ที่ไหนดี สลายไขมันด้วยความเย็น ลดง่ายได้ทุกสัดส่วน

การใช้แรงดันน้ำหรือแรงสั่นในการดูดไขมัน จะบวมช้ำน้อยกว่า ปวดระบมน้อยกว่า ใช้เวลาในการพักฟื้น 3-4 สัปดาห์ และเซลล์ไขมันที่ได้จากการดูดด้วยวิธีนี้ถ้านำไปฉีดเพื่อเติมเต็มตามส่วนอื่น ๆ มักจะได้เซลล์ไขมันที่แข็งแรง และเพิ่มโอกาสในการปลูกติดได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับเทคนิคอื่น ๆ ที่ใช้ในเก็บเซลล์ไขมันและเทคนิคการฉีดด้วยที่มีผลต่อ % การปลูกติด แต่ข้อเสียของการดูดไขมันด้วยวิธีนี้คือหลังจากยุบบวมผิวบริเวณที่ดูดไขมันจะขาดความกระชับ อาจจะต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยกระชับผิวช่วยต่ออีกที

การดูดไขมัน ราคาประมาณ 50,000-100,000 บาท ขึ้นกับเครื่องที่ใช้ดูดไขมันและจำนวนจุด


ข้อควรรู้ก่อนดูดไขมัน

ท่อที่ใช้ดูดไขมันนั้นจะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 3 mm และต้องฉีดยาชาปริมาณมากในบริเวณที่ดูดไขมัน จึงจำเป็นต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น (การวางยาสลบไม่เป็นที่นิยมเพราะมีความเสี่ยงสูงกว่าการฉีดยาชา)

หลังทำจะเกิดรอยบวมช้ำค่อนข้างเยอะ เกิดจากการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยขณะที่สอดท่อเข้าไปเพื่อดูดไขมันตามจุดต่าง ๆ ต้องพักฟื้นประมาณ 1 เดือนหลังทำ เพื่อให้อาการปวดระบมและอาการบวมดีขึ้น

หลังทำมักจะพบปัญหาผิวไม่เรียบในบริเวณที่ดูดไขมันได้ ซึ่งเกิดจากความบอบช้ำของเนื้อเยื่อจากการสอดท่อดูดไขมัน หรืออาจจะเกิดจากแนวในการสอดท่อดูดไขมันที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งผิวไม่เรียบนี้หากเกิดขึ้นมักจะคงอยู่ถาวรไม่สามารถแก้ไขให้หาย 100% ได้

อาจมีรอยแผลสำหรับสอดท่อดูดไขมันขนาด 3 mm ตามจุดที่ดูดบริเวณละ 1-2 จุด

ข้อควรรู้ก่อนดูดไขมัน

แม้ว่าจะดูดไขมันออกไปแล้ว แต่หากไม่ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ไขมันก็สามารถกลับมาสะสมได้ใหม่ หมอไม่แนะนำให้ดูดไขมันซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ เนื่องจากจะเกิดผังผืดใต้ผิวทำให้ผิวไม่เรียบและจะยิ่งบวมช้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทำหลาย ๆ ครั้ง

การดูดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันปริมาณเยอะ ๆ (BMI > 35) เท่านั้น สำหรับผู้ที่ไขมันน้อยกว่านี้แนะนำว่าควรเลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยและไม่ส่งผลเสียในระยะยาวดีกว่าครับ


การฉีดเมโสแฟตเพื่อลดสัดส่วน

เป็นการใช้สารต่าง ๆ ที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถออกฤทธิ์ในการ สลายเซลล์ไขมัน ฉีดเข้าตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ซึ่งมักจะหวังผลได้ไม่แน่นอน และอาจจะเห็นผลไม่ชัดเจน เนื่องจากการออกฤทธิ์ของตัวยานั้นขึ้นกับปัจจัยของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนฉีดเมโสแฟตแล้วเห็นผลดีมาก บางคนไม่เห็นผล

ราคาประมาณ 5000 บาท / เมโสแฟต 40 cc ครอบคลุมพื้นที่ 1 ฝ่ามือ ซึ่งการฉีดเมโสแฟตราคาค่อนข้างถูกกว่าวิธีอื่น สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดอาจจะทดลองใช้วิธีนี้ก่อน หากเห็นผลดีก็จะช่วยประหยัดเงินได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ เมโสแฟต คืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากโบท็อกอย่างไร? อันไหนดีกว่า? 


