วิธีลดริ้วรอย
ปัญหาริ้วรอยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนครับ หลายคนจึงพยายามหาวิธีลดริ้วลอยที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีอายุ ผิวเกิดการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ขาดความชุ่มชื้น ผิวหน้าแห้ง ริ้วรอยจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น รอยตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตา ยิ่งหากไม่ได้รับการดูแลที่ดี ริ้วรอยก็ยิ่งมากและชัดขึ้นกว่าเดิม
ใครที่อยากให้มีผิวหน้าที่เต่งตึงเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่ามีวิธีลดริ้วรอยบนใบหน้าที่เห็นผลได้จริง และได้รับความนิยม คงหนีไม่พ้นการฉีดโบท็อก เพราะราคาไม่สูง สามารถลดริ้วรอยเร่งด่วนได้ และมีให้บริการแทบจะทุกคลินิกความงาม ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หรือ หางตา ให้กลับมาตึงกระชับ ดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ ในบทความนี้นอกจากโบท็อก หมอยังมีหัตถการช่วยลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ บำรุงผิวหน้าให้สดใส สุขภาพดี มาแนะนำครับ
สารบัญ ลดริ้วรอย
ริ้วรอย คืออะไร ? ลดริ้วรอยได้อย่างไร ?
ริ้วรอย (Wrinkles) คือ หนึ่งในปัญหาผิวที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น โดยสามารถเริ่มพบได้ตั้งในช่วงอายุ 25 ปีครับ หากสังเกตดี ๆ จะเริ่มเห็นริ้วรอยตื้น ๆ บนใบหน้า ในจุดที่มีการขยับบ่อย ๆ หากมีการแสดงสีหน้า
จากปัญหาริ้วรอยตื้น ๆ จะสามารถพัฒนาให้เกิดริ้วรอยร่องลึกขึ้นได้และเพิ่มปริมาณมากขึ้น เมื่ออายุของเราเยอะขึ้นครับ เนื่องจากโครงสร้างผิวอ่อนแอลง เพราะกระบวนการทำงานเซลล์ผิวทำงานช้าลง เซลล์ผิวอุ้มน้ำน้อยลง ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินของเซลล์ผิวน้อยลง จนผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน ส่งผลให้ผิวขาดความแข็งแรง ผิวมีริ้วรอยง่ายขึ้น และเริ่มเกิดผิวหย่อนคล้อยตามมาครับ
เมื่อคนมีปัญหาเหล่านี้ หลาย ๆ คนจึงพยายามหาวิธีลดริ้วรอยในแบบต่าง ๆ เพื่อเรียกคืนความอ่อนเยาว์ และความมั่นใจกลับคืนมา ซึ่งปัจจุบันวิธีลดริ้วรอยมีหลายวิธีครับ สามารถเลือกรักษาได้ตามสาเหตุ และลักษณะริ้วรอยในแต่ละแบบ แต่ละบุคคล
สาเหตุการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า
เพื่อให้คนไข้สามารถเลือกวิธีลดริ้วรอยได้ตรงกับลักษณะปัญหา เบื้องต้นคนไข้ต้องเข้าใจ ถึงสาเหตุที่มาของริ้วรอยแบบต่าง ๆ ก่อนครับ
ปัญหาริ้วรอยเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อายุ : เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสามารถผลิตสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังดูเต่งตึง ชุ่มชื้น อย่างอิลาสติน กรดไฮยาลูรอน หรือคอลลาเจน ลดน้อยลง ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลง ส่งผลให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า
เมื่อไฮยาลูรอนมีจำนวนน้อยลง เซลล์ก็ไม่สามารถอุ้มเกาะน้ำไว้ในชั้นผิวได้ ทำให้ขาดความหนาแน่น และเกาะกันแน่น ผิวหนังจึงหย่อนคล้อย จากริ้วรอยที่เกิดขึ้นเล็ก ๆ ก็กลายเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ครับ - การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ : Overacting ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์มากไปเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า
การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ การขมวดคิ้ว รวมถึงการขยี้ตาบ่อย ๆ ล้วนทำให้เกิด ริ้วรอยเกิดได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะรอยระหว่างคิ้ว ร่องคิ้ว รอยย่นที่หน้าผาก เป็นต้น ซึ่งสามารถลดริ้วรอยแรกเริ่มเหล่านี้ได้ด้วยการฉีดโบท็อก
ริ้วรอยมีกี่ประเภท ?
