ไซนัสอักเสบ คืออะไร ? สาเหตุ วิธีรักษา พร้อมแนวทางเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันก่อนอาการเรื้อรัง

Reading Time: 4 minutes

ไซนัสอักเสบ โรคไม่อันตราย แต่สร้างความรำคาญใจ

ไซนัส

ไซนัสอักเสบเป็นโรคที่พบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ คิดเป็น 15% ในประชากรทั่วไป แม้โรคนี้ไม่ได้เป็นอันตราย และสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากขาดการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม โรคก็อาจพัฒนาเป็นอาการเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ทำให้ต้องใช้เวลารักษาที่นานขึ้นครับ

เนื่องจากอาการของโรคไซนัสอักเสบใกล้เคียงกับไข้หวัดธรรมดา ภูมิแพ้ และโควิด-19 ในหลายจุด ในบทความนี้ หมอจะช่วยแยกให้ชัดว่าต่างกันอย่างไร ? พร้อมอธิบายสาเหตุ วิธีรักษา และการดูแลตัวเองให้หายเร็วขึ้น รวมถึงวิธีป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำ และเสริมภูมิคุ้มกันให้สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายครับ

สารบัญ ไซนัส


ไซนัสอักเสบ คืออะไร ?

ไซนัส (Sinus) ที่หลาย ๆ คนเรียกกันติดปากไม่ใช่ชื่อโรคครับ แต่เป็นชื่อเรียกส่วนของโพรงอากาศข้างจมูก ที่อยู่ภายใต้กระดูกใบหน้าของเรา มีด้วยกัน 4 คู่ด้วยกันได้แก่ 

  • บริเวณหน้าผาก (Frontal Sinus)
  •  ฐานสมอง (Sphenoid Sinus)
  • ข้างหัวตา (Ethmoid Sinus)
  • โหนกแก้ม (Maxillary Sinus)

โดยจะเชื่อมต่อกันด้วยช่องว่างเล็ก ๆ โพรงไซนัสสามารถผลิตเมือก หรือน้ำมูก (Mucus) เพื่อกำจัดแบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ เชื้อโรค และช่วยให้จมูกสะอาดครับ

ส่วนโรคไซนัสอักเสบ (Sinusitis) คือ ภาวะที่เยื่อบุโพรงไซนัสเกิดการติดเชื้อหรือบวมขึ้น จึงขัดขวางทางระบายของน้ำมูก มักทำให้เกิดอาการคัดจมูก มีน้ำมูก และปวดแน่นที่ใบหน้า เช่น เบ้าตา รอบจมูก หรือหน้าผาก บางรายอาจหายใจมีกลิ่นเหม็น มีเสมหะไหลลงคอ หรือมีไข้ร่วมด้วย

ไซนัสอักเสบ คืออะไร
โรคไซนัสอักเสบ (ซ้าย) – โพรงไซนัสในภาวะปกติ (ขวา)

ไซนัสอักเสบ มีกี่แบบ ?

โดยทั่วไปการจัดกลุ่มโรคไซนัสอักเสบจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะครับ คือ การแบ่งตามระยะเวลาที่เป็น และจากสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอาการของโรคไซนัสอักเสบแต่ละประเภท จะไม่ได้แตกต่างกันมาก

โรคไซนัสอักเสบแบ่งตามระยะเวลา

  • ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (Acute Sinusitis) อาการคงอยู่ไม่เกิน 4 สัปดาห์ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส
  • ไซนัสอักเสบกึ่งเฉียบพลัน (Subacute Sinusitis) อาการคงอยู่ระหว่าง 4-12 สัปดาห์
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis) อาการคงอยู่นานอย่างน้อย 12 สัปดาห์ มักพบร่วมกับโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด
  • ไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่เกิดซ้ำ (Recurrent Acute Sinusitis) อาการกลับมาเป็นซ้ำ 4 ครั้งขึ้นไปในระยะเวลา 1 ปี แต่ละครั้งมีอาการน้อยกว่า 2 สัปดาห์

โรคไซนัสอักเสบแบ่งตามสาเหตุ

  • ไซนัสอักเสบจากไวรัส (Viral Sinusitis) มักเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดอาการไข้หวัด
  • ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย (Becterial Sinusitis) มักมีอาการนานเกิน 10 วัน ในบางรายอาจมีช่วงที่อาการดีขึ้น แล้วก็กลับมาแย่ลงอีก
  • ไซนัสอักเสบจากเชื้อรา (Fungal Sinusitis) สาเหตุนี้พบได้ไม่บ่อยครับ เกิดกับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเป็นทุนเดิม มักมีอาการรุนแรง และเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้

ไซนัสอักเสบ อาการ เป็นแบบไหน ?

