Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร ? เทียบเครื่องยกกระชับตัวดัง ข้อดีและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

Reading Time: 4 minutes
Oligio vs Ultraformer

Oligio vs Ultraformer

Oligio vs Ultraformer เลือกทำเครื่องไหนดี ถึงจะตอบโจทย์ปัญหาผิว ? ใครที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิว ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด อาจลังเลระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ เพราะทั้ง Oligio และ Ultraformer ต่างก็มีจุดเด่นและหลักการทำงานที่น่าสนใจ

3 เครื่องยกกระชับ! Ulthera Thermage Hifu ต่างกันอย่างไร เลือกทำอะไรดี ?

ในบทความนี้จะหมอพาไปทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง Oligio vs Ultraformer ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ และแนวทางเลือกเครื่องให้เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและคุ้มค่ากับการลงทุน

สารบัญ Oligio vs Ultraformer


Oligio vs Ultraformer คืออะไร ? มีหลักการทำงานอย่างไร ?

การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดได้รับความนิยมมากในยุคปัจจุบัน และเทคโนโลยีที่โดดเด่น 2 ชนิดที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่ Oligio และ Ultraformer ซึ่งทั้งสองมีหลักการทำงานที่ต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์” เรามาทำความรู้จักกับทั้งสองเครื่องนี้กันครับ

Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่น RF

Oligio

Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว สามารถลงลึกได้ทั้งในชั้นผิวหนังแท้และ ชั้นไขมันได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำลายผิวชั้นบน

เครื่อง Oligio ทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลักที่ช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ

  1. ส่งพลังงาน RF ลงลึกถึงชั้นผิว : หัวเครื่องจะปล่อยพลังงาน Monopolar Capacitive Radio Frequency ความร้อนประมาณ 40-45°C ลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว
  2. กระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันใต้ผิว : ความร้อนจากพลังงาน RF ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) พร้อมช่วยสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิว
  3. จัดเรียงคอลลาเจนใหม่ : เมื่อคอลลาเจนเดิมหดตัวลง ร่างกายจะฟื้นฟูและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แน่นขึ้น กระชับและตึงอย่างเป็นธรรมชาติ
หลักการทำงานของ Oligio
Oligio ใช้คลื่น RF ส่งความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกระชับเรียบเนียน

ระหว่างการทำ Oligio เครื่องจะควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นบนให้อยู่ที่ 5°C ด้วยระบบ Cooling อีกทั้งยังมีเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยป้องกันผิวไหม้เบิร์น พร้อมระบบสั่นที่ช่วยกระจายความร้อน ลดความรู้สึกเจ็บ และเพิ่มความสบายผิวขณะทำครับ

Ultraformer นวัตกรรมยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS

Ultraformer III

Ultraformer III คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะจุด หรือที่รู้จักกันในชื่อ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานความร้อนลงลึกอย่างแม่นยำไปยังชั้นผิวต่าง ๆ รวมถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า เพื่อกระตุ้นการหดตัวของชั้นผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิวหน้าและผิวกายโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

กระบวนการทำงานของ Ultraformer III

เครื่อง Ultraformer III ทำงานโดยปล่อยพลังงานความร้อนคงที่ 60-70°C ลงลึกสู่ชั้นผิว จุดโฟกัสพลังงานขนาดเล็ก 0.5-1 มม. ลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ในการยิงพลังงาน หมอจะยิงเป็นเส้น เพื่อยกกระชับผิวตามแนวที่ต้องการ เมื่อผิวชั้นนั้นโดนความร้อนจะเกิดการหดตัวทันที และกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่น ตึง และยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถปรับระดับความลึก เพื่อยกกระชับผิว แก้ปัญหาในแต่ละชั้นผิวได้ตรงจุด

VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : Ultraformer ไม่ได้มีแค่รุ่น III เท่านั้น แต่ยังมีรุ่นที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่าง Ultraformer MPT (Micro Pulsed Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดในซีรีส์ Ultraformer โดยต่อยอดจาก Ultraformer III เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับ และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอ่อนโยนยิ่งขึ้นครับ


เปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร ?

