สิวอุดตัน เกิดจากอะไร วิธีลดสิวอุดตัน และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

Reading Time: 3 minutes

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน เกิดจากอะไร ? วิธีลดสิวอุดตัน และการดูแลตัวเอง

เชื่อว่าการมีใบหน้าใส ไร้สิว เป็นความปรารถนาของคนเกือบทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวซ้ำซาก สิวอุดตัน สิวผด สิวเสี้ยน ซึ่งสิวนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุและหลายปัจจัยครับ ทั้งกรรมพันธ์ุ ฮอร์โมน พฤติกรรม หากแก้ปัญหาสิวไม่ถูกจุด รักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองแล้วไม่หาย ก็จะมีปัญหาสิวซ้ำ ๆ ทำให้ใบหน้ามีรอยสิว มีจุดด่างดำ เป็นปัญหาน่าหนักใจของหลายคนครับ 

ในบทความนี้หมอจะอธิบายถึงสาเหตุการเกิดสิว ลักษณะของสิวอุดตัน การรักษา วิธีป้องกัน การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้มีปัญหาสิวกลับมากวนใจ


สิวอุดตัน คืออะไร ?

สิวอุดตัน  คือ สิวที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการจับตัวของสิ่งตกค้างที่อยู่ใต้ผิวหนัง เป็นสิวที่ไม่มีการอักเสบ แต่จะเป็นตุ่มนูนอยู่บนผิวหนัง ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน พบได้บ่อยบริเวณหน้าผาก คาง และแก้ม มักใช้เวลานานในการรักษา พอรักษาจนหายแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำได้อีก 


ลักษณะของสิวอุดตัน

สิวอุดตัน (Comedones) ส่วนมากจะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่ามีตุ่มนูน แข็ง เป็นไตบนผิว และอาจเป็นลักษณะของสิวเสี้ยนอุดตันเม็ดเล็ก ๆ ทำให้ผิวหน้ามีอาการบวมแดงหรือระคายเคืองได้ สิวอุดตันบางประเภท หากไม่รีบรักษา จะสามารถพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบได้หากมีการติดเชื้อ

ลักษณะสิวอุดตัน

สิวอุดตันจะเป็นตุ่มนูน แข็ง เป็นไตบนผิว


สาเหตุสิวอุดตัน

สิวอุดตัน เกิดจากไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว เนื่องจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไป มีการตกค้างอยู่ในรูขุมขนและจับตัวรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขน รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดสิวอุดตัน ได้แก่

  • การทานอาหารที่มีแป้ง ไขมัน น้ำมัน น้ำตาล มากเกินไป
  • พฤติกรรมที่ทำให้เกิดความระคายเคืองบนผิว เช่น การขัดหน้า บีบสิว การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการทำเลเซอร์
  • อากาศร้อนมาก ๆ ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาปริมาณมากเกินไป
  • มลภาวะในชีวิตประจำวัน เช่น ฝุ่นละออง ฝุ่นควัน
  • การใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาสระผม แล้วเกิดอาการแพ้สารเคมี
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่ทำงานมากเกินไป
  • ภาวะผิวหนังมีน้ำมากเกินไปในช่วงก่อนมีประจำเดือน 
  • การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสในการเกิดสิวอุดตันได้มากขึ้น
  • ใช้เครื่องสำอางแล้วล้างหน้าไม่สะอาด มีสิ่งสกปรกตกค้าง
  • ความเครียด ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
การทานอาหารที่มีแป้ง ไขมัน น้ำมัน น้ำตาล ทำให้เกิดสิว

สิวอุดตันมีกี่แบบ ?

1. สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันหัวเปิด 

สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน มีหัวสีดำอยู่ตรงกลาง เกิดจากกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว การอุดตันของขน เนื้อเยื่อ และไขมันภายในรูขุมขน สามารถบีบออกหรือกดให้ออกมาจากใต้ผิว แต่อาจเกิดการอักเสบและเป็นรอยสิวได้ 

2. สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันหัวปิด

สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedone) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก โดยมองเห็นเป็นจุดสีขาวและไม่มีรูเปิด รากสิวประเภทนี้จะอยู่ลึกกว่าและรักษาได้ยากกว่าสิวหัวดำ หากไม่รีบรักษาสิวอุดตันหัวปิด เม็ดจะมีขนาดใหญ่ขึ้น มีโอกาสเกิดการติดเชื้อและพัฒนาเป็นสิวอักเสบ

3. สิวอุดตันไม่มีหัว

สิวอุดตันไม่มีหัว (Microcomedone) จะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) พบได้มากในหมู่วัยรุ่น สิวไม่มีหัวจะหายได้เองตามธรรมชาติ แต่หากมีอาการอักเสบ ก็สามารถพัฒนากลายไปเป็นสิวประเภทอื่นได้


สิวอุดตันเกิดในตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

ตำแหน่งการเกิดสิวอุดตัน)

สิวอุดตันเกิดได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคน โดยจุดที่พบได้บ่อย คือ

สิวอุดตันที่หน้าผาก

สิวอุดตันที่หน้าผาก พบได้บ่อยที่สุด เพราะหน้าผากอยู่ในบริเวณ T-Zone ซึ่งมีจำนวนต่อมไขมันมาก จึงมีการผลิตน้ำมันออกมาที่ผิวมากกว่าบริเวณอื่น ทำให้หน้าผากเป็นจุดที่เกิดสิวได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวผสม รวมไปถึงการอุดตันของสิ่งสกปรกต่าง ๆ และการดูแลเส้นผม หมวก และผ้าโพกศีรษะที่ไม่สะอาด ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวบริเวณหน้าผากได้

สิวอุดตันที่คาง

สิวอุดตันที่คาง เป็นอีกจุดที่พบได้บ่อย และมักจะมีปัญหาเกิดสิวซ้ำซาก โดยสิวอุดตันที่คางจะมีลักษณะเป็นหัวชัดเจน เป็นก้อนแข็ง หากมีสิวอุดตันที่คางแบบไม่ลึกมากก็สามารถกดออกได้ และควรกดสิวกับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากคางเป็นจุดที่กดสิวแล้วเกิดรอยแผลเป็นง่ายมาก ๆ หากกดไม่ถูกวิธีครับ

สิวอุดตันที่แก้ม

สิวอุดตันที่แก้ม มักเกิดจากสิ่งสกปรกที่สะสมบนใบหน้า เช่น ใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การใช้แปรง พัฟ หรือฟองน้ำแต่งหน้าที่ไม่สะอาด ไม่ค่อยเปลี่ยนปลอกหมอน การสวมหน้ากากอนามัย หรือเกิดจากการแพ้สารเคมีต่าง ๆ

สิวอุดตันที่หลัง

สิวอุดตันที่หลัง เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน แบคทีเรีย ความมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเหงื่อ เมื่อใส่เสื้อผ้าที่แน่นเกินไป อากาศร้อน มีเหงื่อออกในเสื้อทำให้เกิดการหมักหมม และสิวที่หลังยังสามารถเกิดสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น ฮอร์โมน กรรมพันธุ์


การรักษาสิวอุดตัน

การรักษาสิวอุดตัน

แนวทางการรักษาสิวอุดตันมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาแต้ม ยากิน ยาฉีด รวมไปถึงการใช้เลเซอร์ โดยจะแบ่งวิธีการรักษาตามความรุนแรงของสิวอุดตัน

  1. ทายารักษาสิวอุดตัน 

ยาที่ใช้รักษาสิว จะมีส่วนประกอบของเรตินอยด์ (Retinoids) หรืออนุพันธุ์วิตามินเอ ซึ่งเป็นยาทารักษาเฉพาะจุดที่เกิดสิวเพื่อละลายสิวอุดตัน เช่น Isotretinoin, Adapalene มีฤทธิ์ที่ช่วยสลายการอุดตันในต่อมไขมัน และชะลอการหลั่งน้ำมันส่วนเกิน รวมไปถึงสามารถเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก

  1. รับประทานยารักษาสิวอุดตัน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตัน และสิวอักเสบร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ หรือจ่ายยาปรับฮอร์โมน ในกรณีที่สิวอุดตันเกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) เพื่อลดผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชายที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดสิว

  1. การฉีดยารักษาสิวอุดตัน

การฉีดสิวนั้นใช้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ฉีดเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่เกิดสิว มักใช้กับปัญหาสิวอุดตันขนาดใหญ่ สิวซีสต์ สิวหัวช้าง โดยแพทย์จะฉีดยาเข้าชั้นผิวหนังบริเวณที่เป็นสิว แต่จะไม่ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อไม่ให้เกิดรอยบุ๋มที่ผิว ทั้งนี้หลังการรักษาก็อาจเกิดรอยบุ๋มหลังผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ และเป็นแผลเป็นได้ รวมถึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติแพ้ยาไตรแอมซิโนโลน เป็นวัณโรคหรือติดเชื้อราที่ผิวหนัง โรคเบาหวานชนิดควบคุมอาการไม่ได้ หัวใจวาย หรือความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง

  1. การกดสิวอุดตัน

วิธีกดสิวเป็นวิธีที่จะช่วยให้หัวสิวหลุดออกจากชั้นผิวหนังได้ง่ายและเร็วมากขึ้น หลายคนเวลาเป็นสิวมักจะบีบหรือกดเอง แต่ความจริงแล้วการกดสิวควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ใช้เครื่องมือเฉพาะสามารถกดสิวออกได้โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำ และมั่นใจเรื่องความสะอาด  โดยเฉพาะสิวอุดตัน หากกดไม่ถูกต้องหรือกดเอาหัวสิวออกมาไม่หมด อาจทำให้เกิดการอักเสบ เป็นรอยแดง หรือทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากในการรักษา (บริเวณคางเป็นจุดที่ไม่แนะนำให้กดสิวเองหากไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง เพราะเป็นจุดที่ทิ้งรอยแผลเป็นได้ง่าย)

  1. เลเซอร์สิวอุดตัน

การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์รักษาสิวอุดตัน มีหลักการคล้ายการใช้เข็มเจาะเพื่อทำให้สามารถกดสิวได้ง่ายขึ้น แต่การใช้เลเซอร์จะเป็นการใช้พลังงานแสงในการเจาะแทน การกดสิวอุดตันก็จะง่ายขึ้น เร็วขึ้น โดยเฉพาะในจุดที่มีสิวอุดตันอยู่ลึกก็จะกดออกมาได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเลเซอร์รอยดำ รอยแดง ให้จางลง ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ด้วย

  1. การฉีดเมโสหน้าใส หรือ มาเด้คอลลาเจน

การฉีดเมโสหน้าใส คือการฉีดวิตามินและสารสกัดที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อบำรุง ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและแก้ปัญหาต่างๆ บนผิวหน้า ยี่ห้อเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยมคือมาเด้คอลลาเจนครับ นอกจากจะช่วยเพื่อความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าแล้ว ยังมีจุดเด่นในการลดสิว แก้ผื่น โดยมาเด้คอลลาเจนจะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก และช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง ช่วยลดสิว แต่เพื่อให้เห็นผลชัดเจนควรฉีดอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกฉีดสัปดาห์ละครั้ง เมื่อเริ่มเห็นผลชัดสามารถเว้น 2 สัปดาห์ หรือเดือนละครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้ให้อยู่ได้นานครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? อันตรายหรือไม่ ? ข้อควรรู้ก่อนทำเมโสหน้าใส

  1. การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrosurgery)

