[แนะนำ] ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ? ราคาเท่าไหร่? ที่ไหนดี? และข้อห้ามหลังฉีดใต้ตา



ถาม-ตอบฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาดีไหม

เมื่อมีปัญหาริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาดำคล้ำ เป็นร่องดูไม่สดใส ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาดีไหม? การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การเติมสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่พบอยู่ในร่างกาย เข้าไปที่บริเวณใต้ตาที่มีปัญหาริ้วรอย เมื่อคนเราอายุมากขึ้น กระดูกบริเวณใต้ตาจะยุบตัวลง เนื้อน้อยลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย หน้าดูโทรม อ่อนล้าและดูมีอายุ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์ และสามารถอยู่ได้ 1 ปี เมื่อเวลาผ่านไป Hyaluronic Acid จะสามารถสลายหมด 100% ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง

ถาม-ตอบเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา กับ ทีมแพทย์ V Square Clinic

เลือกอ่าน

  1. ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ?

  2. ฟิลเลอร์ใต้ตา / โบท็อกใต้ตา แตกต่างกันอย่างไร ?

  3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?

  4. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม ?

  5. ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน

  6. ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เกิดจากสาเหตุอะไร ?

  7. ฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากสาเหตุอะไร ?

  8. ฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถทำได้หรือไม่

  9. การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  10. ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  11. หากใช้ฟิลเลอร์ปลอมผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ? และมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง

  12. จริงหรือไม่ ? ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีกจะเหี่ยวกว่าเดิม

  13. ฟิลเลอร์ใต้ตาตัวไหน ? ได้ผลดี เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด

  14. ฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่cc

  15. ฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล

  16. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี

  17. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคา

  18. ฟิลเลอร์ใต้ตากับโบท็อกใต้ตา เลือกอะไรดี?

  19. รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ?

A : ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์คร่าวๆ ก่อนนะครับ

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นคอลลาเจนที่สามารถใช้เอนไซม์ที่ชื่อไฮยาลูรอนิเดสสลายกลายออกไปเป็นน้ำและก็ละลายออกหมดได้ 100% โดยไม่มีสิ่งตกค้าง

ส่วนร่องรอยใต้ตานั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว โครงหน้าคนตามอายุ พออายุเพิ่มขึ้นกระดูกจะยุบ เนื้อจะน้อยลง ซึ่งทำให้หน้าเราดูตอบ ดูมีอายุ ดูหย่อนคล้อย

  • ในผู้ชายส่วนมากจะทำให้ดูเหมือนผอมลง ดูโทรม แต่บางคนจะดูหล่อขึ้น
  • ในผู้หญิง การที่กระดูกยุบตัวลง เนื้อน้อยลง จะทำให้ดูโทรม ดูมีอายุขึ้น

เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ใต้ตาจะยุบลงทุกคน จะเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ฉีด อย่างสมัยก่อนประมาณ 5 ปีจะฮิตการเติมร่องแก้ม เพราะคนจะกังวลว่าร่องแก้มทำให้ดูมีอายุ แต่การเติมร่องแก้มอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้เติมใต้ตาด้วยทำให้หน้าดูแปลก ขาดความฮาโมนี่ของหน้า ร่องแก้มเต็มใต้ตาลึก จะดูหน้าอูมๆ ดูผิดธรรมชาติ การเติม ฟิลเลอร์ใต้ตา จึงเป็นตำแหน่งแรกที่เติมปุ๊ปแล้วได้ฮาโมนี่ คือเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะว่าใต้ตาจะเป็นจุดที่ยุบลงตำแหน่งแรก และเป็นจุดที่ควรจะเติมเป็นตำแหน่งแรก

เมื่อคนไข้เข้ามาปรึกษาหมอก็จะประเมินว่าร่องแก้มกับใต้ตาจุดไหนควรเติมมากกว่ากัน และประเมินตามความเหมาะสมแล้วแต่เคส

