ลดรอยสิว รอยแดง ให้หน้าใส วิธีไหนเห็นผล เลือกหัตถการทางการแพทย์วิธีไหนดี ?

Reading Time: 3 minutes

ลดรอยสิว

ลดรอยสิว

ปัญหารอยสิว ทั้งรอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิว รอยแผลเป็น เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการรักษา เพื่อให้ผิวกลับมาใสและเรียบเนียน ซึ่งมีหลายวิธีในการลดรอยสิว ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมลดรอยสิว การสครับ การใช้หัตถการทางการแพทย์แบบต่าง ๆ ที่มีข้อดีแตกต่างกันไป สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการลดรอยสิว หมอมีแนะนำในบทความนี้ พร้อมสรุปว่าวิธีไหนดีอย่างไร ลดรอยสิวอย่างไรให้เห็นผลเร็ว

สารบัญ ลดรอยสิว


รอยสิว รอยแผล และรอยหลุมสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร

รอยสิว เกิดขึ้นอย่างไร

รอยสิว รอยแผล หรือรอยหลุมสิว มีสาเหตุมาจากเมื่อเป็นสิวแล้วรักษาด้วยการกด บีบ จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อถูกทำลาย เส้นเลือดฝอยบนผิวหนังแตกออก เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ผิวหน้ายังเป็นจุดที่โดดแสงแดดได้ง่าย หากไม่มีการทาครีมกันแดดป้องกัน บริเวณที่เป็นสิวก็อาจจะเกิดรอยดำได้ครับ โดยสามารถแบ่งรอยสิวเป็น 3 รูปแบบ

  1. รอยสิวและรอยแผลเป็นจากสิว ประเภทนี้เกิดจากสิวอุดตันที่มีหัวสิวอักเสบ เป็นสิวหนอง สิวหัวช้าง ซึ่งจะกินเนื้อลึกถึงผิวชั้นใน เมื่อสิวหายจึงเกิดเป็นรอยแผลเป็น โดยเฉพาะในคนที่ผิวคล้ำ ผิวในจุดที่อักเสบจะกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิว หลังสิวหายจึงยังเห็นเป็นรอยดำทิ้งไว้ (จุดด่างดำ หรือ post-inflammatory hyperpigmentation)
  2. รอยสิวที่เป็นรอยแดงและรอยดำ จะมีลักษณะเป็นจุดด่าง ๆ บนใบหน้า เกิดจากการแกะหรือกดสิวจนผิวเป็นรอย เมื่อร่างกายเริ่มซ่อมแซมผิวจะมีการผลิตเม็ดสีเมลานินขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้จุดที่เป็นสิวมีสีเข้มขึ้นเป็นรอยดำ
  3. รอยสิวหลุมลึก เกิดจากสิวที่อักเสบอย่างรุนแรง ส่งผลให้เอนไซม์ทำลายชั้นผิวหนังบริเวณชั้นผิวที่อักเสบ ทำให้เกิดเป็นหลุมลึกบนผิว ซึ่งการรักษาต้องใช้เวลานาน บางคนที่เป็นสิวอักเสบซ้ำซาก อาจทำให้เป็นแผลหลุมสิวถาวรได้ โดยรอยหลุมสิวลึกแบ่งได้เป็น 5 ลักษณะ ดังนี้ 
    • Rolling Scars เป็นจุดหลุมบนผิวหนัง หรือเป็นหลุมสิวตื้น ๆ 
    • Ice-pick Scars เป็นรอยหลุมสิวแบบจุดหลุมลึก
    • Atrophic Scars เป็นรอยหลุมยุบลงไป แต่รอยนั้นมีความแบนและบาง
    • Boxcar Scars เป็นรอยหลุมกว้างขนาดใหญ่ และมีขอบหลุมชัดเจน
    • Hypertrophic หรือ Keloid Scars เป็นรอยแผลเป็นนูนขึ้นมาบนผิวหนัง

