เคลียร์ชัดทุกข้อกังวล ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน บวมมากไหม ? อาการบวมแบบไหนควรพบแพทย์ ? มีวิธีลดบวมและดูแลตัวเองอย่างไร ให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น ? สิ่งเหล่านี้เป็นความกังวลใจของคนไข้หลายคนที่อยากปรับแก้รูปทรงปากด้วยฟิลเลอร์ครับ
ในบทความนี้หมอพาทุกคนไปหาคำตอบ พร้อมแนะนำวิธีลดบวมและแนวทางป้องกันปัญหาหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน
ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน? กี่วันยุบ ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก อาจมีอาการบวมได้ประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณปากค่อนข้างบาง แต่
อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายได้เอง และริมฝีปากจะเริ่มเข้าที่ ดูอวบอิ่มเป็นทรงสวย ใน 1-2 สัปดาห์ เมื่อฟิลเลอร์เข้าที่กลืนไปกับผิว อาการบวมก็จะยุบลงครับ
ทำไมฉีดฟิลเลอร์แล้วปากบวม เกิดจากอะไร ?
การบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นอาการที่พบได้ปกติครับ และมีสาเหตุหลายประการ ได้แก่
- การตอบสนองทางธรรมชาติของร่างกาย เมื่อมีเนื้อฟิลเลอร์เข้าสู่ใต้ผิวหนัง ร่างกายจะส่งสัญญาณว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ทำให้เกิดการอักเสบเล็กน้อยและส่งเม็ดเลือดขาวมาตรวจสอบ ทำให้เกิดอาการบวมแดงในระยะแรก แต่เมื่อเนื้อฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นอันตราย ร่างกายก็จะกลับคืนปกติ ยุบบวมลง
- คุณสมบัติของฟิลเลอร์ สาร Hyaluronic Acid ฟิลเลอร์แท้จะมีส่วนประกอบหลักเป็น HA ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำทำให้บริเวณที่ฉีดบวมขึ้นมาชั่วคราวได้
- การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากเข็ม แม้ว่าจะใช้เข็มขนาดเล็กและแพทย์มีความชำนาญ แต่การเจาะผิวหนังก็ยังทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้เกิดการอักเสบและบวม
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด ยิ่งฉีดฟิลเลอร์ปากปริมาณมาก อาการบวมก็จะมากและนานขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่ฉีดครั้งแรกหรือต้องการเพิ่มปริมาตรปากมาก ๆ
- ประเภทของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์บางยี่ห้อหรือบางสูตรอาจทำให้บวมมากกว่ายี่ห้ออื่น ขึ้นอยู่กับความหนืดและความเข้มข้นของสาร HA
- ปัจจัยส่วนบุคคล บางคนมีผิวบอบบางหรือมีระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากกว่าคนอื่น ทำให้บวมง่ายและนานกว่า รวมถึงสภาวะฮอร์โมน เช่น ช่วงมีประจำเดือน ก็อาจทำให้บวมมากขึ้นครับ
ทั้งนี้หากมีอาการบวมมากผิดปกติ มีอาการแดงร้อน ปวดรุนแรง อาจเกิดจากปริมาณที่ฉีดมากเกินไป เทคนิคแพทย์ไม่ดี หรือการติดเชื้อ ซึ่งควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขครับ
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นอย่างไร ?
ลักษณะอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ปากที่มีดังนี้
- บวมไม่สมมาตร ในช่วง 1-2 วันแรก ปากอาจบวมข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า หรือบวมไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ สมมาตรขึ้นเมื่อฟิลเลอร์กลื่นไปกับผิว
- ผิวริมฝีปากคล้ำเล็กน้อย อาจพบรอยช้ำหรือคล้ำบริเวณจุดที่ถูกเข็มฉีด โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบาง รอยช้ำนี้จะค่อย ๆ จางหายไปภายใน 3-7 วัน
- รู้สึกแน่น ๆ ตึง ๆ ริมฝีปาก รู้สึกว่าริมฝีปากแน่นตึงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อยิ้มหรือพูด ความรู้สึกนี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อฟิลเลอร์เข้าที่และเนื้อเยื่อปรับตัว
- คันเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกคันบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวของผิวหนัง แต่ไม่ควรเกาหรือถูแรงเกินไป
- มีปุ่มหรือก้อนเล็ก ๆ อาจคล้ำพบปุ่มเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นเนื้อฟิลเลอร์ที่ยังไม่กลื่นไปผิวอย่างสมบูรณ์ แต่จะค่อย ๆ นิ่มและเข้าที่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาการบวมแบบไหนที่ควรพบแพทย์ ?
