โปรแกรมฉีด Juvelook ใต้ตา
นอกจากการฉีด Juvelook เพื่อฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้าแล้ว ยังสามารถฉีด Juvelook ใต้ตาได้ด้วยครับ เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาใต้ตาดูโทรม ผิวใต้ตาบาง แห้ง มีริ้วรอยตื้น ๆ หรือใต้ตาคล้ำ เพราะมีทั้ง Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว และ PDLLA ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวใต้ตาค่อย ๆ ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสดใสขึ้น
ในบทความนี้หมอจะพาไปรู้จักกับโปรแกรม Juvelook ใต้ตา ให้ละเอียดขึ้น ทั้งช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร ต้องฉีดกี่ CC กี่ครั้งถึงเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ? รวมถึงเปรียบเทียบกับหัตถการงานฉีดใต้ตาอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตา, Filorga ใต้ตา และคอลลาเจนสดใต้ตา ว่าแต่ละตัวต่างกันอย่างไร และเหมาะกับปัญหาใต้ตาแบบไหนครับ
สารบัญ Juvelook ใต้ตา
Juvelook ใต้ตา คืออะไร ทำไมช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาได้ ?
Juvelook ใต้ตา คือ โปรแกรมฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตา ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวบางจากการขาดคอลลาเจน ริ้วรอยตื้น ๆ หรือผิวหมองคล้ำ ด้วยการฉีด Juvelook ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในชั้นผิว
ส่วนประกอบและกลไกการทำงานของโปรแกรมฉีด Juvelook ใต้ตา
กลไกการทำงานของ Juvelook ใต้ตา ที่ช่วยฟื้นฟูผิว มีดังนี้
- HA ช่วยเติมน้ำให้ผิวใต้ตา : Hyaluronic Acid หรือ HA ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีหลังฉีด ทำให้ผิวใต้ตาอิ่มน้ำ ยืดหยุ่น และดูอิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยจางลง
- PDLLA ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับ : PDLLA เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ทำงานโดยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ให้รวมตัวและสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวมากขึ้น ช่วยให้ผิวใต้ตาดูแน่น ยืดหยุ่น โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
สำหรับการฉีด Juvelook ใต้ตา หมอจะใช้เป็น Juvelook รุ่นแรกครับ เพราะเป็นรุ่นที่ออกแบบมา เพื่อการฟื้นฟูสภาพผิวเป็นหลัก มีขนาดอนุภาคเล็ก และความเข้มข้นน้อยกว่า Juvelook Volume (รุ่นล่าสุด)
เจาะลึกจุดเด่น และตำแหน่งฉีดของ Juvelook ทั้ง 2 รุ่น
Juvelook ใต้ตา ช่วยอะไร แก้ปัญหาใต้ตาแบบไหนได้บ้าง ?
การฉีด Juvelook ใต้ตา สามารถช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวบริเวณใต้ตาได้ครับ นิยมใช้แก้ปัญหาเหล่านี้
- ผิวใต้ตาแห้ง ขาดน้ำ : HA ใน Juvelook ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีหลังฉีด ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น แก้ปัญหาเครื่องสำอางตกร่อง ใต้ตาดูไม่สดใส
- ผิวใต้ตาบางจากคอลลาเจนลดลง : เมื่ออายุมากขึ้น หรือพบเจอมลภาวะ คอลลาเจนใต้ผิวจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวใต้ตาดูบาง Juvelook ใต้ตาช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูหนา และโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
- ริ้วรอยตื้น ๆ ใต้ตา ร่องน้ำตา : การฉีด Juvelook ใต้ตาช่วยให้ผิวอิ่มฟูขึ้น เหมาะกับปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ รอยเหี่ยวย่น หรือร่องน้ำตาที่ไม่ลึกมาก
- ถุงใต้ตา : การฉีด Juvelook ใต้ตา ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับมากขึ้น ลดถุงใต้ตาจากผิวหย่อนคล้อยได้
- ใต้ตาหมองคล้ำ : Juvelook ใต้ตาเหมาะกับปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ขอบตาดำจากผิวแห้ง ชั้นผิวบางลงได้
เจาะลึกสาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาใต้ตาแต่ละแบบ
Juvelook ใต้ตา เหมาะกับใคร ?
Juvelook ใต้ตา เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวใต้ตาเป็นหลัก โดยไม่เน้นเพิ่ม Volume มาก ๆ ครับ เช่น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาบาง ผิวแห้ง ขาดน้ำ เครื่องสำอางตกร่อง
- ผู้ที่ใต้ตาดูหมองคล้ำ ไม่สดใส ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อยล้า
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย บริเวณใต้ตา
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวใต้ตาให้ชุ่มชื้น และอิ่มฟู
- ผู้ที่ต้องการชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต
Juvelook ใต้ตา ต่างจากงานฉีดใต้ตาตัวอื่นอย่างไร ?
ปัจจุบันมีโปรแกรมฉีดใต้ตาหลายตัวครับ เช่น Juvelook, ฟิลเลอร์, Filorga, Rejuran และคอลลาเจนสด ซึ่งแต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน บางตัวเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว บางตัวเน้นเติมเต็มร่องลึก บางตัวช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความสดใสของผิวใต้ตา
เพื่อให้คนไข้เห็นภาพง่ายขึ้น หมอสรุปความแตกต่างของโปรแกรมฉีดใต้ตาแต่ละแบบไว้ในตารางนี้ครับ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Juvelook ใต้ตา | ฟิลเลอร์ใต้ตา | Filorga ใต้ตา | Rejuran ใต้ตา | คอลลาเจนสดใต้ตา |
|---|---|---|---|---|---|
| สารสำคัญ | Non-crosslinked HA + PDLLA | Crosslinked HA | Non-crosslinked HA + วิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และสารบำรุงผิว | Polynucleotide หรือ PN | Atelocollagen หรือ Rh Collagen |
| ยี่ห้อ/รุ่นตัวยาที่ใช้ | Juvelook รุ่นปกติ | Restylane, Juvederm, Belotero, Teoxane, Definisse | Filorga / FILLMED NCTF 135HA | Rejuran I, Rejuran Healer | Collaju, Therafill, Karisma, Deusaderm |
| กลไกการทำงาน | HA เติมน้ำให้ผิว และ PDLLA กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ | เพิ่มความชุ่มชื้น เติม Volume ทดแทนชั้นผิวหรือชั้นกระดูกที่ทรุดตัว | เติมสารบำรุงในผิวชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อฟื้นฟูผิว | เร่งกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ | ทดแทนคอลลาเจนในชั้นผิว โดยไม่ต้องรอกระตุ้นใหม่ |
| เหมาะกับปัญหา | ผิวใต้ตาแห้ง บาง ริ้วรอยตื้น ๆ ผิวหย่อนคล้อย ผิวบาง | ริ้วรอยและร่องลึก ผิวขาดน้ำ เบ้าตาโหล | ผิวใต้ตาแห้ง หมองคล้ำ | ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา รอยตีนกา | ผิวใต้ตาบาง แห้ง หย่อนคล้อย จากการขาดคอลลาเจน |
| คำแนะนำในการทำ | ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทุก 4 สัปดาห์ | ฉีด 1 ครั้ง | ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทุก 1 สัปดาห์ | ฉีดต่อเนื่อง 4 ครั้ง ทุก 2-3 สัปดาห์ | ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทุก 2-4 สัปดาห์ |
| ผลลัพธ์เต็มที่ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ผลลัพธ์เต็มที่ 2-4 สัปดาห์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ผลลัพธ์เต็มที่ 14 วัน | เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-7 วัน ผลลัพธ์เต็มที่ 14 วัน | เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-5 วัน ผลลัพธ์เต็มที่ 4 สัปดาห์ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ผลลัพธ์เต็มที่ 7-14 วัน |
| อยู่ได้นาน (เมื่อฉีดครบจำนวนครั้งที่แนะนำ) | 18 เดือน | 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ/รุ่น | 1-3 เดือน | 6-8 เดือน | 6-12 เดือน |
เจาะลึกโปรแกรมฉีดใต้ตาแต่ละตัว
Juvelook ใต้ตา ใช้กี่ CC ต้องฉีดกี่ครั้ง ?
การฉีด Juvelook ใต้ตาจะใช้ประมาณ 2-4 CC/ครั้ง (ข้างละ 1-2 CC) ขึ้นอยู่กับสภาพผิวใต้ตา และการประเมินของแพทย์ครับ
ในช่วงแรกแนะนำให้ฉีด Juvelook ต่อเนื่องจำนวน 3 ครั้ง ทุก 4 สัปดาห์ เพื่อฟื้นฟูผิวสภาพได้อย่างเต็มที่ครับ หลังจากนั้นนิยมฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6-12 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
Juvelook ใต้ตา กี่วันเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม ?