ริ้วรอยบนใบหน้าแบ่งออก 2 ประเภท คือ
- ริ้วรอยแบบตื้น : เกิดจากผิวหนังชั้นบนสุดมีความแห้ง ขาดน้ำ สาเหตุจากอายุที่มากขึ้น สภาพแวดล้อมที่อยู่เช่น อยู่ในสถานที่เย็น ๆ ในห้องปรับอากาศตลอดทั้งวันเป็นต้น
- ริ้วรอยย่นแบบลึก : สาเหตุจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้หนังแท้กับหนังกำพร้าดึงเข้าหากัน เกิดเป็นรอยยับย่น มองเห็นเป็นร่องใหญ่ขึ้น พบได้มากในผู้มีผิวแห้งมาก ๆ และผิวมัน ประกอบกับเจ้าของใบหน้ามีพฤติกรรมที่การแสดงสีหน้าบ่อย ทั้งการขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก ก็ยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยร่องลึกได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
ปัจจัยที่กระตุ้นให้ริ้วรอยลึกขึ้น
นอกจากสาเหตุที่กล่าวมข้างต้น “ริ้วรอย” ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่เป็นต้วกระตุ้นให้เกิดขึ้นก่อนวัยอันควรได้ครับ เช่น
- แสงแดด : แสงแดด หรือ “รังสีอัลตราไวโอเลต” ในแสงแดด ที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวเสื่อมสภาพ และเกิดริ้วรอยบนใบหน้า เนื่องจากเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายโครงสร้างผิว จากการที่คอลลาเจนในผิวหนังถูกทำลาย ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น โครงสร้างผิวอ่อนแอ เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวปกติ ทั้งยังก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
- แอลกอฮอล์ – บุหรี่ สารอนุมูลอิสระทำลายโครงสร้างผิวหนังโดยตรง ทำให้ผิวมีอายุ รวมถึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นครับ เพราะสารนิโคตินและแอลกอฮออล์ มีส่วนทำให้คอลลาเจนในผิวเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัย
- ความแห้งของผิว ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการขัดถูกหน้าแรง ๆ สครับผิวหน้าบ่อยเกินไป ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมในการชำระล้างผิวหน้า ทำให้ผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้งมักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวที่ชุ่มชื้น
- นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ : สามารถทำให้เกิด ริ้วรอยบนใบหน้า รวมถึงใบหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส การนอนหลับพักผ่อนน้อยทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ใครที่นอนดึก นอนน้อย จะส่งผลให้ผิวไม่เต่งตึง ขาดความยืดหยุ่น ผิวแห้งและเกิดริ้วรอยได้เร็วกว่าปกติครับ
ตำแหน่งริ้วรอยบนในหน้าที่พบบ่อย
โดยปกติแล้วริ้วรอยมักจะเกิดขึ้นในบริเวณเฉพาะบนใบหน้า สามารถสังเกตได้ดังนี้
- ริ้วรอยใต้ตา : ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยหางตา หรือ ตีนกา เป็นจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตาบอบบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าและเกิดริ้วรอยได้ง่ายเช่นกัน โดยสามารถสังเกตเห็นได้เริ่มจากริ้วรอยบาง ๆ และตื้น ๆ ก่อน หากไม่รับดูแลรักษา ก็จะค่อย ๆ ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
- ริ้วรอยหน้าผาก บริเวณหน้าผากและหว่างคิ้ว เป็นริ้วรอยที่มาจากการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเป็นใหญ่ เมื่อเวลาผ่านไปมักจะมีร่องลึกขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงบริเวณหน้าผากเป็นจุดที่กว้าง โดนแสง UV ได้มาก ในคนที่ไม่ทาครีมกันแดด และออกแดดบ่อย ริ้วรอยบริเวณหน้าผากจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่าผู้อื่น
- ริ้วรอยร่องแก้ม เป็นอีกจุดที่พบได้ เกิดจากการแสดงสีหน้า เวลายิ้ม และความหย่อนคล้อยของผิว โดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึก เป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก
- ริ้วรอยขมวดคิ้ว : เป็นจุดที่เห็นได้ชัดเพราะอยู่ระหว่างกลางใบหน้าพอดี เกิดจากแสดงสีหน้า ในคนที่ชอบขมวดคิ้วบ่อย ๆ ก็จะยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้น
- ริ้วรอยที่คอ : เป็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้บ่อย ไม่แพ้ริ้วรอยบนใบหน้าครับ เกิดจากผิวขาดความยืดหยุ่นและความหนาแน่นของผิวที่ลดลง
วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า มีอะไรบ้าง ?
วิธีลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า สามารถรักษาได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา โดยวิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่
1.ทำทรีตเม้นต์ ลดริ้วรอย
การทรีตเมนต์หน้า เป็นวิธีการดูแลใบหน้าด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การผลัดผิวใหม่ การยกกระชับผิว ซึ่งวิธีการทำทรีตเมนต์ใบหน้าเพื่อลดริ้วรอยประเภทยกกระชับ ที่ช่วยยกกล้ามเนื้อใบหน้าให้กระชับเต่งตึงยิ่งขึ้นได้ เช่น การทำทรีตเมนต์หน้าด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency therapy) คือการใช้อุปกรณ์ปล่อยคลื่นวิทยุเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิว ทำผิวหน้าดูกระชับขึ้น ริ้วรอยดูจางลง
2.นวดหน้าลดริ้วรอย
การนวดหน้าเพื่อลดริ้วรอย เป็นวิธีลดริ้วรอยแบบธรรมชาติ ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณใบหน้ามากยิ่งขึ้น แต่จะต้องทำเป็นประจำ ประมาณ 15 นาทีครับ ถึงจะช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง อัตราการเกิดริ้วรอยก็ลดน้อยลง แต่ข้อสำคัญคือ ต้องนวดให้ถูกวิธี
หากใครต้องลดริ้วรอยก่อนวัย ด้วยวิธีนี้ หมอแนะนำให้ศึกษาวิธีนวดหน้าอย่างละเอียด ซึ่งปัจจุบันมีคลิปสอนการนวดหน้าจากหลายแหล่ง ควรเลือกศึกษาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือครับ
3.ลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยสับปะรด
การลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยสับปะรด เป็นวิธีที่ถูกแชร์และส่งต่อบนโลกโซเชียลค่อยข้างมาก หากถามว่าช่วยลดริ้วรอยได้เห็นผลจริงหรือไม่ ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ
การนำน้ำสับปะรดสด ๆ มาทาหรือชโลมพอกที่ใบหน้า ด้วยสรรพคุณของสับปะรดที่มีวิตามินซี ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงสามารถลดเลือนจุดด่างดำต่าง ๆ บนใบหน้า แต่ในเรื่องของริ้วรอยถ้าเป็นริ้วรอยเล็กๆ อาจช่วยได้บ้าง แต่เป็นริ้วรอยร่องลึกก็อาจไม่เห็นผลครับ และข้อสำคัญคือ สับปะรดอาจจะกัดผิวหน้า โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่าย ทำให้หน้าแห้ง เกิดสิว เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าเดิมครับ
4.ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งครีมหรือเซรั่มลดริ้วรอยที่มีส่วนผสมของ AHA, vitamin A acid, โคเอนไซม์ คิวเทน, วิตามินซี ,กรดไฮยาลูรอน จะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ยังสามารถฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงต้นตอของสาเหตุ
รวมการทำ AHA treatment มีหลักฐานว่าสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวสามารถกระตุ้นการสร้างสาร collagen และ elastin ในผิวหนัง เป็นการลดและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ แต่การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
5 ลดริ้วรอยด้วยเลเซอร์
เลเซอร์ลดริ้วรอยคือการใช้พลังงานแสงเลเซอร์เข้าไปกระตุ้นการสร้างCollagen และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ และลดริ้วรอยตื้นๆได้ดี รวมถึง ฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งมีหลายชนิด เช่น Picosecond Laser , Dual Yellow Laser , Fotona SP Dynamis, Bellalux Lite และ Sylfirm X Plus
สามารถช่วยลดเลื่อนริ้วรอย รวมถึงจุดด่างดำบนใบหน้าได้ครับ วิธีรักษาลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยเลเซอร์ ค่อนข้างเห็นผลเร็ว
หากสนใจทำเลเซอร์ผิวใส สามารถเข้ามาที่ VSQ Laser Center ได้ครับ ให้บริการด้วยเครื่องแท้ที่ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ทุกเคส
6.โบท็อก ลดริ้วรอย
การฉีด โบท็อก (Botulinum toxin A) เป็นเทรนด์เสริมความงามยอดนิยม คนในแวดวงด้านความสวยความงามรู้จัก และคุ้นเคยเป็นอย่างดีว่า ช่วยลดกราม ปรับรูปหน้าเรียวและลดริ้วรอยได้ครับ โดยการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยกระชับแก้มและลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้จางหายไปได้
ด้วยคุณสมบัติของโบท็อก สามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าผู้ชายและผู้หญิงเป็นอย่างดี หลังฉีดตัวยาจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท ส่งผลให้มัดกล้ามเนื้อทำงานน้อยลง เวลาขยับใบหน้าในจุดนั้นผิวก็จะไม่มีการพับ จึงช่วยลบรอยตีนกา ลดริ้วรอยใต้ตาได้
นอกจากนี้คนที่หน้ามีรูขุมขนกว้าง โบท็อกยังสามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้ด้วย หลังฉีดโบท็อกจะเริ่มเห็นผลใน 1-2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 4-5 เดือน แล้วแต่รุ่นของโบท็อกที่ใช้ฉีด เพราะแต่ละรุ่นก็จะมีคุณสมบัติ จุดเด่น ระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันครับ
หากถามหาวิธีลดริ้วรอย การฉีดโบท็อกเป็นวิธีแรกๆ ที่หมอจะแนะนำครับ เพราะเห็นผลชัดเจน ใช้ระยะเวลาไม่นานและราคาไม่แพง การใช้โบท็อกจึงเป็นการแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างตรงจุดและมีความคุ้มค่าสูงครับ”
รีวิว ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย
หลังฉีดโบท็อกลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลใน 3-4 วัน เห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ครับ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคลและเทคนิคการฉีดครับ
แนะนำปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ก่อนฉีดโบท็อก เพื่อให้แพทย์จะประเมินทั้งสภาพผิว กล้ามเนื้อ และโครงสร้างหน้า เพื่อกำหนดตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมที่สุด
7.ฟิลเลอร์ ลดริ้วรอยร่องลึก
นอกจากริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าที่สามารถใช้โบท็อกและไฮฟู่ช่วยได้แล้ว ยังมีริ้วรอยที่เป็นร่องลึก เช่น ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยร่องมุมปาก ร่องลึกใต้ตา ปัญหาเหล่านี้จะต้องใช้ฟิลเลอร์เข้ามาช่วยเติมเต็มครับ เพราะการแก้ด้วยโบท็อกหรือ Hifu อาจไม่เพียงพอ
และก่อนที่จะเข้ารับบริการไม่ว่าจะเป็นโบท็อก Hifu หรือฟิลเลอร์ เพื่อลดริ้วรอย ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ของแท้และฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัย บอกลาผิวเหี่ยวย่น ได้อย่างมั่นใจ จะได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังครับ
8. การฉีดเมโสหน้าใส
เมโสหน้าใส หรือ Mesotheraphy เป็นการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง ออกฤทธิ์ไวขึ้น จากปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน ทำให้เริ่มเห็นผลได้ใน 1 อาทิตย์หลังฉีด เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ บนผิวหน้า ลดริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) ให้ดูจางลง เพิ่มความชุ่มชื้นและกระชับรูขุมขน
นอกจากนี้การฉีดเมโสหน้าใส ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษที่สะสมและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เป็นการลดและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ครับ
9. เครื่อมือยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย
วิธีลดริ้วรอยด้วยเครื่องมือยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกครับ โดยเครื่องมือยกกระชับที่ได้รับความนิยม ช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ได้แก่Ulthera ,Hifu Macrofocus (ยกชั้น SMAS) Thermage (เน้นผิวแน่นกระชับ) นอกจากนี้ยังมีเครื่อง Volnewmer ,Oligio และ Morpheus8 ที่ช่วยได้ หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับคนคนไข้ แนะนำให้แพทย์ช่วยประเมินแบบรายบุคคลจะดีที่สุดครับ
ตัวอย่างเครื่องมือยกกระชับ ลดริ้วรอย
ทั้งนี้เครื่องมือเหล่านี้จะเหมาะกับคนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือกลัวเข็มมาก ช่วยลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและเพิ่มความกระชับให้กับบริเวณผิวหน้าครับ
10. ลดริ้วรอยด้วย คอลลาเจนสด
การลดริ้วรอยด้วย คอลลาเจนสด (Atelocollagen Type I) อย่าง Therafill และ Karisma สามารถช่วยเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวฟู กระชับ ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของการลดริ้วรอยด้วย คอลลาเจนสดคือ สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที จากนั้นคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ Fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) ในผิวทำงาน ส่งผลให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
11. Biostimulator สารกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอย
Biostimulator หรือสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน อย่าง Sculptra,Radiesse , Neauvia สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดริ้วรอยร่องลึก และฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับจากภายในสู่ภายนอกได้ครับ
Biostimulator สารกระตุ้นคอลลาเจนจะทำงานโดยกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตามธรรมชาติ ผลลัพธ์ผิวดูอิ่มฟู อ่อนเยาว์ อยู่ได้นาน
12.Skin Booster ตัวช่วยฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย
Skin Booster คือนวัตกรรมฉีดสารบำรุงล้ำลึก เพื่อช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเซลล์ผิว โดยการเติมสารบำรุงให้ผิวโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิว ทำให้คุณภาพผิวดีขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย ลดริ้วรอย
การฉีดSkin Booster จะเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเต็มที่อาจจะต้องใช้เวลาเพื่อให้ผิวฟื้นฟู และกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
ลดริ้วรอยแบบเห็นผลเร็ว วิธีไหนเวิร์คสุด
หากคนไข้ต้องลดริ้วรอยเห็นผลเร็วที่สุดคือการทำหัตถการทางการแพทย์ ได้แก่ การฉีดโบท็อกเพื่อคลายกล้ามเนื้อ (เห็นผลใน 3-7 วัน) และการฉีดฟิเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึกทันที เหมาะกับริ้วรอยร่องแก้มครับ
ในแต่ละเคสอาจมีวิธีลดริ้วรอยที่เหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อให้แพทย์ประเมินใบหน้าและแนะนำวิธีลดริ้วรอยที่เหมาะสม คุ้มค่ากับตัวคนไข้มากที่สุดครับ

(นพ.นพัช วุฒิธรรมคณาพร เลข ว. 38656)
วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยบนในหน้า
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง : เช่น การนอนดึก ภาวะเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นที่มากยิ่งขึ้น
- ออกกำลังกายเป็นประจำ : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ใบหน้าจึงดูเปล่งปลั่ง ช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ได้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : โดยเฉพาะอาหารประเภทผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็วช่วยทำให้ผิวสดใส เพิ่มความชุ่มชื้น ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
นอกจากนี้ยังควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิว น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำเพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน จึงไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ๆ - 4.วิตามินอาหารเสริม : ใครที่กลัวว่าจะได้สารอาหารจากอาหารที่รับประทานได้ไม่เพียงพอ การเลือกอาหารเสริมหรือวิตามิน ก็มีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว และช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ เช่น วิตามินซี,วิตามินอี, Zinc, คอลลาเจน, Grape Seed และ โคเอนไซม์ คิวเทน
- 5.ทาครีมกันแดด : อย่างที่หมอบอกไว้ว่าแสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายโครงสร้างผิวโดยตรง ทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ ทุกจุดบนใบหน้า เพื่อปกป้องผิว และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาริ้วรอย
Q : ผิวเหี่ยว มีริ้วรอย ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?
A : อายุที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวมีริ้วรอย โดยเฉลี่ยอยู่ที่อายุตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไป จะเริ่มมองเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวหนังจะมีลักษณะที่บางลงและเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าเดิม
Q : แต่งหน้าแล้วทำให้ริ้วรอยมากขึ้นจริงไหม ?
A :การแต่งหน้าไม่ได้ทำให้เกิดริ้วรอยเร็วขึ้น เว้นแต่ว่ามีอาการแพ้ซึ่งไม่ได้เกิดกับทุกคน อาจทำให้ริ้วรอยเกิดได้เร็วขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการแต่งหน้าส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง รวมถึงขั้นตอนการทำความสะอาดหลังแต่งหน้า หากมีการทำความสะอาดที่รุนแรง จะทำให้ผิวหน้าแห้งและเกิดริ้วรอย ส่งผลให้ดูแก่ก่อนวัยได้
Q : ล้างหน้าบ่อย ทำให้เกิดริ้วรอยหรือไม่ ?
A : การล้างหน้าบ่อยไม่ได้ทำให้เกิดริ้วรอยเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แต่ก็มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่เหมาะสมคือวันละ 2 ครั้งเท่านั้น และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว
สรุปลดริ้วรอยวิธีไหนดี ? ปลอดภัย เห็นผลเร็ว
ปัญหาริ้วรอยหรือริ้วรอยแรกเริ่ม เป็นปัญหาผิวที่สามารถรับมือได้ หากเริ่มต้นดูแล ปกป้องผิวอย่างถูกวิธี ก็จะสามารถชะลอให้เกิดริ้วรอยช้าลง โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอย หากเป็นปัจจัยภายในอาจหลีกเลี่ยงได้ยาก ก็มีแนวทางการรักษาที่ง่าย สะดวก อย่างการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ หรือทำ Hifu เครื่องยกกระชับ
แต่ปัจจัยภายนอกนั้นสามารถทำได้โดย หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส ไม่เครียด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย ดูแลสุขภาพดี ผิวให้แข็งแรงได้อย่างยั่งยืนครับ