Coolsculpting ฆ่าเซลล์ไขมันด้วยจุดเยือกแข็ง

เครื่อง Coolsculpting

Coolsculpting คือ การสลายไขมันด้วยความเย็น โดยใช้หัวดูดผิวเพื่อดึงชั้นไขมันเข้ามาไว้ในหัวของเครื่อง คล้าย ๆ เราหยิกไขมันที่พุงขึ้นมา ซึ่งในหัวดูดจะปล่อยความเย็น -11 °C แช่แข็งก้อนไขมันที่ถูกดูดขึ้นมานาน 35 นาทีในแต่ละจุด

โดยเทคโนโลยี Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น จะไม่ทำอันตรายต่อผิวหนังชั้นนอก ไม่เคยเกิดกรณีเคสผิวไหม้จากความเย็นเลยเนื่องจาก Coolsculpting มีระบบ Freeze detect คือเครื่องจะหยุดทำงานทันทีที่ตรวจเจอความเย็นในผิวชั้นบนที่มากเกินไป ซึ่งในเครื่องเลียนแบบเกรดต่ำยี่ห้ออื่น ๆ มักจะเจอผลข้างเคียงเรื่องผิวไหม้จากความเย็นได้ง่ายครับ

เครื่อง Coolsculpting จะแช่แข็งเฉพาะเซลล์ในชั้นไขมันเท่านั้น เนื่องจากเซลล์ไขมันจะมีพิเศษคือจะไวต่ออุณหภูมิมากกว่าเซล์ชนิดอื่น ๆ (ตัวอย่างเช่นเรานำอาหารที่มีไขมันไปแช่ตู้เย็นธรรมดาส่วนที่เป็นไขมันจะแข็งตัวและแยกชั้นไวมาก) หลังจากที่เซลล์ไขมันถูกแช่แข็งครบเวลา ก็จะใช้การนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันตายและลดจำนวนลงแบบถาวร และจะถูกร่างกายกำจัดออกไปเองตามธรรมชาติ มีงานวิจัยทางการแพทย์ประมาณ 50 งานวิจัย ที่ยืนยันผลการรักษาว่า Coolsculpting สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันในชั้นผิวหนังบริเวณที่ทำได้ โดยสามารถลดลงได้ 25% ต่อการทำ 1 ครั้ง

การแช่แข็งเซลล์ไขมัน

ภาพแสดงการแช่แข็งเซลล์ไขมันซึ่งไวต่อความเย็นมากกว่าเซลล์ชนิดอื่น ๆ ในผิวหนัง

การสลายเซลล์ไขมันด้วยความเย็น

การสลายไขมันด้วยความเย็น ในช่วง 3-4 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลว่าสัดส่วนเล็กลง เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังทำ จะบวมในจุดที่เซลล์ไขมันมันตายและค้างอยู่ เพราะร่างกายต้องใช้เวลา เพื่อค่อย ๆ ลำเลียงเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกไปตามระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง ระยะเวลาในการพักฟื้นเนื่องจากอาการปวดระบมคือ 7-10 วัน

จากประสบการณ์ที่หมอเคยลองทำ Coolsculpting ด้วยตัวเอง ตอนที่เจ็บที่สุดคือตอนที่นวดหลังจากแช่แข็งไขมัน(ซึ่งจำเป็นต้องนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งตาย หากไม่นวดจะได้ผลน้อยลง 60% ครับ) หลังนวดอาจมีอาการเขียวช้ำได้ในบางเคส อาการปวดระบมในช่วง 7-10 วันหลังทำจะคล้าย ๆ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนัก ๆ ในจุดที่ทำ Coolsculpting ในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกจะมีอาการบวมในจุดที่ทำ และจะมีอาการชาและคันเล็กน้อยในช่วง 1 เดือนแรก จะเริ่มเห็นผลว่าชั้นไขมันยุบลงเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน สามารถทำเพิ่มได้ในจุดเดียวกันเมื่อผ่านไป 1 เดือน

หัวเครื่อง Coolsculpting

Coolsculpting มีหัวที่ใช้กำจัดไขมันหลายรูปทรงและหลายขนาด สามารถออกแบบรูปทรงในการลดของไขมันได้คล้าย ๆ การปั้น (Sculpting) โดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคนแนะนำและให้คำปรึกษาในการออกแบบสัดส่วนตามที่คนไข้ต้องการ 

