Radiesse VS Sculptra เจาะลึก 2 งานผิวยอดนิยม ผลลัพธ์นาน 2 ปี แตกต่างกันอย่างไร ?

Reading Time: 4 minutes

เปรียบเทียบ 2 งานผิวตัวดัง Radiesse vs Sculptra

Radiesse vs Sculptra

Radiesse vs Sculptra เลือกตัวไหนดี ? หากต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยวิธีทางการแพทย์ หลายคนอาจลังเลระหว่าง 2 ตัวนี้ครับ เพราะเป็นหัตถการกลุ่มงานผิวที่ฉีดแล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปีทั้งคู่

ฉีด Radiesse และ Sculptra ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ? ฉีดร่วมกันได้ไหม ? ทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้หรือไม่ ? หมอสรุปไว้ให้แล้วครับ

สารบัญ Radiesse vs Sculptra


Radiesse vs Sculptra คืออะไร ?

ก่อนจะไปเปรียบเทียบความต่าง เรามาทำความรู้จัก Radiesse กับ Sculptra ในเบื้องต้นกันก่อนครับว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นยังไง

Radiesse คืออะไร ?

เจาะลึก Radiesse คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง เหมาะกับปัญหาแบบไหน ?

Radiesse คือสารเติมเต็มผิวกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetic จากสหรัฐอเมริกา

จุดเด่นคือ เน้นเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้าด้วยกระบวนการ Extracellular Matrix (ECM) สร้างเส้นใยตาข่ายผิว 3 มิติ ช่วยพยุงผิวให้แน่น แข็งแรง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินในระยะยาว ทำให้ผิวดูยืดหยุ่น อ่อนเยาว์ และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี

Sculptra คืออะไร ?

Sculptra คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง เหมาะกับใคร

Sculptra คือสารเติมเต็มผิวที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma Laboratories, L.P. ซึ่งเป็นสูตรที่จดสิทธิบัตรเฉพาะของ Galderma นำเข้าจากอิตาลี

จุดเด่นของ Sculptra จะเน้นฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิมจากภายใน ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ได้สูงถึง 66.5% ช่วยเพิ่มความแน่น ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดี และยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 2 ปีเช่นเดียวกัน

แบนเนอร์ Sculptra
ทำความรู้จัก Sculptra ให้มากขึ้น

Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร ?

หมอได้ทำตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Radiesse และ Sculptra เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ

Sculptra vs Radiesse
ความแตกต่างRadiesseSculptra
ส่วนประกอบหลักCalcium Hydroxylapatite (CaHA)Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
จุดเด่นเน้นการเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้าเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิม
กลไกการทำงานกระตุ้น Fibroblast โดยตรง
ให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น
กระตุ้น Fibroblast ผ่านเม็ดเลือดขาว ด้วยการอักเสบระดับเซลล์
การกระตุ้นคอลลาเจน Type 1 และ 3คอลลาเจน Type 1 เป็นหลัก
ตำแหน่งที่ฉีดหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องมุมปาก กรอบหน้า คาง ลําคอ หลังมือขมับ หน้าแก้ม กรอบหน้า
การดูแลหลังทำไม่จำเป็นต้องนวดหน้าต้องนวดหน้าตามเทคนิค Triple 5 เพื่อให้ยากระจายตัว
ระยะเวลาเห็นผลเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
เห็นผลเต็มที่ใน 3-4 สัปดาห์
2-3 สัปดาห์ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง
3-4 เดือน จะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Radiesse กับ Sculptra

ทั้ง Radiesse และ Sculptra มีจุดประสงค์หลักคือ ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยและเสื่อมสภาพจากภายใน ผ่านการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Collagen และ Elastin ขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติครับ โดยจุดที่เหมือนกันมีดังนี้

  • เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ทั้งสองตัวช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ผิว
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย ช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ผิวแน่นเฟิร์ม มีความยืดหยุ่น
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน การฟื้นฟูจากโครงสร้างผิวภายใน ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ คงอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี
  • เป็นสารที่ปลอดภัยและสลายได้เอง ตัวยาสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
  • ไม่ต้องผ่าตัดและแทบไม่ต้องพักฟื้น เป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Sculptra vs Radiesse อันไหนดีกว่ากัน ?

สำหรับคำถามนี้ หมอขอตอบว่า ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันแบบตายตัวครับ เพราะการเลือก Sculptra vs Radiesse ต้องดูสภาพผิวและเป้าหมายของคนไข้เป็นหลัก ว่าปัญหาหลักคืออะไร ต้องการผลลัพธ์แบบไหน

  • Radiesse ให้ผลเรื่องการเติมเต็มและความแน่นของผิวได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึกตามวัย ใบหน้าขาดวอลลุ่ม ผิวหน้าแห้ง ขาดความยืดหยุ่น ต้องการปรับผิวฉ่ำ Glass Skin
  • Sculptra เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ผิวแพ้ง่าย ต้องการฟื้นฟูและเสริมเกราะให้ผิวแข็งแรงจากภายใน

ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีด หมอแนะนำให้คนไข้เข้ามาปรึกษา เพื่อประเมินใบหน้า วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละเคส จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงจุดมากที่สุดครับ

เทียบ Sculptra VS Radiesse เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

Radiesse vs Sculptra ฉีดตัวไหนดี พิจารณาจากปัจจัยใด ?

