ตาไม่เท่ากัน สาเหตุและวิธีแก้ไข
ตาไม่เท่ากัน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ สำหรับผู้ที่ไม่อยากแก้ไขด้วยการผ่าตัด ปัจจุบันมีหัตถการความงามที่ช่วยปรับแก้ตาให้ดูสมส่วนขึ้นได้ โดยไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาตาไม่เท่ากันแบบเห็นผล ในบทความนี้หมอมาแชร์ 6 วิธีแก้ไขตาไม่เท่ากัน ด้วยหัตถการความงาม จะมีวิธีไหนบ้าง ? แต่ละวิธีเหมาะกับใคร ? พร้อมสรุปสาเหตุ และลักษณะตาไม่เท่ากัน เป็นยังไง ? เพื่อให้คนไข้ใช้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจครับ
สารบัญ ตาไม่เท่ากัน
ตาไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ?
ตาไม่เท่ากันเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยครับ เช่น
- ตาไม่เท่ากันโดยกำเนิด เกิดจากโครงสร้างกระดูก เบ้าตา หรือกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ไม่สมมาตรตั้งแต่แรก
- อุบัติเหตุ บาดเจ็บบริเวณรอบดวงตา ส่งผลต่อกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อ ทำให้ระดับตาเปลี่ยนไป
- ผ่าตัดตาสองชั้นแล้วมีปัญหา เช่น ชั้นตาสูง–ต่ำไม่เท่ากัน หรือการยึดชั้นตาไม่สมดุล
- การแสดงสีหน้าเป็นประจำ เช่น ชอบเลิกคิ้วข้างเดียว ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่เท่ากันในระยะยาว
- ระดับคิ้วสูง–ต่ำไม่เท่ากัน ส่งผลให้ชั้นตาและรูปทรงตาดูไม่สมดุล
- โรคตา เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้ตาปรือ หนังตาตก หรือเปิดตาได้ไม่เท่ากัน
- อายุที่มากขึ้น ไขมันเปลือกตาหายไป ทำให้หนังตาหย่อนคล้อยและตาดูไม่เท่ากันชัดขึ้น
- หนังตาไม่สมส่วน โครงหน้าเอียงแต่กำเนิด ส่งผลต่อสมดุลของดวงตาและใบหน้าโดยรวม
ลักษณะตาไม่เท่ากัน เป็นยังไง ? มีแบบไหนบ้าง ?
ลักษณะตาไม่เท่ากัน สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบครับ ทั้งความสูงของชั้นตา ขนาดตา ระดับหางตา ไปจนถึงหนังตาตกหรืออาการตาปรือ ซึ่งแต่ละแบบมีสาเหตุและแนวทางแก้ไขที่แตกต่างกัน
- ข้างหนึ่งชั้นเดียว อีกข้างสองชั้น ทำให้ดวงตาดูไม่สมมาตร โดยเฉพาะเวลาลืมตาหรือแต่งหน้า
- ขนาดตาไม่เท่ากัน ตาข้างหนึ่งเล็กกว่า อาจเกิดจากกล้ามเนื้อตา หนังตา หรือระดับคิ้วที่ต่างกัน
- ระดับความสูงของตาไม่เท่ากัน ตาข้างหนึ่งสูงกว่า ทำให้รูปหน้าดูเอียง หรือถ่ายรูปแล้วไม่สมดุล
- หางตาสูง–ต่ำไม่เท่ากัน ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่สมดุล บางรายดูเหมือนตาตกข้างเดียว
- มุมตาไม่เท่ากัน ทำให้รูปทรงตาแตกต่างกัน ดวงตาอาจดูเฉียงไม่เท่ากัน หรือรูปตาไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง
- หนังตาตกไม่เท่ากัน ตาข้างหนึ่งตกมากกว่า มักพบร่วมกับอายุที่มากขึ้น หรือกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง
- ตาปรือไม่เท่ากัน ตาข้างหนึ่งปรือกว่า ทำให้ตาดูง่วง ไม่สดใส และส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยรวม
วิธีแก้ไขตาไม่เท่ากัน ด้วยวิธีธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันเล็กน้อย หรือเกิดจากอาการบวม ความล้า และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การดูแลด้วยวิธีธรรมชาติสามารถช่วยให้ดวงตาดูสมดุลขึ้นได้ แม้จะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างถาวร แต่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสามารถทำได้ด้วยตนเองครับ ซึ่งหมอแนะนำ 7 วิธีดังนี้
1. การนวดบริเวณรอบดวงตา
การนวดรอบดวงตาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการบวม และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาผ่อนคลาย อาจช่วยให้ตาดูสมดุลขึ้นในกรณีที่เกิดจากอาการบวมหรือความล้า
2. การใช้เครื่องสำอาง
เทคนิคการแต่งหน้า เช่น การใช้อายแชโดว์ อายไลเนอร์ หรือมาสคาร่า สามารถช่วยปรับรูปทรงตาให้ดูสมดุลมากขึ้น เป็นการแก้ไขเชิงภาพลักษณ์ชั่วคราว
3. การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้า
การบริหารกล้ามเนื้อรอบดวงตาและหน้าผาก ช่วยปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง ลดความตึงหรืออ่อนแรงที่ไม่เท่ากัน
4. การประคบร้อน–เย็น
การประคบร้อนและเย็นสลับกันช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการบวมรอบดวงตา ทำให้ตาดูสดใสและสมดุลขึ้น
5. การปรับพฤติกรรมการแสดงสีหน้า
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าเพียงข้างเดียว เช่น การเลิกคิ้วหรือยิ้มเอียงข้างเดียว เพื่อลดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อในระยะยาว
