[เจาะลึก] ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? ร่องแก้ม ใต้ตา คาง ใช้รุ่นไหนดี?



ฉีดฟิลเลอร์

      ปัจจุบันนี้การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะมีรุ่นย่อยๆ ให้เลือกใช้หลายชนิด แล้วฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิว ด้วยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง เราจะใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มในส่วนที่เป็นร่องลึก ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

บทความนี้หมอจะแนะนำวิธีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการฉีดและข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละประเภท ฟิลเลอร์ แต่ละยี่ห้อ แม้จะเป็น hyaluronic acid เหมือนกัน แต่มีเทคโนโลยีและขั้นตอนในการผลิตแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ จึงทำให้เกิดคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกัน ไม่มีฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนรุ่นไหนที่ดีที่สุดที่ฉีดได้ทุกจุดสำหรับทุกสภาพผิว ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้ฉีดในจุดต่างๆของใบหน้าไม่เหมือนกัน ซึ่งโดยปกติเมื่อเราไปพบแพทย์เพื่อฉีดฟิลเลอร์ หมอจะเป็นผู้แนะนำว่าผิวของเราเหมาะกับฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนรุ่นไหน ซึ่งส่วนนึงก็ขึ้นกับความถนัดและเทคนิคการฉีดของหมอแต่ละคนด้วย ดังนั้นคนไข้เองก็ควรรู้ข้อมูลเบื้องต้นไว้บ้าง เนื่องจากบางคลินิกก็ไม่ได้มีฟิลเลอร์ให้หมอเลือกใช้ครบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจในอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ผลการฉีดฟิลเลอร์ออกมาดีที่สุดตามที่แต่ละคนต้องการครับ

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้ฉีดในจุดต่างๆของใบหน้าไม่เหมือนกัน

ในการพิจารณาเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์นั้น มีข้อมูลต่างๆที่ควรศึกษาดังนี้

1. คุณสมบัติต่างๆในทางเทคนิคของฟิลเลอร์ที่ควรรู้

2. การเลือกรุ่นและยี่ห้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก คาง ขมับ จมูก ปาก แก้มตอบ

3. จุดสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ



1. คุณสมบัติต่างๆในทางเทคนิคของฟิลเลอร์ที่ควรรู้

ความแข็ง (Elasticity)

คือความทนต่อแรงกดในแนวตั้ง ฟิลเลอร์ที่มีค่านี้สูงจะเหมาะกับการฉีดเพื่อปรับยกโครงหน้าในชั้นกระดูก เช่น คาง จมูก ฉีดเพื่อดึงหน้า ฉีดยกผิวชั้นลึกในชั้นกระดูก

ความยืดหยุ่น (Plasticity,cohesiveness)

คือความทนต่อแรงบิดในแนวนอน ทนต่อการขยับ ฟิลเลอร์ที่มีค่านี้สูงจะเหมาะกับการฉีดเพื่อเติมเนื้อในบริเวณที่ผิวมีการขยับบ่อยๆ เช่น ร่องแก้ม มุมปาก แก้มตอบ

การออกแบบ crosslink ที่เหมาะสม เช่น เทคโนโลยี hylacross ของ juvederm จะทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี

ความกระจายตัว (Tissue Integration)

คือความสามารถในการสมานกับผิวที่อยู่รอบๆ ฟิลเลอร์ คุณลักษณะนี้จะเหมาะกับคนที่ผิวบางผิวแห้งเพื่อให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่เห็นเป็นก้อน เรียบเนียนไปกับผิวมากที่สุด

ความสามารถในการกระจายตัวของฟิลเลอร์

จากรูปจะเห็นได้ว่าฟิลเลอร์ที่มีค่าความแข็งสูง(ซ้าย) จะสามารถฉีดเพื่อยกผิวได้ดีกว่า ฟิลเลอร์ที่มีค่าการกระจายตัวสูง(ขวา)

ค่าความอุ้มน้ำ (Water holding)

