Atelocollagen (คอลลาเจนสด) คืออะไร ? นำมาใช้ทำอะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? ข้อดี-ข้อเสีย ที่ควรรู้ก่อนฉีด

Reading Time: 5 minutes

Atelocollagen (คอลลาเจนสด)

Atelocollagen

Atelocollagen คือคอลลาเจนสดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการกระตุ้นภูมิแพ้ และถูกนำมาใช้ในงานฟื้นฟูคุณภาพผิวภายใต้การดูแลของแพทย์ เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้อิ่มฟู เรียบเนียน และแน่นขึ้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าครับ

สำหรับใครที่สนใจฉีด Atelocollagen หมอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลก่อนครับ Atelocollagen คืออะไร ? ช่วยอะไร เหมาะกับใคร ? ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? คอลลาเจนสด ยี่ห้อไหนดี ? ข้อดี-ข้อเสีย เพื่อใช้เป็นแนวทางตัดสินใจครับ

สารบัญ Atelocollagen


Atelocollagen (คอลลาเจนสด) คืออะไร ?

Atelocollagen คือคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) ที่พบมากในผิวหนังมนุษย์ ผ่านกระบวนการตัดส่วนที่เรียกว่า “Telopeptide” ออก โดยไม่มีส่วนประกอบใด ๆ ของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ เพื่อช่วยลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้คอลลาเจนมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมากขึ้น และเหมาะสำหรับการนำมาใช้ในหัตถการด้านผิวหนัง

VSQ Tips

คำว่า Atelo- หมายถึงการตัดส่วนปลายของโมเลกุลออก โดยไม่ทำลายโครงสร้างหลัก (Triple Helix) ของคอลลาเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคุณสมบัติเชิงโครงสร้างครับ

Atelocollagen ต่างจาก Collagen ทั่วไปอย่างไร ?

คอลลาเจนทั่วไปจากสัตว์ยังมีส่วนที่ร่างกายอาจมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการอักเสบหรือแพ้ได้ในบางคน ในขณะที่ Atelocollagen ถูกออกแบบให้เหลือเฉพาะโครงสร้างหลักของคอลลาเจน จึงถูกนำมาใช้ในงานทางการแพทย์และคลินิกความงามมากกว่าครับ

โปรแกรม “Atelocollagen” คอลลาเจนสด บริสุทธิ์สูง
ทางเลือกของการดูแลผิวที่เน้นโครงสร้างผิว ไม่เปลี่ยนรูปหน้า


โครงสร้างของ Atelocollagen และบทบาทของ Telopeptide

Atelocollagen แม้จะตัดส่วน Telopeptide ออกไป แต่โครงสร้างคอลลาเจนยังคงอยู่ครบถ้วนครับ ไม่ได้ถูกทำลาย ข้อดีคือช่วยลดโอกาสแพ้และเพิ่มความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ (Biocompatibility)

Telopeptide คืออะไร ?

Telopeptide คือส่วนปลายของสายคอลลาเจนที่อยู่บริเวณหัวและท้าย ในเชิงภูมิคุ้มกันส่วนนี้เป็นบริเวณที่ร่างกายสามารถจดจำได้ง่าย และมีแนวโน้มกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เมื่อใช้คอลลาเจนจากแหล่งภายนอก เช่น จากสัตว์ Telopeptide อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบหรือการแพ้ในบางรายได้ครับ

ทำไมต้องตัด Telopeptide ออก ?

การตัด Telopeptide ออก มีเป้าหมายหลักเพื่อลด “ความเป็นแอนติเจน” (Antigenicity) ของคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยประโยชน์หลักของการตัด Telopeptide ได้แก่

  • ลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือการแพ้
  • เพิ่มความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ (Biocompatibility)
  • เหมาะสำหรับการใช้งานกับผิวและเนื้อเยื่อในเชิงคลินิกมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ Atelocollagen ถูกนำมาใช้ในงานชีววัสดุ (Biomaterial) งานฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และหัตถการด้านผิวหนังภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ


กลไกการทำงานของ Atelocollagen เมื่อใช้กับผิว

Atelocollagen จะทำงานด้วย 2 กลไก คือ Filling Effect และ Scaffold Effect โดยเน้นทำงานกับผิวในเชิงฟื้นฟูมากกว่าเพิ่มวอลลุ่มแบบฟิลเลอร์ทั่วไป หมอจะอธิบายกลไกการทำงานดังนี้ครับ