แม้ว่าอาการบวมจะเป็นเรื่องปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก แต่ก็มีอาการบวมผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์ทันทีเช่นกัน
- มีอาการริมฝีปากบวมแดงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บ สีผิวปากเปลี่ยนสีเป็นแดงหรือคล้ำมากผิดปกติ อาการบวมไม่ลดลงภายใน 2 วัน และยิ่งบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ผิดปกติ
- ผิวหนังเปลี่ยนสี เป็นสีขาวหรือสีคล้ำมาก หากผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดหรือสีม่วงคล้ำมาก อาจเป็นสัญญาณว่าฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงไม่ถึง มักเกิดหลังฉีดในเวลาไม่นาน ซึ่งต้องรีบแก้ไขฉีดสลายฟิลเลอร์ออกครับ
- ริมฝีปากเป็นก้อนบวม นูนขึ้นมาจากผิว มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ขาดประสบการณ์ ฉีดไม่ถูกเทคนิค เลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งปาก หรือใช้ปริมาณมากเกินไป
หากพบอาการข้างต้น อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือรอดูอาการ ควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันที เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
วิธีลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
หมอมี 5 วิธีลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยตัวเอง ช่วยให้อาการบวมลดลงได้ไว เห็นผลชัดเจนมาแนะนำครับ
1. ลดอาการบวมจากการฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยการประคบเย็น
หากมีอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถประคบเย็นบริเวณรอบ ๆ ปากเบา ๆ ครั้งละ 10-15 นาที ซึ่งจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว และอาการบวมลดลงได้เร็วครับ
2. เลี่ยงเครื่องดื่มและอาหารบางชนิด
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเลี่ยงอาหารรสจัด เค็มจัด หวานจัด เนื่องจากอาจทำให้ร่างกายเกิดการบวมน้ำ และอาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมอักเสบได้ง่าย รวมถึงควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีด ส่งผลให้อาการบวมหายช้าลงกว่าปกติด้วยครับ
3. ดื่มน้ำผัก สมุนไพรช่วยลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
การดื่มน้ำผัก สมุนไพร เป็นวิธีช่วยลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากได้เป็นอย่างดีครับ มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและลดบวมได้ ทั้งช่วยบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เช่น น้ำใบบัวบก น้ำฟักทอง น้ำมะพร้าว
4. นอนหมอนสูง ลดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
การนอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าอก ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้ามากเกินไป และลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากได้ครับ แนะนำให้นอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคง หนุนหมอนอย่างน้อย 2 ใบ และควรหาหมอนข้างมากันไว้ทั้งซ้ายและขวาใน 2-3 คืนแรก เพื่อป้องกันการกดทับใบหน้า
5. อยู่ในสถานที่ที่อากาศเย็น
เพื่อให้ยุบบวมได้ดีและป้องกันฟิลเลอร์ปากสลายเร็ว ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และอยู่ในสถานที่ที่อากาศเย็นครับ โดยเฉพาะในช่วง 14 วันแรกก่อนฟิลเลอร์เข้าที่ดี แนะนำให้นอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 °C
วิธีดูแลตัวเองป้องกันปากบวมหลังฉีด Filler
หลังจากที่คนไข้ทราบแล้วว่า ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? หมอแนะนำให้ดูแลตัวเองตามแนวทางต่อไปนี้ เพื่อป้องกันริมฝีปากเสียทรง และรักษาผลลัพธ์ให้อยู่นาน ๆ
- ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำฟูสวยขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นาน
- ไม่ควรจับ บีบ นวด บริเวณริมฝีปาก เพราะอาจทำให้รูปปากที่ทำมาเสียรูปได้
- ไม่ควรดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะจะเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ผิวเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มร้อน ๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
- งดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
- ควรระวังการขยับรูปปาก เช่น การดูดน้ำ การสูบบุหรี่ การจูบ อย่างน้อย 12 ชั่วโมง
บทความแนะนำ
ฟิลเลอร์รุ่นไหนที่เหมาะกับการฉีดปาก ?
