เสริมคาง ปรับรูปหน้าให้มีมิติ
การเสริมคาง เป็นวิธีช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียว สมดุล และเพิ่มมิติใบหน้าครับ โดยการทำคางสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมต่างกัน วันนี้หมอสรุปให้เข้าใจง่ายว่า เสริมคางมีกี่แบบ ? แตกต่างอย่างไร ? พร้อมข้อควรรู้ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจทำคางครับ
สารบัญ เสริมคาง
การเสริมคาง คืออะไร ?
การเสริมคาง คือ การปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูเรียวยาวมากขึ้น คนที่นิยมเสริมคางมักมีปัญหาหน้ากลม คางสั้น คางทู่ คางบุ๋ม มองแล้วดูไม่มีมิติ
ซึ่งคนเอเชียส่วนมากจะมีลักษณะคางที่สั้นและไม่สมส่วนกับใบหน้า เมื่อเสริมคางแล้วจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูละมุนขึ้น หวานขึ้น และยังทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้นอีกด้วย
การเสริมคางมี กี่รูปแบบ ?
การเสริมคางหลัก ๆ จะมี 2 แบบ ดังนี้
1. การเสริมคางโดยการผ่าตัด
มี 2 แบบ คือ การเสริมคางด้วยซิลิโคน และการเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเสริมคางด้วยซิลิโคนมากกว่า โดยวิธีนี้เป็นการผ่าตัดใส่วัสดุเข้าไปเพื่อปรับรูปทรงคางให้ได้สัดส่วนกับใบหน้า ให้ผลลัพธ์ถาวรและสามารถออกแบบทรงคางได้ตามต้องการ แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เนื่องจากมีแผลผ่าตัด
เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เสริมคางถาวร
- ผู้ที่หน้ากลม คางสั้น คางถอย ต้องการปรับรูปคางให้ชัดเจน
- ผู้ที่พร้อมรับการผ่าตัด มีเวลาพักฟื้น และสามารถดูแลแผลหลังผ่าตัดได้
2. การเสริมคางโดยไม่ได้ใช้การผ่าตัด (Non-Surgical)
ทำได้ด้วยการฉีดสารเติมเต็ม เช่น ฟิลเลอร์ หรือการฉีดไขมันตัวเองเข้าไปบริเวณคาง แล้วปั้นปรับรูปทรงให้ได้ความยาวและความเรียวที่เหมาะสมกับใบหน้า วิธีนี้ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เจ็บน้อย เหมาะกับคนที่ไม่อยากผ่าตัด กลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรืออยากปรับรูปคางให้สวยขึ้นแบบเห็นผลเร็วครับ
เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่คางสั้น คางถอย คางบุ๋ม หรือคางไม่เท่ากัน
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที
- ผู้ที่ต้องการคางที่ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถปรับแก้ได้
- ผู้ที่กลัวเจ็บ ไม่อยากมีแผล และไม่มีเวลาพักฟื้น
ทำคาง เสริมคาง ปรับรูปหน้า ทำได้กี่วิธี ?
การทำคาง หรือเสริมคาง สามารถทำได้หลายวิธีครับ โดยแต่ละวิธีจะมีความแตกต่างกัน หมอสรุปวิธีหลัก ๆ ที่นิยม พร้อมข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละแบบไว้ให้ เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง
การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นวิธีเสริมคางที่ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ หมอจะฉีดสารเติมเต็มประเภทฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณคางเพื่อเพิ่มความยาว ความเรียว และทำให้คางดูมีมิติมากขึ้น โดยไม่เป็นอันตรายและไม่มีสารตกค้าง
หลังทำสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ก่อนที่ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถกลับมาเติมฟิลเลอร์ซ้ำหรือปรับทรงเพิ่มเติมได้ครับ
- ข้อดี : เห็นผลทันที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ทรงคางดูเป็นธรรมชาติ และสามารถปรับแก้หรือฉีดสลายได้
- ข้อจำกัด : ผลลัพธ์ไม่ถาวร แต่กลับมาเติมซ้ำได้เมื่อฟิลเลอร์สลาย และควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
ฉีดไขมันเสริมคาง
การฉีดไขมันเสริมคาง เป็นการนำไขมันจากร่างกายของคนไข้ (เช่น ต้นขา หน้าท้อง) มาปั่นแยกแล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณคาง เพื่อเพิ่มความยาว ความเรียว และช่วยให้คางดูมีวอลุ่มและมิติมากขึ้น
วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่อยากใช้สารเติมเต็มสังเคราะห์ และอยากเสริมคางควบคู่กับการลดสัดส่วนในบางตำแหน่งของร่างกายครับ
ข้อดี : ใช้ไขมันตัวเอง ความเสี่ยงแพ้น้อย ดูเป็นธรรมชาติ วอลลุ่มคางนุ่มใกล้เคียงเนื้อจริง ช่วยเพิ่มมิติใบหน้า
ข้อจำกัด : ไขมันบางส่วนอาจสลาย จำเป็นต้องรอผลเข้าที่ อาจต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง และยังถือว่าเป็นหัตถการกึ่งผ่าตัด ต้องมีการดูดไขมันร่วมด้วย
ผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง
การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปคางและสัดส่วนใบหน้า โดยจะทำการใส่วัสดุเสริม เช่น ซิลิโคน หรือใช้กระดูกตัวเองเข้าไปปรับแต่งรูปทรงคาง ให้คางยาวขึ้น เรียวขึ้น และสมดุลกับกรอบหน้า
เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก และต้องการแก้ปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางไม่มีมิติในระยะยาวครับ
- ข้อดี : ผลลัพธ์ถาวร สามารถออกแบบรูปทรงคางที่ต้องการได้ และช่วยปรับใบหน้าให้ดูคมชัดได้สัดส่วน
- ข้อจำกัด : ค่าใช้จ่ายสูง มีแผลผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นตัวนาน ต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย
เสริมคาง ดีไหม ? มีข้อดี-ข้อจำกัดอย่างไร ?
การเสริมคางถือเป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูยาวขึ้น สมส่วนขึ้น และช่วยเพิ่มมิติใบหน้าได้ดีครับ อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจทำคาง
ข้อดีของการเสริมคาง
- ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล มีมิติ และทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย หรือคางบุ๋ม ให้รูปหน้าดูละมุนขึ้น เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
- เพิ่มความมั่นใจ รูปหน้าที่ได้สัดส่วนช่วยให้ดูดีขึ้นจากทั้งมุมตรงและมุมด้านข้าง
- เลือกได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ตามแต่ความต้องการของแต่ละคน
ข้อจำกัดของการเสริมคาง
- หากทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ไม่มีประสบการณ์ อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่สวยงามหรือเกิดผลข้างเคียง
- เสริมคางแบบไม่ผ่าตัด ผลลัพธ์ไม่ถาวร แต่สามารถกลับมาเติมซ้ำเมื่อฟิลเลอร์สลายได้
- เสริมคางแบบผ่าตัด ต้องพักฟื้นนาน และต้องยอมรับความเสี่ยงจากการผ่าตัด
โหงวเฮ้งคางที่ดี มีลักษณะเป็นอย่างไร ?
ตามความเชื่อด้านโหงวเฮ้งคาง หรือที่เรียกว่า ตี่เก๊าะ ถือเป็นตำแหน่งที่บ่งบอกถึงวาสนา ความมั่นคง ความสามารถ และอนาคตครับ โดยคางที่จัดว่าเป็นลักษณะดี มักมีความหมายเชิงบวกดังนี้
- คางกลมมน ดูมีเนื้อพอดี ไม่แหลม ไม่แข็งจนเกินไป
- คางนูนอย่างเป็นธรรมชาติ นูนจากเนื้อไม่ใช่จากกระดูก
- คางเรียวรับกับปลายจมูก ปาก และใบหน้าอย่างสมดุล
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลครับ แต่การปรับรูปทรงเสริมคางให้ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น จะทำให้เจ้าของใบหน้ามีความมั่นใจมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์คาง กับ ผ่าตัดเสริมคาง แบบไหนดีกว่ากัน ?
ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ที่ช่วยปรับรูปคางและสัดส่วนใบหน้าได้เหมือนกันครับ แต่ความแตกต่างคือเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์ ระยะพักฟื้น และความเหมาะสมของปัญหาแต่ละคน หมอสรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพตามนี้
| ฉีดฟิลเลอร์คาง | ผ่าตัดเสริมคาง |
|---|---|
|
ข้อดี
ข้อจำกัด
|
ข้อดี
ข้อจำกัด
|
รีวิวฉีดเสริมคางแบบไม่ผ่าตัด ด้วยฟิลเลอร์ ปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
เพื่อให้เข้าใจภาพการฉีดฟิลเลอร์คางมากขึ้น หมอรวมรีวิวฉีดเสริมคางที่ V Square Clinic มาให้ครับ แต่ละเคสจะมีปัญหาและความต้องการต่างกันไป หลังฉีดจะเห็นได้ว่าใบหน้าของเคสดูหวานขึ้น และคางยาวขึ้นอย่างชัดเจน โดยที่ใช้ปริมาณฟิลเลอร์เพียง 1 CC ครับ
ก่อนเสริมคาง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมคางให้เข้าใจ และประเมินความต้องการของตัวเองในเบื้องต้น
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์
- ควรงดยากลุ่มแอสไพริน ยาแก้อักเสบ NSAIDs วิตามินบางชนิด เช่น Vitamin E, Ginkgo Biloba และ St. John’s Wort เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกหรือช้ำง่าย
- งดดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรงก่อนเข้ารับหัตถการ
- งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดเสริมคางอย่างน้อย 1-2 เดือน
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบก่อนทำทุกครั้ง
หลังเสริมคาง ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?