  1. Filling Effect : ช่วยให้ผิวดูอิ่มและเรียบขึ้น ไม่เน้นการเพิ่มปริมาตร เหมาะกับก ารปรับคุณภาพผิวมากกว่าการแก้ร่องลึก จึงมักถูกใช้ในบริเวณที่ต้องการความกลมกลืนของผิว เช่น ใบหน้าโดยรวม หรือบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูเนื้อผิว
  2. Scaffold Effect : ช่วยพยุงและฟื้นฟูผิว ทำให้เนื้อเยื่อสามารถยึดเกาะ จัดเรียงตัว และซ่อมแซมโครงสร้างผิวได้ดีขึ้นในระยะยาว จึงถูกนำมาใช้ในงานชีววัสดุและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อทางการแพทย์

Atelocollagen ช่วยอะไรบ้าง ?

Atelocollagen ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเน้นความเรียบเนียน ความแน่น และความแข็งแรงของผิว โดยประโยชน์หลักของ Atelocollagen ได้แก่

  • ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว Glass Skin เรียบเนียน และสม่ำเสมอขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว
  • ช่วยปรับสภาพผิวที่ดูโทรม ให้ผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นที่เกิดจากคุณภาพผิว
  • ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
  • ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

Atelocollagen เหมาะกับใคร ?

Atelocollagen สามารถใช้ได้กับหลายสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ เช่น

  • ผู้ที่ผิวดูโทรม ขาดความแน่น ผิวเสื่อม คอลลาเจนลดลงตามอายุ
  • ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้นจากชั้นผิวเสื่อม ไม่ใช่จากชั้นกระดูกหรือไขมัน
  • ผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวบาง ผิวขาดน้ำ แห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงฟื้นฟู มากกว่าการปรับรูปหน้า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป
  • ผู้ที่ต้องการทำร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูผิวอื่นตามแผนแพทย์
  • ผู้ที่มีริ้วรอย หรือ Texture หน้าไม่เรียบ เช่น รูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่เนียนสม่ำเสมอ

ใครไม่เหมาะกับ Atelocollagen หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แม้ Atelocollagen จะถูกออกแบบมาให้มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่หัตถการที่เหมาะกับทุกคน
การพิจารณาข้อจำกัดและความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจทำ

กลุ่มที่อาจไม่เหมาะ หรือควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนจากสัตว์ หรือเคยมีอาการแพ้จากสารฉีด
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของผิวในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบเปลี่ยนโครงหน้า หรือเห็นผลชัดเจนทันทีแบบฟิลเลอร์
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่ม ซึ่งอาจเหมาะกับหัตถการประเภทอื่นมากกว่า

การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ จะช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลครับ


Atelocollagen ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

Atelocollagen สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและบางบริเวณของร่างกาย โดยมักใช้ในจุดที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น ไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า เช่น

  • รอบดวงตา/ใต้ตา/หางตา ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ฟื้นฟูผิวใต้ตา
  • หน้าผาก/ระหว่างคิ้ว ช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ จากผิวเสื่อม
  • หน้าแก้ม ช่วยเติมเต็มผิวที่ยุบจากการเสื่อมของคอลลาเจน โดยไม่เพิ่ม Volume
  • ร่องแก้ม ช่วยให้ผิวดูเรียบและตื้นขึ้น เหมาะกับร่องที่เกิดจากผิวบางหรืออายุ
  • รอบมุมปาก ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบริมฝีปากที่เกิดจากการขยับบ่อย ๆ
  • กรอบหน้า ช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าดูเรียบและแน่นขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • รอยแผลเป็น / หลุมสิวตื้น ช่วยเพิ่มความแน่นของผิว
  • หลังมือ ช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวที่บาง ทำให้หลังมือดูอ่อนเยาว์ขึ้น

Atelocollagen (คอลลาเจนสด) มียี่ห้อ ? ต่างกันอย่างไร ?