หลังฉีดแล้วจะไม่มีอาการบวม เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะมองไม่เห็นว่าพึ่งไปฉีดมา แต่เมื่อเวลาจับหรือล้างหน้า ก็จะรู้สึกว่ามีเนื้อของฟิลเลอร์อยู่ ซึ่งการบวมของส่วนนี้เกิดจากการที่เข็มเข้าไปในผิว ไม่ใช่อักเสบบวมแดงเพราะตัวยา ประมาณ 3 วันก็เริ่มดีขึ้น เข้าที่เต็มที่ใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ และหมอก็จะนัดมาดูผล และส่วนไหนที่มันยังขาดอยู่คนไข้ก็ค่อยเติมเพิ่ม อีกอย่างที่คลินิกเราใช้ฟิลเลอร์แท้ปลอดภัย 100% สามารถตรวจสอบเลขล็อตบริษัทที่ผลิตได้ครับ


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตา / โบท็อกใต้ตา แตกต่างกันอย่างไร?

A : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าในส่วนใต้ตาที่ยุบลงไป เห็นผลชัดเจนทันทีและอยู่ได้นานกว่าโบท็อกครับ

ส่วนการฉีดโบท็อกใต้ตาจะเป็นการฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อในบริเวณที่เกิดริ้วรอยหยุดทำงาน ทำให้ไม่เกิดรอยพับ เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกิดรอยพับริ้วรอยก็จะลดลงครับเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีปัญหามากหรือคนที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า

Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม ?

A : ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม? ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ และหมอที่มีประสบการณ์ ปลอดภัยแน่นอน แต่...

สมัยก่อนฟิลเลอร์ของแท้ราคาจะค่อนข้างสูง ราคาต้นทุนของซิลิโคนเหลวซีซีหนึ่งไม่ถึงร้อย ทำให้บางที่จะใช้ฟิลเลอร์ปลอม..

ฟิลเลอร์ปลอมมีหลายรูปแบบมีทั้งแบบซิลิโคนเหลว แบบที่เป็นฟิลเลอร์แต่ว่าไม่บริสุทธ์ และก็ฟิลเลอร์ของปลอมที่ไม่บริสุทธิ์ ละลายออกไม่ 100%

ถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้จะละลายออก 99% อีก 1% ที่เหลือจะเป็นคอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมา ซึ่งจะดีกว่าตอนก่อนฉีด คือฟิลเลอร์ที่เราฉีดเข้าไปจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวบริเวณรอบๆ ของตัวฟิลเลอร์ชุ่มชื้นขึ้น เหมือนมีน้ำมาหล่อเลี้ยง และจะดูดน้ำจากผิวบริเวณรอบๆ มาอุ้มไว้ แล้วก็คอยเลี้ยงผิวบริเวณนั้น ทำให้คอลลาเจนกับอีลาสตินบริเวณนั้นของร่างกายเราสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายได้หมดคอลลาเจนของร่างกายเราก็ยังเหลืออยู่ ซึ่งดีกว่าตอนที่ยังไม่ได้ทำอะไร เหมือนกับช่วยชะลอผิวเราไว้ด้วยครับ


Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม ?

A : แม้ว่าบริเวณใต้ตาจะเป็นส่วนที่ดูบอบบางแต่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะไม่เจ็บมาก หรือบางคนอาจจะไม่เจ็บเลย

เพราะก่อนฉีดคลินิกจะมีการแปะยาชาสำหรับคนที่กลัวเจ็บมากๆ และในตัวฟิลเลอร์จะผสมยาชาไว้อยู่แล้วครับ 


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือน

A : หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้กี่เดือนจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ครับ

เนื่องจากการผลิต การเชื่อมพันธะของโมเลกุล ความยืดหยุ่นของแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป มีตั้งแต่ 4-18 เดือน นอกจากนี้การดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัดก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขั้น


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เกิดจากสาเหตุอะไร

A : ถ้าบริเวณที่ฉีดยุบบวมเข้าที่ดีแล้ว แต่ฟิลเลอร์ยังเป็นก้อน อาจเกิดจากการใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้องของแพทย์ ฉีดตื้นเกินไป เลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณที่ฉีด หรืออีกกรณีคือฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดเป็นฟิลเลอร์ปลอม

เมื่อมีปัญหาฉีดใต้ตาแล้วเป็นก้อนหากฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดยาสลายฟิลเลอร์ครับ แต่ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถใช้ยาฉีดสลายได้ ต้องผ่าหรือขูดออกเท่านั้น


