ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล? อยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร?

Reading Time: 3 minutes

ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งถึงเห็นผล

ฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล

ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ? ทำไมฉีดแล้วผิวถึงกลับไปคล้ำเสียเหมือนเดิม ? ปัจจุบันการบำรุงผิวด้วยการฉีดวิตามินผิวใสได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นวิธีที่ทำให้ผิวขาว ดูมีสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและเห็นผลเร็วกว่าการทาครีมบำรุงครับ

แต่บางรายก็อาจจะผิดหวังจากการฉีดวิตามินผิวใส เพราะฉีดแล้วไม่เห็นผลเท่าที่ควร ทำให้เสียเงิน เสียเวลาไปฟรี ๆ หรือฉีดแล้วผิวก็กลับไปคล้ำเสียเหมือนเดิม ในบทความนี้หมอจะมาให้คำตอบครับว่าฉีดวิตามินผิวขาวกี่ครั้งเห็นผล ? ฉีดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ? พร้อมทั้งบอกวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดวิตามินผิวเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

สารบัญ ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ?


ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผล ?

การฉีดวิตามินผิว หรือการดริปวิตามินผิว สามารถเหตุผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยจะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และความถี่ในการฉีดครับ

ฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล

หากคนไข้อยากให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หมอแนะนำว่าในช่วงเดือนแรกควรฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเมื่อผิวเริ่มมีสุขภาพดีขึ้นแล้วก็สามารถฉีด 2-3 ครั้งต่อเดือนได้ครับ

บทความแนะนำ


ฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผลขึ้นอยู่ปัจจัยอะไรบ้าง ?

  • สภาพผิว : ผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ปริมาณและชนิดของวิตามินที่ใช้ก็ส่งผลต่อการเห็นผลลัพธ์เช่นกัน
  • สูตรตัวยา/วิตามิน : สูตรฉีดวิตามินผิวขาว มีหลายสูตร เลือกสูตรหรือชนิดตัวยาที่เหมาะกับผิว หรือปัญของคนไข้แต่ละเคสมีผลต่อประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและบำรุงผิวครับ
  • ความสม่ำเสมอ : การฉีดต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานยิ่งขึ้น
  • การดูแลผิวเพิ่มเติม : การดูแลผิวด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การทาครีมกันแดด การบำรุงผิว และการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็มีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฉีดวิตามินผิว อยู่ได้นานแค่ไหน ?        

หลังฉีดวิตามินผิวผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือนครับ ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การฉีดวิตามินผิวใสก็คือการบำรุงผิวรูปแบบหนึ่ง ยิ่งเราบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการดูแลตัวเอง และไม่ทำพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น การตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ หากคนไข้เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวเหล่านี้ได้ ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานขึ้นครับ


ฉีดวิตามินทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไร ?

การฉีดวิตามินผิว ด้วยตัวยาที่ฉีดเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ด้านอายุที่เหมาะสม เพื่อให้พัฒนาการของสุขภาพผิวเจริญเติบโตเต็ม ผู้ฉีดควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ครับ

ฉีดวิตามินผิวสวย โดย หมอวี

ข้อดีการฉีดวิตามินผิว

  • ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย
  • ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวสว่างใส
  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
ข้อดีฉีดวิตามินผิว

หยุดฉีดวิตามินผิว แล้วผิวจะกลับมาคล้ำหรือไม่ ?

การหยุดฉีดวิตามินผิว หรือการดริปวิตามินผิว ไม่ได้ทำให้ผิวกลับมาคล้ำขึ้นครับ เนื่องจากการฉีดวิตามินผิว เป็นการบำรุงผิวจากภายใน โดยการนำตัวยา อาทิ Vit C, Vit B, NAC, Amino, Antioxidant หรือ Collagen ที่ล้วนเป็นสารที่ให้ประโยชน์กับผิวของเรามาฉีดเข้าเส้นเลือด โดยไม่ทำให้ผิวบาง หรือเป็นอันตรายต่อผิว ทำให้สามารถฉีดได้เรื่อย ๆ ครับ

วิตามินบำรุงผิว

ด้วยคุณสมบัติของสารบำรุงที่อยู่ในการฉีดวิตามินผิว สามารถช่วยสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปกป้องผิวทำให้เซลล์แข็งแรง เมื่อเซลล์แข็งแรง ผิวก็จะมีคุณภาพดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล จึงถือได้ว่าการฉีดวิตามินผิวช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นโดยอาศัยกลไกทางอ้อมครับ


หลังฉีดวิตามินผิวใส ควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ?

เนื่องจากการฉีดวิตามินผิวใส หรือการดริปวิตามินผิว ไม่สามารถให้ผลลัพธ์แบบถาวร เพราะตัวยาเป็นอาหารผิวจำพวกวิตามิน จึงสามารถสลายหมดโดยไม่มีสิ่งตกค้าง แต่หากคนไข้ต้องการให้เห็นผลลัพธ์ที่นานขึ้น ควรดูแลตัวเองร่วมด้วย โดยปฏิบัติ ดังนี้

ข้อปฏิบัติหลังฉีดวิตามินผิว
  • พยายามเลี่ยงแสงแดด หากจำเป็นต้องออกแดดบ่อยๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป
  • เลี่ยงการนวดผิวบริเวณที่ทำทันที ไม่ควรเช็ดถูหรือเกาบริเวณที่ฉีด
  • หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควรดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมากๆ เพราะจะช่วยบำรุงผิวใสจากภายใน ดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย
  • หากอาการบวมแดงเกิดขึ้นมากกว่า 1-2 วัน ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามอาการ
  • งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะสารเคมีต่างๆ จะทำให้วิตามินที่ฉีดทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย และหมองคล้ำ มีริ้วรอยมากยิ่งขึ้น

ข้อควรรู้หลังฉีดวิตามินเพิ่มเติม

  • หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
  • หากอาการบวมแดงเกิดขึ้นมากกว่า 1-2 วัน ควรติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามอาการ
ดริปวิตามินผิว

FAQ ตอบข้อสงสัย ฉีดผิวกี่ครั้งเห็นผล ?