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Atelocollagen มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างด้านโครงสร้าง กระบวนการผลิต และการใช้งาน ซึ่งควรเลือกใช้ได้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายการรักษา โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น หมอจะมาเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของ Atelocollagen แต่ละยี่ห้อตามตารางด้านล่างนี้ครับ

เปรียบเทียบคอลลาเจนสดแต่ละยี่ห้อ

เปรียบเทียบ Atelocollagen (คอลลาเจนสด) แต่ละยี่ห้อ Karisma / TheraFill / Collaju

ข้อเปรียบเทียบCollaju (คอลลาจู)TheraFill (เทราฟิล)Karisma (คาริสมา)
ประเทศผู้ผลิต / บริษัทเกาหลีใต้ (Juventa Healthcare Co., Ltd.)เกาหลีใต้ (Cellontech Co., Ltd.)อิตาลี (Taumed Co., Ltd.)
กลุ่มผลิตภัณฑ์Atelocollagen InjectableAtelocollagen InjectableHybrid Collagen-Based Injectable
ชนิดคอลลาเจนAtelocollagen บริสุทธิ์ (สกัดจากวัว)Atelocollagen บริสุทธิ์ (สกัดจากวัว)Rh Collagen (Recombinant Human Collagen)
เทคโนโลยีการผลิตHigh Concentration Atelocollagen โมเลกุลละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอHigh Purity Atelocollagen คงโครงสร้าง Triple Helix สมบูรณ์Rh Collagen® เทคโนโลยีชีวภาพเลียนแบบโครงสร้างมนุษย์
การทำงานหลักฟื้นฟูคุณภาพผิวและโครงสร้างผิวฟื้นฟูผิวระดับตื้น เพิ่มความชุ่มชื้นเพิ่ม Skin quality และกระตุ้นคอลลาเจน
ผลลัพธ์ที่ได้ผิวดูอิ่ม แน่น เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติผิวดูฉ่ำวาว เนียนนุ่ม (Glass Skin)ผิวดูแน่น เด้ง กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ความสบายขณะทำไม่มีส่วนผสมยาชามี Lidocaine 0.3% ช่วยลดความเจ็บไม่มีส่วนผสมยาชา
กลุ่มผิวที่เหมาะผิวบาง แห้ง ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆผิวขาดน้ำ ผิวหมอง ต้องการความฉ่ำใสผิวบาง ผิวหลวม ต้องการเพิ่มความหนาแน่นผิว
ความปลอดภัยอย. ไทย, KFDA (เกาหลี), GMPอย. ไทย, KMFDS, GMP, CE Mark, NETอย. ไทย, CE Mark (ยุโรป)
ตารางเปรียบเทียบคอลลาเจนสดยี่ห้อไหนดี ? Karisma / TheraFill / Collaju

สรุป Atelocollagen ยี่ห้อไหน เหมาะกับใคร ?

  • ผิวแห้งบาง อยากฟื้นฟูโครงสร้าง Collaju
  • ผิวขาดน้ำ อยากได้ความฉ่ำใสเร็ว → TheraFill
  • ผิวบาง ผิวหลวม ต้องการเพิ่มความแน่นผิว Karisma

การเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล และให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุดครับ


Atelocollagen ต่างจาก ฟิลเลอร์ และ Biostimulator อย่างไร ?

ทั้ง Atelocollagen ฟิลเลอร์ และ Collagen Biostimulator เป็นหัตถการฉีดเพื่อดูแลผิวเหมือนกันครับ แต่จะต่างกันที่ เทคโนโลยี, ส่วนประกอบหลัก, วัตถุประสงค์ และกลไกการทำงาน หมอจะมาสรุปความแตกต่างให้เข้าใจง่ายตามนี้ครับ

เปรียบเทียบ Collaju/ฟิลเลอร์/สารกระตุ้นคอลลาเจน

ตารางเปรียบเทียบ Atelocollagen VS Filler VS Collagen Biostimulator

ข้อเปรียบเทียบAtelocollagenHA FillerCollagen Biostimulator
ส่วนประกอบหลักAtelocollagen Type IHyaluronic Acid (HA)PLLA/PDLLA/PCL/CaHA
หลักการทำงานเติมคอลลาเจนเข้าผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวเติมสาร HA เพื่อเพิ่มวอลลุ่มทันทีกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
คุณสมบัติฟื้นฟูคุณภาพผิวลดริ้วรอย/เติมเต็ม/ปรับรูปหน้ากระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว
ผลลัพธ์หลังฉีดผิวแน่น เรียบ แข็งแรงขึ้นรูปหน้าชัด ร่องลึกและริ้วรอยตื้นขึ้นทันทีผิวค่อย ๆ ดีขึ้นในระยะยาว
การเติมเต็มไม่เน้น Volumeเพิ่ม Volume ทันที หน้ามีมิติไม่เพิ่ม Volume ทันที แต่ค่อย ๆ ดีขึ้น
จุดเด่นฟื้นฟูผิวเสื่อม ลดริ้วรอย เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย เติมร่องลึกได้ทันที เห็นผลไวฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น
ตำแหน่งทั่วใบหน้าที่ผิวเสื่อม โทรมทั่วใบหน้าบริเวณผิวหย่อนคล้อย ผิวเสื่อม
อยู่ได้นาน9-12 เดือน6-24 เดือน12-24 เดือน
เหมาะกับใครคนที่ต้องการบูสต์โทรม ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่นคนที่ต้องการปรับรูปหน้า เพิ่ม Volumeคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวชั้นลึก ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น

สรุป ควรเลือก Atelocollagen / ฟิลเลอร์ หรือ Collagen Biostimulator ดี ?

  • หากต้องการเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้าฟิลเลอร์
  • หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวCollagen Biostimulator
  • หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น → Atelocollagen

ในหลายกรณี แพทย์อาจเลือกใช้การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Treatment) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ


Atelocollagen อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

Atelocollagen ไม่อันตรายครับ เป็นสารที่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ค่อนข้างสูง เนื่องจากผ่านกระบวนการตัด Telopeptide ส่วนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันออก ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้เมื่อเทียบกับคอลลาเจนทั่วไป

ทั้งนี้อาจยังมีผลข้างเคียงหลังที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เอง ได้แก่

  • รอยแดงเข็ม
  • อาการบวม แดง หรือระบมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • ความรู้สึกตึงผิวในช่วงแรกหลังทำ

อาการเหล่านี้มักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และสามารถดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ได้


Atelocollagen ข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฉีด

Atelocollagen เป็นหัตถการที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฉีดครับ

ข้อดีของ Atelocollagen

  • เป็นคอลลาเจนสดที่มีความบริสุทธิ์สูง เข้ากับผิวได้ดี ลดโอกาสแพ้และการอักเสบ
  • ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น
  • เหมาะกับบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา หรือริ้วรอยเล็กทั่วหน้า
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น KFDA, CE, NMPA
  • เจ็บน้อย หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ความเสี่ยงเป็นก้อนต่ำ
  • เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ผิวบาง ผิวแห้ง หรือผิวเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น
  • สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น Botox, ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์
  • เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงโดยรวมค่อนข้างต่ำ

ข้อเสียและข้อจำกัดของ Atelocollagen

  • ไม่เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวชั้นลึก เพิ่ม Volume มาก ๆ หรือยกกระชับโครงหน้า อาจต้องทำฟิลเลอร์ร่วมด้วย
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้นาน 9-12 เดือน ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผล
  • ไม่ได้เห็นผลชัดเจนทันทีเหมือนฉีดฟิลเลอร์ ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปตามการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิวเดิม ไลฟ์สไตล์ และการดูแลหลังฉีด
  • คนที่มีผิวเสื่อมมาก ต้องทำซ้ำ อย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นานขึ้น

Atelocollagen ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?

โดยทั่วไป Atelocollagen ควรฉีด 2 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดในด้านความแน่น ความเรียบ และคุณภาพผิวโดยรวมครับ แต่ผลลัพธ์จะชัดขึ้นเมื่อฉีดต่อเนื่องตามแผนการรักษาของแพทย์


หลังฉีด Atelocollagen ต้องดูแลตัวยังไง ?

หลังฉีด Atelocollagen คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นครับ แต่ในช่วงแรกควรดูแลผิวให้เหมาะสม เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี ลดผลข้างเคียง ผลลัพธ์ออกมาสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งหมอแนะนำดังนี้

สิ่งที่ควรทำหลังฉีด Atelocollagen

  • ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว
  • สามารถแต่งหน้า ล้างหน้า และดูแลผิวได้ตามปกติ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
  • สังเกตอาการผิวในช่วง 1-3 วันแรก หากมีอาการบวมเล็กน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก

เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการอักเสบ หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยง

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี
  • งดแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก 24-48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ หรือแสงแดดจัด ประมาณ 1 สัปดาห์

Atelocollagen อยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลังฉีด Atelocollagen ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนครับ อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • สภาพผิวเดิมและความเสื่อมของผิวตามวัย
  • อายุและการตอบสนองของผิว
  • ยี่ห้อและสูตรของ Atelocollagen ที่ใช้
  • การดูแลผิวหลังทำ เช่น การทากันแดดและการบำรุงผิว
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การโดนแดดจัด พักผ่อนน้อย หรือสูบบุหรี่

Atelocollagen ทำซ้ำบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม ?