การจี้ด้วยไฟฟ้า เป็นการรักษาสิวอุดตันในคนไข้ที่เป็นสิวเยอะมาก ๆ โดยการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าลงบนผิวที่เป็นสิว เพื่อกำจัดสิวอุดตัน ใช้ตัวจี้ไฟฟ้าซึ่งปลายแหลมเหมือนปากกาจี้ที่หัวสิวอุดตันเพื่อเปิดหัวสิว แล้วใช้ที่กดสิวกดเอาสิ่งที่อุดตันออก ช่วยรักษาสิวอุดตันจำนวนมากได้ดีและรวดเร็วมากกว่าการทายาหรือแต้มยาทั่วไป

  1. การกรอผิว (Microdermabrasion)

การกรอผิว คือการใช้ผลึกแร่หรือผลึกคริสตัลชนิดพิเศษกรอผิวบริเวณที่มีปัญหา เพื่อทำให้สิวอุดตันหลุดออก นอกจากนี้ยังสามารถขัดผิวได้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ริ้วรอยที่คอ หรือบริเวณอื่น ๆ ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวสดใสขึ้น 


เป็นสิวอุดตันไปหาหมอดีไหม ?

มาเด้ ลดสิวอุดตัน

เมื่อเริ่มเห็นว่าเป็นสิวอุดตันสามารถไปพบแพทย์ได้ทันทีครับ หากรอให้เป็นสิวอับเสบ หรือเริ่มมีอาการหนักแล้ว การรักษาก็จะไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าที่ควร หากรีบไปปรึกษาแพทย์ทันทีที่เป็นสิว แพทย์จะประเมินบริเวณที่เป็นสิวและทำการรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะให้ผลการรักษาที่ดีและรวดเร็ว ลดโอกาสที่จะเป็นสิวอักเสบและรอยแดง รอยแผลเป็น


การดูแลตนเองเมื่อเป็นสิวอุดตัน

การดูแลตนเองเมื่อเป็นสิวอุดตัน

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวอุดตัน จุดสำคัญคือการรักษาความสะอาดของผิวหน้า และไม่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มเติม

  1. ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีความอ่อนโยนและไม่ควรล้างหน้า หรือขัดถูแรง ๆ 
  2. ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เพิ่มความชุ่มชื้น ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  3. ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน
  4. ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ให้เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก เพื่อให้เซลล์ผิวได้ฟื้นฟู
  6. ลดความเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส
  7. ก่อนทายาแต้มสิว ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  8. ไม่แกะ เกา บีบสิว หรือจับบริเวณใบหน้าบ่อย ๆ 
  9. ห้ามเข้านอนโดยไม่ล้างเครื่องสำอาง
  10. ไม่ปล่อยให้ฝุ่น มลภาวะ คราบไคล สิ่งสกปรก เกาะอยู่บนผิว ควรทำความสะอาดทันที
Vsquare tips

ข้อควรรู้ : เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ สามารถใช้การฉีดเมโสหน้าใส การฉีดมาเด้คอลลาเจนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงมากขึ้น ขับสารพิษ และลดโอกาสในการเกิดสิวอุดตันได้มากขึ้น


การป้องกันสิวอุดตัน

การป้องกันสิวอุดตัน สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน ที่กระตุ้นการเกิดสิว ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า หมั่นรักษาความสะอาดทั้งใบหน้าและเส้นผม ทำความสะอาดปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ผิวแห้งกร้านและทำให้ผิวผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไป

พักผ่อนให้เพียงพอ

จะเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอุดตันมีอยู่รอบตัวเรา ดังนั้นหากใครที่มีปัญหาสิวอุดตันอยู่แล้วไม่หายสักที เป็นแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีกแม้จะรักษาแล้ว หมอแนะนำให้กลับมาทบทวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาจจะเจอต้นเหตุของการเกิดสิวอุดตัน และสามารถป้องกันได้อย่างตรงจุดครับ


คำถามที่พบบ่อย

สิวอุดตันกดหรือบีบได้ไหม ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นจริงหรือเปล่า ?

