ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เป็นปัญหาที่คนไข้หลาย ๆ คนเข้ามาขอคำปรึกษาว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ แก้ไขอย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาดีหรือไม่ ?
สำหรับปัญหานี้หมอขออธิบายถึงสาเหตุ และวิธีแก้ไขรวมไว้ในบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่เกิดปัญหา และคนที่กำลังตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มได้ทราบไว้เป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจ พร้อมวิธีเลือกคลินิกที่ไว้ใจครับ
สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน
เจาะลึก โปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เป็นเรื่องปกติไหม ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเห็นเป็นก้อนชัดเจน แม้ไม่ได้ขยับใบหน้า หรือคลำได้ก้อนแข็งหลังฉีด 14 วัน ถือว่าไม่ใช่อาการปกติครับ ควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเทคนิคการฉีด ตำแหน่งที่วางฟิลเลอร์ หรือชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้
ทั้งนี้ ในช่วง 4-5 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คนไข้อาจคลำได้ก้อนเล็ก ๆ หรือรู้สึกตึงบริเวณร่องแก้ม ถือเป็นอาการบวมหลังฉีดครับ ไม่ใช่ฟิลเลอร์เป็นก้อนแบบที่หลายคนกังวลใจ ส่วนใหญ่จะหายได้เองในเวลาประมาณ 14 วัน เมื่อฟิลเลอร์เซตตัวเต็มที่และยุบบวมแล้ว
อ่านบทความเพิ่มเติม : หลังฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน ? ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ยุบบวมเร็ว ?
ทำไมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร ?
สาเหตุที่ทำให้ฉีด Filler ร่องแก้มแล้วเป็นก้อนบวมนูนมักเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน และการฉีดกับแพทย์ที่ขาดความชำนาญครับ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
- แพทย์ผู้ฉีดขาดความชำนาญหรือประเมินใบหน้าไม่ถูกต้อง : ริ้วรอยร่องแก้มเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ชั้นไขมัน หรือกระดูกยุบตัว หากแพทย์วิเคราะห์สาเหตุไม่ถูกต้อง อาจฉีดแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ส่งผลให้ฟิลเลอร์ไปกองตัวเป็นก้อน ในบางเคสร่องแก้มกลับดูลึกขึ้นกว่าเดิม
- เลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด : หากเลือกฟิลเลอร์ที่แข็งเกินหรือไม่เหมาะกับบริเวณร่องแก้ม อาจทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็งนูน มองเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในบริเวณที่ผิวบางหรือมีการขยับบ่อย เลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละตำแหน่ง ? อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
- ฉีดฟิลเลอร์ไม่ตรงชั้นหรือไม่ตรงตำแหน่งของปัญหา : หากฉีดฟิลเลอร์ในชั้นที่ตื้นเกินไป หรือฉีดลงข้างร่องแก้มโดยไม่แก้ต้นเหตุจริง ฟิลเลอร์อาจดันผิวขึ้นเป็นก้อน และทำให้ร่องแก้มดูลึกขึ้นได้ครับ
- ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินความจำเป็น : การใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปในตำแหน่งเดียว ทำให้เนื้อฟิลเลอร์กองตัว ไม่สามารถกระจายหรือเบลนเข้ากับผิวได้ดี จึงเกิดเป็นก้อนนูน
- ใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน : ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. มัก ไม่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ และมีโอกาสจับตัวเป็นก้อนเมื่อเวลาผ่านไป บางรายอาจเกิดปัญหาฟิลเลอร์ไหลย้อย ไม่เป็นทรง หรือทำให้แก้มหย่อนคล้อยผิดรูป
- การดูแลตัวเองหลังฉีดไม่เหมาะสม : ในช่วงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ หากมีการกด นวด ขยับใบหน้ามากเกินไป หรือฝ่าฝืนคำแนะนำแพทย์ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวและจับเป็นก้อนในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
- ขั้นตอนการฉีดไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดการติดเชื้อ : หากขั้นตอนการฉีดไม่สะอาด ใช้อุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ หรือดูแลแผลไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ส่งผลให้เกิด ก้อนบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ ซึ่งถือเป็นภาวะที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีครับ
ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นก้อน อันตรายไหม ?
ความอันตรายของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ และชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ครับ
หากใช้ฟิลเลอร์แท้แล้วเกิดก้อนนูนบนผิว แต่ไม่รู้สึกเจ็บ ผิวไม่แดง หรือไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ มักไม่อันตรายครับ คนไข้สามารถสังเกตอาการก่อน หรือปรึกษาแพทย์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้
แต่ในกรณีที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังฉีด Filler ร่องแก้ม เกิดก้อนบวม ร่วมกับอาการผิดปกติเหล่านี้ เช่น
- ก้อนแข็งผิดปกติ คลำเจ็บ
- ผิวบริเวณนั้นแดง ร้อน บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดตึง ชา หรือสีผิวเปลี่ยน
- ก้อนโตขึ้น ไม่ยุบ แม้เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์
ถือว่ามีความเสี่ยงและอาจเป็นอันตราย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินและวางแผนเอาฟิลเลอร์ออกอย่างเหมาะสมโดยเร็วครับ
(พญ.อภันตรี ทองคำวงศ์ เลข ว.43417)
แพทย์ประเมินใบหน้า และวางแผนแก้ปัญหาหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน
วิธีแก้ไขเมื่อฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ทำได้กี่วิธี ?
การแก้ไขปัญหาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน สามารถทำได้หลายวิธีครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดของ Filler ที่ฉีดเข้าไปเป็นหลัก หมอขอสรุปแนวทางแก้ไขที่ใช้จริงในทางการแพทย์ดังนี้ครับ
รอให้ฟิลเลอร์ร่องแก้มสลายเอง (ฟิลเลอร์แท้)
หากใช้ฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid) และก้อนที่เกิดขึ้นไม่แข็ง ไม่เจ็บ หรือไม่มีอาการผิดปกติ คนไข้สามารถรอให้ฟิลเลอร์สลายเองได้ครับ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 8-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ/รุ่นของฟิลเลอร์
ฉีดสลายฟิลเลอร์ร่องแก้ม (ฟิลเลอร์แท้)
การฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับความนิยมมากที่สุด ในการแก้ปัญหาฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นก้อน โดยจะฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase (HYAL) เข้าไปทำลายการยึดเกาะของโมเลกุลฟิลเลอร์ ช่วยให้ก้อนฟิลเลอร์ยุบลง เริ่มเห็นผลทันทีบางส่วน และตัวยาออกฤทธิ์หลังฉีดไปจนถึง 48 ชั่วโมงครับ
นอกจากตำแหน่งร่องแก้มแล้ว ยังสามารถนำมาแก้ปัญหาฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนบวม ผลลัพธ์หลังฉีดไม่ถูกใจ หรือดูไม่เป็นธรรมชาติในตำแหน่งอื่น ๆ ได้อีกด้วย
ตำแหน่งและปัญหาที่นิยมแก้ไขด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์
ขูดฟิลเลอร์ (ฟิลเลอร์ปลอม)
การขูดฟิลเลอร์เป็นวิธีแก้ไขในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้ เช่น Polyamine (Aqualift), Hydrofilic Gel
โดยแพทย์จะเปิดแผล และนำเครื่องมือไปขูดเอาก้อนฟิลเลอร์ออก ส่วนใหญ่อาจนำออกได้เพียงบางส่วน ประมาณ 60-70% และมีความเสี่ยงต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทบนใบหน้า จึงต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
ผ่าก้อนฟิลเลอร์ (ฟิลเลอร์ปลอม)
การผ่าก้อนฟิลเลอร์ออกเป็นทางเลือกสุดท้าย ในกรณีที่ฟิลเลอร์ปลอมอยู่ในร่างกายนานจนเกิดพังผืดเกาะ การผ่าตัดอาจไม่สามารถเอาฟิลเลอร์ออกได้หมด และควรทำโดยศัลยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและลดภาวะแทรกซ้อน
ฉีดร่องแก้มแล้วเป็นก้อนแข็ง แบบไหนอันตราย ?
หากหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อนแข็ง กดเจ็บ หรืออาการผิดปกติเหล่านี้ มักเป็นข้อบ่งชี้ของการอักเสบ ติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากฟิลเลอร์ปลอมครับ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ และรักษา
- ก้อนแข็ง นูนชัดเจน แม้ผ่านไปแล้วมากกว่า 2 สัปดาห์
- บวมแดง ผิวหนังเปลี่ยนสี อักเสบ หรือมีหนอง
- รู้สึกปวดมาก เจ็บร้อน หรือกดแล้วเจ็บผิดปกติ
- ก้อนฟิลเลอร์มีขนาดโตขึ้น หรือใบหน้าผิดรูป
- มีอาการชา สีผิวซีดหรือคล้ำผิดปกติบริเวณร่องแก้ม
ป้องกันก่อนเกิดปัญหาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน
ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อนสามารถป้องกันได้ครับ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกคลินิกและแพทย์ที่น่าเชื่อถือ ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจากอย.ไทย
นอกจากนี้หากทางคลินิกมีรีวิวเป็นจำนวนมาก มีบริการประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรงก่อนฉีด Filler ร่องแก้ม ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการได้ ควรฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ? ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิกอย่างไร ? อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เคสจริง ที่ V Square Clinic
*ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
คำถามพบบ่อย (FAQ) ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน
ฉีด Filler ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน กี่วันหาย ?
- กรณีเป็นก้อนบวมหลังฉีด : มักยุบเองภายใน 14 วัน เมื่อฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่และอาการบวมลดลง
- กรณีฟิลเลอร์แท้เป็นก้อน : สามารถสลายเองได้ตามอายุฟิลเลอร์ ประมาณ 8-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ/รุ่นฟิลเลอร์
- กรณีฟิลเลอร์ปลอม : ไม่หายเอง และมีแนวโน้มจับตัวเป็นก้อนมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ต้องแก้ไขทุกเคสไหม ?
คนไข้ส่วนใหญ่มักเลือกแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อนครับ เพราะก้อนฟิลเลอร์ส่งผลต่อความมั่นใจและรูปหน้า แม้ฟิลเลอร์แท้จะสลายเองได้ตามอายุการใช้งานก็ตาม
แต่หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บ บวมแดง หรือก้อนแข็งผิดปกติ แนะนำให้แก้ไขโดยแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้ครับ
ฉีดร่องแก้มแล้วเป็นก้อน สลายเองได้ไหม ?
ไม่แนะนำให้คนไข้พยายามแก้ไขฟิลเลอร์เป็นก้อนด้วยตัวเอง เช่น การประคบร้อน กด นวด หรือใช้ความร้อน เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง หรืออาการแย่ลง โดยเฉพาะช่วงก่อนฟิลเลอร์เซตตัว ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แพทย์ประเมินและวางแผนแก้ไขให้เหมาะสมครับ
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน แก้ด้วยวิธีไหนเร็วสุด ?
หากเป็นฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid) วิธีที่เร็วและได้ผลดีที่สุดคือ การฉีดสลายฟิลเลอร์ร่องแก้มด้วย Hyaluronidase ซึ่งมักเห็นผลบางส่วนทันทีและยาออกฤทธิ์ไปอีก 48 ชั่วโมง
หลังจากนั้น หากคนไข้ต้องการฉีด Filler ร่องแก้มใหม่ ก็สามารถฉีดได้ในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หรือตามการประเมินของแพทย์ครับ
หากต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อแก้ฟิลเลอร์เป็นก้อน ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ?
ก่อนเข้ารับการฉีดสลายฟิลเลอร์ร่องแก้ม แนะนำให้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดครั้งก่อน เช่น ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด วันที่ฉีด และตำแหน่งที่ทำ หากเปลี่ยนคลินิกสามารถนำกล่องฟิลเลอร์หรือสติกเกอร์ Lot. มาให้แพทย์ช่วยตรวจสอบได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนแก้ไขได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้นครับ
สรุปฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน เรื่องที่ป้องกันและแก้ไขได้
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อนสามารถป้องกันและแก้ไขได้ครับ หากเป็นฟิลเลอร์แท้และไม่มีอาการผิดปกติ อาจเฝ้าดูอาการหรือเลือกแก้ไขด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและนิยมที่สุด
สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการหลังฉีด เลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และหากพบความผิดปกติควรรีบเข้ารับการประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขทำได้ง่าย ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวครับ


