XTherma นวัตกรรมยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ

Reading Time: 4 minutes

รู้จัก XTherma ให้มากขึ้น

XTherma

เมื่อมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และเหนียงใต้คางที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน หลายคนจึงมองหาตัวช่วย เพื่อใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพอยู่หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ XTherma ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจในช่วงนี้

XTherma คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไร ? และเหมาะกับใคร ? สามารถช่วยให้ผิวกลับมาตึงกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดได้จริงไหม ? เจ็บหรือไม่ ? มาทำความรู้จักกับ XTherma ให้มากขึ้นในบทความนี้ครับ

สารบัญ XTherma


XTherma คืออะไร ?

XTherma คือนวัตกรรมยกกระชับผิวแบบองค์รวม สามารถดูแลได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายในระดับลึก ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar Radio Frequency (RF) ที่ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการฟื้นฟูและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่อง XTherma

การทำงานของเครื่อง XTherma

เครื่อง XTherma ทำงานโดยส่งพลังงานความร้อนที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำลงไปสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

การทำงาน XTherma
XTHERMA ส่งพลังงานความร้อนลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ และไขมัน

สามารถส่งพลังงานลงไปเจาะจงในตำแหน่งที่ต้องการจนเกิดความร้อนลึก (Deep Heating) ในระดับอุณหภูมิ 40–60 องศาเซลเซียส ทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่เริ่มหย่อนคล้อยเกิดการหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงฟื้นคืนความกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด

จุดเด่นของเครื่อง XTherma

สิ่งที่ทำให้ XTherma โดดเด่นคือระบบ Dual-mode (Hot + Cold) ที่ผสมผสานการให้พลังงานความร้อนพร้อมกับระบบทำความเย็น (Cryogen Cooling) จึงช่วยลดความรู้สึกร้อนและระคายเคืองในระหว่างทำได้ คนไข้จึงรู้สึกสบายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีระบบ RF Pulse ปรับได้ถึง 6 ระดับ และระบบ Smart Temperature Cooling (STC) ที่ควบคุมได้ถึง 7 ระดับ ที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ จึงสามารถปกป้องผิวชั้นนอกในขณะที่ยังรักษาประสิทธิภาพในชั้นลึก ทำให้มีความปลอดภัยสูง

XTherma -Smart Temperature Cooling

รวมถึงมีหัวทิปที่ออกแบบมาพิเศษมีพื้นที่สัมผัส 5 ตารางเซนติเมตร ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง เห็นผลชัดเจน และมีหลากหลายขนาดเพื่อรองรับความต้องการในทุกมิติของการรักษา


XTherma ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?

XTherma สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายด้าน โดยเฉพาะความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและลำคอ (เหนียง)

XTherma ช่วยยกกระชับ
  • ช่วยยกกระชับผิวหย่อนคล้อย : ช่วยให้ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแก้ม คาง หรือลำคอ
  • ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน : พลังงานความร้อนที่ลงถึงชั้นไขมันใต้ผิวช่วยให้เซลล์ไขมันลดจำนวนลง แก้ปัญหาไขมันบริเวณแก้ม เหนียงใต้คาง และคอได้
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : ส่งเสริมให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวแน่นฟู ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย : ช่วยให้ริ้วรอย ร่องแก้ม และรอยย่นบนใบหน้าดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยปรับรูปหน้า : ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น V-shape ชัดเจนกว่าเดิม โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
  • ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว : ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง และดูสุขภาพดีขึ้นโดยรวม

XTherma มีข้อดีอะไรบ้าง ?

XTherma มีข้อดีอยู่หลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากผิวเต่งตึงเป็นธรรมชาติ

6 ข้อดีที่โดดเด่นของ XTherma 

  1. ยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล เป็นการรักษาแบบ Non-Invasive จากภายนอกผิว เป็นหัตถการที่ไม่ใช้เข็ม ไม่มีแผล หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  2. เจ็บน้อย เพราะระบบ Cryogen Cooling และระบบสั่นช่วยลดความรู้สึกเจ็บและร้อนระหว่างทำ
  3. เห็นผลเร็ว คนไข้สามารถรู้สึกถึงผิวที่กระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำ และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น
  4. ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากองค์กรด้านสุขภาพ มีระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติที่แม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการเกิดผลข้างเคียง
  5. ทำได้หลายบริเวณ ครอบคลุมทั้งหน้าและลำตัว ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า คอ ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขา
  6. ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ การยกกระชับผิวเกิดจากการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

เช็กความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังการทำ XTherma

แม้ว่า XTherma จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่ก็อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน เช่น

