หลังทำHIFUผลข้างเคียงมีไหม?
5 อาการหลังทำ HIFU เจ็บ บวม ช้ำ ปกติหรือไม่ ?
Hifu เป็นนวัตกรรมความงามที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และเพิ่มความกระชับให้กับบริเวณผิวหน้าและร่างกาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ หลังทำ Hifu ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ในบทความนี้หมอได้เขียนอธิบาย 5 อาการที่คนไข้สงสัยและสอบถามมากที่สุด ของการทำ hifu มาไว้ในบทความนี้ครับ
ลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย เพิ่มความกระชับผิว ลงลึกชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS)
1.ทำ hifu เจ็บไหม?
ความจริงการทำ hifu เจ็บในระดับหนึ่งครับ เพราะถ้าทำแล้วไม่รู้สึกเจ็บเลย นั่นแสดงว่าเครื่องอาจไม่ได้มาตรฐานหรือหมอใช้พลังงานต่ำมากเกินไป จึงไม่รู้สึกเจ็บและจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ การทำ Hifu ที่ได้ประสิทธิภาพ ขณะทำต้องมีความรู้สึกปวดๆ ตึงๆ บริเวณใต้ชั้นผิว แสดงถึงการยิงคลื่นเสียงเข้าถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อความยกกระชับครับ ดังนั้นการทำ hifu ต้องเจ็บถึงจะได้ผลดีครับ ยิ่งเจ็บ ยิ่งสวย แต่ถ้าคนไข้ไม่ต้องการให้เจ็บเยอะเกินไปก็สามารถเลือกระดับที่ทนไหว แล้วใช้การมาทำบ่อยๆ แทนก็จะได้ผลเหมือนกันครับ“เครื่องเกรดดี หลังทำมีอาการบวม เป็นเรื่องปกติ ได้ผลดี ผิวยกกระชับและอยู่ได้นาน”
หากใช้เครื่องเกรดต่ำ ปล่อยพลังงานได้ไม่คงที่ พลังงานสูง กระจายไม่เป็นเส้นเรียงกัน ก็จะบวมประมาณ 1-2 สัปดาห์เช่นกัน แต่ไม่ค่อยเห็นผลครับ ดังนั้นก่อนทำก็ต้องตรจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้เป็นเครื่อง Hifu ของแท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
Hifu ยี่ห้อ UltraformerIII ถือเป็นยี่ห้อที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีและคุ้มค่า
บทความแนะนำ
3.หลังทำ hifu มีรอยแดง เขียว ช้ำหรือไม่ ?
Hifu ทำงานด้วยการยิงคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงเข้าไปถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) ทำให้ผิวหนังชั้น SMAS หดตัว เกิดการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิว ผิวใสขึ้น ดูอ่อนเยาว์มากขึ้นโดยไม่ทำให้เกิดรอยแดง ไม่เขียวช้ำ ไม่มีบาดแผลเพราะไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด มีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก4.ทำไม hifu แล้วไม่เห็นผล ? ในเคสที่hifu ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง มี 2 ปัจจัยหลัก คือ
- ยี่ห้อเครื่องHifu ที่ใช้ ซึ่งต้องอธิบายว่าในปัจจุบันมีเครื่อง Hifu หลายยี่ห้อ หลายเกรดครับ แน่นอนว่าคุณภาพแตกต่างกันมาก Hifu เกรดต่ำจะปล่อยพลังงานไม่คงที่ แรงบ้าง เบาบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ จึงทำให้ไม่เห็นผล หรือเห็นผลน้อยมากครับ
- สภาพผิวของแต่ละคน แต่ละเคสมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวที่ไม่เท่ากัน บางคนมีปัญหามากก็อาจจะเห็นผลไม่ชัดในการทำครั้งแรกครับ
5.ทำhifu แล้วหน้าเบี้ยวจริงไหม ?