แม้ว่า Oligio กับ Ultraformer จะมีจุดประสงค์เดียวกันคือยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นคอลลาเจน แต่ทั้งสองเทคโนโลยีก็มีคุณสมบัติ หลักการทำงาน และความเหมาะสมในการแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน หมอสรุปให้ดังนี้ครับ

ตารางเปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer

ผู้ผลิตและมาตรฐานรองรับ

  • Oligio : พัฒนาโดยบริษัท WONTECH จากประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก FDA ไทย อเมริกา เกาหลี และ CE ในยุโรป
  • Ultraformer : ผลิตโดยบริษัท CLASSYS จากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก FDA อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย

รูปแบบพลังงาน

  • Oligio : ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz พลังงานสามารถลงลึกครอบคลุมทั้งชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิว
  • Ultraformer : ใช้เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ยิงพลังงานเป็นจุดลึกแบบเฉพาะเจาะจง สามารถลงลึกครอบคลุมตั้งแต่ชั้นผิวตื้นไปจนถึงชั้นไขมัน และชั้น SMAS

หัวยิงพลังงาน

  • Oligio : หัว Tip มี 2 แบบ Face Tip และ Eye Tip
  • Ultraformer : หัว Tip มีความลึก 3 ระดับ คือ 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm นอกจากนี้ยังมีหัวยิงพิเศษเฉพาะ Ultraformer III หัวยิง Cherry Pink ความลึก 2.0 mm รูปทรงให้เล็ก เรียว บาง ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

ตำแหน่งการทำ

  • Oligio : รอบดวงตา หน้าผาก กรอบหน้า ขากรรไกร แก้ม เหนียง ลำคอ ต้นแขน หน้าท้อง สะโพก ต้นขา
  • Ultraformer : รอบดวงตา ใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก กรอบหน้า คิ้ว หางตา คาง ลำคอ รวมถึง ต้นแขน ต้นขา เอว หน้าท้อง

ปัญหาที่เหมาะสม

  • Oligio : เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง รูขุมขนกว้าง และมีไขมันใต้ผิวที่อยากให้กระชับ
  • Ultraformer : เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัด แก้ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก

ระยะเวลาการทำ และความรู้สึกระหว่างทำ

  • Oligio : ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว
  • Ultraformer : ใช้ระยะเวลาประมาณ 30-50 นาที ขณะทำจะมีความรู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ หรือรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณใต้ผิว

ระยะเวลาเห็นผล

  • Oligio : หลังทำเห็นผลทันที 20% ชัดเจนใน 3-6 เดือน
  • Ultraformer : หลังทำเห็นผลทันที 20% ชัดเจนใน 2-3 เดือน

ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ และความถี่ในการทำ

  • Oligio : อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน แนะให้ทำ 2 ครั้ง/ปี
  • Ultraformer : อยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน และอาจอยู่ได้นานถึง 1 ปี แนะนำให้ทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน

ค่าใช้จ่าย

  • Oligio : ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,xxx.- / ขึ้นไป
  • Ultraformer : ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3,xxx.-/100 Line

สรุปแล้ว Oligio และ Ultraformer ต่างมีจุดเด่นในแบบของตัวเอง โดย Oligio เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวพร้อมสลายไขมัน ส่วน Ultraformer เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ชัด และแก้ผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจนลงลึกถึงชั้น SMAS การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากปัญหาผิว ความต้องการผลลัพธ์ และคำแนะนำของแพทย์เป็นหลักครับ


ข้อดี-ข้อเสียของ Oligio vs Ultraformer

ทั้ง Oligio และ Ultraformer มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้

ข้อดีของ Oligio

  • ลงลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว และชั้นไขมัน
  • มีระบบความเย็น Cooling System ช่วยลดความเจ็บขณะทำ
  • ใช้เวลาในการทำหัตถการไม่นาน ประมาณ 20-30 นาที/ครั้ง
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
  • ปลอดภัย เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นได้

