AestheFill คืออะไร ? ช่วยอะไร ? เหมาะกับใคร ? ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? กี่วันเห็นผล ?

Reading Time: 4 minutes
Aesthefill

AestheFill จากเกาหลี

AestheFill เป็นนวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยตัวเอง โดยมีสารสำคัญอย่าง Poly-D,L-Lactic Acid หรือ PDLLA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ

  • AestheFill คอลลาเจนเพื่องานผิวแน่น ฟู และเรียบเนียน
  • ผ่านการรับรอง CE Mark (ยุโรป), MFDS/KFDA (เกาหลี), NMPA (จีน) และ อย.ไทย
  • ฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน
  • แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์
  • สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย

ทำความรู้จัก Aesthefill ให้มากขึ้น คืออะไร ? ช่วยอะไร ? เหมาะกับใคร ? ทำงานอย่างไร ? ผลลัพธ์แตกต่างจาก Collagen Biostimulator อย่างไร ? อยู่ได้นานเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหมที่จะทำ ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจได้ในบทความนี้ครับ

สารบัญ AestheFill


AestheFill คืออะไร ?

AestheFill คือสาร PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่ช่วยฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างชั้นลึก ทำให้ผิวกระชับ อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ผลิตและพัฒนาโดย REGEN Biotech, Inc.(เกาหลีใต้) นำเข้าโดยบริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด

AestheFill

AestheFill คือไหมน้ำใช่ไหม ?

AestheFill ไม่ใช่ไหมน้ำ แต่เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบ Biostimulator ที่มีสารสำคัญ PDLLA ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

ส่วนไหมน้ำเป็นการนำวัตถุดิบที่ผลิตไหมสำหรับร้อยผิวหน้ามาทำให้อยู่ในรูปแบบผง มีขนาดอนุภาคเป็นทรงกลมโมเลกุลค่อนข้างเล็กสำหรับละลายน้ำ เพื่อฉีดเติมเต็มคอลลาเจนบนใบหน้า และเพิ่มความกระจ่างใสของผิวขึ้น

แม้จะมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเช่นกัน แต่กลไกและการออกฤทธิ์แตกต่างจาก AestheFill

อย่างไรก็ตาม ในแง่การตลาดในไทย AestheFill มักถูกเรียกว่าไหมน้ำเกาหลี เพื่อให้คนไข้เข้าใจง่ายว่าคือสารละลายที่ฉีดแล้วช่วยยกกระชับเหมือนการร้อยไหมครับ


AestheFill ทำงานอย่างไร ?

การทำงาน AestheFill
พื้นผิวอนุภาค PDLLA มีรูพรุนจำนวนมาก

หลังฉีด AestheFill ลงสู่ชั้นผิว ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่ทำหน้าที่เสมือนการวางโครงตาข่ายใต้ผิว (Scaffold) ให้เซลล์ผิวเข้ามายึดเกาะ

โดยพื้นผิวของอนุภาค PDLLA มีรูพรุนจำนวนมาก จึงสามารถดึงดูดเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนให้เข้ามาทำงาน

กระบวนการทำงาน AestheFill
โครงสร้างภายในเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ

เมื่อไฟโบรบลาสต์ถูกกระตุ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนชนิด Type I ล้อมรอบอนุภาค ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น ยกกระชับ และละเอียดขึ้นตามธรรมชาติ

แม้ PDLLA จะค่อย ๆ สลายไป แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นยังคงอยู่ จึงให้ผลลัพธ์ระยะยาว


AestheFill ช่วยอะไรบ้าง ?

AestheFill ช่วยให้ผิวกระชับและเต่งตึง (Firming & Tightening) โดยจะกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึกและในระดับเซลล์

  • ผิวดูเนียนใส และฉ่ำวาว (Glass Skin)
  • ยกกระชับผิว แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย
  • กระชับรูขุมขนให้ผิวเฟิร์ม ดูอิ่มน้ำ
  • เพิ่มความกระจ่างใส หน้าโทรม กลับมาดูสดใสขึ้น
  • ริ้วรอยจางลง ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

AestheFill เหมาะกับใคร ?

