ฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดยี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี ? เพราะผิวบริเวณใต้ตาบอบบางกว่าส่วนอื่น การเลือกฟิลเลอร์จึงไม่ใช่แค่ดูยี่ห้อดัง แต่ต้องดูรุ่น เนื้อฟิลเลอร์ และความเหมาะสมกับปัญหาใต้ตาแต่ละเคสด้วยครับ
บทความนี้หมอเลยได้รวมฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อยอดนิยม พร้อมจุดเด่นของแต่ละรุ่น มาเทียบให้ดูแบบเข้าใจง่าย เพื่อใช้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจฉีดครับ
สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี ? รวมรุ่นที่เหมาะฉีดใต้ตา ไม่เป็นก้อน ดูละมุน
ถ้าถามว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี จริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบตายตัวครับ เพราะแต่ละเคสมีปัญหาใต้ตาและโครงสร้างใบหน้าต่างกัน จึงต้องเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะกับลักษณะปัญหา โดยเนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการแก้ปัญหาใต้ตา แบ่งได้ดังนี้
- ฟิลเลอร์เนื้อแน่น / เนื้อทน : เหมาะสำหรับเติมชั้นลึก เพื่อช่วยพยุงโครงสร้าง แก้ปัญหาร่องใต้ตาลึก เบ้าตาลึก หรือกระดูกใต้ตายุบ
- ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด / เนื้อนิ่ม : เหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดในผิวชั้นตื้น ช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน และลดริ้วรอยเล็ก ๆ
ในบางเคส แพทย์อาจเลือกใช้ฟิลเลอร์มากกว่า 1 รุ่นร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับแต่ละชั้นผิวและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด ซึ่งแต่ละแบรนด์และรุ่นของฟิลเลอร์ใต้ตามีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเนื้อสัมผัส ความยืดหยุ่น การคงตัว และความเหมาะกับปัญหาใต้ตา ดังนี้
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Juvederm (อเมริกา)
ฟิลเลอร์ Juvederm แบรนด์พรีเมียมจากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Vycross และ Hylacross ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน ยืดหยุ่นสูง และสมานเข้ากับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Juvederm Voluma อยู่ได้นาน 18 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะฉีดใต้ตาชั้นลึก
- Juvederm Volux อยู่ได้นาน 18-24 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นและคงรูปได้ดี เหมาะฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก
- Juvederm Volite อยู่ได้นาน 8-12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ เหมาะกับคนผิวบางที่อยากเก็บรายละเอียดใต้ตาชั้นตื้น (ได้พัฒนาเป็น Skinvive)
คลิกอ่านเพิ่มเติม : Skinvive คืออะไร ? ช่วยเรื่องใด ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากฟิลเลอร์ตัวอื่น ๆ อย่างไร ?
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Restylane (สวีเดน)
Restylane เป็นฟิลเลอร์พรีเมียมจากสวีเดน ใช้เทคโนโลยี NASHA และ OBT ทำให้มีหลายรุ่นที่ออกแบบให้เหมาะกับปัญหาใต้ตาแต่ละประเภท ครอบคลุมทั้งชั้นลึกและชั้นตื้น
- Restylane Perlane Lyft อยู่ได้นาน 12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ไม่ฟู และสามารถคงรูปได้ดีที่สุด
- Restylane Defyne อยู่ได้นาน 18 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่นปานกลาง มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดี
- Restylane Classic อยู่ได้นาน 12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่น เจลอนุภาคใหญ่ ใช้เก็บรายละเอียดใต้ตาในชั้นลึกสำหรับคนที่มีผิวบาง
- Restylane Vital อยู่ได้นาน 12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดใต้ตาชั้นตื้น ให้ผลเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ
- Restylane Vital Light อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ละเอียดมากที่สุด เหมาะฉีดร่องใต้ตาชั้นบน เก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็ก ๆ ใต้ตาชั้นตื้น ให้ดูเรียบเนียน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
ฟิลเลอร์ใต้ตา Belotero จากสวิตเซอร์แลนด์ เด่นเรื่องความยืดหยุ่นและการกลืนไปกับเนื้อเยื่อ ไม่ไหลเป็นก้อน ด้วยเทคโนโลยี CPM เหมาะกับการแก้ปัญหาร่องใต้ตาที่เกิดจากกระดูกทรุดตัว
- Belotero Volume อยู่ได้นาน 18 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นและคงตัว เหมาะฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก
- Belotero Soft อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลเล็ก สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี เหมาะสำหรับฉีดแก้ไขริ้วรอยใต้ตาบนผิวชั้นนอก