ข้อดีของ Ultraformer

  • ลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ที่อยู่บนสุด ชั้นไขมัน และชั้น SMAS
  • มีหัวยิงหลายระดับให้แพทย์เลือกใช้ แก้ปัญหาได้ในทุกชั้นผิว
  • ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา ช่วยเน้นที่บริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
  • ทำได้บ่อยครั้งและหลังการทำ Hifu ยังสามารถทำหัตถการอย่างอื่นอีกได้

ข้อควรระวัง ของทั้ง Oligio และ Ultraformer คือ หากทำโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ หรือใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องปลอม เครื่องลอกเลียนแบบ เกรดต่ำ อาจส่งผลให้พลังงานที่ปล่อยออกมาไม่สม่ำเสมอ เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวไหม้ (Burn), รอยดำ หรือรอยแผลเป็น ได้ครับ


Oligio กับ Ultraformer ทำร่วมกันได้ไหม ?

Oligio กับ Ultraformer สามารถทำร่วมกันได้ครับ เพราะทั้งสองเครื่องทำงานในชั้นผิวที่ต่างกัน โดย Ultraformer จะเน้นยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างลึกใต้ผิว ส่วน Oligio จะช่วยกระตุ้น Collagen ในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียนขึ้น การทำร่วมกันจึงช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนทั้งในเรื่องการยกกระชับและผิวละเอียด ดูสุขภาพดีขึ้น

ทั้งนี้ควรเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและวางแผนลำดับการทำหัตถการให้เหมาะกับสภาพผิวครับ


Oligio กับ Ultraformer ทำร่วมกับหัตถการไหนได้บ้าง ?

นอกจากเครื่องยกกระชับยอดนิยมอย่าง Oligio และ Ultraformer ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกันในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ปัจจุบันยังมีหัตถการอื่น ๆ ที่ช่วยปรับรูปหน้า ยกกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนได้เช่นกัน

โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อดีที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและการประเมินของแพทย์

หมอรวมหัตถการทางเลือกในการยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เหมือนกับ Oligio และ Ultraformer หมอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

กลุ่มเครื่องยกกระชับ

  • Ultraformer MPT : เครื่องยกกระชับเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) ที่พัฒนาให้ครอบคลุมทั้งการยกกระชับผิว สลายไขมัน และปรับผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์หลายอย่างในเครื่องเดียว
  • Ulthera : เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ลงลึกถึงชั้น SMAS เช่นเดียวกับ HIFU แต่มีจุดพลังงานใหญ่กว่าและอยู่ได้นานกว่า จุดเด่นคือมีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แพทย์ยิงพลังงานได้แม่นยำตามโครงสร้างผิวแต่ละคน
  • Thermage : เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) เน้นกระชับผิวทั้งชั้นตื้นและลึก เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยและต้องการให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

หัตถการเสริมเพื่อผลลัพธ์ยกกระชับ

  • โบท็อกลิฟหน้า : ฉีดโบท็อกเพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าหย่อนลง ทำให้กรอบหน้าดูชัด และเพิ่มมิติให้ใบหน้า
  • ฟิลเลอร์ยกหน้า : ฉีด Hyaluronic Acid (HA) เติมเต็มร่องลึกและยกพยุงผิว เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม และขมับ เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้นทันทีหลังทำ
  • ร้อยไหมยกกระชับ : ใช้ไหมละลายมีเงี่ยงสอดลงในชั้นผิวเพื่อเกี่ยวและดึงผิวขึ้น เห็นผลยกทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลไว
  • Collagen Biostimulator : ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว ฟื้นฟูความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของผิว ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง ยกตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม เช่น Gouri, Sculptra และ Radiesse ฉีดแล้วผิวอิ่มฟู หน้าดูเด็กลง

หัตถการเหล่านี้สามารถทำร่วมกับ Oligio หรือ Ultraformer ได้ในบางกรณี ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคลครับ


สรุป Oligio vs Ultraformer เลือกทำเครื่องไหนดี ?