ฟิลเลอร์ที่มีค่านี้สูง หลังฉีดหากดื่มน้ำเยอะฟิลเลอร์จะฟูมาก แต่ถ้าดื่มน้ำน้อยฟิลเลอร์จะแฟบลงมาก ฟิลเลอร์กลุ่มนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการประหยัด คือฉีด 1cc จะสามารถฟูได้ถึง 1.5cc แต่ควรใช้ฉีดในจุดที่ถ้าฟูเยอะๆ แล้วจะมองไม่ออกว่าฟู เช่น ร่องแก้ม ขมับ ฟิลเลอร์กลุ่มนี้จะไม่เหมาะกับบริเวณใต้ตาเพราะเมื่อฟูจะเห็นว่าบวมชัดเจน

ฟิลเลอร์ Juvederm ultraplus จะมีค่าความอุ้มน้ำสูงที่สุด

Juvederm ultraplus จะมีค่าความอุ้มน้ำสูงที่สุด

hyaluronic acid(ฟิลเลอร์)

โดยปกติ hyaluronic acid จะเป็นเส้นใยยาวๆละลายเป็นน้ำเหลวๆ ไม่เป็นวุ้น จะต้องผ่านกระบวนการเชื่อมต่อเส้นใยด้วยพันธะ(crosslink) เพื่อให้เกิดเป็นตาข่ายวุ้นเป็นเนื้อเจลฟิลเลอร์นิ่มๆ


จำนวนการเชื่อมพันธะ (Crosslink)

ฟิลเลอร์ที่มีจำนวนพันธะเยอะขึ้น จะอยู่ได้นานขึ้น สลายช้าลง และอุ้มน้ำได้น้อยลง ฟูน้อยลง ทนต่อแรงบิดในแนวนอนได้ดี มีค่าการกระจายตัวปานกลาง เหมาะกับบริเวณที่ผิวขยับบ่อยๆ ยี่ห้อที่เด่นในเทคโนโลยีด้าน crosslink คือ Juvederm ใช้ crosslink ที่มีประสิทธภาพสูง(Vycross) อยู่ได้นานขึ้นและปลอดภัย เป็นเนื้อเจลข้นๆ ไม่เป็นเม็ด(non-particle)

ข้อเสียของปริมาณ crosslink ที่มากเกินไปคือจะทำให้สลายยากและเกิดการแพ้ได้ง่ายขึ้น และหากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป(หลายๆ cc) จะมีโอกาสเกิดเป็นพังผืดเป็นก้อนได้ จะพบได้ในฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเกรดต่ำๆ, ฟิลเลอร์ปลอมที่ผลิตจากจีน, ฟิลเลอร์หิ้วที่ไม่มั่นใจในการขนส่งและแหล่งที่ผลิต

ซึ่งทางที่ดีก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งควรหาข้อมูลจุดสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน และก่อนฉีดควรให้หมอแกะกล่องแกะหลอดฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง ฉีดเสร็จควรขอกล่องและหลอดฟิลเลอร์กลับบ้านหรือถ่ายรูปเก็บได้ดู เพื่อให้มั่นใจว่าได้ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจริงๆ เพื่อความปลอดภัยครับ

ขนาดของเม็ดฟิลเลอร์ (Particle size)

ฟิลเลอร์ที่มีเม็ดใหญ่จะอยู่ได้นานขึ้น และมีค่าความแข็งสูงค่าการกระจายตัวต่ำ จะยกหน้าในผิวชั้นลึกได้ดีที่สุด แต่จุดอ่อนคือไม่ค่อยทนต่อแรงบิดในแนวนอน ถ้าฉีดในตำแหน่งที่ผิวมีการขยับบ่อยๆ จะอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากเม็ดใหญ่ๆ จะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ และสลายไว

ยี่ห้อที่เด่นในเทคโนโลยีด้านนี้คือ Restylane โดยพัฒนาร่วมกับเทคนิคการขดม้วนเส้นใยที่เรียกว่า NASHA เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Restylane เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น

ขนาดของเม็ดฟิลเลอร์

NASHA ของ Restylane จะใช้การขดเส้นใย HA ร่วมกับการใส่ crosslink แล้วจึงทำฟิลเลอร์ให้เป็นเม็ดละเอียด(particle) เพื่อให้ได้เนื้อ Filler ที่มีค่า Elasticity สูงที่สุด

