AestheFill จากเกาหลี
AestheFill เป็นนวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยตัวเอง โดยมีสารสำคัญอย่าง Poly-D,L-Lactic Acid หรือ PDLLA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ
- AestheFill คอลลาเจนเพื่องานผิวแน่น ฟู และเรียบเนียน
- ผ่านการรับรอง CE Mark (ยุโรป), MFDS/KFDA (เกาหลี), NMPA (จีน) และ อย.ไทย
- ฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน
- แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์
- สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
ทำความรู้จัก Aesthefill ให้มากขึ้น คืออะไร ? ช่วยอะไร ? เหมาะกับใคร ? ทำงานอย่างไร ? ผลลัพธ์แตกต่างจาก Collagen Biostimulator อย่างไร ? อยู่ได้นานเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหมที่จะทำ ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจได้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ AestheFill
AestheFill คืออะไร ?
AestheFill คือสาร PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่ช่วยฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างชั้นลึก ทำให้ผิวกระชับ อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ผลิตและพัฒนาโดย REGEN Biotech, Inc.(เกาหลีใต้) นำเข้าโดยบริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด
AestheFill คือไหมน้ำใช่ไหม ?
AestheFill ไม่ใช่ไหมน้ำ แต่เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนแบบ Biostimulator ที่มีสารสำคัญ PDLLA ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง
ส่วนไหมน้ำเป็นการนำวัตถุดิบที่ผลิตไหมสำหรับร้อยผิวหน้ามาทำให้อยู่ในรูปแบบผง มีขนาดอนุภาคเป็นทรงกลมโมเลกุลค่อนข้างเล็กสำหรับละลายน้ำ เพื่อฉีดเติมเต็มคอลลาเจนบนใบหน้า และเพิ่มความกระจ่างใสของผิวขึ้น
แม้จะมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเช่นกัน แต่กลไกและการออกฤทธิ์แตกต่างจาก AestheFill
อย่างไรก็ตาม ในแง่การตลาดในไทย AestheFill มักถูกเรียกว่าไหมน้ำเกาหลี เพื่อให้คนไข้เข้าใจง่ายว่าคือสารละลายที่ฉีดแล้วช่วยยกกระชับเหมือนการร้อยไหมครับ
AestheFill ทำงานอย่างไร ?
หลังฉีด AestheFill ลงสู่ชั้นผิว ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่ทำหน้าที่เสมือนการวางโครงตาข่ายใต้ผิว (Scaffold) ให้เซลล์ผิวเข้ามายึดเกาะ
โดยพื้นผิวของอนุภาค PDLLA มีรูพรุนจำนวนมาก จึงสามารถดึงดูดเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนให้เข้ามาทำงาน
เมื่อไฟโบรบลาสต์ถูกกระตุ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนชนิด Type I ล้อมรอบอนุภาค ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น ยกกระชับ และละเอียดขึ้นตามธรรมชาติ
แม้ PDLLA จะค่อย ๆ สลายไป แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นยังคงอยู่ จึงให้ผลลัพธ์ระยะยาว
AestheFill ช่วยอะไรบ้าง ?
AestheFill ช่วยให้ผิวกระชับและเต่งตึง (Firming & Tightening) โดยจะกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึกและในระดับเซลล์
- ผิวดูเนียนใส และฉ่ำวาว (Glass Skin)
- ยกกระชับผิว แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย
- กระชับรูขุมขนให้ผิวเฟิร์ม ดูอิ่มน้ำ
- เพิ่มความกระจ่างใส หน้าโทรม กลับมาดูสดใสขึ้น
- ริ้วรอยจางลง ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
AestheFill เหมาะกับใคร ?
AestheFill ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ ดูโทรม
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่เฟิร์มกระชับ
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) ผิวแห้งกร้าน
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่ต้องการปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยรวม
- ผู้ที่ต้องการมีผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวเบิร์นแดด หรือผิวถูกทำลายจากแสงแดด
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- ผู้ที่อายุ 25+ คอลลาเจนเริ่มลดลง
(พญ.กรกนก กันทา เลข ว.48666)
AestheFill กี่วันเห็นผล ?
