7 ข้อควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปาก ให้รูปทรงปากสวย อวบอิ่ม อย่างเป็นธรรมชาติ



การ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ถือเป็นเทรนด์ความงามที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย การปรับรูปปากจะสัมพันธ์กับเวลายิ้ม สามารถทำให้การยิ้มของเราเปลี่ยนแปลงไปได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาที่พูด ยิ้ม พบปะผู้คน แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นริมฝีปากของเราจะบางลง ไม่อิ่มเอิบ เห็นริ้วรอยได้ง่าย ดูมีอายุ หากมีริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม อิ่มเอิบ จะดูสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ถ้าริมฝีปากเราบาง ผิวหนังรอบๆ แห้ง เป็นเส้นริ้วรอย ไม่สวย จะดูมีอายุได้ง่าย การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ปัญหาปากเป็นร่อง ปากแห้ง ให้สวย อวบอิ่ม ชุ่มชื้นขึ้นครับ


1. ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมให้ริมฝีปากกลับมาดูอวบอิ่ม เต่งตึง ชุ่มชื้นขึ้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ที่เป็น HA นั้น จะสลายเองได้หมด 100% ไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารตกค้างครับ


2. ฉีดฟิลเลอร์ปาก ออกแบบรูปทรงให้เข้ากับใบหน้า

  1. ดูว่าปากมีความสมมาตรหรือไม่ ถ้าปากเบี้ยว มุมปากตก ปากไม่เท่ากัน สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้ปากมีความสมส่วน สมดุลได้รูปมากขึ้น
  2. ต่อมาจะดูในเรื่องสัดส่วนระหว่างริมผีปากบนและล่าง โดยทั่วไปสัดส่วนทองคำ (Golden ratio) ที่ได้สัดส่วนสวยงามที่สุดของริมฝีปาก คือ ริมฝีปากบนจะต้องหนาประมาณ 1 ส่วน ริมฝีปากล่างจะเป็น 1.6-1.8 ส่วน 
  3. สุดท้ายคือดูรูปปากเทียบสัดส่วนกับส่วนอื่นๆ บนใบหน้า ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ได้ว่ารูปหน้าแบบไหน เหมาะกับรูปทรงปากแบบไหน เพื่อให้สัดส่วนทั้งหมดมีความบาลานซ์กัน ทำให้ฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาแล้วสวยงามเหมาะสมกับใบหน้าที่สุดครับ

3. เรื่องที่ควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปาก 

การเตรียมตัวก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปาก

หาข้อมูล

ก่อนที่จะตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้และศึกษาข้อมูล ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี, มีข้อดีหรือผลข้างเคียงหรือไม่ , ฉีดฟิลเลอร์ปาก รีวิว (ซึ่งควรดูรีวิวจากคนไข้ที่มาทำจริงและรีวิวที่เป็นปัจจุปัน) 

เลือกยี่ห้อของฟิลเลอร์

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นตำแหน่งที่ผิวมีการขยับบ่อยมาก ดังนั้นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ควรมีค่าความยืดหยุ่นสูงครับ หมอแนะนำยี่ห้อ Juvederm เป็นหลักครับ

  • Juvederm volift จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm ultraplus xc จะฟูเยอะเหมาะกับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง แต่จะคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์นิ่มๆได้ในช่วง 2-3 เดือนแรก อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane vital light เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้งให้ชุ่มชื้อขึ้น โดยที่ไม่ได้ต้องการเติมปากให้อวบอิ่มมาก อยู่ได้ 4-6 เดือน
  • Restylane volyme คล้ายๆ Juvederm volift แต่อยู่ได้นาน 18 เดือน

การเตรียมตัวก่อน ฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ควรงด ยาแอสไพริน ยา NSAIDs เช่น ibruprofen, diclofenac, ponstan เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  2. ควรงดวิตามิน St.Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  3. หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่กินเป็นประจำอื่นๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มร้อน ๆ เพราะอาจเกิดทำให้ปากเกิดอาการบวมหรืออักเสบได้ง่าย
  2. งดการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังหนักๆ ที่จะทำให้ปากเสียรูปทรง
  3. ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น
  4. ที่สำคัญไม่ควรดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะจะเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ผิวเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง

อ่านเพิ่มเติม : [ข้อห้าม-ข้อปฏิบัติ] ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ ก่อน-หลังร้อยไหม เพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้น

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ปาก หลังจากที่เลือกรูปทรงที่เหมาะสมได้แล้ว หมอจะฉีดยาชาก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ จำนวนเข็มและปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ ขึ้นอยู่กับรูปทรงของปากที่ต้องการปรับ โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มผิวริมฝีปาก รวมไปถึงช่วยลดร่องลึกและริ้วรอยบนริมฝีปาก ทำให้ปากดูอวบอิ่ม ไม่มีร่อง ดูสวยสุขภาพดี 

ขั้นตอนการ ฉีดฟิลเลอร์ปาก


4. ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

โดยปกติหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก จะมีอาการบวมหลังฉีด และจะค่อยๆ หายบวมประมาณ 4-5 วัน การฉีดฟิลเลอร์ปาก จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเข้าที่ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ


5. ฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับฟิลเลอร์ที่เลือกใช้

  • Juvederm volift จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้ 12 เดือน
  • Juvederm ultraplus xc จะฟูเยอะเหมาะกับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง แต่จะคลำเจอเนื้อฟิลเลอร์นิ่มๆได้ในช่วง 2-3 เดือนแรก อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane vital light เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้งให้ชุ่มชื้อขึ้น โดยที่ไม่ได้ต้องการเติมปากให้อวบอิ่มมาก อยู่ได้ 4-6 เดือน
  • Restylane volyme คล้ายๆ Juvederm volift แต่อยู่ได้นาน 18 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : [เจาะลึก] ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? วิธีดูฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ

ข้อปฏิบัติตัวหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ข้อปฎิบัติหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก รูปที่ 1ข้อปฎิบัติหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก รูปที่ 2ข้อปฎิบัติหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก รูปที่ 3 ข้อปฎิบัติหลัง ฉีดฟิลเลอร์ปาก รูปที่ 4


6. ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคา

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์ปากจะขึ้นอยู่กับฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ แต่ละยี่ห้อก็จะมีราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งหมอจะแนะนำตามความเหมาะสมกับรูปปากและความต้องการของคนไข้ โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยมในการ ฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ Juvederm ของอเมริกา และ Restylane ของสวีเดน ราคา 1cc 13,000 บาท ครับ

รีวิว ฟิลเลอร์ปาก

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 cc ปากดูอวบอิ่ม มีความชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี


7. ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี

สำหรับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะ ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี ให้ดูจากความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของคลินิกเป็นหลัก สามารถดูได้จาก

  1. มีรีวิวที่เชื่อถือได้ จากผู้ใช้บริการจริง พิจารณาจากแหล่งที่เป็นกลาง มีความเป็นปัจจุบัน และควรดูรีวิวที่เป็นคลิปวิดิโอก่อน-หลังทำ จะสามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจน
  2. มีราคาที่เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำต่างไปจากคลินิกอื่นๆ มาก แต่อาจจะแตกต่างกันได้ในด้านความชำนาญของแพทย์
  3. ดูเคสรีวิวของแพทย์แต่ละคน แพทย์ต้องมีประสบการณ์และความชำนาญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ และบวมช้ำน้อยที่สุด

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 10 สาขา
หรือสามารถปรึกษา คุณหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ คุณหมอตอบเองครับ


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