ฟิลเลอร์ Juvederm จะเน้นการพัฒนาฟิลเลอร์ให้เป็นเนื้อเจลJuvederm จะเน้นการพัฒนาฟิลเลอร์ให้เป็นเนื้อเจลมีจุดเด่นในด้านความเรียบเนียน ส่วน Restylane จุดเด่นคือความสามารถในการยกพยุงผิว

สภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้

ในร่างกายคนที่หนัก 70 kg. จะมี hyaluronic acid (HA) อยู่ 15g. กระจายอยู่ในเนื้อเยื่อ ข้อเข่า ลูกตา และผิวหนัง โดยที่ผิวหนังทั่วทั้งร่างกายจะมี HA รวมกันประมาณ 7g. หรือเทียบเท่ากับฟิลเลอร์ที่เราใช้ฉีดประมาณ 400cc.

ซึ่งมีอยู่ในผิวทั่วร่างกายเราอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่จะสร้างน้อยลงตามอายุซึ่งเราสามารถฉีดชดเชยในจุดที่ขาดหายไปได้ การฉีดฟิลเลอร์ชนิด HA จึงมีความปลอดภัยและเป็นที่นิยมมากที่สุดเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นๆ เพราะเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายตามธรรมชาติ

ในบทความนี้จะขอเปรียบเทียบเฉพาะยี่ห้อ Restylane Juvederm และ Perfectha ซึ่งทั้ง 3 ยี่ห้อนี้เป็นฟิลเลอร์จากประเทศฝั่งยุโรปที่นิยมใช้มายาวนาน ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และข้อมูลต่างๆ ที่แสดงในบทความนี้จะอ้างอิงจากงานวิจัยที่อยู่ในเอกสารอ้างอิง และเป็นข้อมูลจากการเยี่ยมชมโรงงานที่ยุโรปของฟิลเลอร์ทั้ง 3 ยี่ห้อ ร่วมกับข้อมูลจากประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ของทีมแพทย์ V Square Clinic ครับ

ในการเลือกรุ่นและยี่ห้อฟิลเลอร์นั้น เราไม่สามารถพิจารณาแค่คุณสมบัติทางกายภาพ เพียงข้อใดข้อนึงได้ ต้องขึ้นกับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าปัญหาของคนไข้เกิดจากการยุบตัวของผิวชั้นไหนตำแหน่งไหนและเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเนื้อเดิมของคนไข้มากที่สุด(แก้ไขที่สาเหตุโดยตรง) เพื่อให้ผลออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด


2. การเลือกรุ่นและยี่ห้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่นใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก คาง ขมับ จมูก ปาก แก้มตอบ

หมอจะขออธิบายการเลือกใช้ฟิลเลอร์โดยแยกตามตำแหน่งต่างๆบนใบหน้าดังนี้ครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ร่องใต้ตาเป็นจุดที่ควรแก้ไขเป็นอันดับแรกในคนไข้เกือบทุกคน เพราะเป็นจุดที่เนื้อและกระดูกยุบตัวลงเป็นจุดแรกตามวัย มักจะเริ่มเห็นร่องในคนที่อายุ 20 ปีขึ้นไป ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้าดูโทรมไม่สดชื่น และถ้าเราปล่อยให้ร่องใต้ตาลึกนานๆไปก็จะเกิดเป็นถุงใต้ตาตามมา

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยให้หน้าโดยรวมดูเด็กลงสดชื่นขึ้นอย่างชัดเจนและสามารถช่วยป้องกันการเกิดถุงใต้ตาในอนาคตได้อีกด้วย ในคนที่ร่องใต้ตาลึกมาก จะต้องใช้ฟิลเลอร์ 2 ชนิดในการเติมร่องใต้ตา