อาการหลักที่พบได้บ่อยของไซนัสอักเสบคือ คัดแน่นจมูก ปวดแน่นตึงที่ใบหน้า รวมกับอาการอื่น ๆ  สำหรับใครที่ต้องการสำรวจตัวเองในเบื้องต้น โรคไซนัสอักเสบมีอาการ ดังนี้

  • มีน้ำมูกไหลออกทางรูจมูก หรือไหลลงคอ
  • น้ำมูกมีลักษณะข้นเหนียว เป็นสีเขียวหรือสีเหลือง
  • คัดจมูก หายใจลำบาก รู้สึกแน่นในโพรงจมูก
  • รู้สึกปวดหรือมีความดันบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบจมูก ดวงตา และหน้าผาก อาการแย่ลงเวลาก้มหรือขยับศีรษะ
  • ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น หรือรู้สึกมีรสชาติแปลก ๆ ในปาก
  • การรับรู้กลิ่นและรสชาติอาหารแย่ลง
  • เจ็บคอ ไอ อาการมักรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืน
  • บางรายอาจมีอาการไข้ อ่อนเพลีย หรือปวดฟันร่วมด้วย

ข้อสังเกตอาการไซนัสเพิ่มเติม 

  • ปวดศีรษะมากช่วงเช้า รู้สึกแน่นบริเวณใบหน้าเมื่อตื่นนอนใหม่ ๆ หรือเวลาก้มศีรษะ
  • อาการปวดแน่น ตึง บริเวณใบหน้า ปวดหู คัดแน่นจมูก จะมีอาการหลายวัน เรื้อรัง บางคนหากไม่เข้ารับการรักษาดูที่เหมาะสม อาจเป็นนานหลายสัปดาห์  

อาการไซนัสอักเสบ แตกต่างจากไข้หวัด ภูมิแพ้ และโควิด-19 อย่างไร ?

จุดเหมือนของโรคไซนัสอักเสบ ไข้หวัดธรรมดา ภูมิแพ้ และโควิด-19 อยู่ที่เรื่องคัดจมูก และน้ำมูกไหลครับ ส่วนความแตกต่างกัน มีดังนี้

  • ไข้หวัดธรรมดา ในช่วงเริ่มต้นมักมีอาการเจ็บคอ คัดจมูก และน้ำมูกไหล โดยอาการจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นจนถึงจุดสูงสุด แล้วจะค่อย ๆ ทุเลาลง ใช้เวลาไม่เกิน 7 วันก็จะหาย
  • ภูมิแพ้ แม้จะมีอาการคัดจมูก และน้ำมูกไหลเช่นเดียวกับไซนัสอักเสบ ต่างกันที่น้ำมูกมีลักษณะใส ไม่มีอาการปวดหน่วงใบหน้า และภูมิแพ้มักมีอาการจาม รู้สึกคันบริเวณจมูกและรอบดวงตา
  • โควิด-19 โดยทั่วไปอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา แต่มักมีอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมมาด้วยครับ เช่น ไข้สูง หายใจลำบาก รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย บางรายอาจมีปัญหาท้องเสียร่วมด้วย

ทั้งนี้ ไข้หวัดธรรมดา โควิด-19 และภูมิแพ้ สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณโพรงไซนัส และเกิดโรคไซนัสอักเสบได้ครับ ดังนั้นหากมีอาการป่วยติดต่อกันนาน ๆ ป่วยบ่อย ๆ ก็ควรให้แพทย์ช่วยวินิจฉัย เพื่อรักษาอย่างเหมาะสม

หากใครไม่อยากเผชิญกับอาการไซนัสอักเสบเรื้อรัง รวมถึงไข้หวัด การดูแลสุขภาพตัวเองอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงตัวการหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดหวัดและภูมิแพ้  หมั่นล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำมูกมาก ล้างมือบ่อย ๆ หรือสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหาตัวช่วยเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกัน เช่น การดริปวิตามิน หรือ วิตามินเสริม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเกิดอาการไซนัสอักเสบได้ครับ

ปรึกษาสุขภาพ-ผิว

ไซนัสอักเสบ มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ?

สาเหตุของไซนัสอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งหากมีเงื่อนไขสุขภาพดังนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไซนัสอักเสบทั้งแบบฉับพลันหรือเรื้อรังได้ครับ

  • ไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่
  • ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ หรือภูมิแพ้ตามฤดูกาล
  • โรคหอบหืด
  • มีความผิดปกติในโพรงจมูก เช่น มีผนังกั้นจมูกคด และมีริดสีดวงจมูก
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ป่วยบ่อย หรือมีโรคประจำตัว เช่น มะเร็ง หรือ HIV
  • ใช้ยาประจำตัวที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • การสูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
สูบบุหรี่ ไซนัส สาเหตุ
ควันบุหรี่ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

วิธีรักษาไซนัสอักเสบด้วยตัวเองและวิธีทางการแพทย์

ในความเป็นจริงแล้ว โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันสามารถหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน โดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ครับ การดูแลตัวเองอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นติดต่อกันนานเกิน 1 สัปดาห์ ก็ควรให้แพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก

สำหรับแนวทางการดูแลตัวเอง และวิธีทางการแพทย์ ในการรักษาไซนัสอักเสบ มีภาพรวมดังนี้

  • กินยาตามอาการ เช่น ยาแก้แพ้ และยาลดน้ำมูก หากมีอาการปวดหน่วงบริเวณใบหน้า สามารถกินยาแก้ปวดได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้ซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อล้างเมือกจากโพรงจมูกและไซนัส ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก และช่วยให้หายใจได้โล่งขึ้น
  • เพิ่มการดื่มน้ำสะอาด ช่วยให้จมูกไม่แห้ง และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
  • นอนหลับพักผ่อน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้เต็มที่ ไม่ควรหักโหมทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • ประคบร้อนบริเวณจมูก ช่วยลดแรงดัน และบรรเทาอาการปวดใบหน้าได้
  • รักษาอุณหภูมิของร่างกาย โดยอาจใส่เสื้อผ้าอุ่น ๆ ห่มผ้า และงดลงว่ายน้ำในช่วงที่มีอาการ
  • ใช้ยาพ่นจมูกที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อและการแพ้อากาศ และยังช่วยป้องกันการงอกของริดสีดวงจมูกหลังการผ่าตัดไซนัส มักใช้ในกรณีที่คนไข้เป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง
  • กินยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปการรักษาไซนัสอักเสบไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะครับ แต่ถ้าคนไข้อาการไม่ดีขึ้นใน 10 วัน หรือแพทย์วินิจฉัยว่า โรคไซนัสอักเสบเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ก็อาจจ่ายยาประเภทนี้ให้
  • ผ่าตัดไซนัส ใช้ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ยาไม่ได้ผล หรือในเคสที่ไซนัสอักเสบเกิดจากเชื้อรา ซึ่งพบได้น้อยครับ
น้ำเกลือล้างจมูก รักษาไซนัสอักเสบ
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ช่วยบรรเทาอาการไซนัสอักเสบได้

เป็นไซนัสอักเสบไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันสามารถพัฒนาไปเป็นแบบเรื้อรัง ที่สร้างความรำคาญใจได้ หากดูแลตัวเองไม่เหมาะสม หรือในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ครับ หากการติดเชื้อลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น

  • ทางเดินหายใจส่วนบน-ล่าง เกิดการอักเสบบริเวณเยื่อบุลำคอ กล่องเสียง และหลอดลม เสี่ยงเกิดเป็นภาวะหอบหืด
  • ดวงตา ส่งผลให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ ดวงตาอักเสบ มีอาการตาบวม กลอกตาแล้วเจ็บ มองเห็นภาพซ้อน หรือเห็นภาพไม่ชัด
  • สมอง มักมีอาการปวดศีรษะและใบหน้าร่วมกับมีไข้ หากการอักเสบเพิ่มมากขึ้น อาจมีไข้สูง เสี่ยงเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือลุกลามไปเนื้อสมองได้

วิธีป้องกันไซนัสอักเสบ ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

เราสามารถป้องกันไซนัสอักเสบได้จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคครับ เช่น หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยไข้หวัดหรือติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ, ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดประจำปี, และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

นอกจากนี้ก็ควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ให้สอดคล้องกับการดูแลสุขภาพเชิง Wellness ซึ่งมุ่งเน้นที่การป้องกันโรค และการเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงทั้งด้านร่างกาย และจิตใจอย่างยั่งยืน เช่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และควรนอนให้เป็นเวลา
  • กินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เน้นอาหารที่ให้วิตามินและเกลือแร่ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ฝรั่ง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 1.5-2 ลิตร หรือตามน้ำหนักตัว
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนกินอาหาร หรือหลังเข้าห้องน้ำ
  • ทำความสะอาดบ้าน และใช้เครื่องกรองอากาศ เพื่อลดการสะสมของฝุ่น ไรฝุ่น และขนสัตว์
ดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว
สูตรคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่มตามน้ำหนักตัว
VSqare Tips (VSQ Tips)