เลือกทรงปากแบบไหนให้เหมาะกับใบหน้า ?
ฟิลเลอร์ปากสามารถใช้ฟิลเลอร์ได้หลายยี่ห้อหลายรุ่นครับ แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แนะนำ Juvederm, Restylane และ Belotero เป็นหลัก เพราะว่าเป็นยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และมีหลายรุ่นให้เลือกใช้
ยี่ห้อ/รุ่น ที่เหมาะกับการฉีดปาก
- Restylane Kysse : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด คงตัวได้ดี ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะ สามารถฉีดเพิ่มความอวบอิ่มและความชุ่มชื้น อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Restylane Vital Light : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ เนื้อเจลมีความละเอียดมากที่สุด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการแก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง ลอก แต่ไม่อยากเพิ่มอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Restylane Volyme : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง และอุ้มน้ำ เหมาะกับฉีดมุมปาก อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Restylane Refyne : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น สามารถเติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm Ultra Plus : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม และฟูมาก นิยมใช้ในเคสที่คนไข้ต้องการริมฝีปากอวบอิ่มแบบสายฝอ อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm Voluma : ฟิลเลอร์เนื้อทน หลังฉีดฟูปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่มและอยู่ได้นาน ไม่ต้องฉีดเติมบ่อย ๆ อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Juvederm Volift : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียด และยืดหยุ่นสูง หลังฉีดให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้ 12 เดือน
- Belotero Volume : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม อยู่ทรง เหมาะกับการฉีดเพิ่ม Volume ให้ริมฝีปากอวบอิ่มแบบสายฝอ อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
- Belotero Revive : ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ มีส่วนประกอบของ HA และ GLYCEROL ช่วยเพิ่มการกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิว แก้ปัญหาปากแห้ง ลอก อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
นอกจาก 3 ยี่ห้อนี้แล้วยังมีฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่ได้รับความนิยม หลังฉีดปากให้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นธรรมชาติอีกหลายรุ่น เช่น
- Definisse Touch : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เหมาะกับผู้ต้องการแก้ไขริมฝีปากแห้ง เพิ่มวอลลุ่มให้ปากอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
- Teoxane RHA1 : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ผิวบาง ช่วยปรับสภาพผิวหน้า เติมความชุ่มชื้นใต้ตาและริมฝีปาก อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Teoxane RHA2 : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ค่อนข้างยืดหยุ่น ทนต่อแรงขยับได้ดี ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Teoxane RHA3 : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม แต่ค่อนข้างแน่น ทนต่อแรงขยับได้ดี สามารถเติมเต็มริมฝีปาก สร้างขอบปากคมชัด อยู่ได้นาน 18 เดือน
ในการฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี สามารถปรึกษาแพทย์ให้ช่วยประเมินและแนะนำฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทรงปากที่คนไข้ต้องการ รวมถึงปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
ตัวอย่างรีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากที่ V Square Clinic
รีวิวผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ V Square Clinic
*ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็ต้องคำนึงถึงข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงและได้ผลลัพธ์ที่ดีครับ
- ควรเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบว่าคลินิกมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และแพทย์ผู้ทำหัตถการเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์โดยตรง
- ต้องมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์เท้ สามารถขอดูกล่องฟิลเลอร์ก่อนฉีดและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติหรือไม่ทราบแหล่งที่มา ศึกษาวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้
- ศึกษาข้อมูลก่อนฉีด กรณีที่คนไข้เคยผ่าตัดริมฝีปากมาก่อนแล้วต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากเพิ่ม ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากเส้นเลือดบางส่วนของคนไข้จะโดนรอยแผลที่เป็นพังผืดปิดกั้น แพทย์จะต้องระมัดระวังในการฉีดฟิลเลอร์ปากมากขึ้น เพราะจะมีความเสี่ยงในการอุดตันเส้นเลือดมากกว่าเคสปกติครับ
- ศึกษาวิธีดูแลตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อรูปปากทรงสวยเป็นธรรมชาติควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เมื่อเกิดอาการอักเสบหรือบวมควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการแก้ไข และหากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วไม่พอใจถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ในการฉีด สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์และเติมใหม่ได้ครับ
หรือฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน แนะนำคลิปนี้ครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการบวมหลังฉีดปาก
ฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วปากบวม ฉีดสลายได้ไหม ?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ได้จะต้องเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) เท่านั้นครับ กรณีเป็นฟิลเลอร์ปลอม สารเหลว ,ซิลิโคน, พาราฟิน, หรือสารประเภท PMMA ไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ครับ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดเอาฟิลเลอร์ปลอมออกเท่านั้น
ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วบวม ประคบเย็นได้ไหม ?