  • ชนิดที่ 1 ใช้ฉีดเพื่อทดแทนการยุบตัวของกระดูกในผิวชั้นลึก ตัวที่เหมาะคือ Restylane perlane lyft (อยู่ได้ 12 เดือน) และ Juvederm voluma (อยู่ได้ 18 เดือน) เพราะสามารถยกพยุงผิวได้ใกล้เคียงกับกระดูกมากที่สุด
  • ชนิดที่ 2 ใช้ฉีดเพื่อเก็บรายละเอียดในร่องใต้ตาชั้นบน ตัวที่เหมาะที่สุดคือ Restylane vital light (อยู่ได้ 6 เดือน) เนื้อละเอียดที่สุด ไม่เป็นก้อน แม้จะอยู่ได้สั้นกว่าตัวอื่นๆ แต่ก็จำเป็นต้องใช้หากต้องการเก็บรายละเอียดในผิวชั้นตื้นเพื่อให้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด

ในคนที่ใต้ตาลึกไม่มากสามารถใช้แค่ชนิดที่ 1หรือชนิดที่ 2 ตัวใดตัวนึงได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำ ถ้าคนที่ผิวบางและแห้งมากๆ ควรเลือกใช้ชนิดที่ 2 แม้จะอยู่ได้สั้นแต่จะไม่เป็นก้อน ถ้าคนที่ผิวชุ่มชื้นสามารถเลือกชนิดที่ 1 ได้จะอยู่ได้นานกว่า

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตาและฟิลเลอร์ร่องแก้ม 2cc

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

แบ่งตามสาเหตุการเกิดได้ 4 รูปแบบ เรียงตามที่พบบ่อยที่สุดดังนี้

  • แบบที่ 1 เนื้อและกระดูกบริเวณใต้ตายุบตัวลงทำให้เนื้อแก้มหย่อนลงมาทำให้เกิดร่องแก้ม แบบนี้ถ้าเติมร่องแก้มอย่างเดียวจะไม่สวยหน้าจะดูอูมๆ ร่องแก้มเต็ม แต่ใต้ตาลึกดูผิดธรรมชาติ ควรเติมใต้ตาเพื่อดึงเนื้อบางส่วนขึ้นไปก่อน จะทำให้ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ร่องแก้มน้อยลงและดูเข้ารูปเป็นธรรมชาติมากกว่า
  • แบบที่ 2 กระดูกใต้ปีกจมูกยุบตัวลง แบบนี้ควรฉีดลึกในชั้นติดกระดูกเพื่อทดแทนการยุบตัวของกระดูก แต่ในบริเวณนี้เนื้อมีการขยับมากกว่าใต้ตาจึงต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีค่าความยืดหยุ่นสูงเพื่อให้ทนต่อการขยับของร่องแก้ม ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดคือ Juvederm ultraplus (12 เดือน) และ Juvederm voluma (18 เดือน)
  • แบบที่ 3 กล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้มทำงานเยอะ การเติมฟิลเลอร์แก้ไขร่องแก้มตามข้อ 1 และ ข้อ 2 จะช่วยลดการดึงของกล้ามเนื้อนี้ได้ในระดับนึง แต่ถ้ายังไม่พอก็สามารถใช้ botox dermolift ช่วยเสริมได้ โดยที่ botox ตำแหน่งนี้ต้องฉีดทุกๆ 3-4 เดือน
  • แบบที่ 4 ผิวชั้นบนบริเวณร่องแก้มแห้งและบางมาก ต้องเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มในผิวชั้นตื้น ควรเลือกใช้ Juvederm volift (12 เดือน) หรือ Restylane volyme (18 เดือน) ยาจะกระจายตัวและเรียบเนียนไปกับผิวได้ดี เป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน

รีวิวฟิลเลอร์ยกหน้าและฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 3cc

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์มุมปาก

ในคนที่แก้มหย่อนมากแม้จะร้อยไหมดึงแก้มแล้วแต่ยังมีร่องมุมปากอยู่ ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยเสริมได้ ซึ่งเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้จะคล้ายๆกับการเติมร่องแก้มแบบที่ 4 ควรเลือกใช้ Juvederm volift (12 เดือน) หรือ Restylane volyme (18 เดือน) ยาจะกระจายตัวและเรียบเนียนไปกับผิวได้ดี เป็นธรรมชาติมากที่สุดไม่เป็นก้อนครับ