AestheFill ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน

  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ ดูโทรม
  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่เฟิร์มกระชับ
  • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) ผิวแห้งกร้าน
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยรวม
  • ผู้ที่ต้องการมีผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเบิร์นแดด หรือผิวถูกทำลายจากแสงแดด
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นาน
  • ผู้ที่อายุ 25+ คอลลาเจนเริ่มลดลง
หมอประเมินใบหน้า_โดยหมอกรกนก
หมอประเมินใบหน้า และแนะนำหัตถการที่เหมาะสม
(พญ.กรกนก กันทา เลข ว.48666)

AestheFill กี่วันเห็นผล ?

  • ประมาณ 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • ผิวในบริเวณที่ฉีดจะค่อย ๆ ฟูขึ้น คุณภาพผิวดีขึ้น ผิวดูเนียนละเอียด รูขุมขนแลดูลดลง
  • ครบ 3 เดือนจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่

AestheFill ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ?

แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ บางคลินิกจะมีโปรแกรมแบบคอร์ส เช่น 1 คอร์ส (คอร์สละ 3 เดือน เฉลี่ยเดือนละครั้ง) ให้เลือกครับ


AestheFill อยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลังฉีด AestheFill ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน เมื่อฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่บุคคลร่วมด้วยครับ


AestheFill ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร ?

คุณสมบัติ AestheFill

ยี่ห้อAestheFill
ส่วนประกอบหลักPDLLA (Poly-D-L-Lactic Acid)
ส่วนประกอบ PDLLA+CMC (Carboxymethyl Cellulose)
ลักษณะผงแห้ง ผสมกับ Sterile Water
แนะนำฉีด ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์
ตำแหน่งทั่วใบหน้า ขมับ หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ กรอบหน้า
ช่วยเรื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ผิวอิ่มฟู ยืดหยุ่น กระชับ อย่างเป็นธรรมชาติ
ระยะเวลาเห็นผลเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 สัปดาห์
อยู่ได้นาน18-24 เดือน

ปัจจุบันหัตถการที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีหลายกลุ่ม หลายยี่ห้อครับ

สามารถดูคลิปรายละเอียดแต่ละหัตถการเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างก่อนตัดสินใจได้ครับ

AestheFill vs Filler

AestheFill vs Sculptra

AestheFill vs Radiesse

AestheFill vs Juvelook

AestheFill vs Profhilo

AestheFill vs HarmonyCa


AestheFill ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Aesthefill ฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า เช่น

  • ขมับ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก : เติมเต็มร่องลึก
  • หน้าแก้ม แก้มตอบ : เติมเต็มใบหน้าอิ่มฟู
  • ทั่วใบหน้า : ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
  • กรอบหน้า : ยกกระชับใบหน้า

AestheFill ฉีดอย่างไร ?

  • ก่อนฉีดประเมินปัญหาและตำแหน่งที่คอลลาเจนลดลง เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ หรือกรอบหน้า
  • ผสมผง PDLLA กับ Sterile Water ให้เข้ากันก่อนใช้งาน
  • ฉีดตัวยาลงในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) หรือชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) เพื่อเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ยุบตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวแน่นและยกกระชับขึ้น

โดยเทคนิคการฉีดจะมีทั้งแบบ Linear, Depot, Fan ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฉีดและความถนัดของหมอแต่ละคนครับ


AestheFill เจ็บไหม ?

อยู่ในระดับเจ็บทนได้ครับ ก่อนทำจะมีการแปะยาชาประมาณ 30-45 นาที หลังทำอาจเกิดรอยแดง รอยช้ำ บวม ใช้นิ้วกดแล้วรู้สึกชาเจ็บบริเวณที่ฉีด เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ จะดีขึ้นใน 1-3 วัน


AestheFill ดูแลตัวเองอย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การอบไอน้ำ การอบซาวน่า
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าอาการบวม หรือรอยแดงจะหายเป็นปกติ
  • หากจำเป็นต้องทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า แนะนำควรเว้นระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ก่อน
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

AestheFill ข้อดี

  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
  • กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • เติมเต็มและยกกระชับได้หลายตำแหน่ง
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน (ขึ้นกับสภาพผิวและจำนวนครั้ง)
  • ปลอดภัย สลายได้เองตามธรรมชาติ

AestheFill ข้อเสีย

  • ไม่เห็นผลทันที ต้องรอร่างกายสร้างคอลลาเจน จึงไม่เหมาะกับคนใจร้อน
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร สลายได้เองตามธรรมชาติ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้
  • ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับบางหัตถการงานฉีดอื่น ๆ

AestheFill อันตรายไหม ?

มีความปลอดภัย AestheFill ได้รับการรับรองจาก CE Mark (ยุโรป), MFDS/KFDA (เกาหลี), NMPA (จีน) และ อย.ไทย ทั้งนี้ควรฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ครับ


Aesthefill เป็นก้อนไหม ?

เนื่องจาก AestheFill มีโมเลกุลแบบทรงกลมและมีรูพรุน ทำให้กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน


Aesthefill บวมกี่วัน ?

โดยปกติจะมีอาการบวมประมาณ 2-3 วัน จากปริมาณน้ำที่ฉีดเข้าไป หลังจากนั้นน้ำจะถูกดูดซึมหายไปเอง และอาจมีรอยเข็มเขียวช้ำเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายใน 7-10 วัน


AestheFill ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 20,000.-/1 ขวด (Vial) ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกและจำนวนขวดที่ใช้ตามปัญหาของคนไข้ บางคลินิกมีราคาถูก ต้องดูปริมาณที่ใช้ครับว่ากี่ CC


Aesthefill 1 ขวด กี่ cc ?

AestheFill 1 ขวด มีปริมาณตัวยาหลังผสมแล้วอยู่ที่ 10 cc


Aesthefill ทำพร้อมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

ในกรณีฉีดคนละตำแหน่งกัน สามารถฉีดพร้อมทำได้ครับ หรือถ้าเป็นเครื่องยกกระชับ เช่น Ultraformer III, Ultraformer MPT, Ulthera SPT, Ulthera Prime, Thermage Flx จะช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยระยะเวลาที่เหมาะสมหมอแนะนำเป็นรายเคสครับ

โปรโมชัน V Square Clinic

ควรเลือกทำ AestheFill เมื่อไหร่ ?

ควรทำเมื่อเริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อมสภาพตามช่วงวัย เช่น หน้าโทรม แก้มยุบ หรือผิวไม่เด้ง อยากฟื้นฟูคุณภาพผิวและยกกระชับแบบธรรมชาติ


FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aesthefill

AestheFill เติมร่องแก้มได้ไหม ?

ได้ครับ แต่ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ AestheFill จะกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ร่องตื้นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ

AestheFill ฉีดใต้ตาได้ไหม ?

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดใต้ตาโดยตรง เพราะผิวบาง ควรใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเหมาะกว่า

AestheFill เหมาะกับคนผอมหน้าตอบไหม ?

เหมาะครับ ช่วยเพิ่มความแน่นของผิวและปรับโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว

หลังฉีด AestheFill ต้องนวดไหม ?

ฉีด AestheFill คนไข้ไม่จำเป็นต้องนวดหน้าเองที่บ้านครับ หลังจากที่แพทย์นวดกระจายตัวยาให้ทันทีหลังฉีดเสร็จแล้ว

AestheFill ทำพร้อมโบท็อกได้ไหม ?

ได้ครับ เนื่องจากการทำงานต่างกัน โดย AestheFill ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มร่องลึก ส่วนโบท็อกลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอย


สรุป AestheFill ดีไหม ?

AestheFill เป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าอ่อนเยาว์ดูเป็นธรรมชาติ และต้องการฟื้นฟูผิวระยะยาว จุดเด่นคือช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น คงผลลัพธ์อยู่ได้นานครับ แต่จะไม่ใช่การปรับรูปหน้าที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที

หากมีปัญหาริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า หรือต้องการเติมเต็มร้องลึก ก็ยังมีหัตถการพื้นฐานอย่างโบท็อก/ฟิลเลอร์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลและแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้ครับ


อ้างอิง

  • AestheFill Clinical Study Report_2014-2021
  • Injectable Poly-D, L-lactic Acid in Facial Rejuvenation: Three Case Reports. Jui-Yu Lin and Chuan-Yuan Lin. Cosmetol J 2020, 4(1): 000120.
  • https://aesthefill.de/it/

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส [อัปเดต 2026]

Reading Time: 5 minutesเมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ในบทความนี้หมอจะอธิบายเจาะลึกว่าเมโส คืออะไร ช่วยให้หน้าใสได้อย่างไร เมโสหน้าใส อันตรายไหม เหมาะกับใครบ้าง เมโสหน้าใสราคาเท่าไหร่ รวมถึงข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส มีอะไรบ้าง ?

ฉีดมาเด้ คอลลาเจนอันตรายไหม ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ? เช...

Reading Time: 2 minutesฉีดมาเด้คอลลาเจนอันตรายไหม ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการนี้ครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มีทั้งรีวิวผลลัพธ์ที่ดีและข้อมูลด้านความเสี่ยงปะปนกัน ทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ในบทความนี้ หมอจะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการเลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนอย่างถูกต้อง วิธีเช็ก Made Collagen ของแท้ ของปลอม ดูอย่างไร ? เลือกฉีดมาเด้ ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการและปลอดภัยสูงสุดครับ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutesเมโส Depigment เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใสจากยุโรป ที่ผ่านการรับรองจากอย. มีจุดเด่นในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ เหมาะกับปัญหาผิวของคนไทยที่ต้องเจอแดดอยู่ตลอดเวลา หลังฉีดผิวกระจ่างใสขึ้น และเนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้เร็วกว่าการทาครีมทั่วไป หลายคนจึงนิยมฉีดอย่างต่อเนื่องแทนการทาครีม เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อ มีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามส่วนผสม สำหรับบทความนี้หมอจะเจาะลึกเรื่องเมโส Depigment ว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ และแตกต่างจากเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่นอย่างไร

เมโส Tensonez คืออะไร ดีอย่างไร ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยอะไรได้...

Reading Time: 3 minutesเมโส Tensonez เป็นหนึ่งในยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งเป็นวิตามินบำรุงผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ บนใบหน้าได้ สำหรับเมโส Tensonez มีจุดเด่นที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นคือเรื่องการลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส ในบทความนี้หมอจะมาลงรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส รวมถึงวิธีตรวจเช็กเมโสของแท้ ว่าต้องดูอย่างไร ราคาเท่าไหร่ เลือกฉีดอย่างไรจึงปลอดภัย

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ? ผลข้างเคียงทั่วไปมีอะไรบ้าง...

Reading Time: 3 minutesหลังฉีดเมโสหน้าใส คนไข้อาจสังเกตเห็นรอยนูนเล็ก ๆ และสงสัยว่า ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน ทำอย่างไรให้หายเร็ว ๆ ? โดยทั่วไป สามารถยุบได้ใน 1-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือไม่เกิน 1-3 วัน ในรายที่ผิวบอบบาง เพื่อคลายความกังวลใจ บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์อาการบวมหลังฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ และผลข้างเคียงที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

filorga ใต้ตาคืออะไร ? อันตรายไหม ? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอ...

Reading Time: 3 minutesFilorga ใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกวิธีไหนดี ? แก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก ตาโหล ขอบตาดำ หรือมีถุงใต้ตา สองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? แก้ไขปัญหาใต้ตาได้เหมือนกันหรือไม่ ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและสอบถามหมอเข้ามาครับ เพื่อให้สามารถเลือกหัตถการที่เหมาะสม ผลลัพธ์ชัดเจน แก้ปัญหาได้ตรงจุด มาดูความแตกต่างของสองหัตถการนี้ก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า