อาการปวดหัวไมเกรน
ปวดหัวไมเกรน เกิดจากอะไร ? ทำไมถึงปวดตุบ ๆ ข้างเดียวจนทรมาน ใช้ชีวิตลำบาก หรือบางครั้งมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสงและเสียงร่วมด้วย หลายคนอาจกังวลว่า ไมเกรนอันตรายไหม ? รักษาได้หรือไม่ ? แล้วควรแก้อาการอย่างไรให้ถูกวิธี
บทความนี้หมอจะมาอธิบายเกี่ยวกับไมเกรน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีแก้ ไปจนถึงการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้คนไข้เข้าใจและดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมครับ
สารบัญ ปวดหัวไมเกรน
ปวดหัวไมเกรน อาการเป็นอย่างไร ?
ปวดหัวไมเกรน (Migraine) คืออาการปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทและหลอดเลือดในสมอง ซึ่งแตกต่างจากอาการปวดหัวทั่วไป เป็นอาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท ที่ส่งผลต่อการหดและขยายของหลอดเลือดในสมอง จึงกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรง
ลักษณะสำคัญของอาการปวดหัวไมเกรน
- ปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะตุบ ๆ คล้ายการเต้นของชีพจร
- ปวดหัวไมเกรน คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
- แพ้แสง แพ้เสียง
- มองเห็นแสงวูบวาบ เห็นภาพซ้อน หรือภาพเบลอ
- รู้สึกอ่อนล้า อ่อนเพลีย หรือไม่มีแรง สมาธิลดลง
- รู้สึกปวดหัวเป็นครั้งคราว แต่เป็นบ่อย และสัมพันธ์กับรอบประจำเดือน
- แต่ละรอบของไมเกรนอาจกินระยะเวลาตั้งแต่ 4 ชั่วโมง ถึง 3 วัน
ปวดหัวไมเกรน เกิดจากอะไร ?
ปวดหัวไมเกรน เกิดจากอะไร ? จริง ๆ แล้วสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่สามารถระบุได้เพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเรื่องของสมอง ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น
- ความผิดปกติของสารสื่อประสาท โดยเฉพาะ เซโรโทนิน (Serotonin) ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมหลอดเลือดในสมอง หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะทำให้หลอดเลือดหดหรือขยายผิดปกติ จนนำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรน
- ปัจจัยด้านฮอร์โมน พบว่าในผู้หญิงมักมีอาการบ่อยช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้ระบบประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นตัวกระตุ้นที่เจอบ่อยที่สุด เมื่อร่างกายอ่อนล้า สมองทำงานหนัก จะเพิ่มโอกาสเกิดอาการปวดไมเกรนได้ง่ายขึ้น
- อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น ช็อกโกแลต ชีส แอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรืออาหารหมักดอง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นที่ทำให้ไมเกรนกำเริบ
- สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น แสงจ้า อากาศร้อน เสียงดัง หรือแม้แต่กลิ่นแรง ๆ ก็สามารถกระตุ้นไมเกรนในบางคนได้
- การใช้ยาบางประเภท อาจกระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนได้ เช่น ยาคุมกำเนิดที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือยาขยายหลอดเลือดที่มีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดในสมอง ทำให้บางคนมีอาการปวดหัวไมเกรนกำเริบขึ้นมาบ่อยกว่าปกติครับ
ปวดหัวไมเกรน เกิดขึ้นกับใครได้บ้าง ?
ไมเกรนสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยพบบ่อยในกลุ่มคนดังต่อไปนี้
- ผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 20-40 ปี
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นไมเกรน
- คนที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่สมดุล เช่น นอนน้อย ดื่มกาแฟจัด หรือทำงานหนัก
ปวดหัวไมเกรน อันตรายไหม ?
ไมเกรนไม่ใช่โรคอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตครับ เพียงแต่ถ้าอาการเกิดขึ้นบ่อย ๆ และเรื้อรัง แล้วปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลง มีผลต่อการทำงาน การนอนหลับ หรือแม้แต่สภาพจิตใจ ทำให้หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้าและใช้ชีวิตได้ยากขึ้น
ปวดหัวไมเกรน แก้อย่างไร ?