รีวิวฟิลเลอร์ร่องมุมปาก

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร่องมุมปาก 1cc

ฟิลเลอร์คาง

ในคนที่ต้องการให้คางยาวขึ้นหน้าเรียวอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถเติมฟิลเลอร์คางได้ครับ โดยจากประสบการณ์ฟิลเลอร์ที่ฉีดคางและปั้นเป็นทรงได้สวยที่สุดคือ Perfactha subskin, Restylane perlane lyft,  Juvederm voluma โดยต้องฉีดในชั้นใต้กล้ามเนื้อ mentalis เท่านั้นนะครับ จึงจะเป็นทรงธรรมชาติยิ้มแล้วไม่เป็นก้อน รายละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์คางจะมีอธิบายไว้แล้วในบทความการฉีดฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดเสริมคางครับ

รีวิวฟิลเลอร์คาง 1cc

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์ขมับ

เป็นตำแหน่งที่สามารถใช้ฟิลเลอร์ได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ควรฉีดด้วยเทคนิคเข็มแหลมชนกระดูกเพื่อไม่ให้เห็นเป็นก้อน ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ตัวที่อยู่ได้นานที่สุด หมอแนะนำให้ใช้ Juvederm ultraplus (12 เดือน) หรือ Juvederm voluma (18 เดือน) ครับ ส่วนในคนที่ผิวบางมากๆควรใช้ Restylane volyme (18 เดือน) ครับ

ตัวอย่างผลการรักษาฟิลเลอร์ขมับ

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์จมูก

ฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวและรุ่นเดียวที่เหมาะกับตำแหน่งนี้คือ Restylane perlane lyft ของแท้เท่านั้นครับ เพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูงมาก ไม่อุ้มน้ำ ไม่ฟู ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีค่าความแข็ง(Elasticity)สูงที่สุด แต่ไม่ได้แข็งจนผิดธรรมชาตินะครับ ยังเป็นเนื้อผิวปกติอยู่ หากใช้รุ่นอื่นยี่ห้ออื่นจะสวยแค่ในช่วงแรกๆหลังจากนั้นสันจมูกจะคมชัดน้อยลงและบานออกครับ

สำหรับคนที่มี plan จะผ่าตัดเสริมจมูกในอนาคตไม่ควรฉีดฟิลเลอร์จมูกครับ จะทำให้ซิลิโคนจมูกที่จะเสริมเกาะยึดจมูกยากขึ้น แต่ถ้าไม่คิดจะผ่าตัดก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้ครับ ควรฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น

ตัวอย่างผลการรักษาฟิลเลอร์จมูก

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์จมูก

ฟิลเลอร์ปาก

เป็นตำแหน่งที่ผิวมีการขยับบ่อยมาก ดังนั้นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ควรมีค่าความยืดหยุ่นสูงครับ หมอแนะนำยี่ห้อ Juvederm เป็นหลักครับ

  • Juvederm volift (12 เดือน) จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน
  • Juvederm ultraplus จะฟูเยอะเหมาะกับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง และอยู่ได้นานกว่า แต่จะคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์นิ่มๆได้ในช่วง 2-3 เดือนแรก
  • Restylane vital light เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้ง โดยที่ไม่ได้ต้องการเติมปาก อยู่ได้ 4-6 เดือน
  • Restylane volyme คล้ายๆ Juvederm-volift แต่อยู่ได้ 18 เดือน

ตัวอย่างผลการรักษาฟิลเลอร์ปาก

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์แก้มตอบ

คนที่แก้มตอบมักจะมีผิวบางและมีชั้นไขมันน้อย ฟิลเลอร์ตัวที่เหมาะที่สุดและอยู่ได้นานคือ Restylane volyme รองลงมาคือ Juvederm volift จะสามารถกระจายตัวได้ดีเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ตัวอย่างผลการรักษาฟิลเลอร์แก้มตอบ

ตัวอย่างรีวิวผลการรักษาฟิลเลอร์แก้มตอบ

ฟิลเลอร์แก้มส้ม

รูปหน้าในวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่มักมีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมคว่ำ ใบหน้าช่วงกลางไม่หย่อนคล้อย ร่องใต้ตาเต็ม ดูมีชีวิตชีวา แต่เมื่ออายุมากขึ้นสามเหลี่ยมนี้จะค่อยๆหย่อนลง กลายเป็นสามเหลี่ยมหัวตั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมลงของคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงแรงโน้มถ่วงของโลก ชั้นไขมันและกระดูกบนใบหน้ามีการยุบตัว แก้มตก มีริ้วรอย ร่องใต้ตา ทำให้หน้าแบนลงหรือดูไม่มีมิติ 

เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมเต็มใบหน้าในจุดที่มีปัญหา โดย “การทำฟิลเลอร์แก้มส้ม” คือการเติมฟิลเลอร์ลงไปในบริเวณ 8 จุด ที่ไขมันยุบลงไป โหนกแก้ม  แก้มด้านบน ร่องน้ำตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ข้างคาง ด้านหน้าของใบหู แก้ม จะได้ผลเหมือนกับการนำผลส้มมาวางบนใบหน้า เมื่อดูด้านข้างจะมี Ogee curve หรือ S curve คือเป็นตัว S ด้านข้างใบหน้า โหนกแก้มโค้งมนสวย มีมิติ หน้าไม่ดูหย่อนคล้อยลงมา เมื่อเรามีแก้มส้มจะทำให้ใบหน้าดูเด็กลง

S_CURVE ฟิลเลอร์แก้มส้ม

 

Filler ยี่ห้อที่ดีและเป็นธรรมชาติที่สุดในโลก สำหรับการทำฟิลเลอร์แก้มส้ม คือ Restylane Perlane LYFT (Sweden) รุ่นผสมยาชา สลายหมด 100% ภายใน 12 เดือน ของแท้แกะกล่อง แกะหลอด cc ละ 11,000 บาท ราคาสุทธิไม่บวกเพิ่มครับ

*ผลการรักษาแตกต่างกันแต่ละบุคคล



3. จุดสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Perlane Lyft

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์แท้ Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm Voluma

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm Voluma

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm รุ่น Volift

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm รุ่น Volift

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm UltraPlusXC

ฟิลเลอร์แท้ Juvederm UltraPlusXC

ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Perfectha

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha subskin

ฟิลเลอร์แท้ Perfectha subskin

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ?

สำหรับคนไข้ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ให้ดูจากความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของคลินิกเป็นหลัก และสามารถดูได้จาก

1.มีรีวิวที่น่าเชื่อถือได้ จากผู้ใช้บริการจริง พิจารณาจากแหล่งที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือ มีความเป็นปัจจุบัน และควรดูรีวิวที่เป็นคลิปวิดิโอก่อน-หลังทำ จะสามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจน

2.มีราคาที่เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำต่างไปจากคลินิกอื่นๆมาก ซึ่งอาจจะแตกต่างกันได้ในด้านความชำนาญของแพทย์ 

3.ดูเคสรีวิวของแพทย์แต่ละคน แพทย์ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ และบวมช้ำน้อยที่สุด 

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่ยังไม่แน่ใจว่าควร ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 11 สาขา
หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ


เอกสารอ้างอิง
1. Comparative Physical Properties of Hyaluronic Acid Dermal Fillers, Kablik J et al dermatol surg. 2009; 35(suppl 1) : 302-312
2. Öhrlund, Å. (2018) Evaluation of Rheometry Amplitude Sweep Cross-Over Point as an Index of Flexibility for HA Fillers. Journal of Cos- metics, Dermatological Sciences and Ap- plications, 8, 47-54.
3. K. Edsman, L.I. Nord, Å. Öhrlund, H. Lärkner, A.H. Kenne Gel properties of hyaluronic acid dermal fillers Dermatologic Surgery, 38 (7) (2012), pp. 1170-1179
4. D. Stocks, H. Sundaram, J. Michaels, M.J. Durrani, M.S. Wortzman, D.B. Nelson Rheological evaluation of the physical properties of hyaluronic acid dermal fillers Journal of Drugs in Dermatology, 10 (9) (2011), pp. 974-980
5. A. La Gatta, C. Schiraldi, A. Papa, M. De Rosa Comparative analysis of commercial dermal fillers based on crosslinked hyaluronan: physical characterization and in vitro enzymatic degradation Polymer Degradation and Stability, 96 (4) (2011), pp. 630-636

ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้าลดริ้วรอยกับคุณหมอได้ฟรี หมอตอบเองครับ

 


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