ขนาดหัวเครื่อง Coolsculpting

ภาพเปรียบเทียบขนาดจริงของหัว CoolSculpting แบบต่าง ๆ

เปรียบเทียบหัวเครื่อง Coolsculpting

ภาพเปรียบเทียบหัว Coolsculpting รุ่นเก่า (ด้านล่าง) กับหัว Coolsculpting รุ่นใหม่ที่แระสิทธิภาพดีกว่า และเจ็บน้อยกว่าเดิมมาก (ด้านบน)

การสลายไขมันด้วยความเย็น ด้วยเครื่อง Coolsculpting ปกติ 1 หนีบจะสลายไขมันออกไปได้ครั้งละประมาณ 60-70 cc ซึ่งการปรับรูปทรงสัดส่วนในเคสส่วนมากมักจะใช้การทำ 2-4 หนีบขึ้นไปจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ราคามาตรฐานของ Coolsculpting อยู่ที่หนีบละ ประมาณ 9,900-12,000 บาท 

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสลายไขมันในปริมาณปานกลาง (BMI<35) เพื่อแก้ไขสัดส่วน โดยที่ไม่อยากผ่าตัดดูดไขมัน ไม่อยากได้รับผลข้างเคียงในระยะยาวจากการดูดไขมัน และไม่อยากพักฟื้นนาน ไม่อยากมีแผล

สูตรคำนวณ BMI
ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาด้วยเครื่อง CoolSculpting

ตัวอย่างรีวิวผลการสลายไขมันด้วยความเย็น ด้วยเครื่อง Coolsculpting

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาด้วยเครื่อง CoolSculpting (2)

ตัวอย่างรีวิวผลการสลายไขมันด้วยความเย็น ด้วยเครื่อง Coolsculpting

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาด้วยเครื่อง CoolSculpting (3)

ตัวอย่างรีวิวผลการสลายไขมันด้วยความเย็น ด้วยเครื่อง Coolsculpting

สำหรับเครื่อง CoolSculpting ของ V Square Clinic ตอนนี้มีอยู่ที่สาขาดังนี้ครับ

  1. สาขา Gateway Ekamai (Bangkok) โทรนัดคิว 099 005 9000
  2. สาขา The walk ราชพฤกษ์ (Bangkok) โทรนัดคิว 099 005 7000
  3. สาขา เซ็นทรัลบางนา โทรนัดคิว 099 105 9000

CoolSculpting ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

  1. ดูแลและให้คำแนะนำโดย แพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting มานานกว่า 3 ปี
  2. ห้องที่ทำ CoolSculpting มีขนาดอย่างน้อย 20 ตร.ม. ไม่อึดอัด
  3. ใช้เก้าอี้ Lazboy รุ่นท็อปรุ่นกว้างพิเศษ เพื่อความสบายสูงสุดของลูกค้าในช่วงเวลาที่ทำหลายชั่วโมง
  4. เพิ่มเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้อาการบวมหลังทำหายไวกว่าปกติ
  5. การันตีราคาช่วงโปรโมชั่นถูกที่สุดในท้องตลาด โดยไม่มีโปรโมชั่นแอบแฝง

โปรโมชั่นราคา CoolSculpting ที่ V Square Clinic

(1 หนีบ ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ)

  • 1 หนีบ Coolsculpting ราคา 8,500 บาท จากราคาปกติ 9,900.-
  • 2 หนีบ Coolsculpting ราคา 17,000 แถม 1 รายการ
  • 4 หนีบ Coolsculpting ราคา 34,000 แถม 3 รายการ
  • 6 หนีบ Coolsculpting ราคา 51,000 แถม 5 รายการ
  • 10 หนีบ Coolsculpting ราคา 85,000 แถม 10 รายการ

บทความแนะนำ


Thermage FLX (new!) For Body

Thermage FLX

เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดของ Thermage คือรุ่น FLX พัฒนาจากรุ่นเก่า CPT คือจะมีเซนเซอร์วัดความร้อนบนผิว (AccuREP) เพื่อควบคุมการปล่อยคลื่น RF (Radio-Frequency) ได้อย่าง optimize มากที่สุดในทุก shot ที่ยิง ทำให้เจ็บน้อยลงโดยที่ได้ผลการรักษาที่มากขึ้น และมีหัวใหญ่สำหรับการกระชับผิวส่วนเกินตามแขนขาหน้าท้อง เหมาะสำหรับจุดที่มีปริมาณไขมันไม่มาก แต่มีผิวหนังส่วนเกินชั้นบนเยอะ เช่น คนที่ลดน้ำหนักแล้วผิวไม่กระชับ คนที่ดูดไขมันแล้วผิวไม่กระชับ หรือคุณแม่หลังคลอด ราคาในการทำ Thermage FLX for body 1 หัวมี 2,000 shot ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4 ผ่ามือ ราคาอยู่ที่ 100,000-150,000 บาท

