วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็นผลดีที่สุด?

Reading Time: 3 minutes

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ

วิธีรักษาฝ้า

วิธีลด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วย เมโสหน้าใส

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะเป็นจุดบกพร่องบนใบหน้าที่สังเกตเห็นได้ชัด พอเป็นแล้วก็แก้ไขยาก หลายคนอาจใช้เครื่องสำอางช่วยปกปิด แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาฝ้าจากต้นเหตุครับ

สำหรับคนที่เจอปัญหาฝ้า หมอมีวิธีรักษาฝ้าทั้งการเลเซอร์ ฉีดเมโสและวิธีลดฝ้าแบบธรรมชาติมาแนะนำในบทความนี้


ฝ้า เกิดจากอะไร?

อย่างที่หลายคนทราบดีว่าปัญหาฝ้า ส่วนมากมีสาเหตุสำคัญจากแสงแดด เนื่องจากเวลาที่เราตากแดด เม็ดสีเมลานินจะทำงานเพื่อกรองรังสียูวีที่มากระทบผิว ตัวการที่ทำให้เกิดฝ้าก็คือรังสียูวีเอครับ ซึ่งมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึกกว่า ทำให้เกิดจุดสีเข้มขึ้นบนใบหน้า

นอกจากนี้การใช้เครื่องสำอาง การรับประทานยาบางชนิด พันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็ส่งผลให้เกิดฝ้าได้ เช่น ในคนที่กำลังตั้งครรภ์ ทานยาคุม หรือคนที่เข้าสู่วัยทอง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

บริเวณที่เกิดฝ้า

ฝ้าจะเกิดบริเวณโหนกแก้ม เหนือริมฝีปาก หน้าผาก หรือคาง จะเกิดกับผู้หญิงในช่วงวัยกลางคนอายุ 20-50 ปี และพบได้บ่อยกว่าในผู้ชาย ส่วนวิธีรักษาฝ้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีและลดฝ้าลงได้ อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับประเภทและความลึกของฝ้าครับ


ฝ้า มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร?

ฝ้า คือ รอยปื้นใหญ่บนผิว จะมีสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาจากสีผิวเดิม และจะเข้มขึ้นอีกตามอายุ แตกต่างจากกระ ที่เป็นจุดเล็กๆ และจุดด่างดำที่เป็นรอยอักเสบจากการเป็นสิว เราสามารถแบ่งลักษณะของฝ้าได้ 2 ประเภท

  • ฝ้าแบบตื้น

เป็นฝ้าที่อยู่บนชั้นหนังกำพร้า เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีและลำเลียงขึ้นสู่ผิวหนังชั้นบน ฝ้าชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ และเห็นขอบชัดเจน

  • ฝ้าแบบลึก

เป็นฝ้าที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง โดยอยู่ในผิวชั้นลึกกว่าหนังกำพร้า ทำให้เห็นเป็นรอยไม่ชัด มีสีอ่อนกว่าฝ้าที่อยู่บนผิวชั้นบน และมีขอบเขตไม่ชัดเจน

ประเภทของฝ้า

แต่ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาฝ้า มักจะเป็นทั้งฝ้าแบบตื้นและแบบลึก เรียกว่าฝ้าผสมครับ รักษายากกว่าเป็นแค่แบบใดแบบหนึ่ง และเมื่อรักษาแล้วไม่ค่อยหายขาด สามารถเป็นซ้ำได้อีก โดยเฉพาะคนที่เป็นฝ้าจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมน ที่แม้จะใช้วิธีรักษาฝ้าที่ดีแค่ไหนมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมากครับ


วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโส

เมโสหน้าใส-ลดฝ้า

วิธี รักษาฝ้าด้วยเมโส สามารถช่วยชะลอการกระจายของฝ้าได้ และการฉีดเมโสหน้าใสต่อเนื่องจะช่วยให้ฝ้าจางลง 20-50% ในบางเคสครับ ซึ่งในปัจจุบันแม้จะเป็นเทคโนโลยีล่าสุด เลเซอร์ pico ยาทา ยากิน ยาฉีด ยังไม่มีวิธีไหนที่ทำให้ฝ้าหายขาดได้เลยครับ 

ข้อดีของการฉีดเมโสหน้าใสลดฝ้า

  • เป็นทางลัดในการบำรุงผิวโดยฉีดตัวยาที่มีประโยชน์เข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง ทำให้ออกฤทธิ์ไวและอยู่ได้นานกว่าการทาครีมทั่วไป
  • ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวได้ทันทีจึงเป็นการช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำอย่างตรงจุด
  • การฉีดเมโสหน้าใส จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเต่งตึง ใบหน้าขาวใสขึ้น
  • ช่วยขับสารพิษที่สะสมในผิว ทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น 

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ช่วยลด ฝ้า กระ จุดด่าง ได้จริงไหม?

