เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ? ดีไหม ? ต่างจากฉีดเมโส 16 จุดอย่างไร ?

Reading Time: 3 minutes

เมโสสะกิดหน้าใส อีกรูปแบบของการฉีดเมโส

เมโสสะกิดหน้าใส

เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกรูปแบบของการทำเมโสหน้าใส ที่ใช้การฉีดกระจายทั่วหน้า เพื่อนำสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ

แต่หลายคนก็มักมีคำถามตามมาว่า เมโสสะกิดหน้าใสเห็นผลจริงไหม ? ปลอดภัยหรือไม่ ? และต่างจากการฉีดเมโส 16 จุดอย่างไร ? หมอสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้

เมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร มียี่ห้อไหนบ้าง ?
V Square Clinic

สารบัญ เมโสสะกิดหน้าใส


เมโสสะกิดหน้าใส คืออะไร ?

เมโสสะกิดหน้าใส คือ เทคนิคฉีดเมโสหน้าใสรูปแบบหนึ่ง (Mesotherapy) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดลงในชั้นผิวตื้น ๆ ทั่วใบหน้า เน้นการกระจายตัวยาให้ทั่ว ต่างจากการฉีดเมโสแบบ 16 จุดที่ลงลึกถึงผิวชั้นกลางครับ

ฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

แต่หมอขออธิบายก่อนว่า การสะกิดเมโสหน้าใสเป็นเทคนิคเก่า ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เพราะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย หากขั้นตอนการฉีดหรือการดูแลหลังทำไม่สะอาดเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ คลินิกส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้การฉีดเมโสแบบ 16 จุดแทนครับ

ในปัจจุบันหากพูดถึงเมโสหน้าใส จึงมักหมายถึงการฉีดเมโสหน้าใส 16 จุด ซึ่งสามารถควบคุมความลึก ความสะอาด และปริมาณตัวยาได้แม่นยำกว่า ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า


เมโสสะกิดหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

การทำเมโสหน้าใส เป็นการนำวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง การสะกิดเมโสจึงช่วยฟื้นฟูผิวได้หลายด้าน เช่น

  • ฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ
  • เติมความชุ่มชื้น ผิวฉ่ำวาว ดูอิ่มน้ำ
  • ลดเลือนฝ้า กระ และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ
  • ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอจากมลภาวะ ผื่นแพ้ หรือภาวะสิว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  • ช่วยให้ผิวเรียบเนียน แต่งหน้าติด เครื่องสำอางเกาะผิวดีขึ้น

เมโสสะกิดหน้าใส เหมาะกับใคร ?

ผู้ที่เหมาะกับการทำเมโสสะกิดหน้าใส คือ

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่หน้าโทรมง่าย แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูไม่สดใส
  • ผู้ที่มีสิวอุดตัน รอยสิว หรือผิวขาดน้ำ
  • ผู้ที่มีผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หรือผิวระคายเคืองง่าย
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ฉ่ำวาวให้ผิวแบบเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเร่งด่วน เห็นผลไว
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลผิวตนเอง นอนดึก พักผ่อนน้อย

เมโสสะกิดหน้าใส อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

เมโสสะกิดหน้าใสถือว่าเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาเมโสแท้ และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่อย่างที่หมอได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นว่า การสะกิดหน้าใสมีความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงได้ง่ายกว่าเทคนิคอื่น นั่นคือ

เมโสสะกิด ผลข้างเคียง
รอยแดงและผื่น เป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำเมโสสะกิดหน้าใส
  • รอยแดงและผื่นแดง : เนื่องจากเป็นการใช้เข็มสะกิดไปทั่วใบหน้า ผิวจะเกิดการระคายเคืองและมีผื่นแดงจากรอยเข็มกระจายอยู่ทั่วหน้าได้
  • รอยช้ำและรอยเข็ม : ด้วยความที่เป็นการสะกิดซ้ำ ๆ หากคนไข้เป็นคนผิวบาง ก็จะทิ้งรอยช้ำไว้ค่อนข้างชัดเจน
  • ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ : ถ้าระหว่างฉีดรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ หรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งเคสนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้ที่ซื้อเมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้าน หรือไปฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่ได้มาตรฐาน

การมีรอยแผลสะกิดทั่วหน้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายหากดูแลไม่ดี ทำให้เทคนิคเมโสสะกิดหน้าใสไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุดที่ปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนนั่นเองครับ


เมโสสะกิด VS เมโสฉีด 16 จุด ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่ากัน

เมโสสะกิด VS เมโสฉีด 16 จุด
  • เมโสสะกิดหน้าใส : เป็นวิธีการฉีดเมโสแบบเก่า ใช้เข็มฉีดกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า ตัวยาออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ง่าย หากความสะอาดไม่เพียงพอก็อาจเกิดการติดเชื้อ หรือทิ้งผื่นแดงและรอยช้ำไว้ทั่วหน้าได้
  • เมโสฉีด 16 จุด : เป็นเทคนิคที่ฉีดตามจุดฝังเข็มสำคัญบนใบหน้า โดยอาศัยทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง ช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี ออกฤทธิ์ลึกและสม่ำเสมอมากกว่า ส่งผลให้ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดีในระยะยาว

ปัจจุบันจึงนิยมใช้เทคนิคการฉีดเมโสแบบ 16 จุดมากกว่า เนื่องจากมีความปลอดภัย แผลน้อย เจ็บน้อย และช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานครับ


เมโสสะกิดหน้าใส เจ็บไหม ?

ระหว่างฉีดจะมีความรู้สึกเจ็บบ้าง แต่เป็นระดับที่ทนได้ เพราะเมโสหน้าใสแบบสะกิดจะใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดบนผิวชั้นตื้นเท่านั้น ใช้ตัวยาไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากครับ


เมโสสะกิดหน้าใส กี่ครั้งเห็นผล ? อยู่ได้นานแค่ไหน ?

เมโสหน้าใส ดีไหม ทำแล้วกี่วันเห็นผล ต้องทำกี่ครั้ง อยู่ได้นานไหม ?

หลังทำเมโสสะกิดหรือเมโสหน้าใส จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยประมาณ 3 วัน ผิวจะดูชุ่มชื้นขึ้น และเห็นผลชัดเจนในช่วง 7-14 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เต็มที่ หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน (4 ครั้ง)

เมื่อผิวเริ่มดีและคงที่แล้ว หากไม่ได้ฉีดต่อเนื่อง ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคนครับ


เมโสสะกิดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ?

เมโสหน้าใส นอกจากจะมีเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีหลายยี่ห้อให้เลือก ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยม ดังนี้

เมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี
  • Made Collagen : ช่วยขับสารพิษตกค้าง ปรับสมดุลผิว ลดสิวและผื่นระคายเคือง
  • Filorga : ช่วยให้ผิวขาวใส ลดฝ้า เน้นบำรุงผิวล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น
  • REVS : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านการอักเสบ และเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว
  • Alpha Arbutin : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เน้นลดเม็ดสีฝ้าโดยตรง
  • Neo Derm : ช่วยลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดง รอยดำ เหมาะกับผิวที่เป็นสิว
  • Neo Clear : ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี สลายฝ้า กระ และจุดด่างดำ
  • Tensonez : ช่วยให้ผิวดูขาวใส ลดฝ้า พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • Neo-Glutanex Glow : ช่วยลดกระ รอยสิว ริ้วรอย และฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้ดูสดใสขึ้น

การเลือกเมโสหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ? ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน ก่อนฉีดควรให้หมอประเมินผิวและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ


การเตรียมตัวก่อนทำ-ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส

การทำสะกิดเมโสหน้าใส มีการเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเองหลังทำเช่นเดียวกันกับการทำเมโสหน้าใส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ครับ

ก่อนทำ Meso สะกิดหน้าใส

  • ศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ
  • งดสครับหน้า หรือผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 2-3 วัน
  • แจ้งประวัติแพ้ยา อาหารเสริม ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
  • เข้ารับการประเมินสภาพผิวและใบหน้ากับแพทย์ เพื่อเลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับแต่ละคน

หลังทำ Meso สะกิดหน้าใส

ดูแลหลังทำเมโสสะกิดหน้าใส
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 1-2 คืนแรก
  • งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณที่ฉีดในคืนแรก เพื่อลดการระคายเคือง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ ควรทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมัน ของทอด หรืออาหารรสจัด
  • หากมีอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวดได้ตามคำแนะนำของแพทย์

สะกิดเมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาเมโสสะกิดหน้าใส ส่วนใหญ่จะอ้างอิงจากการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด เนื่องจากเป็นเทคนิคที่นิยมใช้มากกว่า ซึ่งราคาแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ จำนวนครั้งที่ทำ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก

สำหรับที่ V Square Clinic มีโปรแกรมเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด ราคาเริ่มต้นที่ 2,500.- โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและแนะนำสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าครับ

โปรโมชันเมโสหน้าใสที่ V Square Clinic

เมโสหน้าใส ราคา

หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละช่วง แนะนำให้อัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เมโสสะกิดหน้าใส

เมโสสะกิดหน้าใสทําเองที่บ้านได้ไหม ?