- ประมาณ 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
- ผิวในบริเวณที่ฉีดจะค่อย ๆ ฟูขึ้น คุณภาพผิวดีขึ้น ผิวดูเนียนละเอียด รูขุมขนแลดูลดลง
- ครบ 3 เดือนจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่
AestheFill ฉีดกี่ครั้งเห็นผล ?
แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ บางคลินิกจะมีโปรแกรมแบบคอร์ส เช่น 1 คอร์ส (คอร์สละ 3 เดือน เฉลี่ยเดือนละครั้ง) ให้เลือกครับ
AestheFill อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังฉีด AestheFill ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน เมื่อฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่บุคคลร่วมด้วยครับ
AestheFill ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร ?
คุณสมบัติ AestheFill
| ยี่ห้อ | AestheFill |
|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | PDLLA (Poly-D-L-Lactic Acid) |
| ส่วนประกอบ | PDLLA+CMC (Carboxymethyl Cellulose) |
| ลักษณะ | ผงแห้ง ผสมกับ Sterile Water |
| แนะนำฉีด | ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ |
| ตำแหน่ง | ทั่วใบหน้า ขมับ หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มตอบ กรอบหน้า |
| ช่วยเรื่อง | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ผิวอิ่มฟู ยืดหยุ่น กระชับ อย่างเป็นธรรมชาติ |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 สัปดาห์ |
| อยู่ได้นาน | 18-24 เดือน |
ปัจจุบันหัตถการที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีหลายกลุ่ม หลายยี่ห้อครับ
สามารถดูคลิปรายละเอียดแต่ละหัตถการเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างก่อนตัดสินใจได้ครับ
AestheFill vs Filler
AestheFill vs Sculptra
AestheFill vs Radiesse
AestheFill vs Juvelook
AestheFill vs Profhilo
AestheFill vs HarmonyCa
AestheFill ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
Aesthefill ฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า เช่น
- ขมับ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก : เติมเต็มร่องลึก
- หน้าแก้ม แก้มตอบ : เติมเต็มใบหน้าอิ่มฟู
- ทั่วใบหน้า : ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
- กรอบหน้า : ยกกระชับใบหน้า
AestheFill ฉีดอย่างไร ?
- ก่อนฉีดประเมินปัญหาและตำแหน่งที่คอลลาเจนลดลง เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ หรือกรอบหน้า
- ผสมผง PDLLA กับ Sterile Water ให้เข้ากันก่อนใช้งาน
- ฉีดตัวยาลงในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) หรือชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) เพื่อเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ยุบตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวแน่นและยกกระชับขึ้น
โดยเทคนิคการฉีดจะมีทั้งแบบ Linear, Depot, Fan ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฉีดและความถนัดของหมอแต่ละคนครับ
AestheFill เจ็บไหม ?
อยู่ในระดับเจ็บทนได้ครับ ก่อนทำจะมีการแปะยาชาประมาณ 30-45 นาที หลังทำอาจเกิดรอยแดง รอยช้ำ บวม ใช้นิ้วกดแล้วรู้สึกชาเจ็บบริเวณที่ฉีด เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ จะดีขึ้นใน 1-3 วัน
AestheFill ดูแลตัวเองอย่างไร ?
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การอบไอน้ำ การอบซาวน่า
- หลีกเลี่ยงแสงแดดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าอาการบวม หรือรอยแดงจะหายเป็นปกติ
- หากจำเป็นต้องทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า แนะนำควรเว้นระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ก่อน
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
AestheFill ข้อดี
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
- เติมเต็มและยกกระชับได้หลายตำแหน่ง
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน (ขึ้นกับสภาพผิวและจำนวนครั้ง)
- ปลอดภัย สลายได้เองตามธรรมชาติ
AestheFill ข้อเสีย
- ไม่เห็นผลทันที ต้องรอร่างกายสร้างคอลลาเจน จึงไม่เหมาะกับคนใจร้อน
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร สลายได้เองตามธรรมชาติ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้
- ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับบางหัตถการงานฉีดอื่น ๆ
AestheFill อันตรายไหม ?