6. การปรับท่านอนและการพักผ่อน
ควรนอนให้เพียงพอ และนอนในท่าที่ศีรษะสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือกดทับข้างใดข้างหนึ่งเป็นประจำ
7. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน A, C, E ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงอาหารโซเดียมสูง ช่วยลดอาการบวมและบำรุงผิวรอบดวงตา
6 วิธีแก้ไขตาไม่เท่ากัน ด้วยหัตถการความงาม
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาไม่เท่ากันจากโครงสร้าง หนังตาหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อรอบดวงตา หรือการเปลี่ยนแปลงตามวัย ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ด้วยหัตถการความงามที่ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งช่วยปรับสมดุลของดวงตาให้ดูใกล้เคียงกันมากขึ้น
1. ฉีดฟิลเลอร์เปลือกตา
การฉีดฟิลเลอร์เปลือกตา เพื่อแก้ปัญหาตาไม่เท่ากัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีตาโหล เบ้าตาลึก หรือไขมันบริเวณเปลือกตาหายไป ทำให้ตาดูไม่เท่ากัน แพทย์จะใช้ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนฉีดเติมบริเวณที่ยุบตัว เพื่อปรับชั้นตาให้ดูเต็มและสมดุลมากขึ้น
ข้อดี
- เห็นผลทันทีหลังทำ
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล
- ปรับรูปทรงตาได้อย่างละเอียดและเป็นธรรมชาติ
การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีแก้ไขที่ตรงจุด เห็นผลทันทีหลังทำ และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีรอยแผล ก่อนฉีดฟิลเลอร์ หมอจะประเมินปัญหาและเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลครับ
2. โบท็อกยกคิ้ว ยกหางตา
ฉีดโบท็อกยกคิ้ว ยกหางตา เหมาะกับกรณีตาไม่เท่ากันจากการแสดงสีหน้า เช่น ชอบเลิกคิ้วข้างเดียว หรือกล้ามเนื้อหน้าผากทำงานไม่สมดุล การฉีดโบท็อกช่วยคลายกล้ามเนื้อและปรับระดับคิ้วให้ใกล้เคียงกัน
ข้อดี
- ช่วยปรับระดับคิ้วและชั้นตาให้สมดุล
- ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผากและหางตา
- ใช้เวลาทำไม่นาน
3. ร้อยไหม Foxy Eye
ร้อยไหม Foxy Eye เหมาะสำหรับผู้ที่มีหางตาหรือคิ้วตก หนังตาหย่อนคล้อย การร้อยไหมช่วยยกกระชับหางตาและคิ้วตามแนวเส้นไหม โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
ข้อดี
- เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
- ช่วยยกหางตาและปรับรูปตาให้คมขึ้น
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน
4. Ultraformer (HIFU)
Hifu เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ ยิงลงลึกในชั้นผิวรอบดวงตา เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาตกหรือคิ้วตกเล็กน้อย เครื่อง Hifu ที่ได้รับความนิยม เช่น Hifu Ultraformer III และ Ultraformer MPT ครับ
ข้อดี
- ไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด
- ช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตา
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
5. Ulthera
Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวด์เช่นเดียวกับ HIFU แต่มีจุดเด่นที่การแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time ช่วยให้แพทย์ยิงพลังงานได้แม่นยำ เหมาะกับการยกกระชับรอบดวงตาและคิ้ว เครื่อง Ulthera ที่ได้รับความนิยม เช่น Ulthera SPT และ Ulthera Prime
ข้อดี
- ยิงพลังงานได้ตรงจุดและปลอดภัย
- ยกกระชับหนังตาและหางตาได้ชัดเจน
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
6. Thermage
Thermage เป็นการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) สำหรับบริเวณรอบดวงตาจะใช้หัวเฉพาะ Eye Tip เพื่อช่วยยกเปลือกตาและลดริ้วรอย
ข้อดี
- ช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอยรอบดวงตา
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มขึ้น
การดูแลตัวเองหลังแก้ตาไม่เท่ากัน
แต่ละหัตถการและเครื่องมือ จะมีวิธีการปฏิบัติตัวหลังทำที่แตกต่างกัน ที่ V Square Clinic หมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังทำ ข้อปฏิบัติตัวหลังทำหัตถการต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีและอยู่ได้นาน คนไข้ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สามารถคลิกดูแต่ละหัตถการในลิงก์ด้านล่างได้ครับ
- หลังฉีดฟิลเลอร์ มีข้อควรระวังและการดูแลอย่างไร ?