Radiesse vs Sculptra เลือกตัวไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้กังวลใจ และผลลัพธ์ที่คาดหวังหลังทำครับ สามารถปรึกษากับหมอก่อนได้ ร่วมกับพิจารณาปัจจัยเหล่านี้

  • ปัญหาของคนไข้ Sculptra เด่นในเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิม เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาจากชั้นไขมัน และเนื้อเยื่อ ผิวย้วย ไม่เฟิร์ม แต่ถ้ามีปัญหาจากชั้นกระดูก ริ้วรอยร่องลึก หน้าขาด Volume จะเหมาะกับ Radiesse ครับ
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ถ้าต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็ก โครงสร้างผิวแข็งแรง สามารถใช้ได้ทั้ง 2 หัตถการครับ
  • การดูแลตัวเองหลังฉีด หลังฉีดทั้ง 2 หัตถการมีแนวทางดูแลตัวเองใกล้เคียงกันครับ เช่น งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่ Sculptra จะเพิ่มขั้นตอนการนวดหน้าตามเทคนิค Triple 5 เพื่อให้ยากระจายตัวทั่วใบหน้า
ก่อนฉีด Radiesse vs Sculptra โดย พญ.วรรณศิลป์ สุขสมานพันธ์
(พญ.วรรณศิลป์ สุขสมานพันธ์ เลข ว.49758)
ประเมินใบหน้ากับแพทย์มากประสบการณ์

Radiesse vs Sculptra ฉีดร่วมกันได้ไหม ?

Radiesse และ Sculptra ฉีดร่วมกันได้ครับ และฉีดพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละตำแหน่ง คนละชั้นผิว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยทั่วไปหากฉีด Sculptra หรือ Biostimulator ตัวอื่น ๆ มาก่อน แนะนำให้เว้น 3-6 เดือนขึ้นไป ก่อนฉีด Radiesse ครับ


 Radiesse vs Sculptra ฉีดร่วมกับ Skin Booster ตัวอื่นได้ไหม ?

ทั้ง Sculptra และ Radiesse ทำร่วมกับ Skin Booster ตัวอื่นและเครื่องยกกระชับได้ครับ แต่ต้องเว้นระยะเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้ตัวยาแต่ละตัวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หมอสรุปให้ดังนี้ครับ

  • ทำร่วมกับ Filler Skin Booster : Sculptra ทำพร้อมกันได้ แต่ถ้าไม่พร้อมกัน แนะนำให้เว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ ส่วน Radiesse ควรเว้น 2 สัปดาห์แล้วค่อยฉีด
  • ทำร่วมกับ Rejuran : เว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อยฉีด Sculptra ส่วน Radiesse ทำพร้อมกันได้กรณีฉีดคนละตำแหน่ง
  • ทำร่วมกับ Exosome : สามารถทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ทำคนละตำแหน่ง
  • ทำร่วมกับ Gouri : ควรเว้น 3-6 เดือน แต่ Radiesse ถ้าทำคนละตำแหน่งอาจพิจารณาให้ทำพร้อมกันได้
  • ทำร่วมกับฟิลเลอร์ : Sculptra แนะนำเว้นช่วง 2 สัปดาห์ สำหรับ Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละชั้นผิว คนละตำแหน่ง
  • ทำร่วมกับโบท็อก : Sculptra ควรเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่มีเวลา ทำพร้อมกันได้ โดยฉีด Sculptra ก่อน ส่วน Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละชั้นผิว คนละตำแหน่ง
  • ทำร่วมกับเมโสแฟต/เมโสหน้าใส : Sculptra แนะนำเว้นช่วง 2 สัปดาห์ Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละตำแหน่ง
  • ทำร่วมกับเครื่องยกกระชับ (Ulthera/Thermage/Hifu/Volnewmer) : แนะนำให้ฉีด Radiesse vs Sculptra ก่อน 1 เดือนแล้วค่อยทำเครื่องยกกระชับ

นอกจาก Skin Booster และเครื่องยกกระชับแล้ว Radiesse กับ Sculptra ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น ร้อยไหม เมโสหลุมสิว หรือเลเซอร์ผิวอย่าง Pico Laser ที่ช่วยลดเม็ดสี รักษาหลุมสิว รอยสิว รวมถึง Collagen Biostimulator ยี่ห้ออื่นได้ในบางกรณี แต่ต้องวางลำดับการทำให้เหมาะสม

หากคนไข้ต้องการทำหัตถการหลายอย่างพร้อมกัน หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินผิวและวางแผนการรักษา หมอจะช่วยจัดลำดับให้ปลอดภัยและเห็นผลดีที่สุดครับ

ทำความรู้จัก Skin Booster/Collagen Biostimulator ให้มากขึ้น


Radiesse vs Sculptra ราคาเท่าไหร่ ?