ข้อควรรู้ : ไซนัสอักเสบไม่ใช่โรคติดต่อครับ แต่เชื้อไวรัสและแบคทีเรียต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ การล้างมือให้สะอาดจึงช่วยลดความเสี่ยงโรคไซนัสอักเสบ และโรคติดต่ออื่น ๆ ได้


ป้องกันไซนัสอักเสบฉบับคนไม่มีเวลา ด้วยดริปวิตามินเสริมภูมิฯ สูตร Immune V Booster

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือต้องการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงแบบเร่งด่วน การดริปวิตามินเป็นตัวเลือกที่ดีครับ เพราะเป็นการนำวิตามินและเกลือแร่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ไม่สูญเสียไประหว่างการดูดซึม และยังออกฤทธิ์ได้เร็วอีกด้วย

โปรแกรม IV Drip ของ V Square Wellness Center มีให้เลือกหลายสูตร ทั้งสูตรบำรุงร่างกาย และสูตรบำรุงผิวพรรณ

หากมีปัญหาไซนัสอักเสบเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง ป่วยบ่อย จะเหมาะกับสูตร Immune V Booster ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นวิตามินซี ใช้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมงต่อครั้ง ทำซ้ำได้ทุก 1-2 สัปดาห์

ไซนัสอักเสบ ดริปวิตามิน
โปรแกรมดริปวิตามินสูตร Immune  V Booster

ทำไมต้องดริปวิตามินกับ V Square Wellness

จุดเด่นของโปรแกรม IV Drip ของ V Square Wellness Center อยู่ที่ใช้วิตามินและสารอาหารเกรดพรีเมียม ผ่านการรับรองจากอย.ไทย ไม่มีสารอันตรายครับ ก่อนดริปวิตามิน แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพของคนไข้ทุกเคส เพื่อความปลอดภัย และปรับสูตรให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มาพร้อมโปรโมชันและแพ็กเกจราคาคุ้มค่า ให้เลือกตามความต้องการ

ราคาโปรโมชันดริปวิตามินที่ V Square Wellness Center 

ดริปวิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน ราคา
ดริปวิตามินผิว ราคา

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับโซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบห้ามกินอะไร ?

ในช่วงที่เจ็บป่วยจากไซนัสอักเสบ การดูแลตัวเองโดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญครับ โดยควร หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการอักเสบและทำให้เสมหะหรือน้ำมูกข้นเหนียว ได้แก่ อาหารรสจัด (เค็ม, เผ็ด, หวานจัด), ของหมักดอง, อาหารทะเล, อาหารแปรรูป, ของทอด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, และผลิตภัณฑ์จากนมวัว เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจทำให้เยื่อบุจมูกบวมและอาการทรุดลง  

ไซนัสอักเสบหายเองได้ไหม ?

ในทางการแพทย์ ไซนัสอักเสบสามารถหายได้ครับ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา อย่างน้อย 7-10 วัน สิ่งที่ควรปฏิบัติคือการดูแลรักษาตัวเองตามอาการ เช่น พยายามดื่มน้ำมาก ๆ  พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นต้น

ไซนัสอักเสบอันตรายไหม ?

โดยทั่ววไปอาการของไซนัสหรือไซนัสอักเสบ ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมก็สามารถหายได้เองครับ แต่ในกรณีที่เป็นเรื้อรัง และปล่อยให้เป็นเรื้อรัง ได้ทำการรักษาดูลล ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น การติดเชื้อลามเข้าตาทำให้ตาบวม ส่งผลต่อการมองเห็นผิดปกติ หรือบางกรณีอาจติดเชื้อลามเข้าสมอง ทำให้ฝีในสมองหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ครับ ดังนั้นหากมีอาการนานเกิน 10 วัน มีไข้สูง หรืออาการปวดรุนแรง ควรรับพบแพทย์ครับ


สรุปโรคไซนัสอักเสบ ลดความเสี่ยงได้ หากภูมิคุ้มกันแข็งแรง

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นกุญแจสำคัญ ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคไซนัสอักเสบครับ ซึ่งก็สามารถทำได้หลายวิธี เช่น กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นละอองต่าง ๆ

สำหรับใครที่ไม่มีเวลา และสนใจการดริปวิตามิน ก็ต้องเลือกคลินิกความงามที่ได้มาตรฐาน ใช้ตัวยาที่ไม่มีสารอันตราย และทำหัตถการกับแพทย์เท่านั้นครับ