- หลังฉีดโบท็อก ควรปฏิบัติตัวแบบไหน ?
- หลังร้อยไหมห้ามกินอะไร ? แต่งหน้าได้ไหม ?
- หลังทำ Hifu ควรดูแลตัวเองอย่างไร ? นอนตะแคงได้ไหม ?
- หลังทำ Ulthera มีขั้นตอนการดูแลตัวเองอย่างไร ?
- หลังทำ Thermage ห้ามทำอะไร ? มีข้ออควรรู้อะไรบ้าง ?
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาไม่เท่ากัน
อยู่ดี ๆ ชั้นตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร ?
อยู่ ๆ ก็ชั้นตาไม่เท่ากัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ตาบวมหรือหนังตาเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย แพ้อาหาร สารเคมี หรือเครื่องสำอาง หรือจากความเครียดที่สะสม
แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เป็นแล้วไม่หาย อาจเกิดจากการอักเสบของหนังตา หรือภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง
โหงวเฮ้งตาไม่เท่ากัน หมายถึงอะไร ?
ตามความเชื่อโบราณ เชื่อว่าตาไม่เท่ากันส่งผลต่อเรื่องบริวารและความรัก โหงวเฮ้งตาจะดูรอบ ๆ ดวงตาทั้งหมดครับ ซึ่งจะต้องไม่มีปัญหาตาไม่เท่ากัน ชั้นตาไม่เท่ากัน หนังตาตก มีร่องลึกใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย หมองคล้ำ ไม่สดใส
ปกติตาคนเราเท่ากันไหม ?
โดยปกติแล้ว ตาของคนเราส่วนใหญ่ไม่เท่ากันเป๊ะ 100% เนื่องจากโครงสร้างใบหน้า โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อแต่ละข้างมีขนาดแตกต่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ ซึ่งมักจะสังเกตเห็นได้ยากหากไม่สังเกตอย่างละเอียด แต่ถ้าหากความแตกต่างเห็นได้ชัดเจน กระทบความมั่นใจ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขได้ครับ
ทําไมตาสองชั้นถึงไม่เท่ากัน ?
ตาสองชั้นไม่เท่ากันส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม ได้แก่ โครงสร้างกระดูกหน้าที่ไม่เท่ากัน ความหนาของไขมันใต้หนังตาแต่ละข้างที่แตกต่างกัน และชั้นตาแต่กำเนิดที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน และยังเกิดได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การแก้ไขชั้นตาไม่เท่ากันจึงต้องวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงก่อนเพื่อเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
ทำยังไงให้ตากลับมาเท่ากัน ?
การทำให้ชั้นตากลับมาเท่ากันขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็น หากเกิดจากพฤติกรรม ก็ต้องปรับพฤติกรรม การแต่งหน้าก็สามารถช่วยพรางตาให้ดูสมมาตรมากขึ้นได้ เช่น การใช้อายไลเนอร์ หรือการติดสติกเกอร์ทำตาสองชั้น แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น อาจต้องพิจารณาการทำหัตถการความงามครับ
สรุป ตาไม่เท่ากัน ปรับชั้นตา ยกกระชับหนังตา ไม่ต้องผ่าตัด
ตาไม่เท่ากัน ส่งผลต่อใบหน้าโดยรวม หากคนไข้กลัวเจ็บ ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม ปัจจุบันมีวิธีแก้ไขที่ไม่ต้องผ่าตัดหลายวิธีครับ แต่เนื่องจากปัญหาตาไม่เท่ากันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ควรให้แพทย์ประเมินปัญหา และแนะนำหัตถการและเครื่องมือที่เหมาะสม สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดให้ครับ
อ้างอิง
- https://ultherapy.com/results/
- https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK557752
- https://www.researchgate.net/publication/24222802_Clinical_Applications_of_Radiofrequency_Nonsurgical_Skin_Tightening_Thermage
- https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT03894371