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เกิดจากสาเหตุอะไร

A : ฟิลเลอร์ใต้ตาบวม เป็นอาการปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ครับ หลังฉีดจะมีอาการบวมเข็ม เพราะเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาค่อนข้างบางกว่าบริเวณอื่น แพทย์จึงต้องมีความพิถีพิถัน

อาการบวมเหล่านี้จะหายไปใน 3-7 วัน สามารถแต่งหน้าได้ปกติและจะยุบบวม เห็นผลชัดเจนประมาณ 2-3 อาทิตย์ครับ


Q : ฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถทำได้หรือไม่

A : ได้ครับ

Hyaluronidase สามารถละลายออกหมดได้ 100% เป็นวิธีที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว ทำให้ผิวกลับคืนสภาพเดิมได้ครับ


Q : การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

A : อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำเป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ และระวังการขยับใบหน้าเยอะๆ

ในช่วงแรกหลังทำอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้ และควรดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตามปกติคือวันละ 1.5-2 ลิตร เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานครับ


Q : ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

A : หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติครับ แต่ต้องงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน งดนวดหน้า หรือ ทรีทเม้นต์ 14 วัน ไม่แกะเกา บีบนวดบริเวณที่ฉีด

งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง และควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง


Q : หากใช้ฟิลเลอร์ปลอมผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ? และมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง

A : ฟิลเลอร์ปลอมมี 3 แบบคือแบบที่ไม่สลาย แบบที่ไม่บริสุทธิ์ และแบบที่สลายไวมาก

แบบที่ 1 แบบที่ไม่สลาย

เมื่อฉีดเข้าไปแล้วก็จะเกิดเป็นซิลิโคน สุดท้ายก็ต้องไปผ่าตัดขูดออก ช่วงแรกๆ ซิลิโคนก็จะนิ่มๆ ผ่านไป 1 ปี จะเริ่มแข็ง 2-3 ปี เริ่มแข็งขึ้นเรื่อยๆ จน 4-5 ปี จะเริ่มคลำเป็นไตๆ แข็งๆ

การที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วอยู่ได้นานขนาดนั้น สักพักจะเริ่มตก เพราะว่าเหมือนกับเราเอาก้อนที่มีน้ำหนักไปฝากไว้บนใบหน้า สักพักก้อนนั้นจะไม่อยู่ตรงที่เดิม จะค่อยๆ หย่อนๆ ลงมา และเริ่มทำให้หน้าผิดรูป ท้ายที่สุดก็ต้องไปผ่าตัดขูดออก อาจจะทำให้โครงสร้างผิวบริเวณนั้นเสียไป

แบบที่ 2 แบบที่ไม่บริสุทธิ์จะใกล้เคียงกับฟิลเลอร์แท้

แต่ว่าผลเสียของมันคือจะสลายออกไม่หมด และกระตุ้นให้เกิดพังผืดค่อนข้างเยอะ ส่วนมากพวกนี้จะอยู่ได้ไม่นาน ต้องฉีดบ่อย พอต้องฉีดบ่อยก็จะเกิดเป็นพังผืดสะสมเยอะขึ้น สุดท้ายก็เป็นก้อนได้เหมือนกัน ซึ่งแบบนี้ราคาสูงขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังถูกกว่าของแท้

แบบที่ 3 ฟิลเลอร์ปลอมที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน (สลายไว)

แบบนี้อาจจะสามารถสลายหมดได้ แต่ว่าอาจจะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือน อยู่ได้เพียง 3-4 เดือน ซึ่งคนไข้ต้องเสียเงินฉีดบ่อยๆ

อย่างซิลิโคนเหลว ปัจจุบันแทบไม่มีคลินิกไหนใช้แล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้กระแสสื่อโซเชียลไปไว ไม่ค่อยมีคลินิกไหนกล้าใช้ซิลิโคนเหลว ก็ยังมีพวกเคสเก่าๆ หรือหมอกระเป๋าที่ยังใช้อยู่ ก็จะเริ่มมีปัญหาช่วงสัก 3-4 ปี กับแบบที่ 2 แบบที่ไม่บริสุทธิ์ จะเจอเยอะเพราะเป็นกึ่งๆ ฟิลเลอร์ปลอม ก็จะเป็นการตกค้างและหลังจากนั้นซักประมาณ 2-3 ปี คนไข้ก็จะเริ่มมีปัญหา กับแบบที่ 3 แบบสลายไวอันนี้ก็เจอเยอะเหมือนกันเพราะราคาถูก ทำให้คนไข้ต้องเสียเงินบ่อย ถ้าคิดรวมๆ กันแล้วถือว่าแพงกว่าฉีดของแท้อีก เพราะของแท้อยู่ได้เป็นปี แต่ถ้าเป็นของปลอมที่สลายไว 2-3 เดือนยุบแล้วก็ต้องไปฉีดเพิ่ม เหมือนเสียเงินฟรีแล้วก็เจ็บตัวบ่อย


Q : จริงหรือไม่ ? ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีกจะเหี่ยวกว่าเดิม

A : ไม่จริงครับ

อาจจะมีบางเคสที่เป็นแบบนั้น แต่สาเหตุอาจจะเป็นที่ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต หรืออายุที่เพิ่มมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นการช่วยชะลอมากกว่า ไม่ใช่ว่าฉีดแล้วหน้าจะแย่กว่าเดิม หน้ายังดีกว่าเดิมอยู่ครับ ยิ่งถ้าเราไม่ฉีด หน้าจะยิ่งไปไวกว่านั้นอีกไม่ได้เกี่ยวกับตัวยาครับ

เมื่ออายุ 25-30 ปี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะ ถ้าฉีดฟิลเลอร์หน้าอายุ 30 ปี อาจจะเหลือซัก 27-28 ปี คือช่วยชะลอวัยแต่ก็ยังเป็นไปตามอายุ ไม่ใช่ว่าพอฉีดแล้วหยุดฉีดหน้าจะแย่ลง ยังดีกว่าเดิมอยู่ไม่ใช่แย่ลง ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดครับ


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาตัวไหน ? ได้ผลดี เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด

A : แบรนด์ฟิลเลอร์ที่น่าเชื่อถือจะมีอยู่ 2 ยี่ห้อ

คือ Restylane กับ  Juvederm ทางคลินิกจะเลือกใช้ตัวที่เห็นผลดีดี ซึ่งก่อนหน้านี้ Restylane จะเน้นการคงรูปของโมเลกุลก็คือฉีดแล้วไม่ฟูเยอะ ซึ่งทางคลินิกก็จะเลือกใช้ของ Restylane ฉีดใต้ตามาตลอด แต่ช่วงหลังๆ นี้ Juvederm ก็พัฒนาเป็นรุ่นที่ฉีดแล้วไม่ค่อยฟูเยอะด้วย จริงๆ จะมีให้เลือกใช้ทั้ง 2 แบบ ซึ่งราคาก็แตกต่างกัน Restylane รุ่น Perlane 1 cc. ราคา 11,000 .- จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี กับของ Juvederm รุ่น Voluma 1 cc. ราคา 13,000 .- จะอยู่ได้ปีครึ่ง เป็นโปรโมชั่นทั้งคู่ ซึ่ง 2 ตัวนี้ลักษณะโมเลกุลจะใกล้เคียงกัน คือฉีดแล้วจะไม่ค่อยฟู และก็เหมาะกับตำแหน่งใต้ตา

การฟูเยอะมันมีข้อดีข้อเสีย ถ้าในตำแหน่งที่เราฉีดแล้วอยากให้มันเต็ม เช่น ร่องแก้ม ขมับ เราจะใช้ตัวที่ฟูเยอะ เช่น Juvederm ultra plus xc หรือว่าเป็นกลุ่มที่จะอุ้มน้ำเยอะหน่อย แต่ถ้านำมาฉีดตำแหน่งใต้ตา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผิวค่อนข้างบาง บางทีฟูเยอะก็จะดูบวม ไม่สวย เราก็ต้องเลือกใช้ตัวที่มันฟูน้อยลงครับ

Q : ฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่cc

A : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ CC นั้น จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน

หากกระดูกใต้ตามีการยุบตัวมากก็อาจจะใช้ฟิลเลอร์มากครับ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ 1-2 CC ครับ