การดูแลตัวเองหลังฉีดคาง
หลังฉีดฟิลเลอร์คางเป็นช่วงสำคัญที่ต้องดูแลให้ดี เพื่อช่วยให้ทรงคางเข้าที่สวย และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนครับ มีวิธีดูแลที่ควรทำดังนี้
- แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูตัวและอยู่ได้นานขึ้น
- ห้ามสัมผัส เท้าคาง นอนคว่ำ หรือกดทับบริเวณคาง เพราะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ คางเสียทรง
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชม. เพราะทำให้บวมช้าลง เสี่ยงอักเสบ
- อยู่ในที่อากาศเย็น เลี่ยงความร้อนทุกชนิด รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง อย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
- งดทำเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนบริเวณหน้า อย่างน้อย 1 เดือน
- รับประทานยาแพทย์จ่ายให้หลังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดอาการบวม ป้องกันการติดเชื้อ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมคาง
หลังผ่าตัดเสริมคางเป็นช่วงที่ต้องดูแลตัวเองอย่างระมัดระวัง เพื่อช่วยให้แผลหายดี ลดอาการบวมช้ำ และให้ทรงคางเข้าที่สวย โดยมีวิธีดูแลมีดังนี้ครับ
- ช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นเพื่อลดบวมและช้ำ วันที่ 4 เป็นต้นไป เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวเร็วขึ้น
- นอนหนุนหมอนสูง หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันคางเอียงหรือเบี้ยว
- งดอาหารดิบ อาหารหมักดอง อาหารแสลง
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน
- งดออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากอย่างน้อย 1 เดือน
- รับประทานยาตามที่แพทย์ให้ครบ และดูแลแผลตามคำแนะนำ
- หากมีอาการปวดมากผิดปกติ หรือมีอาการผิดสังเกต ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที
หลังเสริมคาง ห้ามทำอะไรบ้าง ?
- ห้ามจับ กด นวดคางแรง ๆ รวมถึงห้ามใช้มือเท้าคาง
- ห้ามสวมหมวกกันน็อกที่รัดแน่น
- ห้ามนอนตะแคงหรือคว่ำ ควรนอนหงายและหนุนศีรษะสูงช่วงแรก
- ห้ามออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่กระแทกแรง
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ในช่วงแรก
- ห้ามทำหัตถการหรือบริการที่กระทบใบหน้า เช่น นวดหน้า เลเซอร์ อย่างน้อย 1 เดือน
เสริมคาง ราคาเท่าไหร่ ?
เสริมคาง ราคาเท่าไหร่ ? ขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกทำและรายละเอียดของเคสครับ หากเป็นผ่าตัดเสริมคาง จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยราคามักเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000.- ขึ้นไป
ส่วนการฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาจะยืดหยุ่นกว่า มีหลายยี่ห้อให้เลือก โดยทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 12,000.-/1 CC ทั้งนี้จำนวน CC ที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาและรูปหน้าของแต่ละคนครับ
โปรโมชันฉีดฟิลเลอร์คางที่ V Square Clinic
หมายเหตุ : ราคาฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละช่วง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ และอัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
เสริมคาง ที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย ควรพิจารณาอะไรบ้าง
การเลือกคลินิกเสริมคาง ที่ไหนดีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ ก่อนตัดสินใจ หมอแนะนำให้พิจารณาเรื่องต่อไปนี้
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
- ทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้า และมีผลงานเคสจริงให้ดู
- สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ ผ่าน อย. ตรวจสอบได้
- มีการซักประวัติ ประเมินรูปหน้า และวางแผนการรักษาอย่างละเอียดก่อนทำ
- เครื่องมือ อุปกรณ์ และห้องทำหัตถการต้องสะอาด ปลอดเชื้อ และได้มาตรฐาน
- มีการดูแลหลังทำอย่างต่อเนื่อง และสามารถติดต่อสอบถามหรือกลับมาตรวจได้
ฉีดเสริมคางที่ V Square Clinic ได้ทรงคางสวยตรงใจ หน้าเรียว ดูละมุน
เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางไม่ใช่แค่ “เติมให้เต็ม”
แต่คือ “การออกแบบคางอย่างมีศิลปะ + ความปลอดภัยสูงสุด”
(พญ.อิษฎา ตระกูลสุข เลข ว. 55673)
- แพทย์ทุกท่านผ่านการเทรนนิ่งขั้นสูง มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์คาง และเข้าใจโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และชั้นผิวเชิงลึก
- ใช้เทคนิคฉีดฟิลเลอร์แบบเดียวกับการผ่าตัด โดยฉีดในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Supraperiosteal) เป็นการเสริมที่โครงกระดูก ไม่ใช่แค่เติมเนื้อคาง ทำให้ทรงคางชัด อยู่ได้นาน และดูเป็นธรรมชาติ
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% ทุกกล่อง เปิดต่อหน้าคนไข้ มีใบรับรอง ตรวจสอบเลขล็อตและวันหมดอายุได้กับบริษัทผู้นำเข้าโดยตรง
- รีวิวแน่น มีทั้งภาพ Before-After วิดีโอรีวิว เคสจริง รวมถึงรีวิวจากดาราและเซเลบริตี้ มั่นใจได้ในผลลัพธ์
- ให้คำปรึกษาและประเมินรูปหน้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยออกแบบทรงคางที่เหมาะสมและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
- ไม่มีการยัดเยียดคอร์ส ไม่มีเซลล์กดดัน คนไข้พูดคุยกับแพทย์โดยตรง ดูแลด้วยความจริงใจ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเสริมคาง มีอะไรบ้าง ?