ได้ครับ การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการอักเสบและบวมบริเวณที่ฉีด ช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของเลือดไปยังบริเวณที่บวม และช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บและไม่สบาย
ทั้งนี้ก่อนประคบเย็นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย เพื่อรู้วิธีประคบเย็นที่ถูกต้องโดยไม่ควรกดแรงบริเวณที่ฉีด หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที
ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมมาก กินยาแก้อักเสบได้ไหม ?
สามารถกินยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบได้ครับ กรณีอาการปวดบวมอักเสบ หากแพทย์จ่ายยาฆ่าเชื้อมาให้หลังฉีดฟิลเลอร์ปากก็ควรจะใช้ตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ
ฉีดฟิลเลอร์ปากบวม อาหารแสลง ของดองมีผลหรือไม่ ?
โดยทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก หมอจะแนะนำให้เลี่ยงอาหารแสดง โดยเฉพาะ ของหมักดอง เมนูอาหารที่ไม่สุก อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด เนื่องเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบยิ่งขึ้นหรืออาจทำให้ติดเชื้อได้
แนะนำเลี่ยงอาหารเหล่านี้
- อาหารร้อนจัด เช่น อาหารที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ ๆ จากเตาหรืออาหารที่ต้องรับประทานหน้าเตา, หน้าหม้อเดือด รวมถึงเครื่องดื่มร้อน เนื่องจากความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์ปากบวม
- อาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น ขนมหวาน, เครื่องดื่มรสหวาน เนื่องจากน้ำตาลจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้อาการบวมหายช้าลง
- อาหารรสจัด เช่น อาหารรสเผ็ด, เปรี้ยว เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นกรด สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหลังฉีดฟิลเลอร์ปากได้ง่าย
- อาหารรสเค็ม เช่น อาหารหมักดอง, อาหารสำเร็จรูป เนื่องจากมีโซเดียมสูงทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ปากบวมหลังฉีดฟิลเลอร์
- อาหารที่ปรุงไม่สุก เช่น ซาชิมิ, อาหารดอง, เนื้อไม่สุก ซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ปากได้
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้แผลหายช้าลง
สรุป ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ?
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ปกติครับ ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? ประมาณ 3-4 วัน และอาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อฟิลเลอร์เข้าที่กลืนไปกับผิว แต่สำหรับใครที่กังวลว่าจะมีอาการบวมมากหลังฉีด ก่อนฉีดฟิลเลอร์หมอแนะนำให้ปฏิบัติตามวิธีการเตรียมตัว และวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อป้องกันไม่ให้หลังฉีดเกิดอาการบวมมากกว่าปกติ
รวมถึงการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ ฉีดฟิลเลอร์ปากโดยแพทย์ที่ประสบการณ์ มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการบวมที่ไม่พึงประสงค์หลังฉีดฟิลเลอร์ ให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ