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล

A : หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ

แต่ยังไม่ใช่ผลที่ชัดเจน เพราะหลังฉีดอาจจะมีอาการบวมเข็มได้ ซึ่งจะยุบบวมเต็มที่ใน 14 วัน ตอนนั้นจะสามารถเห็นผลและประเมินผลที่ชัดเจนได้ครับ


Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี

A : การเลือกฉีด filler ใต้ตาที่ไหนดีควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน

เพราะใต้ตาเป็นส่วนที่สังเกตเห็นได้ง่าย ถ้าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วไม่สวยจะเป็นจุดที่สังเกตได้ง่าย และเลือกฉีดฟิลเลอร์แท้ HA (Hyaluronic Acid) ที่ปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เอง 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี และต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานผ่าน อย.เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลหลังฉีดจะออกมาดีที่สุด  จุดสำคัญคือควรศึกษา จุดสังเกตฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ และก่อนฉีดทุกครั้งควรให้หมอแกะกล่องแกะหลอดฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้าครับ

Q : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคา

A : ฟิลเลอร์ใต้ตาราคาจะแตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่นและยี่ห้อที่เลือกใช้ครับ แต่ที่เป็นที่นิยมคือ..

-Restylane perlane lyft ของสวีเดน อยู่ได้ 12 เดือน 1 cc = 11,000.- ราคาเต็ม 22,000.- และมียี่ห้ออื่นๆ ดังนี้
-Restylane vital light (สวีเดน 🇸🇪 4-6 เดือน)
1 cc = 11,000 ราคาเต็ม 22,000
-Restylane Defyne (สวีเดน 🇸🇪 18 เดือน)
1 cc = 13,000 ราคาเต็ม 26,000
-Juvederm Volite (อเมริกา 🇺🇸 4-6 เดือน)
1 cc = 13,000 ราคาเต็ม 26,000
-Juvederm voluma (อเมริกา 🇺🇸 18 เดือน)
1 cc = 13,000 ราคาเต็ม 26,000


Q : ฟิลเลอร์ใต้ตากับโบท็อกใต้ตา เลือกอะไรดี?

A : หมอจะพิจารณาตามความเหมาะสมกับคนไข้ครับ

การฉีดโบท็อกใต้ตา ก็เป็นหนึ่งในวิธีการลดริ้วรอยใต้ตา โดยจะช่วยลดริ้วรอยที่เป็นรอยย่นเล็กๆที่ไม่ลึกมาก โดยแพทย์จะฉีดโบท็อกเข้าไปในบริเวณที่มีริ้วรอย ตัวยาจะยับยั้งการทำงานของปลายประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อตรงที่ฉีดโบท็อกเข้าไป ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่งผลให้ผิวหนังด้านบนเรียบเนียน ไม่เป็นริ้วรอย แต่ในกรณีที่มีริ้วรอยใต้ตาลึกแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์จะให้ผลดีกว่า เพราะหากฉีดโบท็อกบริเวณรอบดวงตามากเกินไป อาจทำให้ตาดูแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ

โบท็อกใต้ตา ราคา
การประเมินราคาโบท็อกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ว่ามีริ้วรอยมากน้อยแค่ไหน ร่องลึกรอบดวงตา หางตา คิ้ว โดยแพทย์จะประเมินว่าควรจะฉีดแก้ไขในจุดไหนจึงทำให้ออกมาสวยและเป็นธรรมชาติที่สุด รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่แพทย์เลือกใช้ การจัดโปรโมชั่นในแต่ละช่วงด้วยครับ


รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา
(รูป After คือรูปหลังทำทันที)

ตัวอย่างรีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา 2cc

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา ร้องแก้ม 2 cc

ตัวอย่างรีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา 2cc

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc

ตัวอย่างรีวิว ฟิลเลอร์ยกหน้า ใต้ตา+ร่องแก้ม 2cc

ตัวอย่างรีวิว ผลการรักษาด้วยฟิลเลอร์ยกหน้า ใต้ตา+ร่องแก้ม 2 cc

 

*ผลการรักษาแตกต่างกันแต่ละบุคคล


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 11 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้าลดริ้วรอยกับคุณหมอได้ฟรี หมอตอบเองครับ


สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