ปรึกษาแพทย์ดริปวิตามิน

อ้างอิง :

  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (2556), ไซนัสอักเสบ และโรคหืด | รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน. เข้าถึงได้จาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1055
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (2558), ไซนัส…….สำคัญไฉน | รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน. เข้าถึงได้จาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1162 
  • Benson V, Marano MA. Current estimates from the 1993 National Health Interview Survey. National Center for Health Statistics. Vital Health Stat 1994;10:190.
  •  Spector SL, Bernstein IL, Li JT, Berger WE, Kaliner MA, Schuller DE, et al. Parameters for the diagnosis and management of sinusitis. J Allergy Clin Immunol 1998;102:S107-44.

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? รู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ ซื้อเป็นครั้งหรือคอร์สแบบไหนคุ้ม

Reading Time: 3 minutesปัจจุบันเทรนด์ผิวสวย สุขภาพดีได้รับความนิยมมากขึ้น ใคร ๆ ก็อยากมีผิวสวย ผิวใส ส่งผลให้การดริปวิตามินผิวได้รับความนิยมอยู่ตลอด แต่ก็มีอีกหลายคนสงสัยว่า ต้องดริปวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? หากต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน การดริปวิตามินผิว ควรทำสูตรไหน ? ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงและการคงผลลัพธ์คือเท่าไร ? รวมถึงข้อควรรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผิวสวยใส สุขภาพดีอย่างที่ใจต้องการ หมอมีคำตอบให้ครับ

February 23, 2026 อ่านต่อ

บูสต์ผิวขาวใส สุขภาพดี มีวิธีไหนบ้าง ? ดูแลอย่างไร ไม่ให้...

Reading Time: 5 minutesผิวขาว เป็นโทนสีผิวที่ได้รับความนิยมตามเทรนด์บิวตี้ เนื่องจากเป็นเฉดสีที่ดูสะอาดสะอ้าน มองแล้วสบายตา จึงเป็นสีผิวที่หลายคนปรารถนาและพยายามทำวิถีทุกทางเพื่อให้ขาวขึ้น สำหรับใครที่อยากมีผิวขาว ในบทความนี้หมอจะมาแจกทริคบูสต์ผิวขาวด้วย 9 วิธีที่คัดมาแล้วว่าดีและเห็นผลเร็ว พร้อมทั้งแนะนำการดูแลให้ผิวขาวใสเป็นธรรมชาติ และการป้องกันไม่ให้ผิวกลับมาคล้ำเสีย บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ

IV drip ฟื้นฟูผิว บูตส์ร่างกายด้วยการฉีดวิตามินผิว คืออะไ...

Reading Time: 5 minutesในยุคที่เราต้องเผชิญกับมลภาวะ ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ การดูแลสุขภาพแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ทำให้ IV drip หรือการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดโดยตรง เป็นที่นิยม IV drip เป็นวิธีฟื้นฟูร่างกาย และผิวพรรณแบบเร่งด่วนด้วยการส่งวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกายโดยตรงครับ ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าการรับประทานอาหารเสริมทั่วไป

วิตามินบี สำคัญอย่างไร ? มีกี่ประเภท ? จะเพิ่มวิตามินบีด้...

Reading Time: 4 minutesเคยรู้สึกอ่อนเพลียแม้จะนอนครบ 8 ชั่วโมง หรือป่วยบ่อยจนสงสัยว่าภูมิคุ้มกันลดลงหรือไม่ ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบี (Vitamin B) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพลังงาน เสริมสร้างสมอง และบำรุงจิตใจให้สดใสครับ นอกจากนี้วิตามินบียังช่วยลดความเสี่ยงของไมเกรน และปรับสมดุลร่างกายโดยไม่ต้องพึ่งยาได้ด้วย เราจะได้รับวิตามินบีจากไหน ?

ทำ Ulthera ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัยและเห็น...

Reading Time: 4 minutesปัจจุบัน Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับความนิยมมากครับ ใครกำลังหาข้อมูลว่า ทำ Ulthera ที่ไหนดี ? ถึงจะคุ้มค่า ยกกระชับหน้าได้อย่างเห็นผล หมอได้รวบรวมวิธีเลือกคลินิกทำอัลเทอร่าไว้ให้ในบทความนี้ ใครที่ต้องการปรับรูปหน้า อยากมีผิวแน่น ผิวเด็กเต่งตึง แต่กลัวการผ่าตัด กลัวเข็ม ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น ห้ามพลาดครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า