ฉีดวิตามินผิว เห็นผลทันทีเลยไหม ?

สำหรับผู้ที่สนใจการฉีดวิตามินผิว และอยากเห็นผลลัพธ์เร็ว หลังฉีดวิตามินผิวไม่ได้เห็นผลทันที ณ วันที่ฉีด แต่ก็สามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วครับ สามารถรับรู้ถึงสภาพผิวที่ชุ่มชื้นขึ้น นุ่มขึ้นประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน

การดริปผิวกี่ครั้งถึงจะขาวขึ้น ?

การฉีดวิตามินผิว หรือการดริปผิว (IV Drip) เพื่อให้ผิวขาวใสขึ้นนั้น โดยทั่วไปแล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งครับ

แนะนำในช่วงแรกอาจจะต้องทำสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ จากนั้นจึงปรับความถี่ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล และการดูแลผิวหลังทำ

ฉีดวิตามินผิวแต่ละครั้งใช้เวลากี่นาที ?

การฉีดวิตามินผิว และการดริปผิว จะใช้เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 15-120 นาทีครับ ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณที่เลือก ในกรณีเลือกสูตรวิตามินบูสต์ผิวใส โปรแกรม V Bright Booster ที่ V Square Clinic จะใช้เวลาไม่นานครับ  

สูตรฉีดวิตามินผิว

สรุปฉีดวิตามินผิว กี่ครั้งเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

การฉีดวิตามินผิว คือ การบำรุงผิวรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นสำหรับคำถามที่ว่าฉีดวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล หมอแนะนำว่าในช่วงเดือนแรกควรฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นฉีด 2-3 ครั้งต่อเดือน และควรฉีดอย่างสม่ำเสมอจะดีที่สุดครับ ที่สำคัญคือก่อนตัดสินใจฉีดวิตามินผิวควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงให้ดี และเลือกฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ของแท้เท่านั้น ก็จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยได้ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? 2026 แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutesปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ? เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำครับ เนื่องจากตัวยาที่ใช้ในแต่ละยี่ห้อมีกลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และความถี่ในการฉีดที่ต่างกัน บางตัวเด่นเรื่องการควบคุมหิว บางตัวเด่นเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเพื่อเลือกปากกาลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเอง บทความนี้หมอจะมาแนะนำปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี แต่ละตัวยามีจุดเด่นและออกฤทธิ์อย่างไร รวมถึงแนะ

ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro คืออะไร ? ดีไหม เหมาะกับใคร ? ลดไ...

Reading Time: 6 minutesปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro คือยาฉีดลดน้ำหนักจากบริษัท Eli Lilly & Co. ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาโดยใช้ตัวยา Tirzepatide ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Dual Agonist ออกฤทธิ์ทั้ง GLP-1 และ GIP Receptor ช่วยควบคุมความอยากอาหารและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้พร้อมกัน ในบทความนี้ หมอจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก

Semaglutide ลดน้ำหนัก ทางเลือกใหม่สำหรับการควบคุมน้ำหนักอ...

Reading Time: 4 minutesSemaglutide ลดน้ำหนัก ได้อย่างไร ? คืออะไร ? และทำงานอย่างไร ? บทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Semaglutide อย่างละเอียด ตั้งแต่กลไกการทำงาน ประสิทธิภาพ ข้อควรระวัง ไปจนถึงข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ยานี้เพื่อการลดน้ำหนัก ปรับรูปร่าง

ฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี ? ลดแก้ม เหนียง กระชับสัดส่วน เลือกคล...

Reading Time: 4 minutesฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากมีคลินิกความงามหลายแห่งให้บริการฉีด สลายไขมันใบหน้า หรือกระชับรูปร่างให้ได้สัดส่วน แต่คนไข้บางรายมีปัญหาฉีดแล้วไม่เห็นผล งบบานปลาย เพราะตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร เลือกปักปา...

Reading Time: 5 minutes - ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ? - GLP-1 และ GIP คืออะไร ? - ลักษณะของปากกาลดน้ำหนัก - วิธีการฉีดปากกาลดน้ำหนักทําอย่างไร ? - เจาะลึกกลไกการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

หน้าแพ้ฝุ่น ทำอย่างไรดี เช็กอาการ วิธีป้องกันและแนวทางรักษา

Reading Time: 3 minutesในยุคที่ฝุ่นละอองและมลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของคนเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน หลายคนอาจสังเกตว่า ผิวหน้าแพ้ฝุ่น มีอาการแดง คัน ระคายเคือง หรือแม้แต่มีสิวผุดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ เพราะผิวหน้าของเราบอบบางและไวต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า