มีความปลอดภัย AestheFill ได้รับการรับรองจาก CE Mark (ยุโรป), MFDS/KFDA (เกาหลี), NMPA (จีน) และ อย.ไทย ทั้งนี้ควรฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ครับ
Aesthefill เป็นก้อนไหม ?
เนื่องจาก AestheFill มีโมเลกุลแบบทรงกลมและมีรูพรุน ทำให้กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน
Aesthefill บวมกี่วัน ?
โดยปกติจะมีอาการบวมประมาณ 2-3 วัน จากปริมาณน้ำที่ฉีดเข้าไป หลังจากนั้นน้ำจะถูกดูดซึมหายไปเอง และอาจมีรอยเข็มเขียวช้ำเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายใน 7-10 วัน
AestheFill ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 20,000.-/1 ขวด (Vial) ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกและจำนวนขวดที่ใช้ตามปัญหาของคนไข้ บางคลินิกมีราคาถูก ต้องดูปริมาณที่ใช้ครับว่ากี่ CC
Aesthefill 1 ขวด กี่ cc ?
AestheFill 1 ขวด มีปริมาณตัวยาหลังผสมแล้วอยู่ที่ 10 cc
Aesthefill ทำพร้อมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
ในกรณีฉีดคนละตำแหน่งกัน สามารถฉีดพร้อมทำได้ครับ หรือถ้าเป็นเครื่องยกกระชับ เช่น Ultraformer III, Ultraformer MPT, Ulthera SPT, Ulthera Prime, Thermage Flx จะช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยระยะเวลาที่เหมาะสมหมอแนะนำเป็นรายเคสครับ
ควรเลือกทำ AestheFill เมื่อไหร่ ?
ควรทำเมื่อเริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อมสภาพตามช่วงวัย เช่น หน้าโทรม แก้มยุบ หรือผิวไม่เด้ง อยากฟื้นฟูคุณภาพผิวและยกกระชับแบบธรรมชาติ
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aesthefill
AestheFill เติมร่องแก้มได้ไหม ?
ได้ครับ แต่ไม่ได้เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ AestheFill จะกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ร่องตื้นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ
AestheFill ฉีดใต้ตาได้ไหม ?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ฉีดใต้ตาโดยตรง เพราะผิวบาง ควรใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเหมาะกว่า
AestheFill เหมาะกับคนผอมหน้าตอบไหม ?
เหมาะครับ ช่วยเพิ่มความแน่นของผิวและปรับโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
หลังฉีด AestheFill ต้องนวดไหม ?
ฉีด AestheFill คนไข้ไม่จำเป็นต้องนวดหน้าเองที่บ้านครับ หลังจากที่แพทย์นวดกระจายตัวยาให้ทันทีหลังฉีดเสร็จแล้ว
AestheFill ทำพร้อมโบท็อกได้ไหม ?
ได้ครับ เนื่องจากการทำงานต่างกัน โดย AestheFill ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มร่องลึก ส่วนโบท็อกลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอย
สรุป AestheFill ดีไหม ?
AestheFill เป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่อยากให้หน้าอ่อนเยาว์ดูเป็นธรรมชาติ และต้องการฟื้นฟูผิวระยะยาว จุดเด่นคือช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น คงผลลัพธ์อยู่ได้นานครับ แต่จะไม่ใช่การปรับรูปหน้าที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที
หากมีปัญหาริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า หรือต้องการเติมเต็มร้องลึก ก็ยังมีหัตถการพื้นฐานอย่างโบท็อก/ฟิลเลอร์ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลและแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้ครับ
อ้างอิง
- AestheFill Clinical Study Report_2014-2021
- Injectable Poly-D, L-lactic Acid in Facial Rejuvenation: Three Case Reports. Jui-Yu Lin and Chuan-Yuan Lin. Cosmetol J 2020, 4(1): 000120.
- https://aesthefill.de/it/


