เปรียบเทียบ 2 งานผิวตัวดัง Radiesse vs Sculptra
Radiesse vs Sculptra เลือกตัวไหนดี ? หากต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยวิธีทางการแพทย์ หลายคนอาจลังเลระหว่าง 2 ตัวนี้ครับ เพราะเป็นหัตถการกลุ่มงานผิวที่ฉีดแล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปีทั้งคู่
ฉีด Radiesse และ Sculptra ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ? ฉีดร่วมกันได้ไหม ? ทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้หรือไม่ ? หมอสรุปไว้ให้แล้วครับ
สารบัญ Radiesse vs Sculptra
Radiesse vs Sculptra คืออะไร ?
ก่อนจะไปเปรียบเทียบความต่าง เรามาทำความรู้จัก Radiesse กับ Sculptra ในเบื้องต้นกันก่อนครับว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นยังไง
Radiesse คืออะไร ?
Radiesse คือสารเติมเต็มผิวกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetic จากสหรัฐอเมริกา
จุดเด่นคือ เน้นเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้าด้วยกระบวนการ Extracellular Matrix (ECM) สร้างเส้นใยตาข่ายผิว 3 มิติ ช่วยพยุงผิวให้แน่น แข็งแรง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินในระยะยาว ทำให้ผิวดูยืดหยุ่น อ่อนเยาว์ และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี
Sculptra คืออะไร ?
Sculptra คือสารเติมเต็มผิวที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma Laboratories, L.P. ซึ่งเป็นสูตรที่จดสิทธิบัตรเฉพาะของ Galderma นำเข้าจากอิตาลี
จุดเด่นของ Sculptra จะเน้นฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิมจากภายใน ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ได้สูงถึง 66.5% ช่วยเพิ่มความแน่น ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดี และยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 2 ปีเช่นเดียวกัน
Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร ?
หมอได้ทำตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Radiesse และ Sculptra เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ
| ความแตกต่าง | Radiesse | Sculptra |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | Calcium Hydroxylapatite (CaHA) | Poly-L-Lactic Acid (PLLA) |
| จุดเด่น | เน้นการเพิ่มวอลลุ่มของใบหน้า | เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิม |
| กลไกการทำงาน | กระตุ้น Fibroblast โดยตรง ให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น | กระตุ้น Fibroblast ผ่านเม็ดเลือดขาว ด้วยการอักเสบระดับเซลล์ |
| การกระตุ้น | คอลลาเจน Type 1 และ 3 | คอลลาเจน Type 1 เป็นหลัก |
| ตำแหน่งที่ฉีด | หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องมุมปาก กรอบหน้า คาง ลําคอ หลังมือ | ขมับ หน้าแก้ม กรอบหน้า |
| การดูแลหลังทำ | ไม่จำเป็นต้องนวดหน้า | ต้องนวดหน้าตามเทคนิค Triple 5 เพื่อให้ยากระจายตัว |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที เห็นผลเต็มที่ใน 3-4 สัปดาห์ | 2-3 สัปดาห์ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง 3-4 เดือน จะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ |
สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Radiesse กับ Sculptra
ทั้ง Radiesse และ Sculptra มีจุดประสงค์หลักคือ ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยและเสื่อมสภาพจากภายใน ผ่านการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Collagen และ Elastin ขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติครับ โดยจุดที่เหมือนกันมีดังนี้
- เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ทั้งสองตัวช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ผิว
- ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย ช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ผิวแน่นเฟิร์ม มีความยืดหยุ่น
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน การฟื้นฟูจากโครงสร้างผิวภายใน ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ คงอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี
- เป็นสารที่ปลอดภัยและสลายได้เอง ตัวยาสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
- ไม่ต้องผ่าตัดและแทบไม่ต้องพักฟื้น เป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
Sculptra vs Radiesse อันไหนดีกว่ากัน ?
สำหรับคำถามนี้ หมอขอตอบว่า ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันแบบตายตัวครับ เพราะการเลือก Sculptra vs Radiesse ต้องดูสภาพผิวและเป้าหมายของคนไข้เป็นหลัก ว่าปัญหาหลักคืออะไร ต้องการผลลัพธ์แบบไหน
- Radiesse ให้ผลเรื่องการเติมเต็มและความแน่นของผิวได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึกตามวัย ใบหน้าขาดวอลลุ่ม ผิวหน้าแห้ง ขาดความยืดหยุ่น ต้องการปรับผิวฉ่ำ Glass Skin
- Sculptra เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ผิวแพ้ง่าย ต้องการฟื้นฟูและเสริมเกราะให้ผิวแข็งแรงจากภายใน
ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีด หมอแนะนำให้คนไข้เข้ามาปรึกษา เพื่อประเมินใบหน้า วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละเคส จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงจุดมากที่สุดครับ
Radiesse vs Sculptra ฉีดตัวไหนดี พิจารณาจากปัจจัยใด ?
Radiesse vs Sculptra เลือกตัวไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้กังวลใจ และผลลัพธ์ที่คาดหวังหลังทำครับ สามารถปรึกษากับหมอก่อนได้ ร่วมกับพิจารณาปัจจัยเหล่านี้
- ปัญหาของคนไข้ Sculptra เด่นในเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิม เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาจากชั้นไขมัน และเนื้อเยื่อ ผิวย้วย ไม่เฟิร์ม แต่ถ้ามีปัญหาจากชั้นกระดูก ริ้วรอยร่องลึก หน้าขาด Volume จะเหมาะกับ Radiesse ครับ
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ถ้าต้องการให้ผิวอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็ก โครงสร้างผิวแข็งแรง สามารถใช้ได้ทั้ง 2 หัตถการครับ
- การดูแลตัวเองหลังฉีด หลังฉีดทั้ง 2 หัตถการมีแนวทางดูแลตัวเองใกล้เคียงกันครับ เช่น งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่ Sculptra จะเพิ่มขั้นตอนการนวดหน้าตามเทคนิค Triple 5 เพื่อให้ยากระจายตัวทั่วใบหน้า
ประเมินใบหน้ากับแพทย์มากประสบการณ์
Radiesse vs Sculptra ฉีดร่วมกันได้ไหม ?
