Atelocollagen (คอลลาเจนสด)
Atelocollagen คือคอลลาเจนสดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการกระตุ้นภูมิแพ้ และถูกนำมาใช้ในงานฟื้นฟูคุณภาพผิวภายใต้การดูแลของแพทย์ เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้อิ่มฟู เรียบเนียน และแน่นขึ้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าครับ
สำหรับใครที่สนใจฉีด Atelocollagen หมอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลก่อนครับ Atelocollagen คืออะไร ? ช่วยอะไร เหมาะกับใคร ? ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? คอลลาเจนสด ยี่ห้อไหนดี ? ข้อดี-ข้อเสีย เพื่อใช้เป็นแนวทางตัดสินใจครับ
สารบัญ Atelocollagen
Atelocollagen (คอลลาเจนสด) คืออะไร ?
Atelocollagen คือคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) ที่พบมากในผิวหนังมนุษย์ ผ่านกระบวนการตัดส่วนที่เรียกว่า “Telopeptide” ออก โดยไม่มีส่วนประกอบใด ๆ ของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ เพื่อช่วยลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้คอลลาเจนมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมากขึ้น และเหมาะสำหรับการนำมาใช้ในหัตถการด้านผิวหนัง
คำว่า Atelo- หมายถึงการตัดส่วนปลายของโมเลกุลออก โดยไม่ทำลายโครงสร้างหลัก (Triple Helix) ของคอลลาเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคุณสมบัติเชิงโครงสร้างครับ
Atelocollagen ต่างจาก Collagen ทั่วไปอย่างไร ?
คอลลาเจนทั่วไปจากสัตว์ยังมีส่วนที่ร่างกายอาจมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการอักเสบหรือแพ้ได้ในบางคน ในขณะที่ Atelocollagen ถูกออกแบบให้เหลือเฉพาะโครงสร้างหลักของคอลลาเจน จึงถูกนำมาใช้ในงานทางการแพทย์และคลินิกความงามมากกว่าครับ
โปรแกรม “Atelocollagen” คอลลาเจนสด บริสุทธิ์สูง
ทางเลือกของการดูแลผิวที่เน้นโครงสร้างผิว ไม่เปลี่ยนรูปหน้า
โครงสร้างของ Atelocollagen และบทบาทของ Telopeptide
Atelocollagen แม้จะตัดส่วน Telopeptide ออกไป แต่โครงสร้างคอลลาเจนยังคงอยู่ครบถ้วนครับ ไม่ได้ถูกทำลาย ข้อดีคือช่วยลดโอกาสแพ้และเพิ่มความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ (Biocompatibility)
Telopeptide คืออะไร ?
Telopeptide คือส่วนปลายของสายคอลลาเจนที่อยู่บริเวณหัวและท้าย ในเชิงภูมิคุ้มกันส่วนนี้เป็นบริเวณที่ร่างกายสามารถจดจำได้ง่าย และมีแนวโน้มกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เมื่อใช้คอลลาเจนจากแหล่งภายนอก เช่น จากสัตว์ Telopeptide อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบหรือการแพ้ในบางรายได้ครับ
ทำไมต้องตัด Telopeptide ออก ?
การตัด Telopeptide ออก มีเป้าหมายหลักเพื่อลด “ความเป็นแอนติเจน” (Antigenicity) ของคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยประโยชน์หลักของการตัด Telopeptide ได้แก่
- ลดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
- ลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือการแพ้
- เพิ่มความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ (Biocompatibility)
- เหมาะสำหรับการใช้งานกับผิวและเนื้อเยื่อในเชิงคลินิกมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ Atelocollagen ถูกนำมาใช้ในงานชีววัสดุ (Biomaterial) งานฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และหัตถการด้านผิวหนังภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
กลไกการทำงานของ Atelocollagen เมื่อใช้กับผิว
Atelocollagen จะทำงานด้วย 2 กลไก คือ Filling Effect และ Scaffold Effect โดยเน้นทำงานกับผิวในเชิงฟื้นฟูมากกว่าเพิ่มวอลลุ่มแบบฟิลเลอร์ทั่วไป หมอจะอธิบายกลไกการทำงานดังนี้ครับ
- Filling Effect : ช่วยให้ผิวดูอิ่มและเรียบขึ้น ไม่เน้นการเพิ่มปริมาตร เหมาะกับก ารปรับคุณภาพผิวมากกว่าการแก้ร่องลึก จึงมักถูกใช้ในบริเวณที่ต้องการความกลมกลืนของผิว เช่น ใบหน้าโดยรวม หรือบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูเนื้อผิว
- Scaffold Effect : ช่วยพยุงและฟื้นฟูผิว ทำให้เนื้อเยื่อสามารถยึดเกาะ จัดเรียงตัว และซ่อมแซมโครงสร้างผิวได้ดีขึ้นในระยะยาว จึงถูกนำมาใช้ในงานชีววัสดุและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อทางการแพทย์
Atelocollagen ช่วยอะไรบ้าง ?
Atelocollagen ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเน้นความเรียบเนียน ความแน่น และความแข็งแรงของผิว โดยประโยชน์หลักของ Atelocollagen ได้แก่
- ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว Glass Skin เรียบเนียน และสม่ำเสมอขึ้น
- ช่วยเพิ่มความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว
- ช่วยปรับสภาพผิวที่ดูโทรม ให้ผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นที่เกิดจากคุณภาพผิว
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
- ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
Atelocollagen เหมาะกับใคร ?
Atelocollagen สามารถใช้ได้กับหลายสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ เช่น
- ผู้ที่ผิวดูโทรม ขาดความแน่น ผิวเสื่อม คอลลาเจนลดลงตามอายุ
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้นจากชั้นผิวเสื่อม ไม่ใช่จากชั้นกระดูกหรือไขมัน
- ผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวบาง ผิวขาดน้ำ แห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงฟื้นฟู มากกว่าการปรับรูปหน้า
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป
- ผู้ที่ต้องการทำร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูผิวอื่นตามแผนแพทย์
- ผู้ที่มีริ้วรอย หรือ Texture หน้าไม่เรียบ เช่น รูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่เนียนสม่ำเสมอ
ใครไม่เหมาะกับ Atelocollagen หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
แม้ Atelocollagen จะถูกออกแบบมาให้มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่หัตถการที่เหมาะกับทุกคน
การพิจารณาข้อจำกัดและความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจทำ
กลุ่มที่อาจไม่เหมาะ หรือควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่
- ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนจากสัตว์ หรือเคยมีอาการแพ้จากสารฉีด
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของผิวในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบเปลี่ยนโครงหน้า หรือเห็นผลชัดเจนทันทีแบบฟิลเลอร์
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขร่องลึกหรือเพิ่มวอลลุ่ม ซึ่งอาจเหมาะกับหัตถการประเภทอื่นมากกว่า
การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ จะช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลครับ
Atelocollagen ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
Atelocollagen สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและบางบริเวณของร่างกาย โดยมักใช้ในจุดที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น ไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า เช่น
- รอบดวงตา/ใต้ตา/หางตา ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ฟื้นฟูผิวใต้ตา
- หน้าผาก/ระหว่างคิ้ว ช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ จากผิวเสื่อม
- หน้าแก้ม ช่วยเติมเต็มผิวที่ยุบจากการเสื่อมของคอลลาเจน โดยไม่เพิ่ม Volume
- ร่องแก้ม ช่วยให้ผิวดูเรียบและตื้นขึ้น เหมาะกับร่องที่เกิดจากผิวบางหรืออายุ
- รอบมุมปาก ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบริมฝีปากที่เกิดจากการขยับบ่อย ๆ
- กรอบหน้า ช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าดูเรียบและแน่นขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
- รอยแผลเป็น / หลุมสิวตื้น ช่วยเพิ่มความแน่นของผิว
- หลังมือ ช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวที่บาง ทำให้หลังมือดูอ่อนเยาว์ขึ้น
Atelocollagen (คอลลาเจนสด) มียี่ห้อ ? ต่างกันอย่างไร ?
