ฉีดโบท็อกไมเกรน รักษาอาการปวดหัวเรื้อรัง ช่วยได้อย่างไร กี่ครั้งเห็นผล ?

Reading Time: 2 minutes

ฉีดโบท็อกไมเกรน ลดอาการปวดหัวเรื้อรัง

ฉีดโบท็อกไมเกรน

วิธีการรักษาไมเกรน อาการปวดศีรษะเรื้อรัง (Chronic Migraine) นอกจากกินยา นวดกดจุด หรือฝังเข็มแล้ว การฉีดโบท็อกไมเกรน ยังเป็นอีกวิธีการรักษาที่ได้รับความสนใจ เพราะมีงานวิจัยยืนยันถึงผลลัพธ์หลังฉีดครับ

ฉีดโบท็อกไมเกรน ช่วยได้อย่างไร ? เหมาะกับใคร ? ต้องฉีดกี่ครั้ง ? หรือมีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ? หมอมีข้อมูลมาแนะนำสำหรับคนที่มองหาทางเลือกรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน

สารบัญ โบท็อกไมเกรน


ไมเกรนคืออะไร ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ?

ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวรุนแรงชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ มักเกิดเป็นอาการปวดข้างเดียวของศีรษะ มาพร้อมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงสว่างหรือเสียง อาการปวดอาจกินเวลานานตั้งแต่ 4-72 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การทำงาน และกิจกรรมประจำวัน

สำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) หมายถึงผู้ที่มีอาการปวดหัวมากกว่า 15 วันต่อเดือน โดยมีอาการไมเกรนอย่างน้อย 8 วันต่อเดือน ซึ่งทำให้การใช้ยาแก้ปวดทั่วไปอาจไม่เพียงพอ จึงต้องหาทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างการฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน


ฉีดโบท็อกไมเกรน คืออะไร ?

โบท็อกไมเกรน คือการฉีดสาร Botulinum toxin ชนิด A หรือโบท็อก ฉีดเข้าไปบริเวณระหว่างคิ้ว หน้าผาก ท้ายทอย ต้นคอ และบ่าเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

สำหรับการฉีดโบท็อกก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้จักหรือคุ้นเคยกับตัวยาโบท็อกกันมาบ้าง ในการนำมาใช้ฉีดโบลดริ้วรอย ฉีดปรับรูปหน้า ฉีดโบท็อกลดกราม หรือโบท็อกหน้าเรียว ซึ่งเป็นหัตถการในกลุ่มเสริมความสวยงาม

ฉีดโบท็อกซ์ คืออะไร ดีไหม ? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง ?

ปัจจุบันตัวยาโบท็อกสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน และโรคอื่นทางระบบประสาทและสมองได้ด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ กล้ามเนื้อแข็งเกร็งผิดปกติ การฉีดโบท็อกออฟฟิศซินโดรม เพื่อช่วยบำบัดอาการจากโรคออฟฟิศซินโดรม เป็นต้น

บทความแนะนำ


โบท็อกกับการรักษาไมเกรน

การฉีดโบท็อกไมเกรนเป็นหนึ่งในวิธีที่หมอนำมาใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะแบบไมเกรน (Migraine) ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headache) หรือคนไข้ที่ปวดศีรษะอย่างน้อย 14 วันต่อเดือนขึ้นไปครับ

การฉีดโบท็อกไมเกรนได้รับการรับรอง US.FDA องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2010 ว่าสามารถช่วยลดอาการปวดศีรษะได้จริง และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยการรักษาไมเกรนด้วยโบท็อกได้รับการรับรองผลรักษาจากองค์การอาหารและยาของไทย

โดยมีงานวิจัยระบุว่าสามารถลดอาการปวดลงได้ 60-70% ซึ่งแม้จะรักษาไม่หายขาด แต่ก็สามารถบรรเทาและลดความถี่ของอาการไมเกรนลงได้ครับ

กลไกการทำงานโบท็อกไมเกรน

โบท็อกทำงานโดยการเข้าไปยับยั้งสารสื่อประสาท Acetyl Choline ตัวกลางในการส่งสัญญาณความเจ็บเจ็บปวดไปยังสมองกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอยู่คลายตัวลง จึงช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอ และยับยั้งการปล่อยสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับอาการอักเสบและความเจ็บปวดของไมเกรน ทำให้ลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวได้


จุดฉีดโบท็อกสำหรับรักษาไมเกรน

ตำแหน่งฉีดโบท็อกไมเกรน
ตำแหน่งฉีดโบท็อกไมเกรน เพื่อลดความรุ่นแรงอาการปวดศีรษะให้น้อยลง

การฉีดโบท็อกไมเกรนหมอจะฉีดโบท็อกไปที่บริเวณใบหน้าระหว่างคิ้ว หน้าผาก ท้ายทอย ต้นคอ และบ่า เพื่อช่วยลดอาการปวดศีรษะ โดยปริมาณการใช้โบท็อกจะอยู่ที่ประมาณ 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 7,500 บาทขึ้นไป ขึ้นยี่ห้อที่เลือกใช้ครับ


ฉีดโบท็อกไมเกรนเหมาะกับใคร ?

การฉีดโบท็อกไมเกรนเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนรุนแรง ปวดบ่อย ปวดถี่ รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ทุเลาลง รวมถึงผู้ที่กังวลกับการรับประทานยา ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร และความผิดปกติของค่าตับและไตครับ


ฉีดโบท็อกไมเกรนกี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดโบท็อกไมเกรนตัวยาจะไม่ออกฤทธิ์ทันที ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน และจะออกฤทธิ์สูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 หวังผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นโบท็อกจะค่อย ๆ หมดฤทธิ์ลงครับ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามที่หมอแนะนำ

ฉีดโบท็อกรักษาอาการปวดศีรษะ
ฉีดโบท็อกไมเกรน ช่วยลดอาการปวดศีรษะให้ทุเลาลง

ฉีดโบท็อกไมเกรน อันตรายไหม ?

การฉีดโบท็อกไมเกรนเป็นวิธีการรักษาและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน ที่มีความปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีครับ สำหรับข้อกังวลฉีดโบท็อก อันตรายไหม ? ตรงนี้ขึ้นอยู่ว่าฉีดกับใคร ใช้โบท็อกแท้หรือไม่

หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผ่านการอบรมการฉีดเพื่อลดอาการไมเกรนโดยเฉพาะ ฉีดถูกตำแหน่ง ใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกแท้ ก็จะทำให้การรักษาด้วยโบท็อกเป็นวิธีที่ปลอดภัยครับ ช่วยลดอาการปวดศีรษะลงได้ และยังมีผลพลอยได้ คือริ้วรอยที่บริเวณหน้าผากลดน้อยลงอีกด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกไมเกรนก็ยังมีข้อควรระวังอยู่บ้าง คือไม่ควรฉีดถี่เกินไป อย่างต่ำควรเว้น 3 เดือน เพราะหากใช้โบท็อกติดต่อกันเป็นเวลานานและบ่อยเกินไป อาจทำให้เกิดอาการดื้อโบท็อกได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ข้อควรระวัง! ในการฉีดโบท็อกปลอม และวิธีสังเกตโบท็อกแท้ 100%


การดูแลหลังฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน

หลังฉีดโบท็อกไมเกรน ควรดูแลตัวเองร่วมด้วยครับ เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพหลังการรักษาดียิ่งขึ้น โดยวิธีการดูแล ไม่แตกต่างไปจากการฉีดโบท็อกเพื่อความงามมากนัก โดยหมอเคยเขียนบทความวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกไว้แล้ว สามารถติดตามอ่านได้ที่นี่ ข้อห้าม-ข้อปฏิบัติหลังฉีดโบท็อก

แต่ในส่วนของการฉีดโบท็อกไมเกรน ยังมีข้อปฏิบัติที่ควรระมัดระวังมากขึ้นดังนี้

  • เลี่ยงพฤติกรรมที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ เช่น อยู่ในที่ที่มีเสียงดัง มีแสงที่สว่างจ้าเกินไป สภาพแวดล้อมที่แออัด มีกลิ่นควันบุหรี่เป็นต้น
  • เลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่าย ๆ เช่น ชา กาแฟ (ผลการวิจัยของ American Migraine Foundation ระบุว่าคนที่เป็นไมเกรนไม่ควรรับคาเฟอีนเข้าร่างกายเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจจะกระตุ้นทำให้เกิดอาการไมเกรนรุนแรงขึ้น)
  • พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดลง
  • รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (มีงานวิจัยยืนยันว่าการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอช่วย ลดอาการปวดศีรษะไมเกรนให้ลดน้อยลงได้ครับ)

อ่านบทความเพิ่มเติม :


ฉีดโบท็อกไมเกรนที่ไหนดี ?

การฉีดโบท็อกเพื่อรักษาอาการปวดไมเกรน จำเป็นต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และรู้กายวิภาคเป็นอย่างดี เพื่อทำการฉีดโบท็อกได้อย่างตรงจุด

เนื่องจากการฉีดโบท็อกไมเกรนมีขั้นตอนและวิธีการฉีดต่างไปจากการฉีดโบท็อกความงามทั่วไปครับ ทั้งเรื่องของปริมาณโบท็อกที่ใช้ การผสมตัวยา และเทคนิคการฉีด เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยควรเลือกฉีดโบท็อกไมเกรนกับ

  1. คลินิกที่ได้มาตรฐาน
  2. แพทย์มีประสบการณ์
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกแท้เท่านั้น

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ? ก่อนฉีดควรพิจารณาอะไรบ้าง ? ถ้าไม่อยากดื้อโบท็อกต้องอ่าน !


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกไมเกรน

ฉีดโบท็อกไมเกรนต้องฉีดตลอดชีวิตหรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน บางคนฉีดต่อเนื่อง 1-2 ปี อาการดีขึ้นจนสามารถหยุดได้ บางคนต้องรักษาต่อเนื่องระยะยาว

ฉีดโบท็อกไมเกรน ใช้โบท็อกยี่ห้ออะไร ?

ฉีดโบท็อกไมเกรน ใช้โบท็อกยี่ห้อไหนดี ? ในเบื้องต้นควรใช้โบท็อกแท้ ที่ผ่านการรับรองและนำเข้าอย่างถูกต้องเท่านั้น โดยใช้ได้ทั้งโบท็อกอเมริกา (Allergan) และ โบท็อกเกาหลี ( Aestox, Neuronox, Nabota)

นอกจากนี้ยังมีโบท็อก Dysport จากอังกฤษ และโบท็อก Xeomin จากเยอรมัน คนไข้สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อแนะนำยี่ห้อที่เหมาะสม ตามงบประมาณของแต่ละบุคคลได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ความแตกต่างโบท็อกเกาหลีอเมริกา เลือกยี่ห้อไหนดี ฉีดตัวไหนคุ้มค่า

หลังฉีดโบท็อกไมเกรนสามารถทำงานได้ปกติไหม ?

หลังฉีดคนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติทันทีครับ ไม่ต้องหยุดงาน แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือก้มศีรษะนาน 24 ชั่วโมงแรก

ฉีดโบท็อกรักษาไมเกรนแล้วหน้าจะเปลี่ยนไหม ?

จุดฉีดเพื่อรักษาไมเกรนต่างจากจุดฉีดเพื่อความงาม หน้าจะไม่เปลี่ยนแปลงครับ


สรุปฉีดโบท็อกไมเกรน รักษาไมเกรนเห็นผล

สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะเรื้อรัง การฉีดโบท็อกไมเกรนสามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดได้ดีครับ และอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวดได้ด้วย

หากสนใจการฉีดโบท็อกไมเกรน ที่ V Square Clinic สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้โดยตรง เพื่อประเมินอาการ และแนะนำวิธีรักษาอย่างเหมาะสมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทีมแพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อกรักษาไมเกรน ลดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง รวมถึงอาการจากออฟฟิศซินโดรมครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม หลังฉีดหน้าเด็กแค่ไหน ทำไมบางคนทำแล้วร่องลึกขึ้น 2026

Reading Time: 5 minutesร่องแก้มลึก เป็นจุดที่บ่งบอกถึงอายุผู้หญิงได้อย่างชัดเจน โดยมักจะลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากการยุบตัวของกระดูก วิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้คือ “ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ” ในผู้หญิงถ้ามีร่องแก้มลึกมากจะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย และเป็นบริเวณที่แก้ไขได้ยาก ดังนั้นการฉีดร่องแก้ม เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ยุบตัวลง จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดครับ

ฉีดฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดคาง แต่ละวิธี มีข้อดี-ข้อเสียอย่า...

Reading Time: 6 minutes ฟิลเลอร์คาง สามารถแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน ช่วยปรับรูปหน้า และเสริมคางให้เรียวสวย ใบหน้าวีเชฟขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนจะ ฉีดฟิลเลอร์คาง แนะนำให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ว่าการฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใคร ? อันตรายไหม ? สำหรับคนที่เตรียมตัวจะฉีดฟิลเลอร์คางครั้งแรก หมอมีข้อแนะนำในบทความนี้ครับ

ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? มีกี่รุ่น ? แต่ละรุ่นเหมาะกับส...

Reading Time: 5 minutesฟิลเลอร์ Restylane (เรสเทอเรน) เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีหลายรุ่น หลายเนื้อ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่สงสัย ฟิลเลอร์ Restylane ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ฉีดส่วนไหนได้บ้าง ? ราคาแพงไหม ? ในบทความนี้หมอจะพามาทำความรู้จักฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้กันครับ

รวมข้อที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มีความเสี่ยงอะไรบ้...

Reading Time: 4 minutesการฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้

skinvive คืออะไร? ช่วยเรื่องใด ? เหมาะกับใคร ? ต่างจากฟิล...

Reading Time: 5 minutesไม่ว่าจะยุคไหน การมีผิวคุณภาพดี ฉ่ำโกลว์เล่นแสง ก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการครับ อย่าง SKINVIVE ตัวช่วยงานผิวน้องใหม่จากค่าย Allergan ที่ได้พัฒนาต่อยอดมาจากฟิลเลอร์ Juvederm รุ่น Volite ให้กลายมาเป็นฟิลเลอร์ Skin Booster แบบเต็มตัว โดยจะเน้นเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว เรียบเนียนขึ้นโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้า

exosome คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ตัวเลือกที่ดีที่สุด จริงไหม !

Reading Time: 5 minutesExosome กำลังได้รับการพูดถึงในวงการความงาม ในด้านการนำมาใช้ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Rejuvenation) แก้ไขหลายปัญหาผิว เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง รอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ฯลฯ โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองถึงประสิทธิภาพ ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ได้ครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า