หากมีอาการ ปวดหัวไมเกรน แก้ยังไง เบื้องต้นหมอแนะนำให้เริ่มจากการดูแลตัวเอง ดังนี้ครับ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และนอนหลับตรงเวลา
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นแรง
- นอนพักในห้องที่มืด เงียบ และอากาศถ่ายเทสะดวก
- ประคบเย็นบริเวณขมับหรือหน้าผากเพื่อลดอาการปวด
- หมั่นออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
- ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น โยคะ หรือทำสมาธิ
ข้อควรรู้ : เมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรน หากต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอครับ เพราะไมเกรนมีหลายรูปแบบและความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การเลือกใช้ยาที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มมีอาการจะช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิดประเภทหรือเกินขนาด
3 วิธีแก้อาการปวดหัวไมเกรนทางการแพทย์
หากการใช้ยาแก้ปวดทั่วไปยังไม่สามารถควบคุมอาการไมเกรนได้ หรือมีอาการไมเกรนบ่อยครั้งจนรบกวนการใช้ชีวิต
ปัจจุบันในทางการแพทย์ยังมีทางเลือกในการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลดี ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมอแนะนำ 3 หัตถการหลัก ๆ ดังนี้
1.การฝังเข็มไมเกรน
การฝังเข็ม เป็นศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ได้รับการยอมรับว่า สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน ได้ครับ โดยแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กปักลงในตำแหน่งจุดลมปราณที่สัมพันธ์กับระบบประสาทและการไหลเวียนเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของพลังงาน ช่วยปรับสมดุล ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวด ทำให้ผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรังรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ผลลัพธ์มักเห็นความแตกต่างหลังทำต่อเนื่อง
2.การฉีดโบท็อกไมเกรน
การฉีดโบท็อกไม่ได้ใช้เฉพาะด้านความงาม แต่ยังถูกนำมาใช้ทางการแพทย์เพื่อรักษาไมเกรนได้ด้วยครับ โดยแพทย์จะฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เช่น หน้าผาก ขมับ หลังคอ และบ่า ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดแรงกดทับเส้นประสาท ทำให้ความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนลดลง
การฉีดโบท็อกไมเกรน จะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์หลังฉีด แต่ระหว่างนั้นจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 3-4 วันแรก โดยผลการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ก่อนตัวยาจะหมดฤทธิ์ และสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์
3.การดริปวิตามิน ฟื้นฟูร่างกาย บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน
การดริปวิตามิน หรือ IV drip Therapy เป็นการให้สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดโดยตรง ช่วยลดอาการอักเสบ บำรุงระบบประสาท และช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน เหมาะสำหรับผู้ที่พักผ่อนไม่พอ อ่อนล้า หรือมีภาวะเครียดสะสม ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
ที่ V Square Wellness มีโปรแกรมดริปวิตามินสูตร Immune V Booster ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความถี่ของอาการป่วยเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาปวดหัวไมเกรน และไซนัสเรื้อรัง โดยมีส่วนผสมสำคัญอย่าง วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบในร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยปรับสมดุลกรด-ด่างและขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสกระตุ้นไมเกรนซ้ำบ่อย ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว
ประโยชน์ของการดริปวิตามินสำหรับผู้ปวดหัวไมเกรน
การดริปวิตามินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง โดยเฉพาะในรายที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับความเครียด ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูง ซึ่งการดริปวิตามินมีประโยชน์ในหลายด้าน ดังนี้
- ช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายและระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลไกการเกิดไมเกรน
- การดริปวิตามินช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ป้องกันการเจ็บป่วยหรืออาการกำเริบจากภูมิแพ้ที่อาจกระตุ้นไมเกรน
- ปรับสมดุลในร่างกาย ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและการขับของเสีย ลดภาระต่อระบบประสาท
- ฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่น ลดอาการอ่อนเพลียหลังไมเกรน ทำให้กลับมาทำกิจกรรมได้เร็วขึ้น
- ลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรน ทำให้มีอาการปวดหัวไมเกรนน้อยลง และเว้นช่วงห่างระหว่างการปวดได้นานขึ้น
นอกจากนี้ที่ V Square Wellness ยังมีวิตามินสูตรเฉพาะที่ตอบโจทย์สุขภาพหลากหลาย เช่น Myer’ V Booster บูสต์พลัง เติมความสดชื่น หรือฉีดผิวขาว V Bright Booster สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์แนะนำสูตรวิตามินที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลได้ครับ (แนะนำจองคิวนัดหมายดริปวิตามินล่วงหน้า)
ปวดหัวไมเกรน กินอะไรหาย ?
การเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง จะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้นได้ครับ ทำให้โอกาสเกิดอาการไมเกรนน้อยลง หรืออาการไม่รุนแรงเท่าเดิม
อาหารที่ช่วยบรรเทาไมเกรน
- ปลาไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน มีโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบและปรับสมดุลระบบประสาท
- ผักใบเขียวและธัญพืชไม่ขัดสี อุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยลดความถี่ในการเกิดไมเกรน
- ผลไม้สด เช่น กล้วย อะโวคาโด ส้ม มีวิตามินบีและโพแทสเซียม ที่ช่วยให้ระบบประสาททำงานสมดุลขึ้น
- น้ำเปล่า การดื่มน้ำให้เพียงพอสำคัญมาก เพราะการขาดน้ำเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบบ่อย
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เช่น กาแฟ เหล้า เบียร์ เพราะอาจไปกระตุ้นไมเกรนให้รุนแรงขึ้น
- ช็อกโกแลตและชีส ที่มีสารกระตุ้นระบบประสาทบางชนิด
- อาหารหมักดองและอาหารแปรรูป ที่มีผงชูรสหรือสารกันบูดสูง
ปวดหัวไมเกรน แบบไหนควรพบแพทย์ ?
อาการไมเกรนบางครั้งอาจคล้ายโรคทางสมองที่อันตราย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ดังนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันทีครับ
- ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
- แขนขาอ่อนแรง มีอาการชา หรือพูดไม่ชัด
- ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน
- ปวดหัวร่วมกับมีไข้สูงหรือคอแข็ง
สรุป ปวดหัวไมเกรน วิธีแก้และการดูแลที่ถูกต้อง
ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวเรื้อรังที่สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก การดูแลที่ถูกต้องเริ่มจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาหารบางชนิด
หากอาการไมเกรนเป็นบ่อยหรือรุนแรง ควรพิจารณาทางเลือกการรักษาเพิ่มเติม เช่น การฉีดโบท็อก การฝังเข็ม หรือการดริปวิตามิน เพื่อช่วยบรรเทาอาการและฟื้นฟูร่างกายอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพครับ
อ้างอิง