- Belotero Revive อยู่ได้นาน 6-9 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ มีส่วนประกอบของกลีเซอรอล ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว เหมาะฉีดลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์)
ฟิลเลอร์ Teoxane เป็นอีกแบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยี PNT ที่รักษาโครงสร้าง Hyaluronic Acid (HA) ให้ใกล้เคียงธรรมชาติ เนื้อเจลจึงกลืนกับผิวได้ดี ฉีดแล้วดูเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ
- Teoxane RHA 1 อยู่ได้นาน 12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ผิวบาง ช่วยเติมความชุ่มชื้นใต้ตา ลดรอยคล้ำใต้ตา
- Teoxane RHA 2 อยู่ได้นาน 18 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่น ทนต่อแรงขยับได้ดี ใช้แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง
- Teoxane Redensity 2 อยู่ได้นาน 12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด นิ่ม แต่ยังมีความคงตัว ไม่เป็นก้อน เหมาะเติมร่องใต้ตา ลดความหมองคล้ำ ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Definisse (อิตาลี)
Definisse ฟิลเลอร์สัญชาติอิตาลีที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี XTR ซึ่งช่วยเชื่อมโครงสร้าง HA เป็นร่างแห 3 มิติ ช่วยยกพยุงโครงหน้าได้ดีและเนียนเป็นเนื้อเดียวกับผิว
- Definisse Touch อยู่ได้นาน 8-12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนียนละเอียด แต่ขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Jalor (อิตาลี)
Jalor ฟิลเลอร์จากอิตาลีอีกยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านความเรียบเนียนและความคงตัว ใช้เทคโนโลยี MCM ช่วยให้โมเลกุล HA จัดเรียงได้เสถียรและสม่ำเสมอ เนื้อเจลเรียบเนียน กลืนกับผิว ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง
- Jalor Sweet Touch อยู่ได้นาน 8-12 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด กระจายตัวดี เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยในชั้นตื้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ใต้ตา เก็บรายละเอียดและให้ผลลัพธ์เรียบเนียน
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Lorient (เกาหลี)
Lorient เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลี ผลิตด้วยเทคโนโลยี STORM ช่วยให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่ยืดหยุ่นแต่ยึดเกาะได้ดี มีความเรียบเนียน กลมกลืนไปกับผิว เหมาะกับผิวบอบบาง โดยรุ่นที่เหมาะฉีดใต้ตา ได้แก่
- Lorient No.2 อยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด นุ่ม กระจายตัวดี เหมาะกับการเก็บรายละเอียดใต้ตาชั้นตื้น ให้ผิวดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อ Flore (เกาหลี)
Flore เป็นฟิลเลอร์แบบ Biphasic จากเกาหลีที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่าฟิลเลอร์ยุโรปหรืออเมริกา เนื้อฟิลเลอร์ค่อนข้างนุ่มและอุ้มน้ำได้ดี เหมาะกับคนที่อยากลองฉีดใต้ตาในงบที่ไม่สูงมาก
- Flore Aqua-S อยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ยืดหยุ่น กระจายตัวดี มีโมเลกุลเล็ก เหมาะกับการฉีดลดริ้วรอยตื้น ๆ ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่ละยี่ห้อ/รุ่น ราคากี่บาท ?
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น โดยทั่วไปจะคิดตามจำนวน 1 CC และขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละคลินิก รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีดครับ
โปรโมชัน โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ V Square Clinic
ฟิลเลอร์ใต้ตา เกาหลี vs อเมริกา ผลลัพธ์หลังฉีดต่างกันไหม ?
เวลาหาข้อมูลว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี หลายคนอาจลังเลระหว่างฟิลเลอร์เกาหลีกับฟิลเลอร์อเมริกาหรือฝั่งยุโรป ว่าแบรนด์ไหนเหมาะกับฉีดใต้ตามากกว่า และผลลัพธ์ต่างกันไหม
- ฟิลเลอร์อเมริกา/ยุโรป : ผลลัพธ์จะเด่นเรื่องความละมุน เรียบเนียน กลืนไปกับผิวได้ดีมาก และโดดเด่นที่สุดในเรื่องของความคงทน อยู่ได้นานข้ามปี เหมาะกับคนที่มีงบประมาณและต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน ไม่ต้องมาเติมบ่อย ๆ
- ฟิลเลอร์เกาหลี : ผลลัพธ์สวยงามไม่แพ้กันครับ เนื้อเจลออกแบบมาให้เนียนละเอียดและมีความยืดหยุ่น แต่อาจจะมีระยะเวลาการคงตัวที่สั้นกว่าฝั่งอเมริกาเล็กน้อย ทว่าได้เปรียบเรื่องราคาที่ย่อมเยา สบายกระเป๋ากว่ามาก
ดังนั้น ผลลัพธ์ความสวยเนียนสามารถทำออกมาได้ดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการดีไซน์และเลือกใช้รุ่นให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลครับ
Filler ใต้ตายี่ห้อต่าง ๆ ควรฉีดกี่ CC ?
ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อโดยตรงครับ แต่ขึ้นอยู่กับความลึกของร่องใต้ตาและสภาพผิวของแต่ละคน หมอขอสรุปเป็นแนวทางดังนี้ครับ
- ปัญหาใต้ตาลึกเล็กน้อย – ปานกลาง : ส่วนใหญ่จะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC (ข้างละ 0.5-1 CC) ก็สามารถเติมเต็มร่องใต้ตาและรอยคล้ำให้ดูสดใสขึ้นได้อย่างชัดเจนแล้วครับ
- ปัญหาใต้ตาลึกมาก จากกระดูกทรุดตัว : ในเคสที่ใต้ตายุบเป็นร่องลึกมาก ๆ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณ 2-4 CC โดยแบ่งฉีดเพื่อยกพยุงในชั้นกระดูกลึกก่อน แล้วฉีดเก็บรายละเอียดในผิวชั้นตื้น
การใช้ปริมาณ CC น้อยเกินไป อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัด ส่วนการเติมมากเกินไป อาจทำให้ใต้ตาดูบวม หรือดูเป็นก้อนได้ ดังนั้นควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกปริมาณและรุ่นฟิลเลอร์ให้เหมาะกับปัญหาใต้ตาจริง ๆ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ละยี่ห้อ ราคาถูก-แพงต่างกัน เพราะอะไร ?
ทำไมฟิลเลอร์ใต้ตา แต่ละยี่ห้อ ถึงมีช่วงราคาต่างกัน ? สาเหตุหลัก ๆ มาจาก
- เทคโนโลยีเฉพาะของแต่ละแบรนด์ : แต่ละแบรนด์มีลิขสิทธิ์เทคโนโลยีในการเชื่อมเกาะโมเลกุล HA ที่แตกต่างกัน ยิ่งเทคโนโลยีล้ำลึก สารเจลยิ่งมีความบริสุทธิ์สูง ยืดหยุ่นดี และสลายตัวช้า ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
- ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ : ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีอายุการคงอยู่ไม่เท่ากัน โดยรุ่นพรีเมียมมักอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน ส่วนบางรุ่นอาจอยู่ได้ราว 6-12 เดือน
- งานวิจัยและมาตรฐานความปลอดภัย: แบรนด์ที่ผ่านการศึกษาวิจัยและมีข้อมูลทางคลินิกรองรับ รวมถึงได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในหลายประเทศ ทำให้แพทย์มีความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดเมื่อนำมาฉีดให้คนไข้
แนวทางเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้มาตรฐาน ใช้ยี่ห้อคุณภาพ
แม้จะเลือกฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดีได้แล้ว แต่ถ้าเลือกคลินิกไม่ดี ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นอย่างที่ต้องการครับ เพราะฟิลเลอร์ใต้ตาต้องอาศัยทั้งตัวยา เทคนิค และการประเมินโครงสร้างใบหน้า แนวทางเลือกคลินิกที่หมอแนะนำ มีดังนี้
- คลินิกจดทะเบียนถูกต้อง มีเลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาลแสดงชัดเจน
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้
- แพทย์ผู้ฉีดมีประสบการณ์ในการฉีดใต้ตา เข้าใจโครงสร้างกายวิภาคบริเวณนี้เป็นอย่างดี
- มีการประเมินใบหน้าก่อนฉีดทุกเคส วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
- มีการนัดติดตามผลหลังฉีด และให้คำแนะนำการดูแลตัวเองก่อน-หลังฉีดอย่างชัดเจน
- มีช่องทางติดต่อสอบถามกับคลินิกได้โดยตรง เมื่อมีข้อสงสัยหลังทำ
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ V Square Clinic เห็นผล มั่นใจ ใช้ฟิลเลอร์แท้แบรนด์สากล
- ทุกเคสประเมินและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือพนักงาน
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% นำเข้าตรงจากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง มีให้เลือกหลายแบรนด์ชั้นนำ
- เปิดกล่องให้ดูต่อหน้าทุกเคส สามารถถ่ายรูปหรือเก็บกล่องกลับบ้านไว้ตรวจสอบภายหลังได้
- ฉีดตรงจุด เป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิคเฉพาะของทีมแพทย์
- ประเมินใบหน้าฟรีผ่านรูปถ่ายหรือแชท หมอตอบเองทุกเคส ไม่ผ่านเซลส์
- มีนัดติดตามผลและประเมินซ้ำฟรีหลังฉีด เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ตรงตามที่ตกลงไว้
- มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ สะท้อนความพึงพอใจและความไว้วางใจที่มีต่อคลินิก
สรุป ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี ? รุ่นไหนดีสุด ?
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดีที่สุด ? การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตาควรพิจารณาหลายด้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความลึกของร่องใต้ตา ลักษณะผิว ความต้องการของผลลัพธ์ และงบประมาณ โดยหมอจะเป็นผู้ประเมินเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละเคส
หากยังไม่แน่ใจว่าปัญหาใต้ตาเหมาะกับฟิลเลอร์รุ่นไหน สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ V Square Clinic ทุกสาขา เพื่อให้หมอประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับรูปหน้าและความต้องการมากที่สุดครับ