การฉีด Atelocollagen ในช่วงแรกแนะนำให้ทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง จากนั้นสามารถฉีดซ้ำได้ ทุก 2-3 เดือน เพื่อคงความแน่นและคุณภาพผิว โดยความถี่อาจปรับมากหรือน้อยกว่านี้ ตามการประเมินของแพทย์และสภาพผิวแต่ละบุคคลครับ


Atelocollagen ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

Atelocollagen สามารถทำร่วมกับ Botox ฟิลเลอร์ เลเซอร์ และหัตถการดูแลผิวอื่น ๆ เพื่อเสริมผลลัพธ์ด้านคุณภาพผิว โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ครับ

  • โบท็อก ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ในขณะที่ Atelocollagen ช่วยฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้น
  • ฟิลเลอร์ ช่วยเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้า ส่วน Atelocollagen ช่วยปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน
  • เลเซอร์หน้าใส เช่น Pico Plus, Pico Sure Pro, Discovery Pico, Sylfirm X Plus, Fotona SP Dynamis และ LED Bellalux ช่วยปรับสภาพผิวชั้นตื้น ขณะที่ Atelocollagen ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวจากภายใน
  • เมโสหน้าใส ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระจ่างใส ทำควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจาก Atelocollagen
  • เครื่องยกกระชับ เช่น Hifu Ultraformer III / Ulthera / Thermage / Volnewmer ช่วยยกและกระตุ้นคอลลาเจนผิวชั้นลึก ส่วน Atelocollagen จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้นในชั้นผิว

ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาลำดับและช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละหัตถการ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและลดการระคายเคืองครับ


Atelocollagen ราคาเท่าไหร่ ?

Atelocollagen หรือคอลลาเจนสด ราคาเริ่มต้น 1x,xxx.- บาทครับ แต่ละคลินิกราคาแตกต่างกันได้ครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้

  • ปริมาณคอลลาเจนสด ที่ใช้ (จำนวน CC)
  • บริเวณที่ฉีด เช่น ใต้ตา ริ้วรอยเล็ก หรือหลายตำแหน่ง
  • แผนการรักษา (ฉีดครั้งเดียว หรือทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส)
  • ประสบการณ์แพทย์และมาตรฐานของคลินิก

ฉีด Atelocollagen ที่ไหนดี ? แชร์ 6 เกณฑ์เลือกคลินิกก่อนตัดสินใจฉีด

การเลือกคลินิกฉีด Atelocollagen มีความสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย จุดประสงค์จึงไม่ใช่แค่หาที่ถูกที่สุด แต่ควรเป็นคลินิกที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และหมอสามารถประเมินปัญหาผิวได้อย่างถูกต้อง

หมอจะมาแชร์ 6 หลักเกณฑ์สำคัญ ที่แนะนำให้ใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกคลินิกก่อนตัดสินใจฉีดดังนี้ครับ

  1. คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
  2. แพทย์มีประสบการณ์การฉีด Atelocollagen ผ่านการเทนนิ่ง และสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  3. ใช้ Atelocollagen ของแท้ และมีการจัดเก็บ/ควบคุมคุณภาพอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์
  4. มีการประเมินผิวหน้ารายบุคคล เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวที่แท้จริงและจัดแผนการฉีดให้เหมาะสม
  5. ให้คำแนะนำและการสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อให้คนไข้รับมือได้อย่างปลอดภัย
  6. ห้องหัตถการสะอาดและได้มาตรฐาน เช่น เครื่องมือผ่านการฆ่าเชื้อ พื้นที่หัตถการแยกจากพื้นที่สาธารณะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Atelocollagen (FAQ)

ฉีด Atelocollagen เจ็บไหม ?

ฉีด Atelocollagen ไม่เจ็บครับ ส่วนใหญ่มักรู้สึกเพียงตึง ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อย ก่อนฉีดจะทายาชา และคอลลาเจนสดบางยี่ห้อจะมียาชาผสมอยู่แล้ว ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่ทนได้สบาย

หลังฉีด Atelocollagen หน้าเปลี่ยนไหม ?