10 วิธีลดรอยสิว รอบหลุมสิว รอยแผลที่เกิดจากสิว

 1. การทาครีมลดรอยสิว

ทาครีมลดรอยสิว

เมื่อเป็นสิวแล้วควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ และดูแลผิวอย่างต่อเนื่องหลังจากสิวหาย โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดเลือนปัญหารอยสิว ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี, คอร์ติโซน (Cortisone), กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid), อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic Acid), เซราไมด์ (Ceramide), วิตามินบี 3, ไนอะซิน (Niacin) มีประโยชน์ในการช่วยลดภาวะอักเสบของผิวหนัง และทำให้รอยสิวจางลง แต่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ รวมไปถึงควรปรึกษาเภสัชก่อนใช้ยา เพื่อให้เหมาะกับผิวและปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด 

2. ฉีดเมโสหน้าใส วิตามินผิว

เมโสลดรอยสิว หมอเอก

เมโสหน้าใส เป็นการฉีดตัวยาที่มีวิตามินต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ เข้าสู่ผิวชั้นกลางโดยตรง ในผิวชั้นกลาง (Dermis) เป็นชั้นผิวหนังแท้ จะประกอบไปด้วยคอลลาเจน อิลาสติน hyaluronic acid เนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นกับผิว เมื่อบำรุงผิวในจุดนี้จะทำให้สารบำรุงต่าง ๆ แสดงประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นผลไวกว่าการทาครีม 

เมโสหน้าใสช่วยฟื้นฟูผิว

การฉีดเมโสหน้าใส ทำให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยลดรอยสิวให้หายเร็วขึ้น อาจจะไม่ได้ช่วยลดรอยสิวเร่งด่วน แต่จะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสม ทำให้ผิวแข็งแรง โดยการฉีดเมโสหน้าใสจะค่อย ๆ เห็นผลใน 7-14 วัน และควรฉีดเมโสหน้าใสอย่างต่อเนื่องในช่วงแรก สัปดาห์ละครั้ง เมื่อเริ่มเห็นผลชัดเจน และผลลัพธ์คงที่ ก็สามารถเว้นระยะเวลามาฉีดได้ตามความเหมาะสมครับ 

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร? อันตรายหรือไม่? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส

3. การใช้เลเซอร์ลดรอยสิว

เลเซอร์ลดรอยสิว

สำหรับคนที่มีปัญหารอยสิว วิธีแก้ไขส่วนใหญ่ที่นิยมคือการทำเลเซอร์ลบรอยสิว วิธีนี้จะใช้การยิงแสงเลเซอร์เข้าไปบริเวณผิวหนังที่เป็นรอยสิว จะช่วยกำจัดผิวชั้นนอกที่เสียทิ้งไป และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง โดยหลังเลเซอร์แล้วจะต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายวัน ต้องระวังไม่ให้ผิวหน้าโดนแสงแดด ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและกลับมาเรียบเนียนเสมอกัน เริ่มเห็นได้ชัดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์หลังเลเซอร์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล

4. สครับหน้าลดรอยสิว

สครับหน้าลดรอยสิว

การสครับหน้าจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และช่วยให้ผิวมีความสม่ำเสมอกันมากขึ้น แต่ควรเลือกสูตรสครับหน้าที่ไม่ทำร้ายผิว หรือกัดผิวมากจนเกินไป ใช้ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นเข้าไปด้วย จะทำให้หลังสครับหน้าผิวไม่แห้ง ช่วยลดความระคายเคืองต่าง ๆ ได้ เช่น น้ำตาลทรายแดง โยเกิร์ต น้ำมะนาว การสครับหน้าไม่ควรทำบ่อยเกินไป โดยระยะที่เหมาะสมคืออาทิตย์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอครับ

5. ใช้ยาทาแผลเป็น

ยาลดรอยแผลเป็น

หลังรักษาสิวและกำจัดหัวสิวออกไปแล้ว อาจมีแผลเป็นที่หลงเหลืออยู่ การรักษารอยดําจากสิวสามารถใช้ยาทาแผลเป็นเพื่อลบรอยสิวช่วยได้ ลักษณะจะเป็นเนื้อครีม หมั่นทาบ่อย ๆ นอกจากช่วยลดรอยสิว ยังช่วยลดเลือนหลุมสิว รอยดำจากสิว รอยแดง ลดอาการอักเสบจากสิว ช่วยปลอมประโลมผิวไม่ให้เกิดอาการระคายเคือง ในส่วนผสมของยาทาแผลเป็นบางยี่ห้อยังช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย และช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสได้

6. ทาว่านหางจระเข้ลดรอยสิว

ว่านหางจระเข้ลดรอยสิว

ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยสมานแผล รักษาความสมดุลของผิว ลดอาการอักเสบของผิว รักษาปัญหาสิว รอยแผล จุดด่างดำ สำหรับคนที่มีปัญหารอยสิวสามารถนำว่านหางจระเข้มาปั่นให้ละเอียด หรือฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ใช้มาส์กหน้าเป็นประจำ ช่วยปรับสภาพผิวหน้า ทำให้รอยสิวจางลงได้ สามารถทำควบคู่กับการรักษารอยดําจากสิวด้วยวิธีอื่นเพื่อช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นได้ครับ

7. มาสก์หน้าด้วยสมุนไพร

มาสก์หน้าลดรอยสิว

รักษารอยแดงจากสิวธรรมชาติด้วยสมุนไพรไทย ซึ่งหลายชนิดมีคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นได้ เช่น มะขามเปียก น้ำผึ้ง มะนาว มะเขือเทศ ผสมกับนมสดหรือโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ควบคู่กับการทาครีมหรือยาทาแผลเป็น จะช่วยลดรอยสิว รอยแดง จุดด่างดำ รอยดำจากสิวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

8. ทำ Hifu ลดรอยสิว 

ทำ Hifu ลดรอยสิว

Hifu Ultraformer III เป็นเครื่องมือที่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว จะไม่ใช่การลดรอยดํารอยแดงจากสิวโดยตรง แต่จะช่วยทำให้ผิวแข็งแรง มีน้ำมีนวลและชุ่มชื้นมากขึ้น การทำ Hifu เป็นการบำรุงผิวจากภายใน ทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ที่พัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์ดูครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นโดยตรง นอกจากช่วยเรื่องคุณภาพผิวยังช่วยเรื่องการกระชับผิว เป็นอีกวิธีที่สามารถทำร่วมกับการทาครีม หรือการบำรุงวิธีอื่น ๆ  

9. การศัลยกรรมรักษาหลุมสิว 

การศัลยกรรมรักษาหลุมสิว

ศัลยกรรมหลุมสิว เป็นการรักษาหลุมสิวด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะมีหลายเทคนิค เช่น ตัดรอยหลุมสิวออก จากนั้นก็เย็บแผลให้ติดกัน, ยกเนื้อบริเวณหลุมสิวขึ้นมาให้เท่ากับเนื้อผิวหน้าปกติ จากนั้นก็เย็บเนื้อที่ยกขึ้นมาให้ติดกับเนื้อผิวโดยรอบ, กรีดหลุมสิวให้เป็นวงรี ก่อนจะเย็บแผลให้ติดกัน, ใช้เนื้อบริเวณอื่นมาปิดที่หลุมสิว และเย็บปิดเพื่อให้เนื้อเยื่อเติบโตจนเติมเต็มหลุมสิว ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนเสมอกัน ซึ่งวิธีลดรอยสิวอื่น ๆ ไม่สามารถรักษาได้

10. ฟิลเลอร์หลุมสิว

ฟิลเลอร์หลุมสิว

สำหรับคนที่มีปัญหารอยหลุมสิว แต่ไม่อยากแก้ไขด้วยการผ่าตัดหรือเลเซอร์ สามารถใช้การฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว (Hyaluronic Acid) ช่วยเติมใต้ชั้นผิวเพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ ฟิลเลอร์มีลักษณะเป็นเจลเนื้อละเอียด ฉีดแล้วเบลนไปกับผิว  แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อให้ผิวเต็มขึ้นมาเท่าผิวเดิมให้ได้มากที่สุด หลังฉีดฟิลเลอร์เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที


วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิว

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิว หมอเอก

เพื่อให้เกิดรอยสิวน้อยที่สุด เมื่อเป็นสิว ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  1. อย่าแคะ แกะ หรือบีบสิว – เมื่อเป็นสิวไม่ควรพยายามบีบ แกะ หรือสัมผัสบริเวณที่เป็นสิวโดยไม่จำเป็น เพราะมือและเล็บมักมีสิ่งสกปรกติดอยู่ รวมถึงจะเป็นการรบกวนผิว ทำให้เกิดการระคายเคืองมากกว่าเดิม นำไปสู่การเป็นสิวอักเสบได้
  2. ปกป้องผิวจากแสงแดด – การป้องกันผิวจากแสง UV ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่ควรให้ผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง รังสี UV จากแดดจะทำให้ผิวกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวหมองคล้ำ ยิ่งถ้าเป็นสิวซึ่งผิวบอบบางกว่าจุดอื่น ก็จะทำให้เกิดรอยดำได้ง่าย จึงควรทาครีมกันแดดเสมอ
  3. ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ – การดื่มน้ำมาก ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น สุขภาพดี ลดการเกิดสิว เนื่องจากเมื่อผิวแห้งมาก ๆ จะมีการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น จนไปสาเหตุนำไปสู่การเกิดสิว นอกจากนี้การดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ยังช่วยเรื่องขับสารพิษ และทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพผิวก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
  4. รับประทานอาหารเสริม ช่วยบำรุงผิว – ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน รวมถึงการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป เน้นความเร็วมากกว่าคุณประโยชน์ อาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เมื่อเจอกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดสิวหรือปัญหาผิวได้ง่ายขึ้น การทานวิตามินบำรุงผิวก็จะช่วยทดแทนในส่วนที่ขาดหายไปได้ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี,วิตามินบี ฯลฯ

สรุป

การลดรอยสิว ทั้งรอยดำ รอยแดง รอยหลุมสิว นอกจากการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญคือการป้องกัน และลดโอกาสการเกิดรอยสิวในช่วงที่เป็นสิวครับ ทั้งนี้สำหรับใครที่อยากหาวิธีลดรอยสิวเร่งด่วน ต้องเข้าใจก่อนว่า การรักษารอยสิวไม่สามารถทำให้รอยหายไปได้ใน 1 หรือ 2 วัน ต้องค่อย ๆ ใช้เวลาให้เซลล์ผิวได้ฟื้นฟูครับ แต่ถ้าหมั่นดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้รอยสิวลดลงเร็วขึ้นได้แน่นอน


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

เมโสหน้าใส รีวิวก่อน-หลังทำ เช็คข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย คุ้มค่า

Reading Time: 3 minutes - เมโสหน้าใสรีวิว ผลลัพธ์หลังทำ - เมโสหน้าใส รีวิวแต่ละยี่ห้อ ต่างกันอย่างไร ? - รีวิวขั้นตอนการฉีดเมโสหน้าใส - หลังฉีดเมโสหน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร ? - รีวิว เมโสหน้าใส V Square Clinic ?

November 2, 2022 อ่านต่อ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutes - เมโส Depigment คืออะไร ? - เมโส Depigment ต่างจากเมโสสูตรอื่นอย่างไร ? - เมโส Depigment ดีอย่างไร ? - เมโสหน้าใส ต่างจากวิตามินผิวใสไหม ? - เมโสหน้าใส ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

รีวิวฉีดผิว ขาวจริงไหม ? มีวิธีใดบ้างที่ทำแล้วผิวขาว ปลอด...

Reading Time: 4 minutes -การฉีดผิวขาว คืออะไร ? -วิธีเช็กเฉดสีผิวของตัวเอง -ฉีดวิตามินผิวขาว -ฉีดผิว ขาวจริงไหม ? -ฉีดผิวขาว ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

filorga ใต้ตาคืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่...

Reading Time: 2 minutes - filorga ใต้ตา คืออะไร? - filorga ใต้ตา vs ฟิลเลอร์ใต้ตา - filorga ใต้ตา อันตรายไหม? - filorga ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ? - สรุป filorga ใต้ตา ดีไหม ?

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 4 minutes -ฝ้า เกิดจากอะไร ? -ฝ้า มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร ? -วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโสฝ้า -รีวิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ -เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี ? -รวมวิธีรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง ? -วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุด ด่างดำ

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สาเหตุ วิธีการป้องกันและการรักษา

Reading Time: 3 minutes - สาเหตุการเกิดฝ้า กระ - วิธีรักษาฝ้า กระ - วิธีป้องกันฝ้า กระ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า