  • ผิวแดง บวมเล็กน้อยหลังทำ อาจเกิดขึ้นบริเวณที่ทำหลังรับการรักษา แต่จะหายได้เองภายใน 1-2 วัน
  • รู้สึกร้อนหรือแสบบริเวณที่ทำ ขณะทำอาจรู้สึกร้อนระหว่างและหลังทำเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปในไม่กี่ชั่วโมง
  • ความรู้สึกชาชั่วคราว บางคนอาจรู้สึกชาหรือเสียวซ่าบริเวณที่ทำ แต่จะหายเองภายในไม่กี่วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงรุนแรงควรเลือกทำ XTherma กับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น

XTherma เหมาะกับใคร ?

XTherma เหมาะสำหรับผู้ที่

  • มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • มีไขมันบริเวณแก้มและเหนียงเยอ
  • มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
  • มีริ้วรอย ร่องแก้ม รอบมุมปาก
  • ไม่ต้องการผ่าตัด แต่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด
  • ไม่สะดวกพักฟื้นนาน เพราะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที

XTherma ไม่เหมาะกับใคร ?

XTherma ไม่เหมาะสำหรับบุคคลบางกลุ่ม เช่น

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • ผู้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
  • ผู้มีโลหะหรือสิ่งฝังชนิดอื่นในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบ หรือมีแผลบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ผู้ที่มีโรคมะเร็งหรือกำลังรับการรักษามะเร็ง

หมายเหตุ : เพื่อปลอดภัยก่อนทำควรแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพกับแพทย์อย่างละเอียด เพื่อประเมินความเหมาะสม


XTherma ทำบริเวณไหนบนร่างกายได้บ้าง ?

XTherma สามารถทำได้หลายบริเวณทั้งใบหน้าและลำตัว ได้แก่

บริเวณใบหน้า

  • ใบหน้า : ยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอย
  • แก้ม : ลดไขมัน ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย
  • กรอบหน้า : ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น
  • เหนียงและคาง : ลดเหนียงชั้นสอง
  • คอ : กระชับผิวคอ ลดริ้วรอยคอ

บริเวณลำตัว

  • ต้นแขน : กระชับผิวที่หย่อนคล้อย
  • หน้าท้อง : กระชับผิวหน้าท้อง ลดไขมันส่วนเกิน
  • ต้นขา : กระชับผิวต้นขา ลดเซลลูไลท์

XTherma ต่างจากเครื่องมือยกกระชับอื่นอย่างไร ?

3 เครื่องยกกระชับ! Ulthera Thermage Hifu ต่างกันอย่างไร

อย่างที่หมอเกริ่นไปตั้งแต่ต้นว่า ปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดอยู่หลายวิธี นอกจาก XTherma แล้วยังมีเครื่องยกกระชับอื่นที่ช่วยฟื้นฟู ยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Thermage,Volnewmer,HIFU และ Ulthera แล้วจะเลือกใช้เครื่องไหนดี หมอข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละเครื่องมาแนะนำดังนี้

เปรียบเทียบ XTherma VS Thermage

XTherma และ Thermage ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF) เหมือนกันครับ แต่มีกลไกและจุดเด่นที่แตกต่างกันครับ

XTherma 

  • เทคโนโลยี : คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF) ร่วมกับ Cryogen / ระบบระบายความเย็น
  • จุดเด่น : เจ็บน้อย ความสบายผิว มีหัวทริปขนาดใหญ่
  • ผลลัพธ์ : คงอยู่ 6-12 เดือน

Thermage

  • เทคโนโลยี : คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF) เป็นรุ่นมาตรฐานที่เห็นผลชัดเจนในเรื่องการยกกระชับ ลึก
  • จุดเด่น : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย และช่วยสลายไขมันสะสมและทำให้ผิวแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีหัวยิงเฉพาะสำหรับ รอบดวงตา (Eye Tip) ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและช่วยแก้ปัญหาหนังตาตกได้ดีที่สุด
  • ผลลัพธ์ : คงอยู่ 1-2 ปี

XTherma VS HIFU/ Ulthera

XTherma ใช้เทคโนโลยีในการยกกระชับผิวต่างไปจาก Hifu และ Ulthera ครับ โดย Ulthera และ Hifu ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง เน้นส่งพลังงานลงลึกที่ผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ใบหน้ามีชั้นไขมันไม่มากครับ

ในขณะที่ XTherma ใช้เทคโนโลยี คลื่นวิทยุ (RF) ความถี่สูง (monopolar RF)

คลิกอ่านเพิ่มเติม : SMAS คืออะไร? ทำไมต้องยกกระชับผิวถึงชั้น SMAS เพื่อให้หน้าดูอ่อนเยาว์

  • XTherma (RF) เน้นกระชับผิวและฟื้นฟูด้วยคลื่นวิทยุ
  • HIFU/Ulthera (Ultrasound) เน้นยกกระชับเฉพาะจุดลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS), โดย Ulthera มีประสิทธิภาพแม่นยำกว่าและอยู่ได้นานกว่า HIFU ครับ

นอกจาก XTherma/ Thermage / HIFU/ และ Ulthera แล้ว นวัตกรรมยกกระชับผิวมีหลากหลายวิธีที่ใช้เทคโนโลยีและพลังงานต่างกัน หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับคนคนไข้ แนะนำให้แพทย์ช่วยประเมินแบบรายบุคคลจะดีที่สุดครับ เพราะโครงหน้า ปัญหาผิว และเป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เปรียบเทียบนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้ายอดนิยม 2026

เครื่อมือยกกระชับผิว

บทความแนะนำ


ก่อนทำ XTherma ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยง ควรเตรียมตัวดังนี้

  • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมรุนแรง เช่น Retinol, AHA, BHA หรือ Vitamin C เข้มข้น
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการผิว เช่น ลอกผิว เลเซอร์ หรือฟิลเลอร์
  • หยุดการกินยาที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน หรือวิตามิน E (ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อเตรียมผิวและช่วยในการฟื้นฟู
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ XTherma

หลังทำ XTherma สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่ควรเน้นการ เพิ่มความชุ่มชื้น, ป้องกันแดด, หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่กระตุ้นผิว (เช่น เลเซอร์, ขัดผิว, แอลกอฮอล์, สูบบุหรี่) เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีและเห็นผลชัดเจนยาวนานขึ้น

แนะนำ

  • ดื่มน้ำเยอะ ๆเพื่อชวยให้ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่
  • ทาครีมกันแดด SPF 30+ ขึ้นไป ทุกวัน เพื่อป้องกันรังสี UV ที่ทำลายคอลลาเจน
  • ทาครีมบำรุง/มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
  • รับประทานอาหารมีประโยชน์ เน้นวิตามิน C (ผลไม้) และโปรตีน (เนื้อสัตว์, ถั่ว)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่

ควรหลีกเลี่ยง 

  • ห้ามทำหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์ IPL, RF อื่น ๆ หรือหัตถการที่ลงลึกถึงผิวหนัง ภายใน 1 เดือนหลังทำ
  • เลี่ยงการออกแดดจัดโดยไม่ปกป้องผิว ควรหลีกเลี่ยงการตากแดดตรง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และหมั่นทาครีมกันแดด SPF 50+
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจน

XTherma ราคาเท่าไร ?

ราคา Xtherma แตกต่างกันไปตามจำนวนช็อตและชื่อเสียงคลินิกที่ให้บริการ โดยเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5,900 – 7,900 บาท สำหรับ 100 ช็อต

แนะนำเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือรวมถึงในขั้นตอนการทำควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้นครับ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกคลินิก

  • ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ : ควรเลือกคลินิกที่ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการยกกระชับโดยตรง
  • เทคโนโลยีเครื่องมือได้มาตรฐาน : หากคนไข้ต้องการปรับรูปหน้า ยกกระชับผิวหน้าเพื่อลดความหย่อนคล้อย ควรตรวจสอบว่าคลินิกนั้น ๆ ใช้เครื่องแท้หรือไม่ เช่น Ulthera SPT+, Ultraformer III, Thermage FLX เป็นต้น
  • การบริการแบบครบวงจร : คลินิกที่มีบริการหลากหลาย เช่น Ulthera, HIFU, Filler, Botox, ร้อยไหม เพื่อให้คนไข้สามารถให้เลือกทำได้ตรงปัญหาและงบประมาณ
  • การดูแลหลังทำ : คลินิกที่ดี ได้มาตรฐานจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีครับ
โปรโมชันยกกระชับผิว

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XTherma

XTherma เจ็บมากไหม ?

ระดับความเจ็บของ XTherma อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง ขึ้นอยู่กับความทนทานต่อความเจ็บของแต่ละคนครับ ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นร้อนและสั่นเล็กน้อยบริเวณที่ทำ เพราะเครื่อง XTherma มีระบบ Cryogen Cooling และระบบสั่นที่ช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ ทำให้สะดวกสบายขึ้น หากกลัวเจ็บมากสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทาครีมชาก่อนทำได้

XTherma ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?

ผลลัพธ์ของ XTherma จะเห็นได้ทันทีหลังทำครั้งแรกประมาณ 10-20% แต่เพื่อให้ได้ผลที่ดีและคงทนนาน แพทย์มักจะแนะนำให้ทำ 3-5 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ผิวที่หย่อนน้อยอาจต้องทำแค่ 1-2 ครั้ง

ในขณะที่ผิวที่หย่อนมากอาจต้องทำ 5-6 ครั้ง ผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 2-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นและอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน

XTherma กับ Thermage อันไหนดีกว่ากัน ?

XTherma และ Thermage ใช้เทคโนโลยีเดียวกันคือ Monopolar RF แต่มีข้อแตกต่างที่น่าสนใจ

  • XTherma เหมาะกับผู้ที่กลัวเจ็บ มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ต้องการราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง ความเจ็บน้อยกว่า ราคาถูกกว่า
  • Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนนานกว่า มีผิวหย่อนชัดเจน และไม่กลัวเจ็บมากนัก มีข้อมูลการวิจัยที่มากกว่า ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี

การเลือกระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ควรขึ้นอยู่กับงบประมาณ และระดับปัญหาผิวของแต่ละคนครับ

ทำ XTherma แล้วสามารถทำหัตถการอื่นร่วมกันได้ไหม ?

ได้คครับ แต่ต้องให้ผิวพักฟื้นก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้รอประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำ XTherma ก่อนทำหัตถการอื่น ๆ เช่น

  • ฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์ : ควรรอ 2-4 สัปดาห์
  • เลเซอร์ : ควรรอ 3-4 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการร่วมกันควรปรึกษาแพทย์เสมอ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

XTherma เหมาะกับผู้ชายไหม ?

XTherma ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ชายที่มีปัญหา

  • ผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม คาง และคอ
  • เหนียงชั้นสอง (Double Chin)
  • ไขมันสะสมบริเวณใบหน้า
  • ต้องการกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น
  • ริ้วรอยและรอยย่นที่เริ่มเห็นชัด

สรุป XTherma ดีไหม ?

XTherma เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงที่มีข้อดีโดดเด่นในเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และราคาที่เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น

สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิว หรือปรับรูปหน้า ปัจจุบันมีหลายเครื่องที่ช่วยได้ สามารถเลือกใช้ตามลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำปรึกษาแพทย์ ประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวก่อนตัดสินใจครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

Ultraformer MPT รีวิวจากเคสจริง ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ? รวมความประทับใจหลังทำ

Reading Time: 3 minutesUltraformer MPT รีวิว เจาะลึกเครื่องยกกระชับผิวรุ่นล่าสุดที่กำลังเป็นกระแสในวงการความงาม หลายคนอาจสงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่นี้แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ? เห็นผลจริงไหม ? ตอบโจทย์ปัญหาผิวแบบไหน ? บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญ พร้อมอัปเดตราคาโปรโมชันปี [current_year]

February 13, 2026 อ่านต่อ

ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นจริงไหม ? เหมาะกับ...

Reading Time: 5 minutesการฉีดหน้าใส คือหัตถการที่หลายคนสนใจเมื่อเริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวโทรม แต่งหน้าไม่ติด ผิวแห้งขาดน้ำ หรือผิวดูไม่สดใส แม้จะใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม ใครที่กำลังมองหาหัตถการที่ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นตรงจุด เห็นผลไว หมอแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ จะพาไปเจาะลึก ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Cloud Skin คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นเทรนด์ผิวที่หลายคนอยากมีใ...

Reading Time: 4 minutesCloud Skin คือคำที่ถูกค้นหาบ่อยมากในช่วงนี้ครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องการงานผิวสวยแบบธรรมชาติ ไม่มันวาวจนเกินไป แต่ดูเปล่งประกายจากภายใน มีสัมผัสที่เนียน นุ่ม อิ่มฟู เปรียบได้กับปุยเมฆ บทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักว่า Cloud Skin คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? และถ้าอยากมีผิวแบบนี้ต้องเริ่มต้นดูแลผิวอย่างไร รวมถึงแนะนำหัตถการทางลัดไปสู่ผิว Cloud Skin ครับ

เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ? ดีไหม ? ต่างจากฉีดเมโส 16 จุดอย...

Reading Time: 3 minutesเมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? และต่างจากการฉีดเมโส 16 จุดอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้

เลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? ทำบ่อยแค่ไหนถึงเห็นผลและปลอดภัย...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำเลเซอร์ขนครั้งแรกหรือกำลังวางแผนทำต่อเนื่อง เพราะการเว้นระยะที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้การกำจัดขนเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผิวในระยะยาว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า