ไม่แนะนำครับ เพราะเมโสหน้าใสต้องใช้เข็มฉีดและตัวยาที่ต้องปลอดเชื้อ หากทำโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ รอยช้ำ หรือผิวเสียในระยะยาว

เป็นสิวอยู่ ทำสะกิดหน้าใสได้หรือไม่ ?

สามารถทำได้ในบางกรณี โดยต้องพิจารณาจากความรุนแรงของสิวและสภาพผิวขณะนั้น หากมีสิวอักเสบค่อนข้างมาก หรือกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวบางอยู่ ควรให้แพทย์ประเมินใบหน้าก่อนทำครับ

หลังทำเมโสหน้าใสแบบสะกิด แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?

โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังทำผ่านไปประมาณ 1 วัน เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และลดโอกาสที่เครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันครับ


สรุป เมโสสะกิดหน้าใส ดีไหม ?

เมโสสะกิดหน้าใส เป็นอีกหนึ่งวิธีการฉีดเมโสหน้าใสที่ใช้กันมานาน โดยฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วหน้าเพื่อส่งวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น กระจ่างใส และสุขภาพดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีเทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด เข้ามาแทนที่ เนื่องจากเป็นวิธีที่แผลน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า และทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า จึงทำให้แนวทางการฉีดเมโสหน้าใสส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบ 16 จุดแทนการสะกิดครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ
บทความแนะนำ

ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นจริงไหม ? เหมาะกับใคร ? และควรรู้อะไรก่อนฉีด ?

Reading Time: 5 minutesการฉีดหน้าใส คือหัตถการที่หลายคนสนใจเมื่อเริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ ผิวโทรม แต่งหน้าไม่ติด ผิวแห้งขาดน้ำ หรือผิวดูไม่สดใส แม้จะใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม ใครที่กำลังมองหาหัตถการที่ช่วยทำให้หน้าใสขึ้นตรงจุด เห็นผลไว หมอแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ จะพาไปเจาะลึก ฉีดหน้าใส คืออะไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

February 13, 2026 อ่านต่อ

Cloud Skin คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นเทรนด์ผิวที่หลายคนอยากมีใ...

Reading Time: 4 minutesCloud Skin คือคำที่ถูกค้นหาบ่อยมากในช่วงนี้ครับ โดยเฉพาะคนที่ต้องการงานผิวสวยแบบธรรมชาติ ไม่มันวาวจนเกินไป แต่ดูเปล่งประกายจากภายใน มีสัมผัสที่เนียน นุ่ม อิ่มฟู เปรียบได้กับปุยเมฆ บทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักว่า Cloud Skin คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? และถ้าอยากมีผิวแบบนี้ต้องเริ่มต้นดูแลผิวอย่างไร รวมถึงแนะนำหัตถการทางลัดไปสู่ผิว Cloud Skin ครับ

XTherma นวัตกรรมยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อยให้กลับมาตึงก...

Reading Time: 4 minutesเมื่อมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และเหนียงใต้คางที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน หลายคนจึงมองหาตัวช่วย เพื่อใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ ซึ่งปัจจุบันมีวิธียกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพอยู่หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ XTherma ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจในช่วงนี้

เลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? ทำบ่อยแค่ไหนถึงเห็นผลและปลอดภัย...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขน ควรเว้นกี่วัน ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำเลเซอร์ขนครั้งแรกหรือกำลังวางแผนทำต่อเนื่อง เพราะการเว้นระยะที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้การกำจัดขนเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผิวในระยะยาว

เลเซอร์ขนแล้วเป็นตุ่มแดงคัน เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุ อาการ...

Reading Time: 3 minutesเลเซอร์ขนแล้วเป็นตุ่มแดงคัน เป็นอาการที่พบได้หลังทำเลเซอร์กำจัดขน และมักทำให้เกิดความกังวลว่าเป็นอาการผิดปกติหรืออันตรายหรือไม่ ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า เลเซอร์ขนแล้วเป็นตุ่มแดงคัน เกิดจากอะไร ? อันตรายไหม ? พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวและการป้องกันอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถทำเลเซอร์ขนได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้นครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า