จากข้อมูลที่หมอทราบ มีเคสที่ทำ hifu แล้วหน้าเบี้ยวเกิดขึ้นครับ ซึ่งเกิดจากการเข้ารับบริการกับคลินิกที่ไม่ได้มาตฐาน แพทย์ไม่มีความชำนาญในการใช้เครื่อง รวมถึงใช้เครื่อง Hifu เกรดต่ำครับ ที่ปลอยพลังงาน บางจุดร้อน บางจุดไม่ร้อน หากปล่อยพลังงานสูง Line ที่ใช้อาจแรงเกินไป ทำให้ผิวไหม้ หน้าบวมและอาจโดนเส้นประสาททำให้หน้าเบี้ยวครับ ดังนั้นหลายๆ คลินิกหมอที่ทำจึงพยายามใช้พลังงานต่ำเพื่อลดความเสี่ยง ยิงแล้วไม่รู้สึกเจ็บ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นผลครับ
การทำ Hifu เห็นผลดี แพทย์มีประสบการณ์ ร่วมกับใช้เครื่อง Hifu ที่มีคุณภาพ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำhifu เพื่อคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
หลังทำ Hifu สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ใช้หน้าได้เลย การทำ 1 ครั้ง จะอยู่ 5-6 เดือน เห็นผลเต็มที่ตอน 2-3 เดือน ถ้าหลังจาก 3 เดือนไปแล้วอยากกระชับผิวมากขึ้นอีก หากต้องการให้คงผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น สามารถทำเพิ่มได้หลังทำครั้งแรก 3 เดือน เพื่อให้เซลล์ fibroblast สร้าง collagen ได้เต็มที่ก่อน จากนั้นกลับมาทำซ้ำทุกๆ 6 เดือน เพื่อคงสภาพผลการรักษาและป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคตครับ
เลือกคลินิกทำhifu ที่ไหนปลอดภัย เห็นผล
แนะนำให้ทำhifuกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน
✓ ยี่ห้อเครื่อง Hifu มีคุณภาพ
✓ ราคา hifu ไม่ถูกจนเกินไป
✓
ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
คนไข้จำเป็นต้องรู้ว่าทางคลินิกที่สนใจนั้นใช้เครื่องยี่ห้ออะไร ไม่แนะนำให้ดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียวครับ โดยเฉพาะโปรโมชั่น
Hifu บุฟเฟ่ต์ ราคาถูกๆ โดยปกติเครื่อง hifu จะมีหัวยิงที่มีจำนวน Line จำกัด
เมื่อยิงครบก็จะต้องเปลี่ยนหัวใหม่และมีต้นทุนค่าหัว ซึ่ง hifu ที่เกรดสูงๆ ราคาต้นทุนต่อ Line ก็ยิ่งสูง
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ hifu บุฟเฟ่ต์ราคาถูกๆ 3,000-6,000 จะได้ผลดีและอยู่ได้นานเพราะเป็นเครื่องเกรดต่ำครับ
ก่อนตัดสินใจ ทำhifu ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด มิฉะนั้นหลังทำ HIFU ผลข้างเคียง ผิวไหม้ หน้าบวม ปากเบี้ยว
อาจเกิดขึ้นได้ครับ และทำกับหมอที่มีความชำนาญ ให้หมอช่วยประเมินใบหน้าก่อนทำเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ช่วยให้การทำ
Hifu ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจครับ
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ
หลังทำ Ultraformer III ข้อห้ามมีอะไรบ้าง ? ดูแลอย่างไร ? ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้นาน
Reading Time: 2 minutesUltraformer III ข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติหลังทำ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพและยืดอายุของผลลัพธ์ให้ยาวนาน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดอาการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ในบทความนี้หมอสรุปสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำ Ultraformer III ข้อห้าม มีอะไรบ้าง ?
เลเซอร์ขนหน้า ดีไหม ? เหมาะกับใคร ? ก่อนทำควรรู้อะไรบ้าง ?
Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขนหน้า ดีไหม ? มักเป็นคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของหลาย ๆ คนที่กำลังเผชิญกับปัญหาขนบนใบหน้าและมองหาทางออกที่ยั่งยืนกว่าการกำจัดขนแบบเดิม ๆ ในยุคที่นวัตกรรมความงามก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์ขนหน้าได้กลายเป็นหัตถการยอดนิยมที่คลินิกหลายแห่งแนะนำ
รีวิวเบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ ปัญหาร่องใต้ตาลึกรักษาได้ด้วย ...
Reading Time: 3 minutesใครที่กังวลกับปัญหาเบ้าตาลึก ใต้ตาคล้ำ ตาโหล หน้าดูโทรม แม้พยายามแต่งหน้าปกปิดก็ช่วยได้ไม่มาก จนรู้สึกขาดความมั่นใจ หมอแนะนำการ “ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา” ครับ เบ้าตาลึกและร่องใต้ตาลึกเกิดจากการยุบตัวของกระดูกและไขมันรอบดวงตา ทำให้ใบหน้าดูโทรมและอ่อนล้า วิธีรักษาที่เห็นผลเร็วคือการฉีดฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ในชั้นที่เหมาะสม
Ultraformer III บวมกี่วัน ? สรุปอาการและวิธีดูแลหลังทำแบบ...
Reading Time: 2 minutesUltraformer III บวมกี่วัน ? สำหรับใครที่กังวลเรื่องนี้ หมออยากบอกว่าอาการบวมหลังทำ Ultraformer III เป็นเรื่องปกติครับ และเป็นสัญญาณว่าพลังงานความร้อนกำลังเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวได้อย่างตรงจุด บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่าหลังทำอาการบวมจะอยู่นานกี่วัน ?
ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? รู้ทันความเสี่ยง และวิธีป้องก...
Reading Time: 4 minutesฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำ สถานที่ที่ฉีด และชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ครับ หากเป็นฟิลเลอร์ได้มาตรฐาน ฉีดโดยแพทย์ในคลินิกที่ได้ใบอนุญาต ถือว่าปลอดภัย แต่ปัญหาหลังฉีด เช่น ฟิลเลอร์ไหล อักเสบ บวมแดง มักมีสาเหตุมาจากการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอมครับ
ฟิลเลอร์ปากวัว คืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ? เหมาะกับใครบ้า...
Reading Time: 3 minutesฟิลเลอร์ปากวัว กำลังเป็นเทรนด์ความงามที่หลายคนให้ความสนใจ และถูกนำมาเป็นต้นแบบในการปรับรูปทรงปากให้ดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจจากลุคสวยละมุนของสาวเวียดนาม ที่เน้นริมฝีปากฟู ไม่คมชัดเกินไป แต่ยังคงความมีมิติและมีเสน่ห์ ดูเซ็กซี่แบบพอดี ๆ