หลังฉีด Atelocollagen ไม่ได้ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนครับ เพราะเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว ผิวจะดูแน่น เรียบ และสดใสขึ้น ไม่ได้ปรับรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์

ฉีด Atelocollagen บวมกี่วัน ?

อาการบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ 1-3 วันแรก ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ยุบเอง และไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฉีด Atelocollagen ได้ ?

สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เหมาะทั้งกลุ่มเริ่มดูแลผิว ป้องกันผิวเสื่อม และกลุ่มที่มีผิวบาง แห้ง หรือคุณภาพผิวลดลงตามวัย

หลังฉีด Atelocollagen ต้องพักฟื้นไหม ?

หลังฉีด Atelocollagen ไม่ต้องพักฟื้นครับ คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายเองภายใน 1-3 วัน

ฉีด Atelocollagen กี่ CC ถึงจะเห็นผล ?

Atelocollagen มักใช้ประมาณ 1-6 CC/ครั้ง เพื่อให้เห็นผล โดยปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ครับ


สรุป Atelocollagen เหมาะกับการดูแลผิวแบบไหน ?

Atelocollagen คือหัตถการงานผิวเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวมากกว่าการปรับรูปหน้า เน้นผิวแน่น เรียบ แข็งแรง โดยผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป และสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ภายใต้การวางแผนของแพทย์ครับ

หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่า Atelocollagen หรือคอลลาเจนสดเหมาะกับคนไข้หรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ ประเมินปัญหาผิวได้ที่ V Square Clinic ทุกสาขา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
ปรึกษาหมอ

สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ

บทความแนะนำ

Oligio ราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าไหม ? รวมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

Reading Time: 3 minutesOligio ราคาเท่าไหร่ ? เป็นคำถามที่หลายคนค้นหาก่อนตัดสินใจทำ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจนวัตกรรมการยกกระชับผิวหน้าและลดไขมันส่วนเกินด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF ซึ่งช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัด พร้อมฟื้นฟูผิวให้แน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจว่า Oligio ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ ?

January 7, 2026 อ่านต่อ

วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ บนใบหน้า มีอะไรบ้าง วิธีไหนเห็...

Reading Time: 5 minutesวิธีรักษาฝ้า ที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในปัจจุบันคือ การรักษาแบบผสมผสาน ที่ปรับให้เข้ากับประเภทฝ้าและความรุนแรงของฝ้าแต่ละคน ซึ่งในการรักษาจะครอบคลุมทั้งการใช้ยาเฉพาะที่ การทำเลเซอร์/หัตถการทางการแพทย์ และการดูแลผิวอย่างเคร่งครัด

Wegovy ราคาเท่าไร ราคาต่อด้าม ต่อโดส และปัจจัยที่ทำให้ปาก...

Reading Time: 4 minutesในยุคที่การดูแลสุขภาพและรูปร่างกลายเป็นสิ่งสำคัญ ปากกาลดน้ำหนักอย่าง “ Wegovy ” จึงกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในวงการลดความอ้วน แล้ว Wegovy ราคาเท่าไร ? ใช้อย่างไร ? เพราะด้วยประสิทธิภาพที่ได้รับการรับรองจาก FDA และผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน หลายคนจึงให้ความสนใจ

ฉีดลดเหนียง ราคาเท่าไหร่ ? ใช้กี่ CC เลือกเมโสแฟตยี่ห้อไห...

Reading Time: 4 minutesฉีดลดเหนียง ราคาเท่าไหร่ ? สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางและต้องการลดเหนียงเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น การฉีดเมโสแฟต ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้หมอจะเจาะลึกตั้งแต่ ราคา ฉีดเมโสแฟต ยี่ห้อไหนดี ? ปริมาณที่เหมาะสม จำนวนครั้งที่ควรทำเพื่อเห็นผล รวมถึงแนวทางการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน

หลังทํา Pico Laser ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม งดนานแค่ไหน ? พร้อ...

Reading Time: 5 minutesหลังทำ Pico Laser ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม ? แม้หลังทำ Pico Laser จะไม่ก่อให้เกิดบาดแผล แต่ก็เป็นช่วงที่ผิวกำลังฟื้นฟูตัวเองครับ หมอแนะนำให้คนไข้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ รวมถึงดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสระคายเคืองและช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ปุ่มตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า