Oligio vs Ultraformer ทั้งสองเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่มีจุดเด่นต่างกัน โดย Oligio เหมาะกับการกระชับผิวชั้นตื้นและกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ultraformer เน้นยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ช่วยปรับโครงหน้าให้ชัดขึ้น การเลือกเครื่องที่เหมาะสมควรดูจากปัญหาผิว ความต้องการ งบประมาณ และคำแนะนำของแพทย์ครับ

หากเลือกไม่ได้ว่าทำเครื่องไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษาหมอ ที่ V Square Clinic ก่อนได้ ทีมแพทย์มีประสบการณ์สูง สามารถประเมินและวิเคราะห์ปัญหาผิว เลือกหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละคน มั่นใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัย


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไร ? เลือกแบบไหนเห็นผลและปลอดภัย

Reading Time: 3 minutes- ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์เลือกยี่ห้อไหนดี ? - อยากผอม น้ำหนักลด ใช้ปากกาลดหนักแบบไหน เห็นผล ปลอดภัย - ปากกาลดน้ำหนักราคา ที่ V Square Clinic - ขั้นตอนการใช้ปากลดน้ำหนักที่เหมาะสม - FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาปากกาลดน้ำหนัก

August 11, 2026 อ่านต่อ

วัคซีน HPV อายุเกิน 45 ฉีดได้ไหม ? คุ้มไหม ? ควรฉีดกี่เข็ม ?

Reading Time: 4 minutesวัคซีน HPV อายุเกิน 45 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจครับ เพราะวัคซีน HPV โดยทั่วไปมีข้อบ่งใช้หลักในช่วงอายุ 9-45 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี อาจไม่ได้อยู่ในข้อบ่งใช้มาตรฐานในหลายแนวทาง การพิจารณาจึงต้องดูความเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อใหม่ ประวัติการติดเชื้อ และความคุ้มค่าเป็นรายบุคคลครับ

HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนเสี่ยงมะเร็ง และวัคซีนป้...

Reading Time: 5 minutesหลายคนอาจรู้จัก HPV จากเรื่องมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีน HPV แต่จริง ๆ แล้วเชื้อนี้มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และไม่ได้อันตรายเท่ากันทั้งหมดครับ บางสายพันธุ์เกี่ยวข้องกับหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูก บทความนี้หมอจะพาเข้าใจว่า HPV มีกี่สายพันธุ์ ? สายพันธุ์ไหนควรระวังเป็นพิเศษ ? วัคซีน HPV แต่ละชนิดป้องกันสายพันธุ์ใดบ้าง ? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคนครับ

สูตรดริปผิวขาว มีกี่แบบ ? อะไรบ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ? เลื...

Reading Time: 4 minutesสูตรดริปผิวขาว มีให้เลือกหลายสูตร หลายคนอาจสงสัยว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร ? สูตรไหนช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มฟู หรือฟื้นฟูผิวโทรมได้ดีที่สุด ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า สูตรดริปผิวขาว แต่ละแบบเหมาะกับใครบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเลือกดริปวิตามินอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยครับ

ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? เจาะลึกผลลัพธ์ ลดเร็ว ลงลิฟต์ ...

Reading Time: 4 minutesในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากกาลดน้ำหนัก กลายเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และคำถามหลายคนอยากรู้มากที่สุดคือ ปักปากกา 1 เดือน ลดกี่โล ? และที่สำคัญกว่านั้น คือ การลดน้ำหนักแบบ “ลงลิฟต์" ปลอดภัยหรือเปล่า ? ใครที่กำลังวางแผนใช้ปากกาลดน้ำหนัก หมอมีข้อมูลแนวทางการใช้อย่างปลอดภัยมาแนะนำครับ

ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปรียบเทียบชัด ก่อนตัด...

Reading Time: 4 minutesปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง ? เปปไทด์คือตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ ส่วนปากกาคืออุปกรณ์ที่ใช้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย โดยภายในปากกาจะบรรจุตัวยากลุ่มเปปไทด์ เช่น ยากลุ่ม GLP-1 หรือ GIP/GLP-1 receptor agonist ซึ่งมีผลต่อความหิว ความอิ่ม การบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า ปักปากกา กับ เปปไทด์ต่างกันยังไง พร้อมเปรียบเทียบข้อดี ข้อควรระวัง ผลข้างเคียง และแนวทางเริ่มต้นลดน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละคนครั

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า