Radiesse และ Sculptra ฉีดร่วมกันได้ครับ และฉีดพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละตำแหน่ง คนละชั้นผิว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยทั่วไปหากฉีด Sculptra หรือ Biostimulator ตัวอื่น ๆ มาก่อน แนะนำให้เว้น 3-6 เดือนขึ้นไป ก่อนฉีด Radiesse ครับ
Radiesse vs Sculptra ฉีดร่วมกับ Skin Booster ตัวอื่นได้ไหม ?
ทั้ง Sculptra และ Radiesse ทำร่วมกับ Skin Booster ตัวอื่นและเครื่องยกกระชับได้ครับ แต่ต้องเว้นระยะเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้ตัวยาแต่ละตัวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หมอสรุปให้ดังนี้ครับ
- ทำร่วมกับ Filler Skin Booster : Sculptra ทำพร้อมกันได้ แต่ถ้าไม่พร้อมกัน แนะนำให้เว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ ส่วน Radiesse ควรเว้น 2 สัปดาห์แล้วค่อยฉีด
- ทำร่วมกับ Rejuran : เว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อยฉีด Sculptra ส่วน Radiesse ทำพร้อมกันได้กรณีฉีดคนละตำแหน่ง
- ทำร่วมกับ Exosome : สามารถทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ทำคนละตำแหน่ง
- ทำร่วมกับ Gouri : ควรเว้น 3-6 เดือน แต่ Radiesse ถ้าทำคนละตำแหน่งอาจพิจารณาให้ทำพร้อมกันได้
- ทำร่วมกับฟิลเลอร์ : Sculptra แนะนำเว้นช่วง 2 สัปดาห์ สำหรับ Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละชั้นผิว คนละตำแหน่ง
- ทำร่วมกับโบท็อก : Sculptra ควรเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่มีเวลา ทำพร้อมกันได้ โดยฉีด Sculptra ก่อน ส่วน Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละชั้นผิว คนละตำแหน่ง
- ทำร่วมกับเมโสแฟต/เมโสหน้าใส : Sculptra แนะนำเว้นช่วง 2 สัปดาห์ Radiesse ทำพร้อมกันได้ในกรณีที่ฉีดคนละตำแหน่ง
- ทำร่วมกับเครื่องยกกระชับ (Ulthera/Thermage/Hifu/Volnewmer) : แนะนำให้ฉีด Radiesse vs Sculptra ก่อน 1 เดือนแล้วค่อยทำเครื่องยกกระชับ
นอกจาก Skin Booster และเครื่องยกกระชับแล้ว Radiesse กับ Sculptra ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น ร้อยไหม เมโสหลุมสิว หรือเลเซอร์ผิวอย่าง Pico Laser ที่ช่วยลดเม็ดสี รักษาหลุมสิว รอยสิว รวมถึง Collagen Biostimulator ยี่ห้ออื่นได้ในบางกรณี แต่ต้องวางลำดับการทำให้เหมาะสม
หากคนไข้ต้องการทำหัตถการหลายอย่างพร้อมกัน หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินผิวและวางแผนการรักษา หมอจะช่วยจัดลำดับให้ปลอดภัยและเห็นผลดีที่สุดครับ
ทำความรู้จัก Skin Booster/Collagen Biostimulator ให้มากขึ้น
Radiesse vs Sculptra ราคาเท่าไหร่ ?
ราคา Sculptra และ Radiesse ในแต่ละคลินิกความงามจะขึ้นอยู่โปรโมชันช่วงนั้น ๆ ครับ สำหรับราคาทั้ง 2 หัตถการที่ V Square Clinic มีรายละเอียด ดังนี้
Sculptra จำนวน 1 ขวด (10 CC) ราคา 25,000.-
Radiesse จำนวน 1 กล่อง 25,000.- / 2 กล่อง ราคา 46,000.-
หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละช่วง แนะนำให้อัปเดตราคาล่าสุดกับทางคลินิก
สรุปเกี่ยวกับ Radiesse vs Sculptra
Radiesse vs Sculptra เลือกอันไหนดี ? ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว และความคาดหวังของคนไข้ครับ Sculptra จะเหมาะกับผู้ที่ผิวขาดการบำรุงเป็นเวลานาน ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก เสริมเกราะให้ผิวแข็งแรง ส่วน Radiesse เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก ผิวขาดความชุ่มชื้น ต้องการผิวฉ่ำเด้ง อมชมพู มีเลือดฝาด
ที่ V Square Clinic มีให้บริการทั้ง 2 หัตถการครับ หากต้องการเลือกฉีดตัวไหนตัวหนึ่ง หรือทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่น ๆ สามารถส่งรูปถ่ายใบหน้ามาทาง inbox หรือจองคิวประเมินใบหน้าที่สาขาใกล้บ้าน หมอตอบเองทุกเคสครับ ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อ้างอิง
- https://journals.lww.com/md-journal/fulltext/2024/03150/application_of_plla__poly_l_lactic_acid__for.36.aspx
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30741790/
- https://www.galderma.com/us/sites/default/files/2023-04/Sculptra_USA_eIFU.pdf
- https://www.mdpi.com/2077-0383/13/6/1686
- https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC11025388/