สูตรเมโสหน้าใสลดฝ้า

  1. Tensonez ช่วยเรื่องขาว ผิวใส ลดฝ้า
  2. Depigment เน้นลดฝ้า แต่จะค่อนข้างแสบ
  3. Filorga เน้นขาวใส ลดฝ้า และบำรุงผิว

การฉีดเมโสหน้าใส จะเริ่มเห็นผลใน 3 วันหลังฉีด ผิวดีขึ้น และตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่ใน 7-14 วัน แต่วิธีแก้ฝ้าบนใบหน้าจะต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการฉีดเมโส แนะนำให้ฉีดอาทิตย์ละครั้งในเดือนแรก จากนั้นฉีดทุกๆ 2 อาทิตย์

วิธีรักษาฝ้า-ด้วยเมโสหน้าใส

วิธีรักษาฝ้าด้วยเมโสหน้าใส จะช่วยบำรุงผิวไปในตัว เห็นผลเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน ควรให้แพทย์ตรวจประเมินใบหน้าและเลือกสูตรตัวยาที่เหมาะสม เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด


รีวิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโส

รีวิว เมโสหน้าใส Made Collagen ที่ V Square Clinic

รีวิว-วิธีรักษาฝ้าด้วยเมโส
รีวิว-วิธีรักษาฝ้าด้วยเมโส

เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี?

ก่อนตัดสินใจเลือกคลินิกรักษาฝ้า หมอมีข้อแนะนำการเลือกคลินิก ดังนี้

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เปิดอย่างถูกกฎหมาย ตั้งอยู่ในทำเลที่ปลอดภัย เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ สะอาด มีห้องทำหัตถการกว้างขว้าง
  2. มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ อยู่ประจำคลินิก สามารถให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  3. ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ใช้ เป็นของแท้ สามารถตรวจสอบได้
  4. มีรีวิว จากผู้ใช้บริการจริงที่คลินิก
  5. มีช่องทางติดต่อออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ดูแลเคสของตัวเองได้โดยตรง

รวมวิธีรักษาฝ้าแบบไหนดีอย่างไร?

นอกจากตัวยาเมโสหน้าใส หรือวิธีรักษาฝ้าทางการแพทย์แบบอื่นๆ แล้ว สามารถดูแลผิวได้ตามวิธีธรรมชาติหรือการทาครีมได้เช่นกันครับ แต่วิธีเหล่านี้เป็นเพียงแค่การช่วยชะลอฝ้าไว้เท่านั้น หรือในฝ้าบางประเภท อาจจะไม่ได้ผลเลยก็มีครับ

  • การทาครีมรักษาฝ้า

การทาครีมที่มีส่วนประกอบของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) ,อาร์บูติน (Arbutin) ,กรดโคจิก (Kojic) จะช่วยลดเลือนจุดด่างดำ กระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกและเผยผิวใหม่ขึ้นมาแทน ทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่ต้องทาครีมอย่างสม่ำเสมอ และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลครับ

  • เลเซอร์

วิธีรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์เป็นอีกวิธีที่เห็นผลเร็วครับ โดยใช้เลเซอร์เพื่อปรับสภาพและรักษาความผิดปกติของสีผิว ยิงลงไปบริเวณที่เกิดฝ้าโดยตรงและทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีด้วยความร้อน

  • มาสก์หน้าด้วยหัวไชเท้า

ในหัวไชเท้า มีสารไกลโคไซด์ (Glycossides) กรดแอสคอบิกและวิตามินเอ มีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิวคล้ำ ลดเม็ดสีเมลานิน ทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำลดลงได้

แต่การมาสก์หน้าด้วยหัวไชเท้าสดบดอย่างเดียวจะไม่เหมาะกับคนที่ผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย หากผิวได้รับสารบางตัวที่มีอยู่ในหัวไชเท้าจะทำให้เกิดการแสบแดงได้ สามารถประยุกต์โดยผสมกับจมูกข้าวหรือน้ำผึ้งให้เป็นครีมแล้วนำมาพอกหน้า 15-20 นาที แล้วล้างให้สะอาด สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง

  • ใบบัวบก

ในงานวิจัยพบว่าใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยในการรักษาโรคผิวหนังได้ ใบบัวบกจะช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด แก้ร้อนใน ทำให้ผิวมีการฟื้นฟู สามารถนำมาปั่นแล้วเช็ดแทนโทนเนอร์ ทำทุกวันจะช่วยให้ฝ้าจางลงได้ครับ

  • มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นวิธีรักษาฝ้าบนใบหน้าอีกวิธีที่ประหยัดและหาวัตถุดิบได้ง่าย ซึ่งในมะขามเปียกมีกรด AHA ตามธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำให้ฝ้าจางลงได้ โดยการนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำสะอาด นำมาพอกผิว 3-5 นาที แล้วล้างออก สัปดาห์ละ 1 ครั้ง คู่กับการทาครีมบำรุง


วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

วิธีป้องกันฝ้า
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด

วิธีแก้ฝ้าบนใบหน้าที่ดีที่สุดคือการป้องกันแสงแดดครับ เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฝ้า ดังนั้นการทาครีมกันแดดเป็นวิธีป้องกันการเกิดฝ้าที่เห็นผลที่สุด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อการป้องกันแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดฝ้า

นอกจากแสงแดดที่ต้องระวัง ไอร้อนจากเตาและรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าได้ครับ รวมไปถึงยาและครีมบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอม และการทาครีมที่มีส่วนประกอบของไฮโดรควิโนน

  • การล้างหน้าตามแนวโพรงขน

การล้างหน้าที่ถูกต้องจะทำให้สิ่งสกปรก สารเคมี ความมันและเครื่องสำอาง หลุดออกจากรูขุมขน ลดการเกิดสิ่งอุดตันในรูขุมขน โดยการล้างหน้าตามแนวโพรงขน นอกจากช่วยขจัดสิ่งสกปรกแล้วยังช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้เกิดฝ้าได้ยากขึ้น

วิธีลดฝ้าด้วยการล้างหน้า

สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีลดฝ้า หมอแนะนำให้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับปัญหาของตัวเองครับ แต่ถ้าหากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมิน วิธีรักษาฝ้าที่ดีที่สุดคือการป้องกันและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาครีม หรือถ้าหากอยากได้ผลลัพธ์เร็วก็สามารถฉีดเมโสหน้าใส ที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและพฤติกรรมที่ทำให้เกิดฝ้าครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ all_doctor

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

กระชับรูขุมขน ให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียน เลือกวิธีไหนดี?

Reading Time: 3 minutes - กระชับรูขุมขน ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ - เมโสหน้าใส ช่วยกระชับรูขุมขน - ฉีดโบท็อก กระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย - กระชับรูขุมขน ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ - กระชับรูขุมขนด้วยทรีตเมนต์

ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน?แบบไหนผิดปกติ เพราะสาเหตุใด พ...

Reading Time: 2 minutes - ไขข้อสงสัย ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน? - หลังฉีดเมโส หน้าบวมมาก ปกติหรือไม่? เกิดจากสาเหตุใด? - วิธีเลือกคลินิกฉีดเมโสหน้าใสได้มาตรฐาน

5 วิธีทำหน้าขาวอย่างปลอดภัย ทำหน้าใสขึ้นแก้ปัญหาผิวหมองคล...

Reading Time: 3 minutes - วิธีทำหน้าใส ผิวหน้าขาวมีอะไรบ้าง? - วิธีเลือกคลินิกทำหน้าใสที่ไหนดี?

ฉีดวิตามินผิวที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย และเห็นผล

Reading Time: 2 minutes - ฉีดวิตามินผิว ที่ไหนดี - ประเภท วิตามินที่ฉีดเข้าผิว

filorga ใต้ตาคืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่...

Reading Time: 2 minutes - filorga ใต้ตา คืออะไร? - filorga ใต้ตา vs ฟิลเลอร์ใต้ตา - filorga ใต้ตา อันตรายไหม? - filorga ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ? - สรุป filorga ใต้ตา ดีไหม ?