ทั้งการเสริมคางด้วยซิลิโคน และการฉีดฟิลเลอร์คาง จะมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันกันไปครับ
- เสริมคาง : มีอาการปวดบวมรอบ ๆ คาง บริเวณแผลที่ผ่าตัด หรือในบางคนอาจมีอาการชาที่ริมฝีปาก ถ้าเลือกเสริมคางแบบแผลด้านนอกก็จะมีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ (ไม่เหมาะกับคนที่เป็นคีลอยด์)
- ฟิลเลอร์คาง : มีรอยบวมแดงจากเข็มเล็กน้อย อาการจะดีขึ้นและหายไปเองใน 3 วัน ยุบบวมและเห็นผลเต็มที่ใน 7-14 วัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมคาง (FAQ)
ทำคาง เจ็บไหม ?
ขึ้นอยู่กับว่าเลือกเสริมคางโดยวิธีไหน หากเป็นการฉีดฟิลเลอร์คางจะรู้สึกเจ็บน้อย มีการแปะยาชาก่อนทำ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการผ่าตัดได้
เสริมคาง กี่วันเข้าที่ ?
การฉีดฟิลเลอร์คาง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ และเข้าที่มากขึ้นใน 7-14 วัน แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดเสริมคาง จะใช้เวลา 1-3 เดือนจึงจะเริ่มเข้าที่
เสริมคาง กี่บวมกี่วัน ?
หลังฉีดฟิลเลอร์คาง อาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 3-7 วัน ส่วนเคสผ่าตัดมักบวมนานกว่า โดยอาจใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
ทําคางต้องพักฟื้นกี่วัน ?
การฉีดฟิลเลอร์คางแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ เพียงดูแลตัวเองตามคำแนะนำ ส่วนการผ่าตัดทำคางควรพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
เสริมคางแล้วเป็นก้อน แก้ไขอย่างไร ?
ฉีดฟิลเลอร์เสริมคางแล้วเป็นก้อน แก้ไขได้ด้วยการใช้ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อฉีดสลายฟิลเลอร์แท้ที่เป็น Hyaluronic Acid (HA)
เสริมคางนอนตะแคงได้ไหม ?
ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนอนที่กดทับบริเวณคาง เพราะอาจทำให้เจ็บมากขึ้น และเสี่ยงต่อคางเบี้ยวหรือเอียงได้ แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วงแรกจะดีที่สุด
เสริมคางหน้าเปลี่ยนไหม ?
การเสริมคางทำให้หน้าดูเปลี่ยนไปได้ เพราะคางเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของสัดส่วนใบหน้า หรือ Golden Ratio เมื่อคางได้รูป ใบหน้าจะดูสมดุล กรอบหน้าชัดขึ้น ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูละมุนและมีมิติมากขึ้น
สรุป เสริมคาง ปรับรูปหน้าให้ดูละมุน มีมิติ
การเสริมคาง สามารถทำได้ทั้งวิธีฉีดฟิลเลอร์คาง และเสริมคางด้วยซิลิโคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละเคสครับ ถ้าต้องการเสริมคางให้ยาวเกิน 1 ซม. จากเดิม ก็จะเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า
ส่วนผู้ที่ไม่อยากเสริมถาวร กลัวการผ่าตัด อยากปรับรูปทรงเล็กน้อย ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์คางได้ ส่วนมากเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ 1 CC ก็เห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนแล้วครับ