หัว Thermage จะสามารถกระชับผิวได้ดีมากในผิวชั้นตื้นระดับความลึก 4.3 mm ซึ่งเหมาะกับเคสที่มีปัญหาแบบในรูปตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ

รีวิว Thermage FLX for body

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาผิวหนังส่วนเกินชั้นตื้นบริเวณหน้าท้องด้วย Thermage FLX For Body

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาผิวหนังส่วนเกินชั้นตื้นบริเวณหน้าท้องด้วย Thermage FLX For Body


Hifu Macrofocus For Body

Hifu Macrofocus For Body

เทคโนโลยี Macrofocus ของเครื่อง Hifu ยี่ห้อ Ultraformer III จะมีหัวยิงที่ระดับความลึก 6 mm, 9 mm, 13 mm สำหรับแก้ไขปัญหา Cellulite ที่อยู่ในผิวชั้นลึก ประมาณ 2 cm ราคาในการทำ Hifu Macrofocus(Ultraformer III) For Body 1,000 line ครอบคลุมพื้นที่ 2 ผ่ามือ ราคา 25,000-40,000 บาท

 เหมาะกับคนที่ชั้นไขมันไม่มาก แต่มีความหย่อนคล้อยที่มีปัญหามาจากผิวชั้นลึกประมาณ 2 cm

รีวิว Ultraformer III

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา cellulite บริเวณหน้าท้องด้วยเครื่อง Ultraformer III

รีวิว Ultraformer III

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษา cellulite บริเวณหน้าท้องด้วยเครื่อง Ultraformer III

Hifu ธรรมดา VS Hifu macrofocus ต่างกันอย่างไร สามารถอ่านได้จากบทความนี้ครับ

สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวช่วยในการลดสัดส่วนด้วยวิธีต่าง ๆ และการสลายไขมัน แบบไหนดี สามารถปรึกษาแพทย์ได้ฟรีครับ หมอจะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำอย่างตรงจุด


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ27คน

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

ดูดไขมัน VS CoolSculpting เลือกทำอะไรดี

Reading Time: 2 minutes สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจเลือกวิธีการในการลดสัดส่วนด้วยการ ดูดไขมัน VS CoolSculpting มีข้อมูลต่างๆที่ควรพิจารณาดังนี้

January 26, 2022 อ่านต่อ

ข้อดี-ข้อควรรู้ ของการสลายไขมันด้วยความเย็นด้วยเครื่อง Co...

Reading Time: 2 minutes ข้อดี-ข้อควรรู้ ของการสลายไขมันด้วยความเย็นด้วยเครื่อง CoolSculpting

อ้วนลงพุง ต้นเหตุของสารพัดโรค เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่า...

Reading Time: 4 minutes - จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเริ่มมีปัญหาอ้วนลงพุง ? - ลักษณะอาการอ้วนลงพุง - การวินิจฉัยอ้วนลงพุง - อ้วนลงพุง มีสาเหตุจากอะไรบ้าง ? - อ้วนลงพุง อันตรายไหม ?

ไขมันช่องท้อง อันตราย! แนะนำวิธีลดไขมันช่องท้อง เพื่อหุ่น...

Reading Time: 4 minutes - ไขมันช่องท้อง เกิดจากอะไร ? - การวัดค่าไขมันในช่องท้อง - ไขมันในช่องท้องเยอะ อันตรายไหม ? - ลดไขมัน กับ ลดน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร ? - วิธีลดไขมันในช่องท้องด้วยตัวเอง

ลดหน้าท้องไม่ลงเพราะอะไร ? รวมวิธีลดหน้าท้องเร่งด่วน ปลอด...

Reading Time: 4 minutes - ไขมันหน้าท้องมีกี่แบบ ? - ลักษณะของพุง 5 ประเภท - ลดหน้าท้องไม่ลง เกิดจากอะไร ? - วิธีลดไขมันหน้าท้อง กระชับสัดส่วน