หลังฉีด Juvelook ใต้ตา มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีดจาก HA ครับ หลังจากนั้นเมื่อคอลลาเจนในผิวเพิ่มขึ้น จากการทำงานของ PDLLA จะสังเกตได้ว่า ผิวแน่นกระชับ และความหมองคล้ำใต้ตาจางลงในช่วง 2 สัปดาห์
หากฉีด Juvelook ใต้ตา ต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละคนร่วมด้วย
หมอสรุปเป็น Timeline หลังฉีดไว้แบบนี้ครับ
- หลังฉีดทันที : ผิวใต้ตาดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยดูจางลง
- หลังฉีด 2-4 สัปดาห์ : ผิวแน่นกระชับมากขึ้น ความหมองคล้ำใต้ตาดูจางลง
- หลังฉีด 3-6 เดือน : ผิวฟื้นฟูเต็มที่ ผิวเรียบเนียน และดูกระจ่างใสมากขึ้น
Juvelook ใต้ตา อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้ ?
การฉีด Juvelook ใต้ตา เป็นหัตถการที่ปลอดภัยครับ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของแท้ ฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์ และอยู่ภายในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพราะตัวยา Juvelook ผ่านการรับรองจากหลายหน่วยงาน เช่น KFDA, CE Mark และอย.ไทย รวมถึง PDLLA และ HA เป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์มานาน ย่อยสลายได้เอง ไม่ตกค้างในร่างกายครับ
ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อยจากการฉีด Juvelook ใต้ตา ได้แก่
- บวม แดง หรือระบมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- มีรอยเข็มหรือรอยช้ำ
- คันหรือระคายเคืองชั่วคราว
อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองในไม่กี่วัน แต่ถ้ามีอาการบวมมาก ปวดมาก แดงร้อนผิดปกติ หรือมีความผิดปกติที่กังวล ควรติดต่อคลินิกหรือกลับไปให้แพทย์ประเมินครับ
สิ่งสำคัญคือ คนไข้ควรตรวจสอบยาแท้ทุกครั้งก่อนทำ เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และให้แพทย์ประเมินก่อนฉีด โดยเฉพาะคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามาก่อน มีประวัติแพ้ยา มีโรคประจำตัว หรือมีปัญหาใต้ตาหลายอย่างร่วมกันครับ
(พญ.สุจินันท์ เรืองชยจตุพร เลข ว.63495)
Juvelook ใต้ตา ราคาเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไป โปรแกรม Juvelook ใต้ตา มักคิดราคาแบบเหมาขวดมากกว่าคิดแยกเป็น CC ครับ โดย Juvelook 1 ขวด ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000.-/ขวด ปริมาณ 6 CC ซึ่งเพียงพอต่อการฉีดทั่วใบหน้า
คลิกอัปเดตโปรโมชันล่าสุดของ Juvelook
Juvelook ใต้ตา เตรียมตัวก่อนฉีดและดูแลหลังฉีดอย่างไร ?
การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลหลังฉีด Juvelook ใต้ตา ช่วยลดโอกาสเกิดการบวมช้ำ และการระคายเคืองหลังฉีดได้ครับ โดยมีภาพรวมเหมือนกับโปรแกรมฉีด Juvelook ฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้า รายละเอียด ดังนี้
การดูแลตัวเองก่อนฉีด Juvelook ใต้ตา
- แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาและวิตามินที่ใช้อยู่
- หากมีประวัติการทำหัตถการบริเวณใบหน้า เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตา, ฉีด Skin Booster หรือเครื่องยกกระชับ ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA/BHA หรือ Retinol อย่างน้อย 3 วันก่อนการฉีด
- งดการสัมผัสแสงแดดจัด ความร้อน หรือการทำทรีตเมนต์ ก่อนฉีด 1-2 วัน
- งดแอลกอฮอล์ก่อนทำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
การดูแลหลังฉีด Juvelook ใต้ตา
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยี้ใต้ตาแรง ๆ
- งดแต่งหน้าบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- เลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ซาวน่า โยคะร้อน และแดดจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- งดการออกกำลังกายหนัก ที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 1-2 วันแรก
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีด 1-2 สัปดาห์
Juvelook ใต้ตา ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้มั่นใจ ?
ในการเลือกคลินิกฉีด Juvelook ใต้ตา ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือในด้านต่าง ๆ ของคลินิกครับ ทั้งแพทย์ สถานที่ และตัวยา ตามแนวทางต่อไปนี้
- ความพร้อมของสถานพยาบาล : คลินิกเปิดถูกกฎหมาย มีป้ายชื่อและเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักติดแสดงไว้ชัดเจน ภายในสะอาด ทำเลเดินทางสะดวก และมีช่องทางติดต่อที่หลากหลาย
- ความพร้อมของแพทย์ : แพทย์ตัวจริงมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผ่านการเทรนนิงที่เกี่ยวข้อง
- ความพร้อมของตัวยา : ยา Juvelook ของแท้ นำเข้าถูกต้อง สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกฉีด Juvelook ใต้ตา ที่ V Square Clinic แพทย์จะประเมินปัญหาใต้ตาของคนไข้เป็นรายบุคคลก่อนทำหัตถการ โดยไม่ผ่านเซลส์ หมอให้คำปรึกษาฟรีครับ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก Skin Booster หลายแบรนด์ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิว และงบประมาณของคนไข้
คลิกดูข้อมูล จุดเด่นของ Skin Booster ทุกยี่ห้อ
FAQ Juvelook ใต้ตา
Juvelook ใต้ตา หรือฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกแบบไหนดี ?
ถ้าเน้นแก้ปัญหาผิวใต้ตาแห้ง บาง โทรม หรือมีริ้วรอยตื้น Juvelook ใต้ตา จะเหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระตุ้นคอลลาเจนครับ
แต่ถ้ามีร่องน้ำตาลึก ใต้ตาโหล หรือเบ้าตาลึกจากโครงสร้าง ฟิลเลอร์ใต้ตามักเป็นตัวเลือกที่หมอแนะนำ เพราะเด่นเรื่องการเพิ่ม Volume และมีให้เลือกหลายเนื้อ สามารถแก้ปัญหาได้หลายชั้นผิวครับ
Juvelook ใต้ตา เทียบ Filorga ใต้ตา ต่างกันอย่างไร ?
ทั้ง Juvelook และ Filorga มีส่วนผสมของ Non-Crosslinked HA ครับ จึงสามารถเติมความชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวแห้งได้
แต่กลไกและส่วนประกอบอื่น ๆ ของทั้ง 2 หัตถการต่างกันครับ Juvelook มี PDLLA ที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ จึงเหมาะกับเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวบาง จากการสูญเสียคอลลาเจน ส่วน Filorga เด่นเรื่องการฟื้นฟูผิวแห้ง หรือมีปัญหาหมองคล้ำจากแสงแดด
Juvelook ใต้ตา กับคอลลาเจนสดใต้ตา เลือกแบบไหนดี ?
ทั้งสองหัตถการมีข้อดีทั้งคู่ครับ จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินร่วมด้วย สำหรับการฉีด Juvelook ใต้ตา เด่นในเรื่องการเติมน้ำให้ผิวใต้ตาโดยตรง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวบาง ริ้วรอย และความหมองคล้ำใต้ตา
ส่วนคอลลาเจนสดใต้ตา เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวขาดคอลลาเจน ผิวหย่อนคล้อย หรือกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ดีเท่าเดิม
Juvelook ใต้ตา ทำร่วมกับ Filorga คอลลาเจนสด หรือฟิลเลอร์ใต้ตาได้ไหม ?
ทุกหัตถการสามารถทำร่วมกันได้ครับ แต่จำเป็นต้องเว้นระยะห่างให้เหมาะสม เพราะเป็นการฉีดในตำแหน่งเดียวกัน โดยทั่วไป หากคนไข้ต้องการทำร่วมกัน ก็สามารถแจ้งแพทย์ได้ตั้งแต่ตอนประเมินใบหน้า เพื่อที่หมอจะเรียงลำดับให้
Juvelook ใต้ตา แทนฟิลเลอร์ใต้ตาได้ไหม ?
ถ้าคนไข้มีริ้วรอยไม่ลึกมาก เน้นฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน อิ่มน้ำ และดูกระจ่างใสขึ้น การฉีด Juvelook ใต้ตาเพียงอย่างเดียวอาจเพียงพอครับ
แต่ถ้ามีปัญหาร่องลึก หรือใต้ตาโหลมาก ๆ จากการทรุดตัวของกระดูกและชั้นผิว ก็อาจจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย เพื่อเติม Volume ให้ใต้ตาดูเต็มครับ
สรุปฉีด Juvelook ใต้ตา ดีไหม เหมาะกับปัญหาแบบไหน ?
โปรแกรม Juvelook ใต้ตา ช่วยฟื้นฟูผิวใต้ตา ที่มีปัญหาผิวแห้ง บาง โทรม มีริ้วรอยตื้น และใต้ตาหมองคล้ำได้ โดยเน้นเติมน้ำให้ผิวและกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผลลัพธ์ผิวอิ่มฟู เรียบเนียน และสดใสขึ้น ฉีด Juvelook ดีไหม ? จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินร่วมด้วยครับ เพราะปัญหาใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ก่อนฉีด Juvelook ใต้ตา คนไข้ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดเอง ใช้ตัวยาแท้ที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การฟื้นฟูผิวใต้ตาเหมาะกับปัญหาจริงและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นครับ