เมื่อเป็นสิวอุดตัน สามารถกดหรือบีบได้ครับ หากรู้วิธีและใช้เครื่องมือที่สะอาด แต่คนส่วนใหญ่กดหรือบีบสิวไม่เป็น อาจดันหัวสิวให้ลึกลงไปกว่าเดิม หรือทำให้หนองแตกแทรกในชั้นผิว นำไปสู่การอักเสบ และเป็นแผลเป็นได้ จึงแนะนำให้กดสิวกับผู้เชี่ยวชาญ มีเครื่องมือเฉพาะ มีความสะอาด มีเทคนิคการกดสิวที่ถูกต้อง ไม่ทำให้เนื้อเยื่อช้ำ ไม่เกิดรอยแดงและแผลเป็นครับ

สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ไหม ?

สิวอุดตันที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี สามารถพัฒนาความรุนแรงไปเป็นสิวอักเสบได้ครับ เมื่อรู้ว่าเป็นสิวอุดตันควรรักษาอย่างถูกต้องและทันที 

สิวอุดตันหายเองได้ไหม ?

สิวอุดตันบางส่วนสามารถหายเองได้ครับ ไม่จำเป็นต้องกดหรือบีบออก โดยใช้เพียงแค่ยาละลายหัวสิวแต้ม แต่ถ้าเป็นสิวอุดตันจำนวนมาก และไม่หาย หรือมีวี่แววจะเป็นสิวอักเสบ ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

สิวอุดตันรักษานานแค่ไหน ?

การรักษาสิวอุดตันต้องใช้เวลาในการรักษาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนครับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาแต่ละคน รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน การดูแลตัวเอง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

เมโสหน้าใส รีวิวก่อน-หลังทำ เช็คข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย คุ้มค่า

Reading Time: 3 minutes - เมโสหน้าใสรีวิว ผลลัพธ์หลังทำ - เมโสหน้าใส รีวิวแต่ละยี่ห้อ ต่างกันอย่างไร ? - รีวิวขั้นตอนการฉีดเมโสหน้าใส - หลังฉีดเมโสหน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไร ? - รีวิว เมโสหน้าใส V Square Clinic ?

November 2, 2022 อ่านต่อ

เมโสหน้าใส Depigment สูตรลดฝ้า กระ จุดด่างดำ มีจุดเด่นอะไ...

Reading Time: 3 minutes - เมโส Depigment คืออะไร ? - เมโส Depigment ต่างจากเมโสสูตรอื่นอย่างไร ? - เมโส Depigment ดีอย่างไร ? - เมโสหน้าใส ต่างจากวิตามินผิวใสไหม ? - เมโสหน้าใส ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

รีวิวฉีดผิว ขาวจริงไหม ? มีวิธีใดบ้างที่ทำแล้วผิวขาว ปลอด...

Reading Time: 4 minutes -การฉีดผิวขาว คืออะไร ? -วิธีเช็กเฉดสีผิวของตัวเอง -ฉีดวิตามินผิวขาว -ฉีดผิว ขาวจริงไหม ? -ฉีดผิวขาว ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

filorga ใต้ตาคืออะไร? อันตรายไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่...

Reading Time: 2 minutes - filorga ใต้ตา คืออะไร? - filorga ใต้ตา vs ฟิลเลอร์ใต้ตา - filorga ใต้ตา อันตรายไหม? - filorga ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ? - สรุป filorga ใต้ตา ดีไหม ?

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 4 minutes -ฝ้า เกิดจากอะไร ? -ฝ้า มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร ? -วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วยเมโสฝ้า -รีวิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ -เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี ? -รวมวิธีรักษาฝ้า มีอะไรบ้าง ? -วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุด ด่างดำ

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สาเหตุ วิธีการป้องกันและการรักษา

Reading Time: 3 minutes - สาเหตุการเกิดฝ้า กระ - วิธีรักษาฝ้า กระ - วิธีป้องกันฝ้า กระ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า