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Atelocollagen มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างด้านโครงสร้าง กระบวนการผลิต และการใช้งาน ซึ่งควรเลือกใช้ได้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายการรักษา โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น หมอจะมาเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของ Atelocollagen แต่ละยี่ห้อตามตารางด้านล่างนี้ครับ
เปรียบเทียบ Atelocollagen (คอลลาเจนสด) แต่ละยี่ห้อ Karisma / TheraFill / Collaju
| ข้อเปรียบเทียบ | Collaju (คอลลาจู) | TheraFill (เทราฟิล) | Karisma (คาริสมา) |
|---|---|---|---|
| ประเทศผู้ผลิต / บริษัท | เกาหลีใต้ (Juventa Healthcare Co., Ltd.) | เกาหลีใต้ (Cellontech Co., Ltd.) | อิตาลี (Taumed Co., Ltd.) |
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ | Atelocollagen Injectable | Atelocollagen Injectable | Hybrid Collagen-Based Injectable |
| ชนิดคอลลาเจน | Atelocollagen บริสุทธิ์ (สกัดจากวัว) | Atelocollagen บริสุทธิ์ (สกัดจากวัว) | Rh Collagen (Recombinant Human Collagen) |
| เทคโนโลยีการผลิต | High Concentration Atelocollagen โมเลกุลละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอ | High Purity Atelocollagen คงโครงสร้าง Triple Helix สมบูรณ์ | Rh Collagen® เทคโนโลยีชีวภาพเลียนแบบโครงสร้างมนุษย์ |
| การทำงานหลัก | ฟื้นฟูคุณภาพผิวและโครงสร้างผิว | ฟื้นฟูผิวระดับตื้น เพิ่มความชุ่มชื้น | เพิ่ม Skin quality และกระตุ้นคอลลาเจน |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ผิวดูอิ่ม แน่น เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ | ผิวดูฉ่ำวาว เนียนนุ่ม (Glass Skin) | ผิวดูแน่น เด้ง กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ |
| ความสบายขณะทำ | ไม่มีส่วนผสมยาชา | มี Lidocaine 0.3% ช่วยลดความเจ็บ | ไม่มีส่วนผสมยาชา |
| กลุ่มผิวที่เหมาะ | ผิวบาง แห้ง ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ | ผิวขาดน้ำ ผิวหมอง ต้องการความฉ่ำใส | ผิวบาง ผิวหลวม ต้องการเพิ่มความหนาแน่นผิว |
| ความปลอดภัย | อย. ไทย, KFDA (เกาหลี), GMP | อย. ไทย, KMFDS, GMP, CE Mark, NET | อย. ไทย, CE Mark (ยุโรป) |
สรุป Atelocollagen ยี่ห้อไหน เหมาะกับใคร ?
- ผิวแห้งบาง อยากฟื้นฟูโครงสร้าง → Collaju
- ผิวขาดน้ำ อยากได้ความฉ่ำใสเร็ว → TheraFill
- ผิวบาง ผิวหลวม ต้องการเพิ่มความแน่นผิว → Karisma
การเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล และให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุดครับ
Atelocollagen ต่างจาก ฟิลเลอร์ และ Biostimulator อย่างไร ?
ทั้ง Atelocollagen ฟิลเลอร์ และ Collagen Biostimulator เป็นหัตถการฉีดเพื่อดูแลผิวเหมือนกันครับ แต่จะต่างกันที่ เทคโนโลยี, ส่วนประกอบหลัก, วัตถุประสงค์ และกลไกการทำงาน หมอจะมาสรุปความแตกต่างให้เข้าใจง่ายตามนี้ครับ
ตารางเปรียบเทียบ Atelocollagen VS Filler VS Collagen Biostimulator
| ข้อเปรียบเทียบ | Atelocollagen | HA Filler | Collagen Biostimulator |
|---|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | Atelocollagen Type I | Hyaluronic Acid (HA) | PLLA/PDLLA/PCL/CaHA |
| หลักการทำงาน | เติมคอลลาเจนเข้าผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว | เติมสาร HA เพื่อเพิ่มวอลลุ่มทันที | กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ |
| คุณสมบัติ | ฟื้นฟูคุณภาพผิว | ลดริ้วรอย/เติมเต็ม/ปรับรูปหน้า | กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว |
| ผลลัพธ์หลังฉีด | ผิวแน่น เรียบ แข็งแรงขึ้น | รูปหน้าชัด ร่องลึกและริ้วรอยตื้นขึ้นทันที | ผิวค่อย ๆ ดีขึ้นในระยะยาว |
| การเติมเต็ม | ไม่เน้น Volume | เพิ่ม Volume ทันที หน้ามีมิติ | ไม่เพิ่ม Volume ทันที แต่ค่อย ๆ ดีขึ้น |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูผิวเสื่อม ลดริ้วรอย เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว | ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย เติมร่องลึกได้ทันที เห็นผลไว | ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น |
| ตำแหน่ง | ทั่วใบหน้าที่ผิวเสื่อม โทรม | ทั่วใบหน้า | บริเวณผิวหย่อนคล้อย ผิวเสื่อม |
| อยู่ได้นาน | 9-12 เดือน | 6-24 เดือน | 12-24 เดือน |
| เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการบูสต์โทรม ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น | คนที่ต้องการปรับรูปหน้า เพิ่ม Volume | คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวชั้นลึก ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น |
สรุป ควรเลือก Atelocollagen / ฟิลเลอร์ หรือ Collagen Biostimulator ดี ?
- หากต้องการเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้า → ฟิลเลอร์
- หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว → Collagen Biostimulator
- หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น → Atelocollagen
ในหลายกรณี แพทย์อาจเลือกใช้การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Treatment) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ
Atelocollagen อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
Atelocollagen ไม่อันตรายครับ เป็นสารที่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ค่อนข้างสูง เนื่องจากผ่านกระบวนการตัด Telopeptide ส่วนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันออก ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้เมื่อเทียบกับคอลลาเจนทั่วไป
ทั้งนี้อาจยังมีผลข้างเคียงหลังที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เอง ได้แก่
- รอยแดงเข็ม
- อาการบวม แดง หรือระบมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
- ความรู้สึกตึงผิวในช่วงแรกหลังทำ
อาการเหล่านี้มักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และสามารถดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ได้
Atelocollagen ข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฉีด
Atelocollagen เป็นหัตถการที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฉีดครับ
ข้อดีของ Atelocollagen
- เป็นคอลลาเจนสดที่มีความบริสุทธิ์สูง เข้ากับผิวได้ดี ลดโอกาสแพ้และการอักเสบ
- ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้น
- เหมาะกับบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา หรือริ้วรอยเล็กทั่วหน้า
- ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น KFDA, CE, NMPA
- เจ็บน้อย หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ความเสี่ยงเป็นก้อนต่ำ
- เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ผิวบาง ผิวแห้ง หรือผิวเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น
- สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น Botox, ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์
- เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงโดยรวมค่อนข้างต่ำ
ข้อเสียและข้อจำกัดของ Atelocollagen
- ไม่เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวชั้นลึก เพิ่ม Volume มาก ๆ หรือยกกระชับโครงหน้า อาจต้องทำฟิลเลอร์ร่วมด้วย
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้นาน 9-12 เดือน ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผล
- ไม่ได้เห็นผลชัดเจนทันทีเหมือนฉีดฟิลเลอร์ ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปตามการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิวเดิม ไลฟ์สไตล์ และการดูแลหลังฉีด
- คนที่มีผิวเสื่อมมาก ต้องทำซ้ำ อย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นานขึ้น
Atelocollagen ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
โดยทั่วไป Atelocollagen ควรฉีด 2 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดในด้านความแน่น ความเรียบ และคุณภาพผิวโดยรวมครับ แต่ผลลัพธ์จะชัดขึ้นเมื่อฉีดต่อเนื่องตามแผนการรักษาของแพทย์
หลังฉีด Atelocollagen ต้องดูแลตัวยังไง ?
หลังฉีด Atelocollagen คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นครับ แต่ในช่วงแรกควรดูแลผิวให้เหมาะสม เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี ลดผลข้างเคียง ผลลัพธ์ออกมาสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งหมอแนะนำดังนี้
สิ่งที่ควรทำหลังฉีด Atelocollagen
- ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว
- สามารถแต่งหน้า ล้างหน้า และดูแลผิวได้ตามปกติ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
- สังเกตอาการผิวในช่วง 1-3 วันแรก หากมีอาการบวมเล็กน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการอักเสบ หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยง
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี
- งดแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก 24-48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ หรือแสงแดดจัด ประมาณ 1 สัปดาห์
Atelocollagen อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังฉีด Atelocollagen ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนครับ อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- สภาพผิวเดิมและความเสื่อมของผิวตามวัย
- อายุและการตอบสนองของผิว
- ยี่ห้อและสูตรของ Atelocollagen ที่ใช้
- การดูแลผิวหลังทำ เช่น การทากันแดดและการบำรุงผิว
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การโดนแดดจัด พักผ่อนน้อย หรือสูบบุหรี่
Atelocollagen ทำซ้ำบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม ?
การฉีด Atelocollagen ในช่วงแรกแนะนำให้ทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง จากนั้นสามารถฉีดซ้ำได้ ทุก 2-3 เดือน เพื่อคงความแน่นและคุณภาพผิว โดยความถี่อาจปรับมากหรือน้อยกว่านี้ ตามการประเมินของแพทย์และสภาพผิวแต่ละบุคคลครับ
Atelocollagen ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
Atelocollagen สามารถทำร่วมกับ Botox ฟิลเลอร์ เลเซอร์ และหัตถการดูแลผิวอื่น ๆ เพื่อเสริมผลลัพธ์ด้านคุณภาพผิว โดยควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ครับ
- โบท็อก ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ในขณะที่ Atelocollagen ช่วยฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้น
- ฟิลเลอร์ ช่วยเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้า ส่วน Atelocollagen ช่วยปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน
- เลเซอร์หน้าใส เช่น Pico Plus, Pico Sure Pro, Discovery Pico, Sylfirm X Plus, Fotona SP Dynamis และ LED Bellalux ช่วยปรับสภาพผิวชั้นตื้น ขณะที่ Atelocollagen ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวจากภายใน
- เมโสหน้าใส ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระจ่างใส ทำควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจาก Atelocollagen
- เครื่องยกกระชับ เช่น Hifu Ultraformer III / Ulthera / Thermage / Volnewmer ช่วยยกและกระตุ้นคอลลาเจนผิวชั้นลึก ส่วน Atelocollagen จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และแข็งแรงขึ้นในชั้นผิว
ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาลำดับและช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละหัตถการ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและลดการระคายเคืองครับ
Atelocollagen ราคาเท่าไหร่ ?
Atelocollagen หรือคอลลาเจนสด ราคาเริ่มต้น 1x,xxx.- บาทครับ แต่ละคลินิกราคาแตกต่างกันได้ครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้
- ปริมาณคอลลาเจนสด ที่ใช้ (จำนวน CC)
- บริเวณที่ฉีด เช่น ใต้ตา ริ้วรอยเล็ก หรือหลายตำแหน่ง
- แผนการรักษา (ฉีดครั้งเดียว หรือทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส)
- ประสบการณ์แพทย์และมาตรฐานของคลินิก
ฉีด Atelocollagen ที่ไหนดี ? แชร์ 6 เกณฑ์เลือกคลินิกก่อนตัดสินใจฉีด
การเลือกคลินิกฉีด Atelocollagen มีความสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย จุดประสงค์จึงไม่ใช่แค่หาที่ถูกที่สุด แต่ควรเป็นคลินิกที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และหมอสามารถประเมินปัญหาผิวได้อย่างถูกต้อง
หมอจะมาแชร์ 6 หลักเกณฑ์สำคัญ ที่แนะนำให้ใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกคลินิกก่อนตัดสินใจฉีดดังนี้ครับ
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
- แพทย์มีประสบการณ์การฉีด Atelocollagen ผ่านการเทนนิ่ง และสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- ใช้ Atelocollagen ของแท้ และมีการจัดเก็บ/ควบคุมคุณภาพอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์
- มีการประเมินผิวหน้ารายบุคคล เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวที่แท้จริงและจัดแผนการฉีดให้เหมาะสม
- ให้คำแนะนำและการสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อให้คนไข้รับมือได้อย่างปลอดภัย
- ห้องหัตถการสะอาดและได้มาตรฐาน เช่น เครื่องมือผ่านการฆ่าเชื้อ พื้นที่หัตถการแยกจากพื้นที่สาธารณะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Atelocollagen (FAQ)
ฉีด Atelocollagen เจ็บไหม ?
ฉีด Atelocollagen ไม่เจ็บครับ ส่วนใหญ่มักรู้สึกเพียงตึง ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อย ก่อนฉีดจะทายาชา และคอลลาเจนสดบางยี่ห้อจะมียาชาผสมอยู่แล้ว ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่ทนได้สบาย
หลังฉีด Atelocollagen หน้าเปลี่ยนไหม ?
หลังฉีด Atelocollagen ไม่ได้ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนครับ เพราะเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว ผิวจะดูแน่น เรียบ และสดใสขึ้น ไม่ได้ปรับรูปหน้าเหมือนฟิลเลอร์
ฉีด Atelocollagen บวมกี่วัน ?
อาการบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ 1-3 วันแรก ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ยุบเอง และไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฉีด Atelocollagen ได้ ?
สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เหมาะทั้งกลุ่มเริ่มดูแลผิว ป้องกันผิวเสื่อม และกลุ่มที่มีผิวบาง แห้ง หรือคุณภาพผิวลดลงตามวัย
หลังฉีด Atelocollagen ต้องพักฟื้นไหม ?
หลังฉีด Atelocollagen ไม่ต้องพักฟื้นครับ คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายเองภายใน 1-3 วัน
ฉีด Atelocollagen กี่ CC ถึงจะเห็นผล ?
Atelocollagen มักใช้ประมาณ 1-6 CC/ครั้ง เพื่อให้เห็นผล โดยปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์ครับ
สรุป Atelocollagen เหมาะกับการดูแลผิวแบบไหน ?
Atelocollagen คือหัตถการงานผิวเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวมากกว่าการปรับรูปหน้า เน้นผิวแน่น เรียบ แข็งแรง โดยผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป และสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ภายใต้การวางแผนของแพทย์ครับ
หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่า Atelocollagen หรือคอลลาเจนสดเหมาะกับคนไข้หรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ ประเมินปัญหาผิวได้ที่ V Square Clinic ทุกสาขา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
อ้างอิง
- Lee HS, Oh KJ, Moon YW, In Y, Lee HJ, Kwon SY. Intra-articular injection of type I atelocollagen to alleviate knee pain: a double-blind, randomized controlled trial. Cartilage. 2021;13(1_suppl):342S–350S. From https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31370668/
- Int. J. Mol. Sci. 2025, 26(24), 11825; https://doi.org/10.3390/ijms262411825
- Clin Shoulder Elb. 2021 Sep 1;24(3):147–155. doi: 10.5397/cise.2021.00234
- https://www.ava-pharma.com/
- https://karismaofficial.com/
- https://innobelle.com/our-product/aesthetic/collaju-atelocollagen-collagen-filler/
สามารถ comment สอบถามเข้ามาด้านล่างได้เลยนะครับ หมอตอบเองครับ