ราคา Sculptra และ Radiesse ในแต่ละคลินิกความงามจะขึ้นอยู่โปรโมชันช่วงนั้น ๆ ครับ สำหรับราคาทั้ง 2 หัตถการที่ V Square Clinic มีรายละเอียด ดังนี้

Sculptra จำนวน 1 ขวด (10 CC) ราคา 25,000.-

ราคาโปรโมชัน Sculptra
ราคาโปรโมชัน Sculptra ที่ V Square Clinic

Radiesse จำนวน 1 กล่อง 25,000.- / 2 กล่อง ราคา 46,000.-

ราคาโปรโมชัน Radiesse
ราคาโปรโมชัน Radiesse ที่ V Square Clinic

หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละช่วง แนะนำให้อัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก


สรุปเกี่ยวกับ Radiesse vs Sculptra

Radiesse vs Sculptra เลือกอันไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว และความคาดหวังของคนไข้ครับ Sculptra จะเหมาะกับผู้ที่ผิวขาดการบำรุงเป็นเวลานาน ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก เสริมเกราะให้ผิวแข็งแรง ส่วน Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก ผิวขาดความชุ่มชื้น ต้องการผิวฉ่ำเด้ง อมชมพู มีเลือดฝาด

ที่ V Square Clinic มีให้บริการทั้ง 2 หัตถการครับ หากต้องการเลือกฉีดตัวไหนตัวหนึ่ง หรือทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่น ๆ สามารถส่งรูปถ่ายใบหน้ามาทาง inbox หรือจองคิวประเมินใบหน้าที่สาขาใกล้บ้าน หมอตอบเองทุกเคสครับ ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

สิวหัวช้าง รักษาอย่างไร เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง มีวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้เป็นสิวซ้ำซาก

Reading Time: 4 minutes- สิวหัวช้าง คืออะไร ? - สิวหัวช้าง แตกต่างกับสิวแบบอื่นอย่างไร ? - สิวหัวช้างเกิดจากอะไร ? - บริเวณที่มักเกิดสิวหัวช้าง - วิธีรักษาสิวหัวช้าง

ดูโหงวเฮ้งดี วาสนาดีดูอย่างไร ? และวิธีการแก้ไขโหงวเฮ้งตา...

Reading Time: 6 minutes- เคยไหมที่แค่เห็นหน้าก็ถูกชะตา ? - เคยไหมทำงานแทบตาย แต่ไม่ก้าวหน้า เพราะเจ้านายไม่ชอบหน้า ? - จริงหรือไม่ที่เค้าบอกไม่ควรตัดสินคนที่หน้าตา ? - บางคนโหงวเฮ้งดี แต่ทำไมไม่ก้าวหน้า ? - โบท็อกร่องขมวดคิ้วสามารถช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้าได้จริงไหม ? - โหงวเฮ้ง ในทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้จริงหรือไม่ ?

ไขมัน คืออะไร ? รู้จักไขมันส่วนเกิน พร้อม 10 วิธีลดไขมันใ...

Reading Time: 4 minutes- ไขมัน คืออะไร ? รู้จักไขมันในร่างกาย มีกี่ประเภท ? - ไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกาย เกิดจากอะไร ? - การสะสมของ ไขมัน ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร ? - 4 วิธีลดไขมันแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็ว - 6 วิธีลด ไขมัน ด้วยตัวเอง แบบธรรมชาติ

ซิลิโคนจมูก เลือกแบบไหนดี เกาหลี อเมริกา ญี่ปุ่น ต่างกันอ...

Reading Time: 3 minutes- ซิลิโคนจมูก คืออะไร ? - ซิลิโคนจมูก อันตรายไหม ? - ซิลิโคนจมูก มีกี่แบบ ? - ซิลิโคนจมูกมีของประเทศอะไรบ้าง ? - วิธีการเลือกซิลิโคนจมูกให้รับกับใบหน้า - ซิลิโคนจมูกทรงต่าง ๆ

ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล? อยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมีว...

Reading Time: 3 minutesฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? ทำไมฉีดแล้วผิวถึงกลับไปคล้ำเสียเหมือนเดิม ? ปัจจุบันการบำรุงผิวด้วยการฉีดวิตามินผิวใสได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นวิธีที่ทำให้ผิวขาว ดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและเห็นผลเร็วกว่าการทาครีมบำรุงครับ แต่บางรายก็อาจจะผิดหวังจากการฉีดวิตามินผิวใส

รอยแดงจากสิว (PIE) คืออะไร ? กี่วันหาย ? รักษาอย่างไรให้ร...

Reading Time: 4 minutesรอยแดงจากสิว เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยหลังสิวหาย ซึ่งไม่ได้เกิดจากเม็ดสีผิวครับ แต่เกิดจากหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่ขยายตัวหลังการอักเสบของสิว แม้สิวจะยุบแล้วแต่หลอดเลือดยังไม่หดกลับสู่ปกติ จึงมองเห็นเป็นสีชมพูหรือสีแดงผ่านผิวหนัง บทความนี้หมออธิบายตั้งแต่สาเหตุ กลไก ระยะเวลาการหาย ไปจนถึงวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้เข้าใจว่าควรดูแลอย่างไรให้รอยแดงจางไวและไม่กลายเป็นรอยถาวรครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า